เหลยซื่อที่ได้รับความยากลำบากจากจวนโหวถูกนายทหารพาตัวกลับไปยังจวนแม่ทัพ ทว่าในขณะที่เดินทางกลับไปยังบ้านเดิม เหลยซื่อมิอาจระงับความน้อยเนื้อต่ำใจและความโกรธเคืองในใจจึงร้องออกมาอย่างไร้เสียง นางในตอนนี้ไม่ใช่ฮูหยินสูงศักดิ์ของชางหรงโหวอีกต่อไป ทั้งยังไม่ใช่บุตรีภรรยาเอกของท่านแม่ทัพที่สูงส่ง นางเป็เพียงสตรีที่ทุ่มเททั้งชีวิตเพื่อบุรุษผู้หนึ่ง สุดท้ายกลับต้องพบจุดจบเช่นนี้เพราะความรัก
ใจของเหลยซื่อเ็ปราวกับถูกฉีกขาดเป็ชิ้นๆ เพราะเหตุใด? นางเพียง้าสิ่งที่นางควรได้รับในฐานะภรรยา ในฐานะผู้หญิงคนหนึ่ง เหตุใดจึงต้องโหดร้ายกับนางถึงเพียงนี้?
ภายในห้องโถง ฮูหยินผู้เฒ่าของแม่ทัพเวยหย่วนนั่งอยู่ตรงตำแหน่งเ้าบ้านอย่างน่าเกรงขาม มองสองแม่ลูกที่เดินเข้ามาตรงหน้า สายตาของนางอดไม่ได้ที่จะใ
เบื้องหน้า แก้มของเหลยซื่อบวมเป่ง สองตาแดงก่ำจากการร้องไห้อย่างหนัก
ฮูหยินผู้เฒ่ารีบเข้าไปสำรวจสภาพของบุตรี นางขมวดคิ้ว “เกิดอะไรขึ้น? แผลนี้ได้มาอย่างไร? ชางหรงโหวทำร้ายเ้าหรือ?”
เมื่อเห็นท่าทางน่าสงสารของบุตรี โทสะในใจของฮูหยินผู้เฒ่าพลันลุกโชน กล่าวตามจริงแล้ว ต่อให้บุตรีของตนทำผิดนับหมื่นครั้ง ทว่าก็ยังช่วยเขาดูแลหลังบ้านมานานหลายปี แม้ไม่มีความดีความชอบทั้งยังเหน็ดเหนื่อย นี่นับว่าไม่เห็นชื่อแม่ทัพเวยหย่วนอยู่ในสายตา!
เหลยซื่อรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจ ดวงตาเปียกชื้นขึ้นอีกครั้ง...
ยามเมื่อฮูหยินผู้เฒ่าเห็นประกายน้ำตาในดวงตาของเหลยซื่อก็เกิดความทุกข์ในใจ กล่าวเสียงเข้มว่า “ยังมีหน้ามาร้องไห้อีก? ช่างขายหน้าจวนแม่ทัพจริงๆ!”
“ท่านแม่...” ในใจของเหลยซื่อกระจ่างแจ้ง ทว่าเื่ที่เกิดขึ้นทั้งหมดมิใช่ว่านาง้าเสียหน่อย!
“วันนั้นที่เ้าแต่งเข้าไป แม่พูดกับเ้าว่าอย่างไร? เ้าลืมไปแล้วหรือ?”
“ลูกมิได้ลืมเ้าค่ะ แต่ว่าท่านแม่...”
“แต่ว่าอะไร?” ฮูหยินผู้เฒ่ากล่าวเสียงขรึม เป็ถึงบุตรีของนางทว่ายังได้รับการปฏิบัติเช่นนี้ที่บ้านสามีอีก ช่างขายหน้าเสียจริง!
“ท่านแม่...ท่านต้องช่วยลูกนะเ้าคะ!”
“ช่วย? ที่แม่ช่วยเ้ามันน้อยนักหรือ?”
“แต่ว่าท่านแม่ ครั้งนี้ไม่เหมือนกันเ้าค่ะ ครั้งนี้เป็เพราะ...” เหลยซื่อกัดริมฝีปาก มีท่าทียากจะเอ่ย
ฮูหยินท่านแม่ทัพเห็นท่าทางแปลกๆ ของนาง ในใจพลันเคร่งขรึมลง “ยังไม่รีบพูดมาอีก?”
เหลซื่อหลุบตาลง ท่าทางอ้ำๆ อึ้งๆ ไม่ค่อยกล้าพูด
เื่เช่นนั้น จะให้นางกล่าวออกมาได้อย่างไร
ท่าทางของฮูหยินผู้เฒ่าพลันเปลี่ยนไป ในใจยิ่งมั่นใจว่าเหลยซื่อต้องกระทำความผิดอะไรบางอย่าง จึงกล่าวออกไปเสียงเย็น “พูดมา!”
เหลยซื่อใจนตัวสั่น กำมือแน่น มองไปรอบๆ
ฮูหยินผู้เฒ่าสั่งให้คนทั้งหมดภายในห้องถอยออกไป เหลยซื่อจึงค่อยๆ เล่าเื่ทั้งหมดออกมา
หลังจากที่ฮูหยินผู้เฒ่าท่านแม่ทัพเวยหย่วนได้ฟังเื่ราวจนจบก็อดไม่ได้ที่จะโมโห “เ้าว่าอะไรนะ? เพื่อจะชิงความโปรดปราน เ้าถึงกับทำเื่...ทำเื่...”
คำนี้กระทั่งตัวนางก็ยังรู้สึกยากที่จะเอ่ย สิ่งที่ทำให้นางรู้สึกคิดไม่ถึงก็คือ บุตรีของนางจะทำเื่เสียเกียรติเช่นนี้ออกมาได้!
“ท่านแม่เ้าคะ!” เหลยซื่อทราบดีว่าเมื่อพูดเื่นี้ออกมาย่อมมีผลกระทบกับตนเอง จึงรีบคุกเข่าดังตึง อธิบายอย่างร้อนรน “แม้ลูกจะกระทำเื่เช่นนี้จริง แต่ท่านแม่เ้าคะ ความจริงเื่นี้เป็นังสารเลวสมควรตายนั่นวางแผนอยู่เื้ั! ท่านแม่ ลูกถูกใส่ร้าย!”
“ใส่ร้าย?” ฮูหยินผู้เฒ่าโกรธเสียจนสะบัดมือของเหลยซื่อออก มองไปยังบุตรีที่นั่งอยู่บนพื้นด้วยความโกรธ “หากไม่ใช่เพราะในใจเ้าคิดเช่นนี้ ต่อให้นังเด็กสารเลวนั่นจะวางแผนต่อเ้าครั้งแล้วครั้งเล่า เ้าที่อยู่ในจวนโหวมานานหลายปีจะมองไม่ออกเชียวหรือ?”
“ท่านแม่ ลูกสำนึกผิดแล้ว! ลูกยอมรับว่าตอนนั้นเลอะเลือนไปชั่วขณะ แต่ว่าลูกถูกใส่ร้ายจริงๆ นะเ้าคะ นังเด็กสารเลวจงใจหลอกให้ลูกใช้ยากับท่านโหวชัดๆ ...” กล่าวจบ เหลยซื่อก็ก้มหน้าลงอย่างเจ็บใจ กล่าวเสียงอ่อน “ลูกเพียงหวังว่ากับท่านโหวจะ...จะสามารถ...”
ฮูหยินแม่ทัพพลันเก็บกลืนคำพูดตำหนิเข้าไป แม้จะยังโกรธเหลยซื่อที่ไม่เอาไหน แต่จะอย่างไรนางก็เป็บุตรีของตน ต่อให้นางจากไปอยู่ที่จวนโหว ก็ยังคงเป็บุตรีภรรยาเอกของท่านแม่ทัพ ดังนั้นไม่ว่าจะอย่างไร ต่อให้ไม่ใช่เพื่อบุตรี นางก็ต้องคิดกระทำเพื่อชื่อเสียงของจวนแม่ทัพ
นางยื่นมือออกไปประคองเหลยซื่อที่คุกเข่าอยู่บนพื้นขึ้น ใบหน้าของฮูหยินผู้เฒ่ามีความไม่พอใจที่นางไม่ได้ดั่งใจ “เ้านี่! หลายปีขนาดนี้แล้วยังไม่เข้าใจความคิดของสามีตัวเองอีกหรือ? เฮ้อ...ข้าไม่รู้จะทำเช่นไรกับเ้าดี!”
ฮูหยินผู้เฒ่าท่านแม่ทัพส่ายหน้า ดึงบุตรีให้มานั่งข้างกาย ยกมือขึ้นััรอยแผลบนใบหน้าของนางอย่างละเอียด ในสายตาอันชาญฉลาดเต็มไปด้วยแผนการอันตรายและความอำมหิตที่ทำให้ผู้พบเห็นต้องหวาดกลัว
“พูดมาเถิด! นังสารเลวนั่นยังทำอะไรอีก?”
เหลยซื่อได้ยินดังนั้นพันเกิดความยินดีใจใน นางทราบว่าหากจวนแม่ทัพสามารถช่วยเหลือนางในเื่นี้ได้ ไม่ต้องพูดถึงนังสารเลวหลิ่วอวิ๋นซูเลย กระทั่งท่านโหวก็ยังต้องส่งเกี้ยวแปดคนหามมาเชิญนางกลับไป
ด้วยเหตุนี้ เหลยซื่อรีบเช็ดน้ำตาบนใบหน้าจนแห้ง จากนั้นจึงนำเื่ของอวิ๋นซูใน่นี้มาพูดบิดเบือนความจริง ทั้งยังบรรยายว่าอวิ๋นซูไม่เคารพนางอย่างไร กระทั่งยุยงให้ความสัมพันธ์ระหว่างนางกับฮูหยินผู้เฒ่าย่ำแย่ เป็เหตุให้ตำแหน่งในจวนโหวของนางทุกวันนี้มิอาจเทียบได้กับอนุภรรยาเ่าั้
ฮูหยินแม่ทัพเวยหย่วนได้ฟังพลันบันดาลโทสะ สองมือกำแน่นจนเห็นกระดูก ใบหน้าเครียดขึงจนเห็นเส้นเื
เด็กสารเลวที่ไม่รู้จักที่ตาย! ถึงกับกล้าเหยียบหัวจวนแม่ทัพเวยหย่วนเชียวหรือ? บุตรีอนุภรรยาที่ไร้ความสำคัญผู้หนึ่งถึงกับเหี้ยมโหดได้ถึงขั้นนี้ ช่างอำมหิตนัก! นังเด็กขี้ประจบ ไม่อยากจะคิดเลยว่าหากไม่ใช่เพราะอวิ๋นฮว๋า ชั่วชีวิตนี้นางคงจะไม่ได้เหยียบเข้าจวนโหวอีก ไอ้คนเนรคุณ! ถึงกับทำเื่เช่นนี้ออกมาเชียว? เื่เช่นนี้ยังกระทำออกมาได้ ยังจะมีเื่ใดไม่กล้าทำอีก!
ตอนนี้เอง หลิ่วอวิ๋นฮว๋าพลันเดินเข้ามาจากข้างนอก เมื่อเห็นเหลยซื่อและท่านยายจึงรีบโถมตัวเข้าไปที่เท้าของฮูหยินผู้เฒ่า ร้องไห้สะอึกสะอื้น “ท่านยายเ้าคะ ฮือๆ ...ท่านจะต้องช่วยท่านแม่นะเ้าคะ! ท่านแม่ถูกใส่ร้าย ทั้งหมดเป็เพราะนังสารเลวหลิ่วอวิ๋นซู เป็เพราะนางทำเื่ชั่วช้าพวกนั้น!”
“อวิ๋นฮว๋า รีบลุกขึ้นเถิด!” ฮูหยินผู้เฒ่ารักใคร่หลานสาวมาตลอด เนื่องจากใบหน้าและนิสัยเหมือนกับตนสมัยก่อน
“ท่านยายเ้าคะ...อวิ๋นฮว๋าไม่ลุก! ฮือๆ ...อวิ๋นฮว๋าเกลียดชังอวิ๋นซูนัก ท่านช่วยอวิ๋นฮว๋ากำจัดนางได้หรือไม่เ้าคะ? หากท่านยายไม่รับปาก อวิ๋นฮว๋าก็จะไม่ลุกขึ้น!” ไม่ว่าจะอย่างไรหลิ่วอวิ๋นฮว๋าก็ไม่ยอมลุกขึ้น นางมั่นใจว่าท่านยายมิอาจทนเห็นตนเองได้รับความอยุติธรรมได้ ด้วยเหตุนี้จึงยิ่งกล่าวออกมาอย่างน่าสงสาร “ท่านยายเ้าคะ ท่านคงไม่ทราบ ั้แ่หลิ่วอวิ๋นซูผู้นั้นถูกรับกลับมาจวนโหว อวิ๋นฮว๋าได้รับความไม่เป็ธรรมเพียงใด ไม่เพียงพูดจาถึงข้าไม่ดีต่อหน้าท่านย่า จนทำให้ข้าถูกกักบริเวณ ทั้งยังทำให้ข้าถูกคุณหนูเจ็ดสกุลเฟิ่งกลั่นแกล้ง ต่อหน้าไม่พูดจา กระทั่งรวมพวกบ่าวไพร่ให้ไม่เห็นคุณหนูอย่างข้าอยู่ในสายตา!”
“อะไรนะ? มีเื่เช่นนี้ด้วยหรือ?” แม้ว่าฮูหยินผู้เฒ่าจะรับรู้ได้ถึงความเกลียดชังที่มีต่ออวิ๋นซู ทว่าเมื่อได้ยินว่าหลานสาวที่รักยิ่งของตนได้รับความไม่เป็ธรรม โทสะในใจยิ่งปะทุรุนแรงขึ้นในพริบตา
“ท่านยายเ้าคะ ท่านจะต้องช่วยท่านแม่กับอวิ๋นฮว๋านะเ้าคะ! นังสารเลวนั่นเป็ตัวโชคร้าย เป็เพราะนาง จวนโหวจึงได้เปลี่ยนไป ยังมี...หากไม่ใช่เพราะนาง ท่านแม่คงไม่ถูกท่านพ่อลงโทษเช่นนี้!”
“วางใจเถิด! ยายจะต้องคืนความยุติธรรมให้พวกเ้าสองคนแน่!”
ยามนี้เหลยซื่อที่ลอบสังเกตสีหน้าและคำพูดอยู่ข้างๆ พลันรู้สึกว่าโอกาสมาถึงแล้วจึงกล่าวออกไป “ท่านแม่เ้าคะ ท่านยังจำเื่ที่เจิ้นเอ๋อร์าเ็ครั้งที่แล้วได้หรือไม่เ้าคะ?”
“...” ฮูหยินผู้เฒ่ามองไปอย่างสงสัย
“ความจริงแล้วที่เจิ้นเอ๋อร์ได้รับาเ็ ก็เป็เพราะถูกสาวใช้ในเรือนของนังสารเลวนั่นตีเ้าค่ะ!”
“นางกล้าถึงเพียงนี้!”
“ใช่เ้าค่ะ! พี่เหลยเจิ้นถูกบ่าวสุนัขของนังสาวเลวนั่นทำร้าย หากครั้งนี้ท่านยายไม่สั่งสอนเสียหน่อย นางจะต้องรังแกจวนแม่ทัพของพวกเราแน่ ถึงตอนนั้นอย่าพูดถึงท่านแม่เลย ต่อให้เป็อวิ๋นฮว๋าก็ต้องถูกนังสารเลวทำร้ายจนตาย!”
“ฮึ! นางกล้าหรือ?” นางแค่นเสียงเย็น มองไปทางเหลยซื่อ “ในเมื่อเื่มาถึงขั้นนี้แล้ว พวกเ้าแม่ลูกก็อยู่ที่จวนเถิด! ข้าอยากจะเห็นว่าชางหรงโหวผู้นั้นจะปกป้องนังสารเลวนั่นไปได้กี่ครั้ง!”
อย่างไรก็ตาม ในฐานะฮูหยินของแม่ทัพเวยหย่วน มีหลายเื่ที่นางไม่สามารถปิดหูปิดตาได้ กระทั่งชางหรงโหวก็ต่างคนต่างวาระมิอาจเปรียบเทียบได้ จู่ๆ นางก็กล่าวขึ้น “เด็กๆ”
ที่ไกลๆ พลันมีเงาร่างสายหนึ่งทะยานเข้ามา “ขอรับ!”
“ไปเรียกเจิ้นเอ๋อร์มาให้ข้า!”
“ขอรับ!”
ผ่านไปไม่นาน เหลยเจิ้นตามมาถึงเรือนฮูหยินผู้เฒ่า เมื่อเห็นท่านป้าและญาติผู้พี่ตรงหน้า ทั้งยังรอยบวมแดงบนใบหน้าของท่านป้า ในใจของเขาจึงอดไม่ได้ที่จะคาดเดา
ท่านป้าที่สง่างามมาโดยตลอดเหตุใดจึงได้ตกอยู่ในสภาพเช่นนี้? อีกทั้งเหตุใดจึงเรียกตนเองมาอย่างกะทันหัน? มิว่าเกิดเื่ใหญ่อะไรขึ้นหรอกหรือ?
แม้ในใจของเหลยเจิ้นจะสงสัย ทว่าทำได้เพียงเลิกคิ้วขึ้นท่ามกลางสายตาอันดุดันของเหลยซื่อ
“ท่านย่าเรียกหลานมาด้วยเหตุใดหรือขอรับ?”
“ได้ยินท่านป้าของเ้าบอกว่า วันนั้นเ้าถูกบุตรีอนุภรรยาในจวนโหวที่ชื่อหลิ่วอวิ๋นซูทำร้ายมาหรือ?” ในแต่ละคำของฮูหยินผู้เฒ่าล้วนแฝงด้วยความดุดัน
ในใจเหลยเจิ้นพลันเกิดความคิดนับพัน หรือว่าท่านป้าวางแผนจะจัดการนังเด็กนั่นแล้ว? จึงรีบตอบกลับไปอย่างโกรธแค้น “ใช่ขอรับ! วันนั้นหลานถูกสาวใช้ของนังสารเลวนั่นทำร้าย!”
“ท่านยายเ้าคะ...” หลิ่วอวิ๋นฮว๋าเข้าไปจับมือของฮูหยินผู้เฒ่าอย่างกระวนกระวาย “ท่านดูเถิดว่านังสารเลวนั่นอำมหิตเพียงใด!”
สีหน้าของฮูหยินผู้เฒ่าเคร่งขรึมลงโดยพลัน “ในเมื่อกล่าวเช่นนี้ หลิ่วอวิ๋นซูผู้นั้นช่างเป็เด็กสาวที่อำมหิตอย่างแท้จริง!”
“ใช่ขอรับท่านย่า หลิ่วอวิ๋นซูผู้นั้นไม่เพียงแต่ทำร้ายข้า นางยังทำให้ข้าอับอายต่อหน้าผู้คนอีก เป็เพียงบุตรีอนุภรรยา ถึงกับกล้ามาวิจารณ์ข้า บอกว่าจวนแม่ทัพของข้าเป็เช่นนั้นเช่นนี้ กระทั่งเหยียดหยามฐานะของหลาน บอกว่าหลานเป็แค่มดปลวกในจวนเท่านั้น!”
“ฮึ! นังเด็กปากดี! ข้าจะเลาะฟันนางออกมาให้หมด!” ฮูหยินผู้เฒ่ากล่าวอย่างโกรธแค้น สายตาของนางราวกับมีเปลวเพลิงส่องสว่าง หันไปประคองใบหน้าอันงดงามของหลานสาว แม้ว่าท่าทางจะยังคงดุดัน ทว่ายังอดไม่ได้ที่จะใจอ่อน “ยายย่อมไม่ปล่อยให้ผู้ใดมารังแกพวกเ้าแน่!”
