ภายในจวนชางหรงโหว
“ซูเอ๋อร์ อาการป่วยของฮูหยินผู้เฒ่าชางติ้งโหวเป็อย่างไรบ้าง?” ฮูหยินผู้เฒ่าถามอย่างใส่ใจ จะอย่างไรพวกเขาก็มีความสัมพันธ์อันดีกับจวนชางติ้งโหวมาโดยตลอด
“ฮูหยินผู้เฒ่าฟื้นแล้วเ้าค่ะ ซูเอ๋อร์ได้ทิ้งเทียบยาไว้ให้แล้ว เชื่อว่าทานไปสองวันก็สามารถลงจากเตียงได้แล้ว” อวิ๋นซูยืนอยู่ด้านข้างอย่างนอบน้อม ฮูหยินผู้เฒ่ามองหลานสาวอนุภรรยาของตนเองผู้นี้ก็ยิ่งโปรดปรานมากขึ้น ยิ่งความสามารถของนางสูงส่ง ผู้อื่นก็ยิ่ง้านาง หน้าตาของจวนชางหรงโหวของพวกเขาก็จะยิ่งใหญ่ขึ้น
สิ่งที่หาได้ยากยิ่งก็คือ ต่อให้นางมีรัศมีเปล่งประกายมากเพียงใด ทว่าในตอนที่อยู่ข้างกายตน นางล้วนมีท่าทีเชื่อฟัง ไม่ทำให้ฮูหยินผู้เฒ่ารู้สึกว่านางหยิ่งยโสเลยแม้เพียงครึ่งส่วน
มีเพียงสตรีที่มีท่าทีนิ่งสงบเช่นนี้ จึงจะสามารถผ่านการทดสอบไปได้
“อีกสองวันก็จะถึงวันเกิดของบิดาเ้าแล้ว จำไว้ว่าไม่จำเป็ต้องสิ้นเปลืองจนเกินไป ครอบครัวกินข้าวพร้อมหน้าก็ใช้ได้แล้ว” ที่สำคัญก็คือเหลยซื่อเพิ่งจะจากไปไม่นาน ฮูหยินผู้เฒ่าจึงไม่อยากตกเป็ขี้ปากของชาวบ้าน ถึงแม้ว่าระยะนี้จวนแม่ทัพเวยหย่วนจะสงบลงไปมาก แต่สักวันหนึ่งก็ต้องมาหาเื่พวกเขาถึงประตูอย่างยากจะหลีกเลี่ยง
“ซูเอ๋อร์ทราบแล้วเ้าค่ะ”
เมื่อออกมาจากในห้อง อวิ๋นซูพลันสูดหายใจลึก ระยะนี้นางได้เรียนรู้จากฮูหยินผู้เฒ่าไปมากมายยิ่งนัก สตรีาุโในครอบครัวใหญ่เช่นนี้กลับไม่มีความแตกต่างอะไรจากขุนนางใหญ่ในราชสำนักเลย ไม่ว่าจะทำสิ่งใดล้วนต้องคิดให้ลึกซึ้งกว้างไกลและรู้จักเลือกสรร
หากเปลี่ยนเป็นางในกาลก่อน จะต้องรู้สึกว่าสตรีหลังบ้านเหล่านี้ไม่มีอะไรน่าหวาดกลัว ความจริงตนเองคิดผิด หากให้พวกนางไปอยู่ในราชสำนัก เกรงว่าจะไม่ด้อยไปกว่าบุรุษ เพราะพวกนางมีความคิดละเอียดรอบคอบมากพอ และรู้จักเลือกมองสถานการณ์โดยรวม
ก็เหมือนกับหลิ่วอวิ๋นฮว๋า ตอนที่ตนเปิดเผยข้อด้อยทั้งหมดของหลิ่วอวิ๋นฮว๋าต่อหน้าฮูหยินผู้เฒ่า แม้ในทีแรกนางจะลังเล แต่สุดท้ายก็เลือกทิ้งบุตรีภรรยาเอกที่จวนโหวอบรมสั่งสอนมาหลายปี ย้ายมาอบรมตนเองซึ่งเป็บุตรีอนุภรรยาที่เพิ่งถูกรับกลับจวนโหวมาไม่นาน มอบอำนาจในการดูแลให้ตน เพื่อให้ได้ัักับความลำบากในการจัดการเื่หลังบ้านทั้งหมด
ก่อนหน้านี้ที่ตระกูลอวิ๋น นางรู้เพียงว่าบนร่างของตนแบกรับความรุ่งโรจน์ของตระกูลอวิ๋นทั้งตระกูล ไม่เคยคิดเลยว่า เื้ัจะมีการสนับสนุนและความทุ่มเทอันยิ่งใหญ่เช่นนี้ของท่านแม่อยู่
ต้องทราบว่า ตระกูลอวิ๋นมีตระกูลสาขาย่อยอีกห้าตระกูล ในหมู่คนเหล่านี้มีความเกี่ยวข้องกันอย่างร้ายกาจ ท่านแม่จะต้องจัดการให้ชัดเจนเด็ดขาดจึงจะสามารถรับประกันได้ว่า ตนเองที่เป็บุตรสาวคนโตของตระกูลจะสามารถมีใจจดจ่ออยู่กับวิชาแพทย์ได้โดยไม่ถูกรบกวนจากโลกภายนอก
และเป็เพราะเหตุนี้ นางจึงพ่ายแพ้ด้วยน้ำมือของคนที่สนิทที่สุด เพราะนางไม่เคยสงสัยมาก่อนว่าความสัมพันธ์นั้นมีการหลอกลวงอยู่ด้วย
ภายในเขตเรือนเบื้องหน้าปรากฏเงาร่างแข็งทื่อร่างหนึ่ง อวิ๋นซูหยุดฝีเท้าลง เก็บความคิดของตนกลับมา นั่น…หลิ่วอวิ๋นชิง?
สตรีสวมชุดกระโปรงยาวสีฟ้าอ่อนอันเรียบง่าย ยืนอยู่ภายใต้แสงอาทิตย์ที่ไม่ได้เห็นมานาน ดวงตาดูเลื่อนลอย เมื่อแสงอาทิตย์สาดส่องลงมาบนร่างของนาง ผ่านไปเนิ่นนานก็ยังไม่ขยับ
ข้ารับใช้หลายคนผ่านทางมา แต่ดูเหมือนว่าหลิ่วอวิ๋นชิงจะมองไม่เห็นพวกเขา กระทั่งไม่รู้สึกถึงสายตาสงสัยของทุกคน
“คุณหนูห้า…”
“คุณหนูห้า…”
เหล่าข้ารับใช้คารวะอย่างระมัดระวัง แต่สตรีเบื้องหน้าที่มีพฤติกรรมอันแปลกประหลาดไม่สนใจพวกเขาโดยสิ้นเชิง
อวิ๋นซูอดไม่ได้ที่จะคิดถึงคำพูดของหลิ่วอวิ๋นเหยาที่กล่าวว่าหลิ่วอวิ๋นชิงแปลกประหลาดไปมาก อวิ๋นซูนั่งลงบนก้อนหินด้านข้าง เริ่มมองสำรวจสตรีที่อยู่ไม่ไกลอย่างละเอียด
ไม่ทราบว่าหลิ่วอวิ๋นชิงยืนอยู่นานเพียงใดจึงค่อยๆ ลืมตาขึ้น ดูเหมือนกับว่านางจะเหนื่อยแล้วจึงนั่งลงอย่างแข็งทื่อ มองไปยังดอกไม้ข้างทางอย่างเลื่อนลอยเช่นนั้น ไม่ขยับเขยื้อนราวกับรูปปั้น มีเพียงเปลือกตาที่สั่นไหวเป็บางครั้งบางคราว หรือบางทีเมื่อมีลมพัดปะทะเข้ามา จึงสามารถทำให้ดวงตาเลื่อนลอยทั้งสองกะพริบได้
แปลกประหลาดนัก นี่ไม่ใช่ว่าจะเงียบสงบเกินไปหรือ!
อวิ๋นซูรู้สึกว่านางไม่เหมือนกับมนุษย์ แต่ดูเหมือนหุ่นกระบอกตัวหนึ่ง
ั้แ่กลับมาจากวัดเทียนฝูก็มีสภาพเช่นนี้? หรือว่าจะได้รับการกระตุ้นจากอะไรบางอย่าง?
ในสมองเกิดเสียงดังขึ้น ราวกับว่ามีอะไรบางอย่างวาบผ่าน เฟิ่งหลิงเคยพูดไว้ว่าหลิ่วอวิ๋นฮว๋าและตระกูลอู่แห่งแคว้นเหลียนมีการติดต่อกันในวัดเทียนฝู ตระกูลอู่เชี่ยวชาญการใช้พิษ หนึ่งในนั้นดูเหมือนว่าจะเป็…
“เหตุใดเ้าจึงมาอยู่ที่นี่? รีบกลับไปเสีย! หากไม่มีเื่อะไรก็ไม่ต้องออกมา!” เสียงของหลิ่วอวิ๋นฮว๋าดังขึ้น ดึงดูดความสนใจของอวิ๋นซู
นางมีท่าทางเคร่งเครียดอย่างเห็นได้ชัด มองไปรอบด้านครู่หนึ่งแล้วจึงยื่นมือออกไปผลักหลิ่วอวิ๋นชิง อีกฝ่ายไม่ได้ต่อต้านเลยแม้แต่น้อย หลังจากยืนให้มั่นคงได้แล้วจึงหันร่างไปอย่างแข็งทื่อ ไปจากเรือนโดยไม่แสดงท่าทีใดๆ
ใช่แล้ว เป็เช่นนี้นี่เอง
อวิ๋นซูจำได้ว่า เมื่อปีนั้นนางเคยอ่านตำราที่เกี่ยวข้องกับวิชาพิษของตระกูลอู่อย่างละเอียด หนึ่งในนั้นมีพิษชนิดหนึ่งที่ทำให้นางค้นคว้าอยู่นาน กล่าวว่าคนที่ถูกพิษนี้จะสูญเสียความสามารถในการตัดสินใจของตนเอง กลายเป็หุ่นเชิดที่ถูกผู้อื่นควบคุม จะฟังแต่คำสั่งของคนที่วางยาพิษ หากว่าปริมาณยามากเกินไป จะกลายเป็คนโง่เขลาที่ไม่มีการตอบสนองต่อเื่ใดๆ ดังนั้นผู้ที่จะใช้พิษนี้จำเป็ต้องรู้จักควบคุมปริมาณยาด้วย
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หากผู้ใช้ไม่้าให้ผู้อื่นรู้เื่นี้
การควบคุมปริมาณยาให้เหมาะสมจะทำให้หุ่นเชิดดูเหมือนคนปกติ แต่จะฟังคำสั่งของตนเองเพียงผู้เดียว เป็วิธีการที่ไร้ข้อบกพร่องโดยสิ้นเชิง
จะเป็เช่นนี้หรือไม่? หลิ่วอวิ๋นฮว๋าวางยาหลิ่วอวิ๋นชิงหรือ? เช่นนั้นจุดประสงค์ของนางคืออะไร?
หากตนเองเป็หลิ่วอวิ๋นฮว๋า การควบคุมหลิ่วอวิ๋นชิงก็จะทำให้นางวางแผนทำเื่ราวต่างๆ ต่อตนเองได้มากขึ้น แต่ดูจากท่าทางในวันนี้แล้ว ดูเหมือนหลิ่วอวิ๋นฮว๋าไม่ได้ควบคุมปริมาณยาที่ใช้ให้เหมาะสม จึงทำให้พฤติกรรมของหลิ่วอวิ๋นชิงแปลกประหลาดจนเห็นได้ชัดถึงเพียงนี้ เพียงมองก็ทำให้เกิดความรู้สึกสงสัยขึ้นในใจ
ให้คนที่ถูกผู้อื่นสงสัยได้ง่ายถึงเพียงนี้ไปกระทำเื่ต่างๆ มิใช่ว่าจะไม่คุ้มหรอกหรือ? หรือจะกล่าวว่าหลิ่วอวิ๋นฮว๋ายังมีเป้าหมายในใช้งานแบบอื่นอยู่อีก?
เมื่อกลับมาถึงเรือนไผ่ อวิ๋นซูก็เปิดประตูห้องออก นำของที่เฟิ่งหลิงให้ตนเองออกมาดูโดยลำพัง
เมื่อเปิดออก กลับพบว่าของสิ่งนี้ถูกห่ออยู่หลายชั้น เห็นได้ชัดว่าพิษนี้ดูจะอันตรายเป็อย่างมาก
อวิ๋นซูนำแหนบที่วางอยู่ในมุมออกมา คีบห่อผ้าชั้นสุดท้ายให้เปิดออกอย่างระมัดระวัง พบว่าด้านในมีของสองสิ่งวางเอาไว้ เป็ดินก้อนหนึ่งและเนื้อสัตว์ที่ปรากฏสีดำก้อนหนึ่ง
กลิ่นอันเสียดแทงจมูกโชยออกมา อวิ๋นซูขมวดคิ้ว ของสองสิ่งที่อาบย้อมไปด้วยพิษนี้ เป็พิษที่หลิ่วอวิ๋นฮว๋าได้รับมาจากตระกูลอู่หรือ?
ดูท่าแล้วนางกำลังวางแผนอะไรบางอย่างที่ะเืฟ้าดิน ไม่ทราบว่าเพราะเหตุใด อวิ๋นซูกลับรู้สึกว่าทุกสิ่งทุกอย่างนี้อาจจะเกี่ยวข้องกับงานวันเกิดของชางหรงโหวที่กำลังจะมาถึง
...
“อวิ๋นหงเด็กดี…” ภายในห้อง อนุห้ากอดทารกเอาไว้ในอ้อมอก พยายามกล่อมเขาให้หลับ
เสียงเคาะประตูดังขึ้นเบาๆ “เชิญเข้ามา”
อวิ๋นซูผลักประตูให้เปิดออก มองแม่ลูกในห้องด้วยท่าทางอ่อนโยน
“เสี้ยนจู่… ดึกดื่นเพียงนี้…” อนุห้าแย้มยิ้ม อุ้มอวิ๋นหงในอ้อมกอดขึ้น “อวิ๋นหงรีบดูเถิด ผู้ใดมา? พี่หกของเ้ามาแล้ว”
อวิ๋นซูมองใบหน้าเล็กๆ ในห่อผ้า ในใจก็พลันอ่อนโยนลงหลายส่วน ความสุขเช่นนี้เป็สิ่งที่นางอิจฉา ดวงหน้าของอนุห้าเปล่งประกายความรักความเมตตา ั้แ่ที่คุณชายสิบเกิด บนใบหน้าของนางก็มักจะมีรอยยิ้มที่ทำให้ผู้คนต้องอิจฉาอยู่ตลอดเวลา
หากว่าสามารถเป็ไปได้ อวิ๋นซูไม่อยากจะทำลายความสุขเช่นนี้ของนางเลยจริงๆ
“อี๋เหนียง ความจริงที่มาในครั้งนี้ อวิ๋นซูมีเื่จะให้อี๋เหนียงช่วยเหลือ”
นางมีท่าทางเคร่งขรึมจริงจังเช่นนี้ทำให้อนุห้ากักเก็บอารมณ์บนใบหน้า ตลอดเวลาที่ผ่านมาล้วนเป็ตนที่ได้รับการดูแลจากคุณหนูหก วันนี้จะต้องมีเื่ยากลำบากอะไรเป็แน่ มิเช่นนั้นคุณหนูหกจะไม่เปิดปากง่ายๆ เช่นนี้ “เสี้ยนจู่ ระหว่างท่านกับข้ายังต้องพูดว่าช่วยเหลือไม่ช่วยเหลืออะไรอีก เื่ของเสี้ยนจู่ก็คือเื่ของข้า”
หากเป็เื่ที่นางสามารถช่วยได้ จะต้องช่วยอย่างสุดความสามารถอย่างแน่นอน
อวิ๋นซูแย้มยิ้มอย่างชื่นชม ตอนนี้สิ่งที่นาง้าก็คือผู้ช่วยที่ฉลาดและเชื่อใจได้
“สองวันนี้ข้า้าศึกษายาชนิดใหม่ แต่งานวันเกิดของท่านพ่อใกล้จะถึงแล้ว เื่หลังจากนี้ ข้าหวังว่าอี๋เหนียงจะสามารถออกหน้าจัดการให้ได้ ส่วนทางด้านท่านย่า ข้าจะพูดกับท่านเองเ้าค่ะ”
แม้ว่าอวิ๋นซูจะไม่ได้กล่าวอย่างละเอียด แต่อนุห้ากลับทราบดี เกรงว่ายานี้จะไม่ใช่ยาธรรมดา
“ได้ ในเมื่อเสี้ยนจู่เชื่อมั่นในตัวข้า ข้าจะพยายามอย่างสุดความสามารถแน่นอน”
ไม่นาน อนุห้าก็เริ่มลงมือจัดการเื่อาหารที่จำเป็ทั้งหมดในวันเกิดของชางหรงโหว ให้บ่าวไพร่ไปซื้อของที่ต้องใช้ในวันงานตามใบรายการ หลังจากนั้นจึงได้เปลี่ยนดอกไม้ที่เหี่ยวแห้งออก แทนที่ด้วยกระถางดอกไม้ที่เต็มไปด้วยสีสันและชีวิตชีวา
อนุห้าที่ตลอดมาไม่ค่อยพูดจา จู่ๆ กลับมีความเด็ดเดี่ยวในการควบคุมงาน เหล่าข้ารับใช้ล้วนไม่คุ้นชิน นางพยายามทำทุกสิ่งทุกอย่างให้ดีที่สุด พริบตาเดียวก็ทำให้เส้นประสาทของทุกคนในจวนโหวตึงเครียด ทำงานในมือของตนด้วยความรอบคอบมากยิ่งขึ้น ไม่กล้าชักช้าแม้เพียงนิด อนุห้าได้มีโอกาสแสดงความสามารถเช่นนี้ในจวนโหว ฮูหยินผู้เฒ่าเห็นดังนั้นก็ชื่นชมไม่ขาดปาก
เมื่อก่อนเหลยซื่อก็นับได้ว่าเข้มงวดมาก แต่บ่าวไพร่ภายในจวนล้วนไม่กล้าปริปาก ส่วนอนุห้านั้นไม่เหมือนกัน นางแยกแยะรางวัลและโทษชัดเจน ทว่าทุกอย่างยังคงเหลือทางถอยเอาไว้ให้ทางหนึ่ง บ่าวไพร่ที่กระทำความผิดแม้จะได้รับโทษ แต่ไม่นานก็จะได้รับมอบหมายงานสำคัญ ด้วยเหตุนี้ คำสรรเสริญต่ออนุห้าในจวนโหวนับวันก็ยิ่งเพิ่มมากขึ้น ทุกคนนับถืออนุภรรยาผู้นี้จากก้นบึ้งของหัวใจ
ฮูหยินผู้เฒ่าเองก็ได้ยินเื่ที่อวิ๋นซูมีเื่ต้องทำแล้ว ด้วยเหตุนี้จึงวางใจให้อนุห้าจัดการเื่ทั้งหมด ตนเองก็รอเพียงให้ถึงวันเกิดของชางหรงโหวเท่านั้น
...
ภายในเรือน หลิ่วอวิ๋นฮว๋ามองไปยังเงาสะท้อนของตัวเองในกระจกอย่างเงียบสงบ ดวงตาของนางมืดครึ้มลง ยกกรรไกรในมือขึ้น ใช้อีกมือหนึ่งจับผม แค่นเสียงออกมาเบาๆ มุมปากของนางปรากฏรอยยิ้มเ็า ผมสีขาวปอยหนึ่งทอดตัวนอนอยู่ในฝ่ามืออย่างสงบ
หลิ่วอวิ๋นซูเล่นลูกไม้อะไรอีกแล้ว สองวันนี้จึงไม่เคยออกมาจากประตูห้องเลย เอาเถิด ปล่อยให้นางใช้ชีวิตอย่างสงบสุขอยู่ในห้องของตนเองไปอีกสองวัน ไม่นาน ตนจะทำให้นางอยู่ไม่สู้ตาย!
อีกด้านหนึ่ง
อนุสี่มองหลิ่วอวิ๋นชิงที่กินอย่างตะกละตะกลามอยู่ข้างโต๊ะ ในใจก็รู้สึกเป็ห่วงอย่างมาก
“อวิ๋นชิง วันเกิดของบิดาเ้า เ้าเตรียมของขวัญอะไรหรือ?”
อย่างไรก็ตาม สตรีผู้นั้นกลับไม่สนใจนาง เอาแต่กินอาหารบนโต๊ะอย่างเพียงเดียว
หลายวันมานี้นางเป็เช่นนี้ทุกวัน นอกจากกินแล้วก็ไม่ได้สนใจตนเอง เงียบจนทำให้อนุสี่รู้สึกหวาดกลัวเป็อย่างมาก “อวิ๋นชิง เ้าเอ่ยปากพูดสักประโยคเถิด! พูดกับอี๋เหนียงสักประโยคได้หรือไม่?”
หลิ่วอวิ๋นชิงไม่ขยับแม้แต่เปลือกตา อนุสี่กระวนกระวายใจ ยื่นมือออกไปแย่งชามและตะเกียบในมือของนางมา ในที่สุดสตรีผู้นั้นก็เงยหน้าขึ้น แต่กลับพูดคำที่ทำให้อนุสี่แทบจะจิตใจพังทลาย “หิว”
หิว ดูเหมือนนี่จะเป็ปฏิกิริยาเดียวของนางในหลายวันวันนี้
อนุสี่สูดหายใจลึก วางตะเกียบและถ้วยในมือลงแล้ววิ่งออกจากประตูไปอย่างแน่วแน่
“เสี้ยนจู่! ใต้เท้าเสี้ยนจู่อยู่ในเรือนไผ่หรือไม่เ้าคะ?”
อนุสี่วิ่งเข้าไปในเรือนไผ่ในทันที แต่กลับถูกชุนเซียงและเซี่ยเหอขวางทางเอาไว้ “อนุสี่เ้าคะ คุณหนูของข้าน้อยกล่าวว่าระยะนี้ไม่อนุญาตให้ผู้ใดเข้าพบเ้าค่ะ”
