“พวกเ้าไปทางนั้น! ค้นให้ละเอียดหน่อย!พวกสอดแนมหนีไม่พ้นหรอก!”
“รีบดับไฟ! พวกเ้าเร็วหน่อย! ไปตักน้ำมา!!”
“ทำไมจึงดับไฟไม่ได้ล่ะ?!”
ภายในค่ายเกิดความสับสนวุ่นวาย มีเสียงร้องะโแสงคบไฟและเสียงฝีเท้าดังไปทั่วทุกสารทิศ เนื่องจากพวกทหารโกรธจัดพวกเขาจึงฆ่านางคณิกาไปหลายคน ทว่ากลับไม่มีใครสนใจศพเ่าั้เลยมีสตรีนางหนึ่งกำลังนอนตายหงายหน้าขึ้นอยู่บนกองฟาง เป็การตายตาไม่หลับ หากนางมีโอกาสมองเห็นนางจะพบว่าต้นเหตุที่ทำให้พวกนางตายกำลังซ่อนตัวอยู่ในกองฟางใต้ร่างของนาง
กงเจวี๋ยค่อยๆ เช็ดแป้งบนใบหน้าทีละน้อยการเคลื่อนไหวของเขาเป็ไปอย่างเนิบๆดวงตาคู่นั้นจ้องเขม็งไปยังกลุ่มทหารหน่วยค้นหาที่เดินเข้าใกล้ขึ้นเรื่อยๆ
เวลานี้เขาสวมเกราะสีดำเหมือนอีกฝ่ายทว่าบนศีรษะยังคงมีปิ่นปักผมของสตรี ตอนนี้เขายังเคลื่อนไหวมากไม่ได้เนื่องจากหากเกราะบนร่างของเขากระทบกันอาจเกิดเสียงขึ้นได้แต่เขาก็ห้ามเคลื่อนไหวช้าเกินไป เพราะอีกฝ่ายบีบเข้ามาถึงเบื้องหน้าของเขาแล้ว
ในที่สุดขณะที่คนกลุ่มนั้นเดินเข้าใกล้ เขาโน้มตัวลงต่ำเมื่อเห็นพวกเขากระจายกันค้นหาแล้ว ในชั่วพริบตาที่สายตาของทุกคนกำลังมองไปทางอื่นเขาก็โผล่ตัวออกมาอย่างรวดเร็ว! หักมือกลับแทงกระบี่ลงไปตัวกระบี่แทงลงบนร่างของสตรีที่อยู่บนกองฟาง! เืกระเซ็นถูกใบหน้าของเขา มีคนมองเขาอย่างประหลาดใจเขาหัวเราะแหะๆใบหน้าเต็มไปด้วยหยดเืของเขาทำให้คนอื่นมองใบหน้าของเขาไม่ชัดเจน
“ข้าก็แค่อยากดูว่านางแกล้งตายหรือเปล่า!”
เมื่อคนผู้นั้นได้ยินคำอธิบายของกงเจวี๋ยแล้วจึงไม่ได้จ้องมาที่เขาอีกต่างคนต่างค้นหาตามกองฟาง เมื่อสักครู่หากกงเจวี๋ยเคลื่อนไหวช้าหรือเร็วไปหนึ่งวินาทีคนอื่นก็จะเห็นทันทีว่าเขาโผล่ขึ้นมาจากกองฟาง ทว่าหากเป็เช่นนั้นกงเจวี๋ยก็มีวิธีรับมือด้วยเช่นกัน
เขาเป็คนกล้าหาญไม่เกรงกลัวสิ่งใดจากนั้นจึงติดตามทหารกลุ่มนี้ไปอย่างไม่รีบร้อน
ทหารที่ดูแลเสบียงมีกว่าหนึ่งหมื่นนายทว่ากงเจวี๋ยกลับเห็นว่าในคนกลุ่มนี้มีหนุ่มน้อยที่อายุรุ่นราวคราวเดียวกับเขาอยู่หลายคน
นั่นก็แสดงว่าการทำาของโหลวเย่ในครั้งนี้เป็การตัดสินใจครั้งใหญ่แม้กระทั่งหนุ่มน้อยก็ถูกเรียกตัวให้มาออกรบ เห็นได้ชัดว่าทัพใหญ่ที่หลุดออกมาจากปากของพวกเขาต้องมีจำนวนไม่น้อยกว่าสองแสนนายอย่างแน่นอนทว่าเนื่องจากคนกลุ่มนี้อายุยังน้อย จึงทำประโยชน์ได้เพียงเล็กน้อยสุดท้ายจึงถูกส่งมาเป็ทหารดูแลเสบียง ดังนั้นกงเจวี๋ยจึงมั่นใจว่าพวกเขาต้องไม่ได้รู้จักกันมากนัก
แต่เขาไม่กล้าทำตัวเสี่ยงเกินไป ดังนั้นหยดเืบนใบหน้าท่ามกลางความมืดจึงเป็วิธีการอำพรางตัวเองที่ดีที่สุด
เมื่อหาอยู่เป็นานก็ยังหาไม่เจอเสียทีมีคนทำหน้าเสียมองเสบียงที่กำลังลุกไหม้ เขาด่าออกมาอย่างโกรธจัด“คนกลุ่มนั้นไปตายกันหมดแล้วหรือไง? ทำไมยังดับไฟไม่ได้อีก?! หากเป็แบบนี้ต่อไป เมื่อท่านแม่ทัพมาถึงแล้วพวกเราทุกคนคงหนีไม่พ้น!”
“ว่ากันว่าไฟไหม้เพราะสุรา” มีคนกล่าวเสียงเบา
“เป็ไปได้อย่างไร? สุราจะทำให้ไฟไหม้ได้อย่างไร?!”
“เป็สุราจริงๆเมื่อไม่กี่วันก่อนมีนางคณิกามอบวิธีการทำสุราวิธีหนึ่ง นางบอกว่าสามารถทำให้สุราเข้มข้นขึ้นมาก! ผลลัพธ์ก็คือสุรามีรสชาติดีมากท่านแม่ทัพทั้งหลายต่างชอบใจเป็พิเศษ มีการดื่มต่อเนื่องหลายวันวันนี้เหล่าแม่ทัพตายอย่างน่าอนาถก็มีสาเหตุมาจากการดื่มจนเมามาย”
“เป็เช่นนี้จริงๆ! เมื่อวานข้าก็ดื่มสุรานี้แล้ว มันเข้มข้นมาก! ใต้เท้าทั้งหลายต่างพอใจเดิมทีคิดว่าเมื่อกลับเข้าเมืองแล้วจะใช้สุราชนิดนี้ทำเงินก้อนโตคาดไม่ถึงว่ามันจะกลายเป็ยันต์เรียกความตายของพวกเรา!”
“ใครจะรู้ว่าสุราชนิดนี้จะเป็เชื้อเพลิงได้! ข้าไม่เคยได้ยินมาก่อนจริงๆ!”
กงเจวี๋ยที่ติดตามพวกเขาอยู่ด้านหลังก็ทำหน้าเสียด้วยเช่นกันทว่าในใจกลับกำลังคิดทบทวนอย่างรวดเร็วว่ามีสิ่งใดตกหล่นบ้าง
วันนั้นเขาจับสตรีนางนั้นไว้ จากนั้นจึงถามนางว่า้าแลกเปลี่ยนกันหรือไม่
เขาบอกนางว่า ขอแค่ตอนที่นางกลับแคว้นนางสามารถพาเขากลับไปที่โหลวเย่ด้วย เขาจะบอกวิธีหาเงินก้อนโตให้กับนาง!
นั่นก็คือสุรากลั่น!
โหลวเย่และต้าอวี้ต่างมีลักษณะเหมือนกันสุราส่วนใหญ่เป็สุราผลไม้และสุราข้าว พวกมันมีความเข้มข้นต่ำมากหากชายฉกรรจ์บนหลังม้าอย่างชาวโหลวเย่ดื่มสุราเหล่านี้แล้ว ต่างรู้สึกราวกับดื่มน้ำเลยทีเดียวดังนั้นชาวโหลวเย่จึงเป็พวกดื่มสุราพันจอกก็ไม่เมา!
ทว่าบุคคลผู้นี้กลับกล่าวว่ามีวิธีที่ทำให้สุรามีความเข้มข้นสูงมาก! หากเป็ความจริง มันต้องเป็ที่นิยมในโหลวเย่อย่างแน่นอน
ดวงตาของนางเป็ประกายราวกับเห็นเงินทองไหลเข้ามาอย่างไม่มีที่สิ้นสุดสุดท้ายนางก็ทนสิ่งยั่วยวนเช่นนี้ไม่ได้เนื่องจากผู้ที่เป็นางคณิกาในโหลวเย่สามารถไถ่ตัวเองได้ ขอแค่มีเงินมากพอนางก็จะไม่ใช่ของเล่นอีกต่อไป
นางยังวางแผนบางอย่างอยู่ในใจ หากบุคคลเบื้องหน้ามีวิธีกลั่นสุราที่ยอดเยี่ยมจริงๆนางก็จะหลอกเขาก่อน จากนั้นค่อยเปิดโปงทีหลัง แต่หากเขาไม่มีวิธีนางก็จะส่งเขาให้กับแม่ทัพ นางก็ถือว่ามีผลงานชิ้นใหญ่ชิ้นหนึ่ง!
ทว่าตอนนี้กงเจวี๋ยเป็เพียงสาวน้อยคนหนึ่งไม่ว่าอย่างไรอีกฝ่ายก็ไม่สามารถทำอะไรได้มากนัก!
ใช่! กงเจวี๋ยอายุยังน้อยเขามีเครื่องหน้างดงาม เมื่อใช้วิธีเปลี่ยนเสียงแล้ว เขาก็เหมือนสาวน้อยคนหนึ่ง!
ดังนั้นเมื่อนางคณิกาใช้เสน่ห์ของตนจนสุดท้ายได้รับอนุญาตให้ทดลองปรับปรุงวิธีการผลิตสุรากงเจวี๋ยจึงปลอมตัวเป็สตรีแฝงตัวไปในกลุ่มนางคณิกาเขาใช้เครื่องมือแบบง่ายที่สุดกลั่นสุราให้กับพวกเขา
วิธีการกลั่นสุรานั้นง่ายมาก ทว่าเมื่อกลั่นออกมาแล้วจึงมีการเติมส่วนผสมบางอย่างด้วยฝีมือของนางทันใดนั้นสุราก็กลายเป็ของเหลวใสและมีรสชาติเข้มข้นขึ้นมาเมื่อผู้ดูแลลองลิ้มรสชาติแล้ว มันเผ็ดร้อนราวกับเปลวไฟ ทว่ากลับอุ่นอยู่ในร่างกายตอนนั้นเขาจึงดีใจยิ่งนัก!
พวกเขารบไปเพื่ออะไร? ก็เพื่อเงินไม่ใช่หรือ? หากมีสุรานี้แล้ว พวกเขายังต้องกลัวว่าจะหาเงินไม่ได้อีกหรือ?
ดังนั้นพวกเขาจึงรีบสั่งให้กงเจวี๋ยเตรียมสุราเพิ่มต้องกลั่นสุราในค่ายทั้งหมด! เขาจะเสนอสุรานี้ให้กับท่านแม่ทัพในงานเลี้ยงตอนกลางคืนหากสำเร็จ พวกเขาก็จะได้มีส่วนร่วมด้วยเช่นกัน
ภายในค่ายมีสุราปริมาณเยอะมาก! การรบใน่อากาศหนาวเย็นสุราจะเป็สิ่งที่ช่วยสร้างความอบอุ่นได้อย่างดี ดังนั้นมันจึงมีไม่น้อยอย่างแน่นอน
กงเจวี๋ยรับปากหนักแน่นเขาแกล้งทำเป็ไม่เห็นสายตาเ้าเล่ห์ของผู้ดูแลและนางคณิกาบางทีพวกเขาอาจวางแผนซ้อนแผนไว้อย่างดี ขอแค่เขากลั่นสุราทั้งหมดแล้วพวกเขาก็จะรู้ขั้นตอนและเคล็ดลับการผลิตอย่างชัดเจนจากนั้นก็จะคุมตัวเขาไปหาแม่ทัพ!
แต่น่าเสียดายพวกเขาถูกเงินบังตา หากไม่เสี่ยงก็ไม่มีทางร่ำรวยเมื่อพวกเขาจับตามองอย่างใกล้ชิด แล้วคนผู้นี้จะฉวยโอกาสได้อย่างไร
ทว่ากงเจวี๋ยก็ไม่ได้ทำอะไรพิเศษจริงๆเขากลั่นสุราสิบกว่าโอ่งอย่างว่าง่าย เมื่อเห็นพวกเขายกสุรากลับไปคลังเสบียงกงเจวี๋ยจึงยิ้มน้อยๆ หลังจากสังเกตมาสองวัน รอบๆ คลังเสบียงจะมีการก่อกองไฟเกิดไอร้อนระอุ เช่นนี้นอกจากทำให้อุณหภูมิสูงขึ้นแล้ว ยังเป็การรักษาความแห้งให้กับเสบียงในขณะเดียวกันก็สามารถป้องกันไม่ให้ผู้อื่นลอบเข้ามายามค่ำคืน
ดังนั้นทุกสิ่งทุกอย่างจึงเกิดขึ้นอย่างมีเหตุมีผล
สายตาของกงเจวี๋ยมองไปที่แสงไฟั์ตาสีน้ำหมึกเป็สีดำสนิทดุจหุบเหวลึกที่สามารถดูดผู้คนดำดิ่งลงไปภายใน
เหตุการณ์เป็ไปตามคาด หลังจากสังเกตมาสองวันแล้วผู้ดูแลและนางคณิกาก็เข้าใจวิธีการกลั่นสุราอย่างชัดเจน พวกเขาพอใจในผลงานมากเมื่อผู้ดูแลบอกความลับนี้กับแม่ทัพแล้วแม่ทัพกลับยิ้มอย่างเ็าพร้อมโบกมืออย่างมึนๆเขาอยากเจอผู้ที่เหมือนเป็คนสอดแนมแต่กลับส่งเงินทองให้กับพวกเขาว่ากันว่าเป็สตรีนางหนึ่ง?
กระโจมใหญ่มีเสียงเพลงตลอดเวลา โดยเฉพาะตอนกลางคืนราวกับว่าพวกเขาไม่ได้มาสู้รบ แต่มาเพื่อเฉลิมฉลองมากกว่านับั้แ่มีสุราของกงเจวี๋ย สองวันนี้พวกเขาต่างมึนเมาไม่รู้เื่รู้ราวใดๆ เลย
ตอนที่เข้าไปในกระโจมนั้น แม่ทัพในกระโจมนี้ต่างดื่มไปสามรอบแล้วแต่ละคนนั่งตัวไม่ตรง ไม่มีใครเห็นสาวน้อยที่ต้องสงสัยว่าเป็ ‘คนสอดแนม’อยู่ในสายตา
ส่วนแม่ทัพใหญ่ยื่นมือมาทางกงเจวี๋ยกงเจวี๋ยเงยหน้าคลี่ยิ้มอย่างอ่อนหวาน ความงามของเขาราวกับเปลวเพลิงส่องประกายในชั่วพริบตาจนอีกฝ่ายได้แต่มองอย่างตกตะลึง
ทว่าสถานที่แห่งนี้กลายเป็จุดลอบสังหารอย่างรวดเร็ว!
กงเจวี๋ยคนเดียวฆ่าแม่ทัพที่รักษาการณ์อยู่ที่นี่สามนายเขาส่งสัญญาณออกไป ผู้กล้าทั้งแปดของเขาจึงบุกเข้ามาจากทิศหนึ่งทหารที่เฝ้ายามไม่รู้เลยว่ามีคนบุกเข้ามาจำนวนเท่าไรพวกเขาได้ยินเพียงเสียงฆ่าดังสนั่นหวั่นไหว นอกจากนี้ยังมีการส่งสัญญาณอีกไม่รู้ว่าจะมีทหารซ่อนตัวอยู่รอบๆ อีกเท่าไร!
บริเวณค่ายกลายเป็ความสับสนวุ่นวายทุกคนต่างล้อมเข้ามาเป็จุดเดียว ทว่ากงเจวี๋ยถือโอกาสตอนที่มีการฆ่าอย่างชุลมุนบุกไปที่คลังเสบียงทุบโอ่งสุราจนแตก จากนั้นจึงวางเพลิง!
เมื่อสุราเจอกับเปลวเพลิงจึงลุกไหม้อย่างรวดเร็วขณะที่แม่ทัพยังไม่ทันได้สติ เปลวเพลิงได้ลุกไหม้จนไม่อาจควบคุมแม้กระทั่งยกน้ำมาสาดก็ยังไม่อาจดับไฟ!
เสบียงที่เป็อาหารหนึ่งเดือนของทหารสองแสนนายถูกเปลวเพลิงล้อมไว้ทันทีด้วยฝีมือของเขาเพียงผู้เดียว! เขาทำให้การเตรียมบุกจู่โจมของศัตรูกลายเป็เพียงความว่างเปล่า! ค่ายทหารกว่าหมื่นนายต้องวุ่นวายเพราะมีเขาเป็ต้นเหตุ! ทว่าต้นเหตุอย่างเขากลับแฝงตัวอยู่ภายในอย่างสบายใจเขายังคงใจเย็นไม่รีบร้อน หากเป็คนที่ควบคุมตัวเองไม่ได้คงไม่อาจใจเย็นได้ถึงเพียงนี้
หรือว่าพวกเขาจะเผชิญหน้ากับผี?!
หญิงคณิกานางหนึ่ง...นางจะซ่อนตัวอยู่ที่ไหน?
