อวิ๋นซูที่อยู่ภายในเรือนไผ่ยังไม่รู้ว่าด้านนอกเกิดอะไรขึ้น ชุนเซียงกำลังช่วยนางเปลี่ยนชุดบุรุษออกอยู่พอดี “คุณหนูเ้าคะ เหตุใดวันนี้ถึงกลับมาเร็วเช่นนี้”
“อืม ทำงานเสร็จแล้ว” นางตั้งใจไปสนามฝึกม้าของราชวงศ์เป็พิเศษ ครั้งนี้เซียวอี้เชินได้รับความพ่ายแพ้ เขาที่นางรู้จักย่อมไม่ยอมปล่อยให้จบง่ายๆ แน่
เพียงแต่ครั้งนี้ ทำให้อวิ๋นซูรู้จักเซียวอี้เชินในปัจจุบันใหม่อีกครั้ง รวมถึงความสามารถของแคว้นอี้ในตอนนี้ด้วย
นางยังไม่มั่นใจว่าแคว้นเฉินจะมีความสามารถพอที่จะรักษาสมดุลกับแคว้นอี้ได้หรือไม่ เื่นี้จะใจร้อนไม่ได้
ตอนนี้เอง อวี้เอ๋อร์วิ่งพุ่งเข้ามาจากด้านนอกอย่างกระวนกระวาย “คุณหนูเ้าคะ ไม่ดีแล้ว! ฮูหยินผู้เฒ่าพาคนกลุ่มหนึ่งเข้ามาในเรือนไผ่ คุณหนูรีบออกไปดูเถิดเ้าค่ะ!”
อะไรนะ? คนกลุ่มใหญ่?
“อนุห้า ท่านอยู่ในเรือนตลอดหรือไม่?” ภายในเขตเรือน เื้ัของหลิ่วอวิ๋นชิงมีฮูหยินผู้เฒ่าและคนกลุ่มใหญ่ยืนอยู่ บรรยากาศราวจะสู้รบเช่นนี้ ดูเหมือนจะมีเื่อะไรเกิดขึ้น
“คุณหนูห้า ท่านโหวไม่ให้ข้าออกจากห้อง” นางลูบเบาๆ บริเวณท้องที่ยังไม่ใหญ่ชัดเจน สตรีน้อยนางนั้นรีบเดินไปข้างกายฮูหยินผู้เฒ่าอย่างลำพองใจ “ท่านย่าเ้าคะ อนุห้าอยู่ในเรือนตลอด!” น้ำเสียงนี้แฝงไปด้วยความหมายลึกล้ำ ทำให้อนุห้าไม่เข้าใจสาเหตุ
“ไม่ทราบว่าฮูหยินผู้เฒ่าพาคนมามากเช่นนี้ หรือว่าจวนโหวมีโจรเข้ามาเ้าคะ?”
“ก็ใช่น่ะสิ แถมยังเป็โจรที่หล่อเหลาอีกด้วย!” หลิ่วอวิ๋นชิงใจกล้ายิ่งนัก ไม่อาจยับยั้งปากของตนไว้ได้ “พอท่านแม่ไม่อยู่จวน ก็มีคนเริ่มเที่ยวทำชั่วตามอำเภอใจเสียแล้ว!”
อนุห้าได้ยินก็รู้สึกไม่ชอบมาพากล “คุณหนูห้าหมายความว่าอย่างไร?”
“ท่านย่าเ้าคะ เกิดเื่อะไรขึ้นหรือ?” ตอนนี้เอง อวิ๋นซูพาสาวใช้ทั้งสามเดินเข้ามาจากอีกด้านหนึ่ง นางมองไปรอบๆ พยายามเก็บสีหน้าของทุกคนเอาไว้ในสายตา ฮูหยินผู้เฒ่าค่อยๆ เปิดปากกล่าว “ซูเอ๋อร์ พี่ห้าของเ้าบอกว่าเห็นบุรุษแปลกหน้าเข้ามาในเรือนของเ้า”
นึกไม่ถึงว่า สาวใช้ทั้งสามด้านหลังอวิ๋นซูจะแสดงสีหน้าใออกมา พวกนางพากันมองไปยังคุณหนูของตน ปฏิกิริยานี้ตกอยู่ในสายตาของฮูหยินผู้เฒ่า ทำให้นางเกิดความสงสัยขึ้นมาแล้ว
อวิ๋นซูมองไปยังหลิ่วอวิ๋นชิงที่มีท่าทีลำพองใจ หรือเมื่อครู่ที่ตนเองกลับมาจะถูกผู้อื่นเห็นเข้า? ทันใดนั้น อวิ๋นซูราวกับคิดอะไรขึ้นมาได้ เมื่อก่อนตอนที่หลิ่วอวิ๋นหลี่สวมชุดไว้ทุกข์ให้อนุรอง ได้ยินชุนเซียงกล่าวว่ามีคนไปฟ้องฮูหยินผู้เฒ่า ตอนนี้คิดดูแล้ว เกรงว่าจะเป็ผลงานของหลิ่วอวิ๋นชิงกระมัง
“พี่ห้ากล่าวเช่นนี้ คิดว่าเรือนไผ่ของข้าซ่อนคนไว้หรือ?”
“ฮึ หากเ้าบริสุทธิ์ใจ ให้ข้ารับใช้เข้าไปตรวจสอบก็รู้แล้ว!” หลิ่วอวิ๋นชิงกล่าวอย่างมั่นใจ
“หากคนผู้นั้นออกประตูหลังไปแล้วจะทำอย่างไร?”
“เป็ไปไม่ได้ ตอนนั้นข้าให้คนเฝ้าประตูหลังไว้แล้ว ที่นี่นับได้ว่าแมลงวันสักตัวก็บินออกไปไม่ได้!”
อนุห้าที่ได้ยินน้ำเสียงของอวิ๋นซูก็เข้าใจ คิดจะให้พวกเขาตรวจสอบหรือ?
“เป็ไปไม่ได้เด็ดขาดเ้าค่ะ ฮูหยินผู้เฒ่า คุณหนูหกยังไม่มีคู่หมั้นคู่หมาย หากเื่วันนี้แพร่ออกไป จะต้องทำลายชื่อเสียงของคุณหนูหกแน่! ขอฮูหยินผู้เฒ่าโปรดใคร่ครวญ!”
คำพูดของอนุห้านับว่ามีเหตุผล ฮูหยินผู้เฒ่ารู้สึกว่าเื่เช่นนี้ไม่อาจเกิดขึ้นกับอวิ๋นซูได้ ทว่าต่อให้นางเชื่ออวิ๋นซู ก็ไม่เชื่อสาวใช้ในเรือนไผ่ ที่น่าหวาดเกรงที่สุดก็คือสาวใช้เหล่านี้จะทำเื่งามหน้าจนทำร้ายเ้านายของตน
หลิ่วอวิ๋นชิงเห็นได้ชัดเจนว่าฮูหยินผู้เฒ่าลังเล “มิใช่ว่าอนุห้าร้อนตัวหรอกหรือ? ท่านย่าทำเช่นนี้ก็ดีต่อพวกเ้า หากมีโจรแอบอยู่ที่ไหนในเรือนไผ่ รอโอกาสลงมือตอนกลางคืนจะทำอย่างไร?!”
คำพูดของนางเองก็มีเหตุผล ฮูหยินผู้เฒ่ามองไปยังอวิ๋นซู กำลังคิดจะพูดอะไรบางอย่าง สตรีผู้นั้นกลับแย้มยิ้มบางๆ แล้วกล่าวออกมา “ท่านย่าใส่ใจพวกเรา เช่นนั้นให้ข้ารับใช้เข้าไปดูหน่อยเถิด หากมีโจรอยู่จริง รีบจับออกมาเร็วๆ จะดีกว่า”
นางถึงกับใจกว้างเช่นนี้เชียว? หลิ่วอวิ๋นชิงเริ่มลังเล เดิมทีนางอยากเห็นสีหน้ากระวนกระวายของอวิ๋นซู ไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะเรียบเฉยถึงเพียงนี้ นางมั่นใจว่าไม่ได้ตาฝาดไปแน่นอน คนผู้นั้นเป็บุรุษจริงๆ พริบตานั้นความกล้าหาญยิ่งเพิ่มสูงขึ้น “ยังตะลึงอะไรกันอยู่ รีบไปหาตัวโจรผู้นั้นออกมาเร็ว!”
“ขอรับ!”
ข้ารับใช้ทั้งหมดรีบเข้าไป ฮูหยินผู้เฒ่ากำชับ “ไม่อนุญาตให้ทำลายข้าวของใดๆ ของเรือนไผ่เด็ดขาด!”
“ขอรับ!”
นางกล่าวเช่นนี้เพื่อให้อวิ๋นซูรับรู้ว่าตนเชื่อใจนาง
อวิ๋นซูพยักหน้าเบาๆ จากนั้นจึงเดินไปข้างกายอนุห้า ประคองนางไปนั่งบนม้านั่งข้างๆ
หลิ่วอวิ๋นชิงยืดคอจนยาว ราวกับอยากเห็นความเคลื่อนไหวภายในให้ชัดเจน ไม่นานก็มีข้ารับใช้หยิบชุดๆ หนึ่งออกมา “ฮูหยินผู้เฒ่า บ่าวพบสิ่งนี้ขอรับ!”
“ใช่ๆ! เป็ชุดนี้ เ้าโจรนั่นสวมชุดนี้! น้องหกเ้าซ่อนบุรุษไว้ในเรือนจริงๆ ด้วย!” ทั้งยังถูกพบเสื้อผ้าอีก อีกสักครู่ไม่ใช่ว่าจะมีบุรุษเปลือยกายออกมาหรอกหรือ? นับว่ามีเื่น่าสนุกให้ดูแล้ว
อย่างไรก็ตาม ผู้อื่นไม่ได้สนใจหลิ่วอวิ๋นชิง ทำเพียงรออย่างสงบ
สุดท้าย ข้ารับใช้ทั้งหมดเดินออกมา “เรียนฮูหยินผู้เฒ่า นอกจากเสื้อผ้าชุดนี้แล้ว ไม่พบคนน่าสงสัยขอรับ”
“อะไรนะ? จะเป็ไปได้อย่างไร?!” หลิ่วอวิ๋นชิงไม่เชื่อคำพูดของพวกเขา ถึงกับบุกเข้าไปค้นหาด้วยตนเองทุกห้อง
ฮูหยินผู้เฒ่าสูดหายใจลึก นางอดทนอยู่นาน จนกระทั่งหลิ่วอวิ๋นชิงเดินออกมาจากเรือนด้วยใบหน้ายากจะเชื่อ “เป็อย่างไร หาโจรที่เ้าพูดเองกับปากเจอหรือไม่?”
น้ำเสียงเต็มไปด้วยความเ็า ทำให้หลิ่วอวิ๋นชิงสั่นไปทั้งกาย รีบคุกเข่าลงอย่างหวาดกลัว “ท่านย่าเ้าคะ แต่ว่า แต่ว่าอวิ๋นชิงเห็นจริงๆ เ้าค่ะ! ไม่รู้ว่าน้องหกนำคนผู้นั้นไปซ่อนแล้วหรือไม่ มิฉะนั้นจะต้องหาพบถึงจะถูก”
“มิใช่พี่ห้ากล่าวว่า ที่นี่แม้แต่แมลงวันสักตัวก็บินออกไปไม่ได้หรือเ้าคะ?” น้ำเสียงของอวิ๋นซูเจือไปด้วยความขบขัน
“เ้า...ผู้ใดจะรู้ว่าเ้านำคนไปซ่อนไว้ที่ทางลับที่ใดแล้ว!”
“ยิ่งพูดยิ่งเลอะเทอะ! เรือนไผ่แห่งนี้สร้างมานานหลายปี ไม่ได้ยินเลยว่ามีทางลับอะไร หรือว่าเป็เ้ามาขุดไว้?” ฮูหยินผู้เฒ่าไม่เก็บซ่อนความโมโหของตนเองอีกต่อไป หลิ่วอวิ๋นชิงสั่นไปทั้งตัว “นี่...นี่...”
รอบด้านเต็มไปด้วยบรรยากาศกระอักกระอ่วน จนกระทั่งอวิ๋นซูหัวเราะออกมาเบาๆ “พี่ห้าท่านดูสิเ้าคะ โจรผู้นั้นสวมชุดนี้ใช่หรือไม่?” กล่าวจบนางก็ถอดเสื้อคลุมตัวนอกของตนออก ปรากฏเสื้อผ้าด้านในขึ้น
เหมือนกับเสื้อผ้าบุรุษในมือของข้ารับใช้ทุกประการ!
“อา? เ้า เ้า...” เป็ไปไม่ได้ บุรุษผู้นั้นก็คือหลิ่วอวิ๋นซู?!
สาวใช้ทั้งสามอดไม่ได้ที่จะแอบหัวเราะ ตอนนี้ในที่สุดอนุห้าก็เข้าใจจึงโล่งใจ “ฮูหยินผู้เฒ่าเ้าคะ เป็เช่นนี้เ้าค่ะ ยาที่ข้าทานทุกวันเป็คุณหนูหกเก็บมาเองกับมือ เพราะคุณหนูหกคิดว่าแต่งกายเป็บุรุษออกไปข้างนอกค่อนข้างสะดวก ไม่คิดว่าจะถูกคุณหนูห้าเข้าใจผิด”
ผลก็คือหลิ่วอวิ๋นชิงไม่สอบถามให้กระจ่าง ก็วิ่งไปปลุกฮูหยินผู้เฒ่าที่กำลังพักผ่อนด้วยตัวเอง ทั้งยังพาคนกลุ่มใหญ่มาเพื่อจับโจรในเรือนไผ่! ที่แท้ก็มีแผนการร้ายในใจ นับว่าทุกคนเข้าใจกระจ่างแล้ว
ตอนนี้หลิ่วอวิ๋นชิงรู้ว่าตนเองคิดผิด จึงรีบคุกเข่าให้ฮูหยินผู้เฒ่า “ท่านย่าเ้าคะ ล้วนเป็ความผิดของอวิ๋นชิงเอง ท่านย่าให้อภัยอวิ๋นชิงด้วยเถิด!”
ตอนนี้เอง อนุสี่ที่ได้ยินข่าวก็ตามมาถึงแล้ว พอดีกับที่เห็นบุตรีกำลังร้องขออภัยฮูหยินผู้เฒ่าพอดี ใบหน้าพลันขาวซีด ตอนที่นางรู้ว่าหลิ่วอวิ๋นชิงถึงกับวิ่งไปฟ้องฮูหยินผู้เฒ่า นางก็มีความรู้สึกไม่ค่อยสงบ ตนเองกำชับนางไปหลายครั้งแล้วแท้ๆ ว่าอย่าไปยุ่งเื่ผู้อื่น เหตุใดนางจึงไม่ฟัง?
อนุสี่โกรธจนทนไม่ไหว ทว่าก็ยังกังวลใจยิ่งนัก
ได้ยินคนแค่นเสียงฮึดฮัดครั้งหนึ่ง ในใจทุกคนพลันสั่นสะท้าน กระทั่งอนุห้ายังยืนขึ้น
“ดูท่าหลังบ้านของจวนโหวจะมีคนชอบนินทามากขึ้นทุกวัน!” ฮูหยินผู้เฒ่าโกรธขึ้นมาจริงๆ แล้ว ตอนนี้หลิ่วอวิ๋นชิงมีใจคิดอยากจะตาย หากรู้เช่นนี้ นางจะมองให้ชัดเจนก่อนค่อยพูด!
จะทำอย่างไรดี? พริบตานั้น นางมองไปยังอนุสี่ที่เพิ่งตามมาอย่างขอความช่วยเหลือ ไม่คิดว่าอี๋เหนียงกลับทำเพียงขมวดคิ้วแน่น สายตาเต็มไปด้วยแววตำหนิ
แต่จะอย่างก็เป็บุตรของตน อนุสี่ทอดถอนใจ “ฮูหยินผู้เฒ่าเ้าคะ คุณหนูห้ายังเยาว์ไม่รู้ความ ขอฮูหยินผู้เฒ่าให้อภัยนางสักครั้งเถิด!”
“ให้อภัย? นางพูดจาต่อหน้าข้าไว้ไม่น้อยเลยทีเดียว” ไม่ทราบว่าฮูหยินผู้เฒ่าหมายถึงครั้งนี้ หรือครั้งก่อน หรืออาจเป็ครั้งก่อนๆ
หลิ่วอวิ๋นชิงร้องไห้โขกศีรษะ “เป็อวิ๋นชิงไม่ดีเองเ้าค่ะ เป็อวิ๋นชิงเข้าใจผิดเอง! วันหน้าอวิ๋นชิงไม่กล้าแล้ว! ท่านย่าได้โปรดให้อภัยด้วยเถิด!”
“คุณหนูหก! ความจริงคุณหนูห้าเองก็เป็ห่วงความปลอดภัยของคุณหนู ทว่าใส่ใจจนเกิดความวุ่นวาย คุณหนูหกไม่ตำหนินางใช่หรือไม่?” อนุสี่รู้ดีว่าความช่วยเหลือของใครในที่นี้ก็ไม่มีประโยชน์ นอกจากอวิ๋นซู
ทว่าครั้งนี้ ฮูหยินผู้เฒ่าใจแข็ง ้าลงโทษหลิวอวิ๋นชิงสักครั้งแล้ว
“อวิ๋นซูใจกว้าง ย่อมไม่ตำหนิผู้อื่น แต่หากข้าไม่อาจให้ความเป็ธรรมกับนางได้ ความอยุติธรรมในจวนโหวคงเพิ่มมากขึ้นทุกวัน! เด็กๆ ส่งคุณหนูห้าไปยังห้องสำนึกผิด หันหน้าเข้ากำแพงทบทวนความผิดสิบวัน! คัดคัมภีร์ร้อยจบ ผู้ใดก็ห้ามเยี่ยม!”
“สิบวัน?!” หลิ่วอวิ๋นชิงอดไม่ได้ที่จะะโออกมาอย่างใ
“ยี่สิบวัน!”
ตอนนี้เอง นางรีบใช้มือปิดปากของตน น้ำตาไหลออกมาอย่างไม่อาจระงับ
...
เมื่อเื่ครึกครื้นนี้จบลง ในตอนกลางคืน ภายในเรือนไผ่มีบุรุษแปลกหน้าผู้หนึ่งมาเยือนจริงๆ
“คุณหนูหกขอรับ รัชทายาทให้ผู้น้อยส่งจดหมายให้คุณหนูหกขอรับ”
ั้แ่ที่อวิ๋นซูกลายเป็ท่านอาจารย์อวิ๋นที่สนามฝึกม้า รัชทายาทตงฟางซวี่ก็ใช้วิธีนี้ติดต่อนางมาตลอด
นางเปิดจดหมายในมือ ท่าทางสงบนิ่งของอวิ๋นซูพลันมีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น
ในที่สุดเซียวอี้เชินก็ลงมือแล้ว!
คืนนั้น องครักษ์ของสนามฝึกม้าพบม้าแข่งที่เพิ่งถูกฆ่าตายไม่นานหลายตัวในพงหญ้า ที่น่าสงสัยก็คือม้าทุกตัวต่างมีชิ้นส่วนหายไปหนึ่งอย่าง แสดงให้เห็นว่ามีคนตัดออกไป
เป็ดังที่นางคาดไว้จริงๆ เซียวอี้เชินจะต้องสงสัยว่าเหตุใดม้าของแคว้นเฉินจึงได้แข็งแกร่งขึ้นมากะทันหัน เขาจะต้องให้คนมาตรวจสอบแน่ ทางที่ดีที่สุดก็คือนำตัวอย่างกลับไป
“กลับไปทูลฝ่าา หลายวันนี้ให้ส่งคนไปเพิ่ม เชื่อว่าไม่นานสนามฝึกม้าจะต้องเกิดเื่บางอย่างขึ้นแน่” ยามนี้ บนร่างของอวิ๋นซูแผ่อำนาจที่ทำให้ผู้คนหวาดกลัวออกมา
“ขอรับ...”
