คำสุดท้ายที่นางเอ่ยออกมานั้นช่างเบาบางหายไปในสายลม นางมองกงเชิ่งด้วยสายตาอันลุ่มลึกไม่รู้เพราะเหตุใด ใบหน้าของนางจึงดูคล้ายกับเสวี่ยเฟยยิ่งนักและในชั่วขณะที่เกิดภาพซ้อนทับขึ้นกลับมีการหักเหทำให้เห็นเป็อีกคนที่นิสัยแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง หัวใจของกงเชิ่งสั่นไหวไปหนึ่งจังหวะเขาเอ่ยถามเสียงเบาโดยไม่สนใจเสียงต่อต้านของผู้คนรอบกาย
“เ้า้าฟ้องร้องข้าเื่ใด?”
กงอี่โม่เผยรอยยิ้มจางๆ ยืดหลังขึ้นตรงดั่งพู่กันถึงแม้นางจะยืนหยัดอย่างโดดเดี่ยวอยู่บนดาดฟ้าเรือเผชิญหน้ากับผู้คนนับร้อยเหนือกำแพงแต่แผ่นหลังของนางราวกับได้รับพลังอันไร้ขีดจำกัดผลักดันให้นางทำเช่นนี้และจำเป็ต้องทำเช่นนี้เท่านั้น!
“ข้าขอฟ้องร้องพระองค์…ผู้ไม่ใส่ใจความสัมพันธ์ฉันสามีภรรยาไม่สมควรเป็สามีของผู้ใด ไม่ใส่ใจความสัมพันธ์ระหว่างบิดาและบุตร ไม่สมควรเป็บิดาผู้ใด! ไม่ใส่ใจทุกข์สุขของราษฎร ไม่ควรเป็ผู้นำของใคร! ไม่เคยใส่ใจ…ข้าที่เป็บุตรของพระองค์…ทุกสิ่งทุกอย่างในหลายปีมานี้…”
ในใจของกงเชิ่งพลันเจ็บแปลบหมัดของเขาที่วางอยู่บนกำแพงกำแน่น ทั่วทั้งกายเครียดขึง! จดจ้องไปยังร่างของเด็กน้อยผู้นั้นราวกับ้ามองให้ทะลุก็มิปาน
คำพูดทุกคำก่อนหน้านี้ของนางล้วนฟ้องร้องเพื่อผู้อื่นแต่ไม่กี่คำในตอนท้ายนั้นกลับเต็มไปด้วยความโศกเศร้าราวกับนางได้ปักมีดลงกลางอกเขา!
กงเชิ่งคล้ายได้เห็นเด็กสาวคนหนึ่งกำลังร่ำไห้เพียงลำพังและเด็กน้อยคนนั้นก็มีอายุเพียงสิบสามปี…
กงอี่โม่รีบจัดการกับความรู้สึกของตัวเองให้เรียบร้อยแล้วจึงหัวเราะเสียงต่ำ“พระองค์และฮองเฮาครองคู่กันมามากกว่ายี่สิบปี นางทุ่มเททำสิ่งต่างๆมากมายแต่มิเคยได้รับการตอบแทน นางถูกลงโทษให้ไปปฏิบัติธรรมทั้งที่การกระทำของนางไม่ได้ผิดไปเสียทั้งหมดแม้แต่บุตรชายคนเพียงคนเดียวของนางก็ถูกผู้อื่นบังคับให้หายไปจากโลกใบนี้แต่พระองค์กลับไม่เคยไยดี พระองค์คู่ควรแล้วหรือต่อความคาดหวังของฮองเฮา?”
“เหตุใดองค์ชายรัชทายาทจึงต้องออกไปสร้างคลองขนส่งกัน? องค์ชายเองก็ปรารถนาที่จะอยู่ข้างกายพระองค์ทว่าเป็เพราะพระองค์ทรงบีบคั้นให้องค์ชายทำเช่นนี้ทรงบีบบังคับให้องค์ชายสร้างคุณประโยชน์ต่อบ้านเมือง! และองค์ชายเองก็สร้างผลลัพธ์ที่ได้มาอย่างยากเย็นจนสำเร็จแต่เพราะพระองค์เชื่อคำพูดใส่ร้ายเ่าั้ราวกับความพยายามตลอดหลายปีมานี้ขององค์ชายนั้นช่างไร้ค่าพระองค์คู่ควรแล้วหรือต่อความศรัทธาขององค์รัชทายาท?”
คำพูดของนางนั้นกงเชิ่งยอมรับแล้วแต่ในเมื่อทั้งใจของเขามีเพื่อชาติและราษฎร เหตุใดเขาจึงต้องขอโทษประชาชนด้วยเล่า?
ใบหน้าของกงเชิ่งปรากฏร่องรอยเคร่งขรึมเบี่ยงปลายนิ้วชี้ไปยังเหล่าราษฎรด้านล่างบริเวณประตูเมืองพร้อมเอ่ยถาม“นับแต่ข้าขึ้นครองราชย์ก็ออกว่าราชการไม่เว้นวัน ปรับลดภาษีต่างๆมอบโอกาสให้กับผู้มีคุณธรรม ปรับปรุงการสอบเข้ารับราชการ…มีจุดไหนหรือที่ข้าต้องขออภัยราษฎร?”
เขาเองก็โกรธมากทีเดียวจึงโต้ตอบคำพูดของกงอี่โม่ด้วยความคับแค้นใจ
กงอี่โม่ส่ายหน้าไปมา
“เพราะว่าพระองค์…้าาอย่างไรเล่า!”
ผู้คนบนกำแพงล้วนตกตะลึงจากสิ่งที่นางเอ่อออกมาแต่ประชาชนนั้นกลับเต็มไปด้วยความหวาดกลัว จะเกิดาหรือ? เพราะอะไรพวกเขาถึงไม่เคยได้รับข่าวเื่นี้เลย?
กงเชิ่งพลันชะงักไปเขารู้แน่ชัดว่าในที่สุดนางก็จะพูดถึงสิ่งนั้นแล้ว! แต่มันผิดตรงไหนกัน? เป้าหมายของเขานั้นไม่ใช่เพื่อประชาชนต้าอวี้หรอกหรือ?!
“ฮ่าๆ! ข้า้าให้เกิดาอย่างนั้นหรือ? ที่ข้าทำเช่นนี้ก็เพื่อปกป้องบ้านเมืองโดยมิต้องลงแรงมากมายเท่านั้น! ตรงไหนกันที่ไม่เหมาะสม?”
เมื่อกล่าวจบเขาบังเกิดความเคียดแค้นและชี้ไปยังกงอี่โม่“กลับเป็เ้าผู้ถือครองอาวุธที่สร้างความหวาดกลัวให้ผู้คนทั่วปฐีแต่มิยอมส่งมอบมันออกมา เ้าต่างหากมีเจตนาอันใดกันแน่?!”
คำกล่าวของฮ่องเต้ทำให้ประชาชนโดยรอบเกิดความสับสนขึ้นมาองค์หญิงอาวุธทรงอานุภาพ? ผู้ที่ตระหนักได้จึงพาลนึกไปถึงพลังในการแยกภูผาและผันน้ำเข้าแม่น้ำขององค์หญิงความคิดนี้ทยอยกระจายขึ้นมาในหมู่ประชาชน
เห็นเช่นนั้นแล้วแต่กงอี่โม่กลับมิได้เร่งร้อนนางหัวเราะเสียงใสและเอ่ยถามแ่เบา“มิทราบว่าผู้ที่ทรยศข้าอธิบายถึงของสิ่งนี้ว่าอย่างไรหรือเพคะ?”
นางกล่าวเช่นนี้ย่อมเท่ากับยอมรับแล้วว่าในมือของนางนั้นมีอาวุธทรงอานุภาพร้ายแรงอยู่!
“พลังซึ่งแยกภูผาผ่าแม่น้ำดับจันทราและอาทิตย์!”กงเชิ่งตอบกลับอย่างเ็า
“ฮ่าๆ ฮ่าๆ!”กงอี่โม่พลันหัวเราะเสียงดังขึ้นมา หลังจากหัวเราะจบนางจึงเลิกคิ้วขึ้น
“ที่แท้ก็เป็เช่นนี้…ข้าจะให้ทุกท่านได้ดูพลังในการแยกภูผาผ่าแม่น้ำดับจันทราและอาทิตย์ว่าเป็สิ่งใดกันแน่!”
นางพูดพลางล้วงหาของไปด้วยทันใดนั้นนางก็ได้หยิบสิ่งที่ดูคล้ายกับกระบอกดอกไม้ไฟออกมาสายตาของผู้คนทั้งหมดรวมกันมองตรงมายังสิ่งนั้น! พวกเขาจ้องกงอี่โม่ที่กำลังจุดไฟด้วยท่าทางใจเย็นจากนั้นจึงโยนมันออกไปยังแม่น้ำเบื้องหน้า ช่างเป็ขั้นตอนที่ง่ายดายยิ่งนักสามารถกล่าวได้ว่าไม่ว่าใครก็สามารถใช้มันได้
ทว่ากลับได้ยินเสียงะเิอันดังสนั่น!
เรือทั้งลำพลันเลื่อนถอยหลังแต่น้ำบริเวณหน้าเรือกลับะเิออกทันที! กำแพงน้ำนั้นะเิสูงถึงสิบจั้ง[1]! น้ำที่เกิดจากการะเินั้นถึงขั้นกระเด็นโดนใบหน้าของเหล่าคนเหนือกำแพง! ฉางสี่วุ่นวายกับการยืนบังอยู่ด้านหน้าของกงเชิ่งเพราะหวาดกลัวการลอบโจมตีของกงอี่โม่
หลังจากเสียงะเิอันะเืเลือนลั่นสงบลงแม่น้ำพลันเปลี่ยนเป็สีขุ่นและเชี่ยวกรากอย่างบ้าคลั่ง เกิดน้ำวนวงใหญ่หมุนทวนอยู่ครู่หนึ่งจึงหยุดลงทำให้เกิดเป็การสั่นะเือันรุนแรงขึ้น
ควันจางๆจากดินปืนฟุ้งกระจายอย่างเชื่องช้าทำให้วันที่อึมครึมอยู่แล้วนั้นยิ่งขมุกขมัวขึ้นไปอีก ผู้คนเหนือกำแพงจำนวนไม่น้อยยังมีอาการมึนอยู่ทว่าพวกเขากลับจ้องไปยังกงอี่โม่ด้วยความตื่นเต้น!
นี่คือสิ่งที่ฮ่องเต้้าไว้ในสินะ!
ประชาชนทั้งหลายต่างจ้องมาพลางอ้าปากค้างมันเป็เพียงกระบอกเล็กๆ มิคาดว่าจะทรงพลังขนาดนี้! มันทำให้เกิดกำแพงน้ำสูง! สร้างแรงโจมตีอันสั่นะเื! นี่เป็เพียงในน้ำเท่านั้นหากว่าใช้มันโจมตีบนบกเล่า มิอาจรู้ได้ว่าจะเกิดพลังทำลายล้างมากมายเพียงใด!
พลังเช่นนี้…คือพลังที่มนุษย์มุ่งหวังจะมีมิใช่หรือ?!
เหล่าองค์ชายต่างจ้องเขม็งไปยังกงอี่โม่ราว้ามองให้ทะลุร่าง! เปิดโปงทุกความลับของนาง! สิ่งยอดเยี่ยมเช่นนี้ไม่เพียงฮ่องเต้ที่ปรารถนาแต่พวกเขาก็้ามันเช่นกัน!
จิตใจของกงเชิ่งยิ่งทวีความสับสนเขาผลักฉางสี่ออกไปและก้าวขึ้นมาประชิดกำแพง! เมื่อมองตรงไปยังแม่น้ำอันเชี่ยวกรากเบื้องหน้าในใจก็ไม่หยุดคิดว่า…หากมีของสิ่งนี้ ยามโหลวเย่บุกโจมตีพวกเขาจะต้องรบชนะได้อย่างง่ายดายเป็แน่และอาจจะสามารถสร้างชื่อได้จากาครั้งนี้ในที่สุดต้าอวี้ก็จะได้เป็หนึ่งในจงหยวน[2]!
สายเืแห่งความทะเยอทะยานพุ่งเข้าโจมตีสมองของเขาอย่างไม่หยุดยั้ง!
ไม่สิ ไม่ๆ …บางทีเขาอาจจะสามารถฉวยโอกาสได้! บางที…ชั่วชีวิตนี้ของเขาอาจจะสามารถรวมจงหยวนให้เป็หนึ่งได้!
ลมหายใจอันร้อนรุ่มหมุนวนอยู่ในตัวเขากงเชิ่ง้าจะพูดแต่ลำคอของเขากลับแห้งผากเกินจะเอ่ยออกมาได้
หลี่เคอไม่ได้หลอกเขานี่คือสิ่งที่ฮ่องเต้ทุกคนปรารถนาจะ!
ซ้ำกงอี่โม่ยังดูปลอดภัยดีทุกอย่างรอจนเรือค่อยๆ หยุดนิ่งอย่างมั่นคงนางจึงปัดเศษฝุ่นที่ไม่มีอยู่บนมือไปมาพลางแย้มยิ้มจาง
“ยอดเยี่ยมไปเลยใช่ไหมเพคะ?”
น้ำเสียงเ็าของนางราวกับน้ำสาดก็มิปานคาดมิถึงว่าจะทำให้กงเชิ่งสงบลงได้อย่างมหัศจรรย์
เขาปรารถนามันจริงๆไม่เพียงแต่เขาเท่านั้น ไม่ว่าจะเป็บุรุษผู้ใดก็มิอาจปฏิเสธพลังของมันได้ กงเชิ่งราวกับััได้ถึงแรงกดดันมหาศาลจากลมหายใจคุกกรุ่นณ เื้ั!
“แต่ว่า…พระองค์ลองมองพวกเขาสิเพคะ?”
ปลายนิ้วของกงอี่โม่ชี้ไปยังประชาชนด้านล่างประตูเมือง
เมื่อสักครู่เพราะกงอี่โม่ไม่ได้เอ่ยเตือนก่อนหน้าดังนั้นชาวบ้านจึงอยู่ใกล้มากจนรับรู้ได้ถึงพลังทำลายล้างโดยตรง! สีหน้าของทุกคนล้วนซีดขาวขาทั้งสองข้างนั้นสั่นอ่อน ผ่านไปสักพักแล้วก็มิอาจคืนสติได้
เหล่าผู้มีอำนาจมองเห็นเพียงผลประโยชน์จากพลังของมันแต่ประชาชนมิได้คิดเช่นนั้น มีเพียงพวกเขาเท่านั้นที่มองเห็นความทุกข์ยากการเข่นฆ่า และความพินาศที่เกิดจากพลังของมัน! โดยเฉพาะเมื่อมันเป็ภัยมากกว่านำมาซึ่งผลประโยชน์
กงอี่โม่ถอนหายใจเฮือกหนึ่งทั้งดูเ็าและเปล่าเปลี่ยว นางมองไปยังกงเชิ่ง ในตอนนี้กงเชิ่งกำลังจ้องมองราษฎรเขาอ้าปากเล็กน้อย ใบหน้านิ่งเฉย แต่กลับไม่สามารถเอ่ยคำใดออกมาได้
[1] จั้ง หมายถึง หน่วยความยาวของจีน เท่ากับ 3.33 เมตร
[2] จงหยวน หมายถึงที่ราบภาคกลางของจีน ตั้งอยู่ระหว่างแม่น้ำฮวงโฮและแม่น้ำแยงซีเกียงบริเวณนี้เป็จุดเริ่มต้นอารยธรรมจีนโบราณ
