"ใช่แล้ว่นี้ของทุกปีจวนของเราจะจัดงานชมดอกไม้ซื่อจื่ออยู่ต่างแดนเสียนานคงจะไม่เคยเห็นแน่" เจินซื่อมองด้วยใบหน้ายิ้มแย้มแต่แววตาแฝงไปด้วยความภาคภูมิใจ นางคิดมาแล้วว่าควรจะพูดอย่างไร
"อาเกรงว่าเ้าจะไม่รู้ธรรมเนียมและมารยาทในงานอีกอย่างเมื่อถึงฤดูร้อนฮองเฮาก็จัดงานเลี้ยงชมดอกบัวอากลัวเ้าจะทำตัวไม่ถูกก็เลยไปเชิญชาววังที่เชี่ยวชาญให้มาช่วยอบรมไว้แล้วอวี้เอ๋อร์ เ้าคงไม่โทษอาว่ายุ่มย่ามมากเกินไปนะ? "
เมื่อเจียงลั่วอวี้ได้ยินดังนั้นก็รีบแสดงอาการนอบน้อม"ท่านอาทำเพื่ออวี้เอ๋อร์ จะเข้าใจท่านผิดได้อย่างไรกันแต่ว่า......"
เจินซื่อยิ้มรับและจับมือเขาราวกับไม่ได้ยินน้ำเสียงที่หยุดชะงักไปนางถามต่อด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนว่า "แต่ว่ากระไรรึ?"
เจียงลั่วอวี้รู้ว่าที่นางถามต่ออย่างรวดเร็วก็เพื่อไม่ให้เขามีโอกาสปฏิเสธเขายังคงแสดงท่าทีเช่นเดิมแต่พูดด้วยน้ำเสียงที่เบาลงไปอีก"นี่จะเป็ครั้งแรกที่อวี้เอ๋อร์จะได้เรียนมารยาทกับชาววังอวี้เอ๋อร์รู้สึกกลัว ไม่ทราบว่าจะเชิญน้องหญิงมาร่วมเรียนกับข้าได้หรือไม่?"
เมื่อได้ยินคำถามนี้นางเจินซื่อก็ชะงักไปราวกับว่าเพิ่งจะนึกถึงเื่สำคัญได้สีหน้าของนางเปลี่ยนไปและมองไปที่เจียงลั่วอวี้ซึ่งมีท่าทางจริงจัง"อวี้เอ๋อร์หมายถึงเจียงฮุ่ยรึ? แต่พวกเ้า....."
เจียงลั่วอวี้รู้ว่านางกำลังกังวลเื่ความเหมาะสมเขาจึงยิ้มรับและพูดต่อว่า"พวกเราเป็ญาติพี่น้องที่สายเืใกล้ชิดก็ไม่น่ามีอะไรไม่เหมาะสม...หากอวี้เอ๋อร์ได้เรียนพร้อมน้องหญิงน้องหญิงจะได้ช่วยชี้แนะเวลาที่อวี้เอ๋อร์ทำอะไรผิดด้วยเพคะ"
เจินซื่อสีหน้าเปลี่ยนไปนางมองเขาด้วยสายตาแปลกๆ แต่แล้วนางก็ตอบพร้อมรอยยิ้มด้วยน้ำเสียงเห็นด้วยว่า"เ้าช่างรอบคอบเสียจริง"
เจียงลั่วอวี้รู้ว่าแผนของเขากำลังจะสำเร็จเขาจึงแกล้วพูดอ้อมค้อมถึงเื่ที่ลูกสาวนางถูกกักบริเวณ "โดยเฉพาะตอนนี้...ถ้าน้องหญิงทำผลงานได้ดีคิดว่าท่านย่ากับท่าอาก็น่าจะหายโกรธด้วย"
เมื่อพูดจบก็เห็นได้ชัดว่าเจินซื่อกำลังครุ่นคิดเขาจึงก้มหน้าลงทำเหมือนเมื่อครู่ ไม่ได้พูดอะไรออกไปมีเพียงรอยยิ้มที่ประดับอยู่บนริมฝีปากและแววตา
ถึงแม้ว่าเขาจะดีใจที่เจียงฮุ่ยถูกกักบริเวณแต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่เขา้า…
เขา้าให้เจียงฮุ่ยถูกกักขังอยู่ในความทุกข์ตลอดกาล
การที่เจินซื่ออ้างเื่การเรียนมารยาทขึ้นมาอาจจะแค่ทดสอบว่าเขาหัวอ่อนแค่ไหนหรือในใจอาจจะคิดกลั่นแกล้งหรืออะไรก็ตาม แต่ไม่ว่าอย่างไรงานเลี้ยงในอีกหนึ่งเดือนข้างหน้าเขาจะต้องทำให้เจียงฮุ่ยถูกปล่อยตัวออกมาให้ได้
ในขณะที่ทุกคนกำลังครุ่นคิดโดยปราศจากเสียงสนทนาก็พลันได้ยินเสียงฝีเท้าที่ไม่ไกลนักกำลังใกล้เข้ามาเจียงลั่วอวี้เงยหน้าขึ้นมองเขาก็ได้พบกับหญิงสูงวัยที่หน้าเหี่ยวย่นแต่เต็มไปด้วยรอยยิ้มกำลังเดินเข้ามาที่ด้านหลังของนางมีเหล่าสาวใช้ในชุดสีสดตามมาด้วยและยังมีกลุ่มชายฉกรรจ์ซึ่งมีแววตาที่มองก็รู้แล้วว่าไม่ใช่คนดีอะไร
ที่แท้ก็คนคุ้นเคยเมื่อชาติก่อนคุ้นจนคุ้นไปกว่านี้ไม่ได้แล้ว
นางคือคนของเจินซื่อผู้เปี่ยมด้วยความละโมบถึงอายุจะไม่มากแต่ก็เต็มไปด้วยประสบการณ์ นับแต่เจินซื่อแต่งเข้ามาในจวนนางคนนี้ก็มีหน้าที่ดูแลบ่าวไพร่ชายหญิง นางมีชื่อว่า เหนียนโหมวโม่ว
