“องค์หญิงเพคะ บางทีนี่อาจเป็เื่เข้าใจผิด?” เสียงกังวลเสียงหนึ่งดังขึ้นไม่ไกล ฮูหยินแม่ทัพเวยหย่วนค่อยๆ เดินเข้ามาใกล้ พระพักตร์ไทเฮาพลันอ่อนโยนลง “คุณหนูหลิ่วเป็อย่างไรบ้าง?”
“ขอบพระทัยไทเฮาที่ทรงใส่ใจ หลิ่วอวิ๋นฮว๋าเพียงได้รับาเ็เล็กน้อย ตอนนี้นางเอาแต่ตำหนิตัวเอง โชคดีที่พระวรกายอันล้ำค่าขององค์หญิงไม่ได้รับาเ็”
ตำหนิตัวเอง? นางคงไม่ตำหนิตัวเองหรอก ตนเองโง่งมไปทำเชิงเทียนล้มยังมาใส่ร้ายผู้อื่นอีก! องค์หญิงหย่งหนิงมุ่ยปากอย่างไม่สบอารมณ์ ท่าทางเช่นนี้อยู่ในสายพระเนตรของไทเฮา ทุกคนรับรู้ได้ว่าบรรยากาศบนพระวรกายของพระองค์เปลี่ยนไป
แม่นมผู้หนึ่งนำปิ่นนกยูงสองเล่มนั้นเข้ามาถวาย ไทเฮาไม่แม้แต่จะทอดพระเนตร “เก็บไว้มอบให้คุณหนูหลิ่ว”
ไม่ใช่ว่าพระองค์จะไม่ทรงโปรดฟังคำอธิบายขององค์หญิงหย่งหนิง แต่นี่ไม่ใช่เพียงครั้งสองครั้ง นิสัยขององค์หญิงหย่งหนิงเป็ที่โจษจันกันทั่วทั้งวัง นางก่อเื่จนเคยตัว ต่อให้วันนี้หลิ่วอวิ๋นฮว๋าทำผิดจริง ในสายตาของผู้อื่นก็คิดว่าต้องเกี่ยวข้องกับองค์หญิงหย่งหนิงไม่มากก็น้อย
“เสด็จย่า...” องค์หญิงหย่งหนิงร้อนใจ ความหมายของเสด็จย่าคือไม่คิดจะทำโทษหลิ่วอวิ๋นฮว๋า?
“ไทเฮาเพคะ ล้วนเป็หม่อมฉันจัดการได้ไม่รอบด้าน ขอไทเฮาโปรดลงอาญาด้วยเพคะ” เหลยซื่อตามหลังฮูหยินแม่ทัพเวยหย่วนออกมา คุกเข่าลงด้วยใบหน้าตำหนิตัวเอง ไม่รอให้ไทเฮาทรงตรัสสิ่งใด ฮูหยินแม่ทัพเวยหย่วนกล่าวขึ้นเสียงเข้ม “บอกแล้วว่าไม่ควรพาคุณหนูหกมาด้วย เป็อย่างไรล่ะ ตอนนี้ยังก่อเื่อีก!”
คุณหนูหก? พระเนตรของไทเฮาสว่างวาบ นี่มันหมายความว่าอะไรกัน?
“เป็ความผิดของหม่อมฉันเองเพคะ ดวงชะตาของคุณหนูหกนั้นโชคร้ายยิ่งนัก ไปที่ใดล้วนต้องเกิดเื่ขึ้น หากหม่อมฉันบอกท่านโหวไม่ให้พาคุณหนูหกเข้าวัง คงไม่เกิดเื่เช่นนี้” เพียงพริบตา เหลยซื่อนำความผิดทั้งหมดไปโยนไว้บนร่างของอวิ๋นซู
องค์หญิงหย่งหนิงไม่เข้าใจความหมายของนาง ฮูหยินท่านโหวผู้นี้กำลังพูดอะไร
“ชะตาโชคร้าย?” ไทเฮาทรงจับประเด็นสำคัญในคำพูดของนางได้
ฮูหยินแม่ทัพเวยหย่วนเดินขึ้นไป ถอนหายใจเบาๆ “ไทเฮาทรงไม่ทราบ ชะตาของคุณหนูหกผู้นี้ไม่เป็สิริมงคล ั้แ่นางถูกท่านโหวรับกลับมาที่จวนชางหรงโหว ในจวนก็เกิดเื่ขึ้นติดต่อกัน ไม่คิดว่าความโชคร้ายนี้จะยังตามเข้ามาในวัง ช่างทำให้ผู้อื่นมิอาจวางใจได้เลยจริงๆ”
เหลยซื่อสังเกตเห็นว่าพระพักตร์ของไทเฮาทรงเปลี่ยนไป พลันแสดงท่าทางหวาดกลัวระคนได้รับความไม่เป็ธรรม
“พาองค์หญิงออกไป” ไทเฮาทรงไตร่ตรองครู่หนึ่งแล้วจึงโบกมือเล็กน้อย องค์หญิงหย่งหนิงไม่อาจเข้าใจได้ นางยังคิดอยากจะอยู่เพื่อฟังว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่
“ทูลไทเฮา เื่นี้ไม่ใช่ความผิดขององค์หญิงหย่งหนิงเพคะ ได้ยินนางข้าหลวงพูดกันว่า องค์หญิงหย่งหนิงจิตใจบริสุทธิ์ไร้เดียงสา วันนี้พูดคุยกับคุณหนูหกอย่างเป็มิตรไปหลายประโยค ไม่คิดว่าโชคร้ายจะติดพระวรกายขององค์หญิงไป หม่อมฉันคิดว่า ล้วนเป็เพราะดวงชะตาที่ไม่เป็สิริมงคลเพคะ...”
ไทเฮางมงายในเื่เช่นนี้มาก ฮูหยินเวยหย่วนกล่าวต่อ “หากไม่ใช่เพราะบุตรีอนุภรรยาคนนี้ ฮูหยินท่านโหวคงไม่ได้รับความขมขื่นถึงเพียงนั้น”
“หือ? เื่นี้เป็มาอย่างไร?”
เหลยซื่อมีท่าทางได้รับความไม่เป็ธรรม นางลังเลครู่หนึ่ง จากนั้นจึงนำเื่ที่เกิดขึ้นใน่นี้เล่าออกมาให้ไทเฮาทรงทราบ เพียงนำทุกอย่างไปโยนไว้บนศีรษะของอวิ๋นซู กล่าวว่าั้แ่ตัวโชคร้ายผู้นี้มาที่จวนโหวก็เกิดเื่ไม่หยุดหย่อน ครั้งนี้ถึงกับทำให้ท่านโหวเข้าใจเหลยซื่อผิดจนให้พวกนางสองแม่ลูกต้องกลับจวนแม่ทัพ
“มีเื่เช่นนี้ด้วยหรือ?” ดูท่าแล้ว ดวงชะตาของคุณหนูหกผู้นี้จะร้ายกาจยิ่งนัก
“หม่อมฉันคิดว่า ่นี้ในแคว้นมีเื่เกิดขึ้นไม่น้อย ทั้งยังเกิดขึ้นหลังจากรับคุณหนูหกกลับมาจวนโหวไม่นาน คงมิใช่ว่าเื่เหล่านี้เกี่ยวพันอะไรกันหรอกกระมัง...”
เื่นี้เชื่อไว้ก่อนย่อมดีกว่าไม่เชื่อ! ก่อนหน้านี้ที่คุณหนูหกยังไม่ถูกรับกลับจวน แคว้นเฉินไม่เคยเกิดเื่มากมายถึงเพียงนี้ แม้ว่าไทเฮาจะทรงไม่ได้โทษอวิ๋นซูทุกอย่าง ทว่าความประทับใจที่มีต่ออวิ๋นซูนับว่าดิ่งลงเหว
ก่อนหน้านี้พระองค์ทรงเคยได้ยินข่าวลือเื่คุณหนูหกจวนชางหรงโหวมาไม่น้อย ยังคิดว่าเป็แค่บุตรีอนุภรรยาที่ไม่ธรรมดาคนหนึ่ง วันนี้ดูแล้ว เื่ราวมากมายล้วนเกิดเพราะนาง!
“หรือว่าก่อนหน้านี้ที่แม่ทัพเวยหย่วนเสนอให้คุณหนูหกไปแต่งงานเชื่อมสัมพันธ์ที่แคว้นอี้ จะเกี่ยวข้องกับดวงชะตาของนาง?”
จินตนาการของไทเฮาทรงล้ำเลิศยิ่งนัก ตอนแรกที่พระองค์ได้ยินเื่นี้ยังคิดว่าข้อเสนอแนะของแม่ทัพเวยหย่วนแปลกประหลาด วันนี้ได้ยินเื่เช่นนี้ พลันรู้สึกว่าแม่ทัพเวยหย่วนมีประโยชน์
เดิมทีฮูหยินแม่ทัพเวยหย่วนไม่ได้มีความคิดเช่นนี้ ทว่าตอนนี้ได้แต่พยักหน้าไปตามพระราชดำรัสของไทเฮา “แม้องค์หญิงที่ถึงวัยแต่งงานในวังจะมีไม่น้อย แต่ว่าคุณหนูหกมีดวงชะตาเช่นนี้ หากจวนโหวยังเก็บนางไว้ที่แคว้นเฉิน เกรงว่าคงไม่ใช่เื่ดี หากส่งนางไปแต่งงานเชื่อมสัมพันธ์...”
โชคร้ายก็จะถูกส่งออกไปจากแคว้นเฉิน ทำให้แคว้นอี้ได้รับตัวโชคร้ายนี้ไปจนเกิดเื่ขึ้นไม่หยุด เช่นนั้นก็เป็เื่น่ายินดีของแคว้นเฉินของพวกเรา
แม้กล่าวเช่นนี้จะดูบีบบังคับไปบ้าง แต่ว่าหากให้คุณหนูหกแต่งงานเชื่อมสัมพันธ์จริงๆ จะต้องมีประโยชน์มากแน่นอน
“แต่ที่โชคดีก็คือ เมื่อวันงานพระราชพิธีเฉลิมฉลอง ดูเหมือนจักรพรรดิเซียวจะทรงสนใจคุณหนูหก ทั้งยังนำรูปปักของคุณหนูหกกลับไปด้วย” ความหมายของฮูหยินเวยหย่วนก็คือเื่นี้เป็ไปได้
หลิ่วอวิ๋นฮว๋าได้รับาเ็ คนของไทเฮาได้นำเื่นี้ไปบอกชางหรงโหวแล้ว เหล่าข้าหลวงพาเขามานอกตำหนักไทเฮา “ทูลไทเฮา ชางหรงโหวมาถึงแล้วเพคะ”
เหลยซื่ออดไม่ได้ที่จะเงยหน้าสบตากับฮูหยินแม่ทัพเวยหย่วน เงาร่างกำยำเดินผ่านไหล่ของนางไป เหลยซื่ออดไม่ได้ที่จะสั่นสะท้าน ไม่กล้ามองหน้าชางหรงโหว
“ถวายพระพรไทเฮาพ่ะย่ะค่ะ”
เสียงทุ้มต่ำดังขึ้น เหลยซื่อรู้สึกราวกับว่ามีมีดจ่อกระดูกสันหลังของนางอยู่
“ไม่ต้องมากพิธี ่นี้สีหน้าท่านโหวไม่ดี คิดว่าคงกังวลเื่คำสั่งของฝ่าา”
“ทำงานรับใช้ฝ่าา เป็หน้าที่ของกระหม่อมพ่ะย่ะค่ะ”
“ท่านโหวมีใจซื่อสัตย์ภักดี ข้าพอใจยิ่งนัก อาการาเ็ของคุณหนูหลิ่วไม่ร้ายแรง ท่านโหวไม่ต้องกังวลไป หลังจากกลับไปแล้วข้าจะสั่งให้คนส่งยาไปให้ แต่จะต้องดูแลคนให้ดี หากเหลือรอยแผลเป็คงน่าเสียดายยิ่ง”
เหลยซื่อยินใจอยู่ในใจ ไทเฮาทรงมีพระราชดำรัสแล้ว หรือท่านโหวจะยังไม่รับนางกลับไปอีก?
ดวงตาคมกริบของชางหรงโหวกวาดมองไปยังเหลยซื่อปราดหนึ่ง ใบหน้าของฮูหยินแม่ทัพเวยหย่วนประดับด้วยรอยยิ้มคล้ายมีคล้ายไม่มี พระสุรเสียงของไทเฮาใส่ใจยิ่ง “หลายปีนี้ฮูหยินท่านโหวทำเพื่อจวนโหวไม่น้อย มีคุณธรรมจรรยา เป็ภรรยาที่ดีทำให้ท่านโหวสามารถทำงานเพื่อราชสำหนักได้อย่างวางใจ คุณชายใหญ่หลิ่วก็โดดเด่นเช่นนี้ วันหน้าจะต้องเป็ผู้ช่วยของรัชทายาทได้แน่นอน ครั้งนี้คุณหนูหลิ่วเรียนร้องเพลงมาเพื่อข้า ความกตัญญูนี้ทำให้ข้าซาบซึ้งยิ่งนัก ฮูหยินท่านโหวสอนบุตรสาวออกมาได้ดีจริงๆ”
ไทเฮาทรงกล่าวชมเหลยซื่อ ทำให้ชางหรงโหวพลันเข้าใจความหมายของพระองค์
เดิมทีเื่นี้เป็เื่ในบ้านของจวนโหวของพวกเขา ไม่คิดว่าไทเฮาจะทรงเข้ามาจัดการ เมื่อคิดว่าจำเป็ต้องไว้หน้าฮูหยินผู้เฒ่าเวยหย่วน ชางหรงโหวย่อมไม่สามารถกล่าวเื่ที่เหลยซื่อกระทำเบื้องพระพักตร์ไทเฮาได้ นี่เป็เื่น่าขันของเขาแล้ว
ใบหน้าเ็าแข็งค้างไปเล็กน้อย “ขอบพระทัยไทเฮาที่ทรงตรัสชมพ่ะย่ะค่ะ”
“ดี ข้าล้าแล้ว หากฮูหยินเวยหย่วนสามารถเข้าวังมานั่งเป็เพื่อนข้าได้บ่อยๆ หวังว่าวันหน้าจะได้ฟังเพลงของคุณหนูหลิ่วอีก”
“ไทเฮาทรงโปรด เป็โชคดีของอวิ๋นฮว๋าแล้วเพคะ”
เหลยซื่อค้อมกายคารวะอย่างซาบซึ้ง พยายามไม่สนใจสายตาคมกริบของชางหรงโหว
“กระหม่อมทูลลา!”
“หม่อมฉันทูลลา!”
รอจนกระทั่งคนอื่นๆ จากไป พระเนตรของไทเฮาพลันมืดครึ้มลง คำที่พวกนางกล่าวย่อมมิอาจเชื่อได้ทั้งหมด แต่พระองค์้าให้ทุกคนรู้ว่า พระองค์เป็ผู้ที่คิดถึงคนเก่าแก่ เมื่อปีนั้นแม่ทัพเวยหย่วนคุ้มครองพระองค์สองแม่ลูกอย่างสุดความสามารถ วันนี้พระองค์ทำเพียงแค่แย้มพระโอษฐ์ตรัสเท่านั้น ยิ่งไปกว่านั้น พวกนางก็ทำให้พระองค์ทรงสำราญจริงๆ
หยิบกระดาษสีแดงนั้นออกมา ชะตาของหลิ่วอวิ๋นฮว๋าปรากฏอยู่บนกระดาษ เมื่อพิจารณาถึงพื้นเพก็นับว่าผ่าน เมื่อพิจารณาถึงความสามารถก็นับได้ว่ามี เมื่อพิจารณาถึงความฉลาดและไหวพริบกลับยังต้องปรับปรุง ในพระทัยของไทเฮานั้นกระจ่างชัด มิเช่นนั้นนางคงมิอาจนั่งอยู่ในตำแหน่งนี้ได้
หย่งหนิงแม้จะชอบก่อเื่ แต่คำพูดเท็จจริงเพียงเห็นก็รู้ กลับเป็คุณหนูหกที่สามารถทำให้องค์หญิงหย่งหนิงปกป้องนางได้ นี่นับว่าไม่ธรรมดาแล้ว
ต้องทราบว่าพระนัดดาของพระองค์ผู้นี้เ้าเล่ห์นัก ไม่ใช่ว่าใครล้วนเข้าตานางได้ แน่นอนว่าหากเป็ดวงชะตาที่เลวร้ายเช่นนั้นจริง ไทเฮาก็ทรงไม่อยากจะแปดเปื้อนโชคร้ายนี้! หากอันตรายไปถึงเหล่าราชวงศ์ของพระองค์ ต่อให้แม้เพียงเล็กน้อย ขอเพียงแค่มีความเป็ไปได้ ก็ไม่อาจเก็บไว้ได้!
“ฮองเฮาเสด็จ!”
เมื่อไทเฮาทรงประทับลงอย่างเรียบร้อย เงาร่างงดงามในอาภรณ์สีทองค่อยๆ ปรากฏขึ้นในสายพระเนตร ฮองเฮาทอดพระเนตรมองตำหนักอันเงียบสงบแวบหนึ่ง ดูท่าคงไปกันหมดแล้ว
“ถวายพระพรไทเฮาเพคะ” ฮองเฮาคารวะครั้งหนึ่ง ไทเฮาทรงถอนพระอัสสาสะแล้วพยักพระพักตร์เบาๆ
“งานเลี้ยงใกล้จะสิ้นสุดแล้ว ฝ่าาทรงมีรับสั่งให้หม่อมฉันมาดูเสียหน่อย พระพักตร์ของไทเฮาไม่ค่อยดีนัก เกิดเื่อะไรขึ้นหรือไม่เพคะ?” สิ่งที่ฮองเฮา้าทราบมากที่สุดก็คือ ฮูหยินแม่ทัพเวยหย่วนที่ไม่เข้าวังมานานมาเพื่อพูดอะไร
“องค์หญิงหย่งหนิงก่อเื่ คุณหนูหลิ่วถูกไฟไหม้จนแขนได้รับาเ็” พระสุรเสียงของไทเฮาแสดงให้เห็นได้อย่างชัดเจนว่าไม่้าตรัสอะไรมาก อย่างไรก็ตามฮองเฮาทรงฟังออกว่าดูเหมือนจะไม่ค่อยร้ายแรงนัก
“ไทเฮาคงจะทรงล้าแล้ว รักษาพระวรกายด้วยเพคะ”
พระองค์พยักพระพักตร์เบาๆ “ใช่แล้ว เื่คัดเลือกพระชายารัชทายาท ฮองเฮาต้องใส่ใจให้มากหน่อย” แม้ทรงตรัสเช่นนี้ ทว่าพระองค์กลับเก็บจดหมายสีแดงในพระหัตถ์กลับไป
ฮองเฮาทรงนึกไปถึงใบหน้างดงามของอวิ๋นซู ลังเลครู่หนึ่ง “รัชทายาทดูเหมือนว่า...จะมีคนในใจแล้วเพคะ”
คนในใจ? ไทเฮาทอดพระเนตรไปยังพระพักตร์ของฮองเฮาอย่างลึกล้ำ หากรัชทายาทมีคนในใจ ฮองเฮาจะต้องสอบถามจนกระจ่างแล้ว จะไม่ใช้น้ำเสียงที่ไม่มั่นใจเช่นนี้ ดูแล้วนางคงไม่พอใจคนในใจของรัชทายาทมากนัก
ในเมื่อฮองเฮาไม่พอใจ เช่นนั้นพระองค์ก็ไม่จำเป็ต้องฟัง
“บุรุษวัยหนุ่มแน่นผู้ใดที่ไม่มีคนในใจบ้าง แต่รัชทายาทต้องรู้ว่า ความรักระหว่างชายหญิงเป็สิ่งไม่จำเป็”
รอยสรวลบนพระพักตร์ของฮองเฮาแข็งค้าง “ไทเฮาทรงตรัสได้ถูกต้องแล้วเพคะ”
“สัญญาพันธมิตรกับแคว้นอี้ก็ได้ลงนามไปแล้ว ฝ่าาทรงตัดสินพระทัยให้องค์หญิงองค์ใดไปแต่งงานเชื่อมสัมพันธ์?”
ไทเฮาทรงสอบถามเื่กิจการบ้านเมืองน้อยมาก วันนี้เกิดอะไรขึ้น? ฮองเฮาพลันนึกไปถึงเื่ก่อนหน้านี้ที่แม่ทัพเวยหย่วนเสนอฝ่าาเื่แต่งงานเชื่อมสัมพันธ์ หรือฮูหยินแม่ทัพเวยหย่วนเองก็มาพูดเื่นี้?
“ฝ่าาทรงยังไม่ตัดสินพระทัยเพคะ”
ไทเฮาพยักพระพักตร์เล็กน้อย “ข้าเหนื่อยแล้ว งานเลี้ยงยังไม่จบ ฮองเฮาไปจัดการเถิด”
“...เพคะ”
