เซี่ยหลุนดันประตูเปิด แล้วก้าวเข้าไปด้านใน ห้องตรงหน้ามีขนาดเล็ก ดูๆ ไปแล้วก็เหมือนเป็แค่ห้องธรรมดาๆ ในบ้านหลังหนึ่งเท่านั้น รอบๆ ห้องถูกประดับประดาไปด้วยดอกพีโอนีหลากหลายสีสัน กลิ่นของมันตลบอบอวลไปทั่วห้อง...
ที่หน้าเตียงนั้นมีม่านบางสีแดงกั้นอยู่ หลังม่านนั้น มีร่างกายยั่วเย้าน่าดึงดูดของใครคนหนึ่งทอดกายอยู่...
ผู้อยู่ภายนอกเห็นร่างกายนั้นได้เพียงเลือนรางเท่านั้น ร่างเซ็กซี่ยั่วยวนนอนสยายอยู่บนเตียง...เธออยู่หลังม่านนั้น เธออยู่ใกล้แค่เอื้อมเท่านั้น ท่าที่เธอนอนอยู่ ช่างเซ็กซี่เร่าร้อนเหลือเกิน
“คุณเซี่ย...เชิญนั่งค่ะ”
เซี่ยหลุนกวาดสายตามองไปรอบๆ ก่อนสายตาจะสะดุดกับเก้าอี้ที่ข้างกำแพง เขาจึงเดินไปยังเก้าอี้ และนั่งลงบนนั้นอย่างว่าง่าย เซี่ยหลุนเองก็ไม่ใช่แค่คนธรรมดาทั่วไป ในเมืองเจียงเฉิง เขาเองก็ถือเป็ผู้ทรงอิทธิพลคนหนึ่ง ที่ได้ผ่านอะไรๆ มามากมาย...หากแต่ตอนนี้ เขากลับรู้สึกประหม่าอย่างควบคุมไม่ได้เลย
“คุณเซี่ย” เสียงที่หลังม่านนั้น ยังคงเต็มไปด้วยความยั่วเย้าดังเดิม ทุกคำพูด ทุกพยางค์ ความรู้สึกนี้...ราวกับมีนิ้วมือเรียวยาวของใครคนหนึ่งเข้าลูบไล้เขาตามใบหน้า ลำคอ หน้าอก...ช่างยากที่จะควบคุมอารมณ์ภายในร่างเหลือเกิน “ที่คุณมาในวันนี้ เป็เพราะเื่ลูกชายสินะ?”
เซี่ยหลุนสะดุ้งใ ดวงตาที่เต็มไปด้วยราคะสว่างขึ้นนิดหนึ่ง เขาในตอนนี้ เพิ่งจะระลึกขึ้นได้ ว่าหญิงที่อยู่เื้ัม่านบางนั้น ไม่ใช่เพียงปีศาจจิ้งจอกที่ใช้ความงามยั่วเย้าดึงดูดิญญาผู้คนเท่านั้น แต่เธอยังเป็เ้าแห่งวงการใต้ดินในเจียงเฉิงเขตเหนือ ผู้ถูกเลื่องลือไปทั่วเมืองเจียงเฉิง!
เซี่ยหลุนพ่นลมหายใจออก พยายามแสดงออกถึงความนิ่งเฉียบในแบบผู้นำตระกูลใหญ่ เขายกขาขึ้นไขว่ห้างถาม “เื่ลูกชายฉัน ท่านเทพธิดารู้ได้ยังไง?”
แม้เซี่ยหลุนจะพยายามแสดงออกถึงความสุขุมจนสุดความสามารถ แต่แววตาที่หลุบลงต่ำของเขานั้น กลับหักหลังต่อความพยายามที่ทำมา เขาไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมองเธอ เพราะกลัวตนจะควบคุมความ้าที่มีในร่างนี้เอาไว้ไม่ได้ ที่หลังม่านนั่นราวมีแรงดึงดูดมหาศาล คอยดึงให้สติเขาหลุดลอยจนแทบจะควบคุมตัวเองไม่ได้ อยากเดินเข้าไปกระชากม่านนั่นออกเหลือเกิน
เทพธิดาฯ หัวเราะออกมาเบาๆ อวัยวะทุกส่วนในร่างกายเซี่ยหลุน ก็ราวกำลังเบาขึ้นเรื่อยๆ จนตัวเขาแทบลอยอยู่แล้ว
เธอหัวเราะอย่างเย้ายวน และพูดเสียงนุ่มยั่ว “ในอาณาเขตเจียงเฉิงตอนเหนือนี้ ไม่มีอะไรที่ฉันไม่รู้ และไม่มีคนที่ฉันจะรับมือด้วยไม่ได้...”
เมื่อพูดถึงเื่นี้ขึ้นมา ความเกลียดชังเข้ากระดูกดำที่มีต่อเซียวปิงก็มอดไฟใคร่ในตัวไปได้ไม่น้อย เขาเงยหน้าขึ้น พลางพูดอย่างตื่นเต้น “งั้นช่วยฆ่ามันให้ฉันได้ไหม? ไม่ ฉันจะตีขามันให้หัก ทำจนมันพิการ จากนั้นค่อยปล่อยให้มันมีชีวิตต่อในเจียงเฉิง ให้มันรู้ซึ้งถึงความหมายของคำว่าตายทั้งเป็”
“คิกๆ...คุณคงจะโกรธเขามาก” เทพธิดาฯ หัวเราะคิกคัก ก่อนเสียงเธอจะเปลี่ยนเป็เสียงเย้ยอย่างรวดเร็ว “เห็นได้ชัด ว่าคุณเป็ผู้ชายจิตใจคับแคบ ได้ยินมาว่าเื่แค้นของคุณกับเซียวปิง เกิดขึ้นได้ เพราะลูกชายคุณเริ่มก่อน”
เซี่ยหลุนไม่พอใจอย่างมาก แต่เป็เพราะอีกฝ่ายก็ไม่ใช่คนธรรมดาที่เขาควรจะมีเื่ด้วย เขาจึงได้แต่เก็บกลั้นอารมณ์โกรธเอาไว้
“วางใจเถอะ เื่ของพวกคุณก็พูดยาก ว่าแท้จริงแล้วใครเป็คนผิด ใครเป็คนถูกกันแน่ ฉันไม่สนใจเื่นั้นอยู่แล้ว ฉันสนแค่ว่า หากฉันช่วยคุณ แล้วฉันจะได้อะไรตอบแทน?”
เซี่ยหลุนเงียบลง ก่อนจะมองไปยังบุคคลเื้ัม่าน แล้วถาม “เธอ้าอะไรล่ะ?”
“การมีชีวิตอยู่ในโลกใบนี้ หากคุณอยากได้อะไรมา คุณก็ต้องแลกบางสิ่งที่เท่าเทียมออกไปเช่นกัน...แต่สิ่งที่ฉัน้าก็ง่ายมาก นั่นก็คือบริษัทลูกในเขตเหนือนี้ของคุณ ฉัน้าหุ้นแปดสิบเปอร์เซ็นต์”
“นั่นไมได้” เซี่ยหลุนสะดุ้งใ ก่อนจะพูดโกรธ “ธุรกิจในแถบเหนือนี้ มีมูลค่าถึงสามสิบเปอร์เซ็นต์ในธุรกิจทั้งหมดของฉัน เธอจะเอาหุ้นร้อยละแปดสิบไป ก็เท่ากับ้าร้อยละยี่สิบของมูลค่าในธุรกิจฉัน เธอรู้ไหมว่ามูลค่าธุรกิจทั้งหมดของฉันอยู่ที่เท่าไร?”
“คิดว่าฉันอยากได้?” เทพธิดาฯ พูดน้ำเสียงเหยียดหยาม “ไม่ว่าธุรกิจของคุณจะมีมูลค่ามากเท่าไรก็ตาม ฉันรู้แต่ว่าทรัพย์สมบัติที่ตระกูลเซี่ยของคุณมีอยู่ มันเทียบไม่ได้เลยสักนิดกับของตระกูลเย่...ฉันเพียง้าสิ่งตอบแทนเท่านั้น ไม่ว่าคุณจะไปขอความช่วยเหลือจากใคร คนคนนั้นก็้าสิ่งตอบแทนเช่นกัน คุณเองก็เป็นักธุรกิจ เื่แบบนี้คุณคงจะเข้าใจดีที่สุด”
“ข้อแลกเปลี่ยนนี้มันมากเกินไป” เซี่ยหลุนยันตัวลุกขึ้น “ฉันยอมรับไม่ได้!”
“คุณจะไม่ยอมรับก็ได้” เทพธิดาฯ ไม่มีความรีบร้อน ความวิตก และไร้ซึ่งความโกรธเคืองแม้สักนิด หากแต่คำที่พูดออกมากลับทำให้เซี่ยหลุนหมดแรงจะปฏิเสธได้อีก “ได้ยินมาว่า คนที่ชื่อเซียวปิงเป็ถึงยอดฝีมือแห่งศาสตร์ิจิ้น ใช่ไหม? การจะเอาชนะยอดนักิจิ้น ต่อให้เป็พละกำลังที่ฉันมีอยู่ ก็ยังต้องสูญเสียอะไรไปไม่น้อย...ฉันยังไม่รู้ด้วยซ้ำ ว่าเขาเป็นักิจิ้นระดับไหนแล้ว ระดับเริ่มแรก ระดับกลาง หรือระดับสูง? หากเขามีพละกำลังระดับนักิจิ้นขั้นสูงล่ะก็ สำหรับฉัน มันก็จะเป็ดังหายนะครั้งใหญ่ ที่ต่อให้คุณจะใช้ทรัพย์สินที่มีทั้งบ้านมาแลก ก็ไม่อาจต้านทานหายนะนั้นได้”
เซี่ยหลุนนั่งลงที่เดิมอย่างหมดแรง ในสมองดำดิ่งลงสู่ความปั่นป่วนอีกครั้ง ท่านเทพธิดาฯ พูดถูก นักิจิ้นระดับสูงเป็คนที่ใครก็ไม่อยากยุ่งด้วย หากในครั้งนี้ ไม่ได้เทพธิดาฯ ออกโรงแล้วล่ะก็ ความแค้นในครั้งนี้ก็ไร้ซึ่งหนทางในการแก้แค้นอีกต่อไป
เซี่ยหลุนกัดฟันกรอด ขณะกำลังจะตกลงยอมรับข้อตกลงนั้น จู่ๆ เทพธิดาฯ ก็หัวเราะแ่เบาอกมา “แต่...หากคุณไม่อยากจะแลกเปลี่ยนด้วยข้อเสนอที่มากขนาดนั้นล่ะก็ ฉันก็สามารถแนะนำคุณได้นะ...”
เซี่ยหลุนตาเป็ประกาย “แนะนำอะไร คุณมีแผนการอะไร?” เขาถามอย่างรีบร้อน
“แผนการในครั้งนี้ ข้อแลกเปลี่ยนคือสิบล้านหยวน และสิ่งที่ฉันจะทำ ก็แค่เสนอแผนการเท่านั้น หลังจากนั้น คุณคิดจะทำยังไงต่อไป นั่นก็ไม่ใช่เื่ของฉันอีกแล้ว”
เซี่ยหลุนขมวดคิ้ว “แค่แผนๆ เดียว มีค่าถึงสิบล้านเชียว?”
เทพธิดาฯ ตอบคำถามนั้น โดยการตั้งคำถามกลับ “แผนการที่จะช่วยคุณล้มนักิจิ้นที่แข็งแกร่งได้ มีค่าไม่ถึงสิบล้าน?”
สำหรับเซี่ยหลุนแล้ว เงินสิบล้านไม่ใช่ปัญหาอะไรอยู่แล้ว เมื่อได้ยินเทพธิดาฯ พูดเช่นนี้อีก เขาจึงรีบตกปากรับคำทันที “ฉันตกลง! ไว้กลับไปฉันจะให้เลขาโอนเงินกลับมาให้ทันที...แผนนั่นคืออะไรกันแน่?”
“หลังจากเซียวปิงมาถึงเจียงเฉิง เขาก็ไปมีเื่มีราวกับต้วนจื่อ หัวหน้าแก๊งนักเลงในถนนหมินหาง แล้วตกดึกของวันนั้นต้วนจื่อก็ตาย...ได้ข่าวมาว่า คุณกับ ผอ. กรมรักษาความปลอดภัยในแถบจินซ ามีความสัมพันธ์ที่ไม่เลวเลย จะลงมือในส่วนนี้ไม่ได้เลยหรือ?”
เซี่ยหลุนเมื่อได้ฟังดังนั้น ไม่เพียงแต่ดวงตาสว่างวาบ แต่เมื่อคิดถึงภาพตอนเซียวปิงถูกทรมาน เซี่ยหลุนก็รู้สึกตื่นเต้นจนนั่งไม่ติดที่ เขาเด้งตัวลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว
“คุณเซี่ยจะกลับแล้วเหรอคะ?” เทพธิดาฯ พูดระคนหัวเราะ
“สิบล้าน ฉันจะจ่ายให้ท่านเทพธิดาครบทุกบาททุกสตางค์แน่นอน ลาก่อน”
“กลับดีๆ นะคะคุณเซี่ย”
ขณะเซี่ยหลุนกำลังจะเดินออกจากประตู เขาหยุดฝีเท้าลง ก่อนจะหันกลับไปมองที่เตียงอีกครั้ง ั์ตาบ่งบอกถึงความ้าที่อัดแน่นในจิตใจ
เมื่อเซี่ยหลุนเดินจากไป ม่านภายในห้องก็เปิดออก ทั้งที่ห้องทั้งห้องไร้ซึ่งลมพัดผ่าน
ชายรูปร่างสูงใหญ่เดินออกมาจากหลังม่าน...เมื่อครู่ เซี่ยหลุนนั่งอยู่ในห้องนี้ตั้งนาน แต่กลับไม่รู้เลย ว่าภายในห้องไม่ได้มีแค่เขากับเธอเพียงสองคนเท่านั้น...
ชายคนนี้ผมค่อนข้างฟู เขาสวมชุดสีเหลืองอ่อนๆ ที่เท้าสวมรองเท้าผ้าแบบจีน เขารูปร่างสูงใหญ่ ถึงแม้จะไม่ได้ดูถึก แต่ร่างนั้นก็เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อแข็งแรงทั้งตัว กล้ามมากมายภายในตัวเขา ดูแล้วทรงพลัง...ช่างราวกับเ้าแห่งราชสีห์เหลือเกิน
และสิ่งที่ดึงดูดสายตาได้มากที่สุด ก็คงหนีไม่พ้น ผ้าปิดตาสีดำที่ปิดอยู่เหนือดวงตาของเขา ผ้านั้นปิดตาทั้งสองไว้สนิท ทว่า ความรู้สึกที่เขาส่งออกผ่านร่างกาย กลับให้ความรู้สึกคล่องแคล่ว ราวกับผ้าที่ปิดอยู่นั้น ไม่ได้ส่งผลอะไรต่อเขาเลยสักนิด
หลังเดินออกจากม่านแล้ว เขาก็เดินตรงไปยังเตียงนั้น ก่อนจะยื่นมือออกไป ขณะนิ้วมือเขาัักับมุ้งนั้นเบาๆ จู่ๆ เขาก็หยุดชะงัก ก่อนจะลดมือลง และวางมือไว้ที่ข้างลำตัวอีกครั้ง
“ทำไมนายถึงไม่กล้าเปิดมันออก?” เทพธิดาฯ ถาม
“ไม่ใช่ไม่กล้า แต่ไม่จำเป็ต่างหาก” กล้ามเนื้อที่ข้างใบหน้าชายคนนี้กระตุกน้อยๆ อยู่ตลอดเวลา ดูเหมือนว่า อารมณ์ของเขาในตอนนี้ไม่ได้สงบเหมือนเขาเลย “เธอก็รู้ จะมีหรือไม่มีม่านนี่ สำหรับฉันแล้ว มันก็ไม่ได้ต่างกันเลย...ตาแก่เมื่อกี้...ตอนมันมองเธอ สายตามันเต็มไปด้วยความลามก ฉันเกือบจะทนไม่ไหว...เกือบจะฆ่ามันไปแล้ว”
เทพธิดาฯ หัวเราะอ่อนหวาน “นายเห็นสายตาตอนที่มันมองฉันได้ด้วยเหรอ?”
“ฉันมองไม่เห็น...แต่ฉันรู้สึกได้ ตอนมันมองเธอ แววตามันเต็มไปด้วยความใคร่ มันเป็ความรู้สึก้าที่มีต่อร่างกายผู้หญิง ไอ้แก่นั่น ไม่รู้คิดอะไรอยู่!”
พูดถึงประโยคสุดท้าย ชายผู้พูดก็ราวกำลังกัดฟันพูด เห็นได้ชัด ว่าเขารู้สึกโกรธแค้นมากมายเพียงใด
“คิกๆ...คิกๆๆ...” เทพธิดาฯ หัวเราะไม่หยุด สีหน้าชายคนเดิมเริ่มจากซีดเผือด จนสุดท้าย ใบหน้าเขาก็เต็มไปด้วยความเ็ป ต่อมาจึงได้ยินเทพธิดาฯ พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเฉียบคม “นายอิจฉา นายหึง นายไม่พอใจ นายรู้สึกแย่ แต่นายมีสิทธิ์อะไร?”
“จูิอวี่ สำหรับฉัน นายก็เป็แค่หมาตัวหนึ่งเท่านั้น แค่หมาตัวหนึ่ง!!!”
เมื่อได้ฟังคำหยามเหยียดจากเทพธิดาฯ จูิอวี่ ร่างทั้งร่างก็เอาแต่สั่นเทาไม่หยุด น้ำตาเปียกซึมออกจากผ้าปิดตานั้น ก่อนจะหยดลงมาเป็สาย
แหมะ แหมะ
เทพธิดาพูดอย่างเยือกเย็น “ลูกตาก็ไม่มีแล้ว ยังร้องไห้ได้อีก?”
จูิอวี่เสียงต่ำลง น้ำเสียงปรากฏความเศร้าและความเสียใจเต็มอก “หากแค่ฉันยังมีหัวใจอยู่ ฉันก็ยังร้องไห้เป็! ถ้าหัวใจตายไป นั่นถึงจะไม่มีอะไรเหลืออีก ไม่แม้จะร้องไห้ได้อีก...ความเสียใจมิได้ใหญ่ไปกว่าใจเสีย”
เมื่อจบประโยคสุดท้าย ทั้งห้องก็ตกอยู่ในความเงียบสงัด เป็เวลานานทีเดียว กว่าเทพธิดาฯ จะถอนหายใจออกมาแล้วกล่าว “ฉันต้องทำยังไง นายถึงจะใจเสีย...”
ไฟในร้านบะหมี่กำลังจะดับลงแล้ว ตอนนี้ สาวทั้งสามจึงลุกยืน เตรียมจำใจบอกลาเซียวปิง โดยเฉพาะยัยสวี่เหวินถิงและเฉินหยวนหยวน ที่ไม่เคยได้รู้จักกับเหล่าทหารมาก่อน พอได้ฟังเื่ภายในกองที่เซียวปิงเล่าให้ฟัง พวกเขาก็สนุกกับมัน และอินจัดจนตัวประกอบอย่างพวกเธอ แย่งซีนนางเอกไปเสียหมด
ขณะนั้นเอง จางอีจื่อก็ยันไม้เท้าเดินออกมาพอดี เมื่อสายตาปะทะเข้ากับจางอีจื่อที่เดินออกมาจากห้อง เซียวปิงก็เริ่มรู้สึกผิดต่อเขาขึ้นมา ทั้งที่ตัวเป็คนเชิญเขาเองแท้ๆ แต่กลับทิ้งเขาไว้ในนั้นคนเดียวทั้งคืน เื่นี้เขาทำไม่ถูกจริงๆ
“เหอะๆ...คืนนี้ที่เชิญฉันกินข้าว ไม่เลวเลย อร่อยดี ไว้โอกาสหน้าจะมากินใหม่” จางอีจื่อกล่าวกับเซียวปิง
หลังจางอีจื่อกล่าวจบ ทุกคนในที่นั้นก็เข้าใจทันที ว่าเกิดเื่อะไรขึ้น เย่จื่อแลบลิ้นอย่างน่ารัก หากไม่ใช่เพราะเธอเรียกเซียวปิงออกมา เซียวปิงก็คงไม่ทิ้งเขาที่อายุมากแล้วท่านนี้ไว้คนเดียวโดยไม่สนใจหรอก
สวี่เหวินถิงและเฉินหยวนหยวนลอบยิ้มอยู่ข้างๆ ทำท่าทำทางราวกำลังรอดูฉากต่อไป
จางอีจื่อกวาดสายตามองเด็กสาวทั้งสามทีละคน สุดท้ายสายตาก็มาหยุดลงที่เย่จื่อ ด้วยสัญชาตญาณภายในตัว เขาก็รู้ทันทีเลยว่า ผู้หญิงที่ทำเซียวปิงตื่นเต้นได้มากขนาดนั้น ต้องเป็ผู้หญิงตรงหน้านี้แน่นอน
และอย่างที่คิด จางอีจื่อเอ่ยปากถามเธอ “เธอคือเย่จื่อสินะ?”
เย่จื่อเองก็ไม่รู้ว่าเพราะอะไร อาจเป็เพราะความรู้สึกผิดที่มี ทำให้เธอรู้สึกประหม่าเล็กน้อย เมื่อถูกสายตาของจางยีจื่อเพ่งเล็งมา...เธอพูดเขินๆ “ฉันคือเย่จื่อค่ะ...คุณปู่...เอ่อ ขอโทษนะคะ”
จางอีจื่อยิ่งมองก็ยิ่งพึงใจในตัวเย่จื่อ เมื่อได้ฟังคำขอโทษจากเธอ เขาจึงกล่าวระคนหัวเราะ “ฉันรู้จักกับเซียวปิงมาตั้งห้าปีแล้ว แม้อายุจะห่างกันมาก แต่ก็ถือว่าเป็เพื่อนที่ดีต่อกัน เื่แค่นี้ไม่เป็อะไรหรอก...แต่เธอนี่สิ ฉันยังไม่เคยเห็นเซียวปิงเล่าเื่แบบเปิดใจกับผู้หญิงคนไหนเลย ยิ่งไปกว่านั้น ฉันยังไม่เคยเห็นผู้หญิงคนไหน สามารถแก้ปมในจิตใจเขาได้...เธอเป็คนแรก แล้วก็เป็คนเดียว”
“ฉันก็แค่อยากจะเห็น ว่าผู้หญิงคนนี้หน้าตาเป็ยังไง...พอดูตอนนี้แล้ว ไม่เลว...ไม่เลวจริงๆ”
“พอแล้วล่ะ อายุฉันก็ไม่ใช่น้อยๆ แล้ว แถมยังเหนื่อยแล้วด้วย...ฟรอย พวกเรากลับกันก่อนเถอะ”
“กลับดีๆ นะคะคุณปู่” เย่จื่อกล่าวไล่หลัง
รอจนจางอีจื่อจากไปแล้ว เย่จื่อที่นึกถึงคำพูดก่อนหน้าของจางยีจื่อ ก็แอบหันไปมองเซียวปิงแวบหนึ่ง ประจวบกับสายตาของเซียวปิงเอง ก็มองตรงไปยังเธอ...สายตาทั้งสองเพิ่งสบเข้าด้วยกัน ทั้งสองก็รีบเบี่ยงสายตาหลบจากกันอย่างรวดเร็ว พร้อมกับหัวใจก็เต้นแรงขึ้น
สายตาเย่จื่อ...นำไฟฟ้า?
