"เอ๋? อาการป่วยหายแล้วหรือ? " ฮูหยินผู้เฒ่าประหลาดใจจนหยุดการกระทำในมือลง แม่นมมารายงานว่า เมื่อครู่นี้คุณหนูรองกล่าวว่าอาการป่วยของฮูหยินดีขึ้นแล้ว ขอเพียงได้พักผ่อนอีกสองวันก็จะสามารถมาคารวะฮูหยินผู้เฒ่าที่จวนได้แล้ว
“นี่ไม่ใช่ว่าล้อข้าเล่นหรือ?” ฮูหยินผู้เฒ่าแค่นเสียงเย็นครั้งหนึ่ง
“ฮูหยินผู้เฒ่าเ้าคะ ไม่สู้กล่าวว่าเป็ฝีมือการแพทย์ของหย่งจี๋เสี้ยนจู่สูงส่ง ใช้เวลาเพียงแค่หนึ่งชั่วยามก็สามารถรักษาอาการป่วยของฮูหยินจนหายได้แล้วเ้าค่ะ” แม่นมใหญ่อมยิ้ม ที่นางพูดก็มีเหตุผล หากไม่ใช่เพราะอวิ๋นซู ตอนนี้เหลยซื่ออาจจะยังนอนพึมพำกับตนเองอยู่บนเตียงก็เป็ได้
“ก่อความวุ่นวายมากมายถึงเพียงนั้น ตอนนี้กล่าวเพียงประโยคเดียวว่าพักผ่อนสองวันก็สามารถมาคารวะได้แล้ว?”
ฮูหยินผู้เฒ่าคิดถึงจวนแม่ทัพที่ส่งจดหมายมาทุกวัน เหลยซื่อแต่งเข้ามาหลายปี เกรงว่าจดหมายที่ได้รับรวมกันยังไม่มากเท่าสองวันมานี้
“ในเมื่อเป็เช่นนี้ ฮูหยินผู้เฒ่าเวยหย่วนก็ไม่ต้องมากดดันอีกแล้วนะเ้าคะ”
“ผู้ใดจะทราบเล่า บางทีผู้อื่นอาจจะตำหนิจวนชางหรงโหวว่าเลี้ยงดูบุตรสาวของนางได้ไม่ดีก็เป็ได้” ในใจของฮูหยินผู้เฒ่าไม่พอใจจวนแม่ทัพเว่ยหย่วนเป็อย่างมาก จวนแม่ทัพ? ฮึ ต่อให้เมื่อก่อนได้รับเกียรติมากมายแล้วอย่างไร วันนี้แม่ทัพเวยหย่วนที่อายุมากยังสามารถยกทัพทำศึกได้อีกหรือไม่? จวนแม่ทัพของพวกเขาอยู่บนเส้นทางที่ตกต่ำมาตั้งนานแล้ว ตอนนี้ยังจะมีอะไรที่น่าหยิ่งทะนงอีก ไม่เห็นใครอยู่ในสายตาหรือ?
“ฮูหยินผู้เฒ่า จวนแม่ทัพเวยหย่วนส่งจดหมายมาอีกแล้วขอรับ”
พ่อบ้านชราเดินเข้ามาจากด้านนอกด้วยใบหน้ากระอักกระอ่วน ฮูหยินผู้เฒ่ายื่นมือออกไปด้วยใบหน้ามืดครึ้ม “นำมาเถิด”
ในจดหมายเขียนว่า ในเมื่อฮูหยินท่านโหวหายดีแล้ว ฮูหยินผู้เฒ่าเวยหย่วนหวังว่าเหลยซื่อจะสามารถกลับไปด้วยกันกับอวิ๋นฮว๋าได้ เพื่อคลายความคิดถึงบุตรสาวของนาง พูดจาเสียใหญ่โตราวกับว่าครั้งนี้หากจวนโหวไม่ตอบรับจะต้องถูกประณามว่าจิตใจอำมหิตเป็แน่!
“ดูเอาเถิด เห็นจวนชางหรงโหวของพวกเราเป็สถานที่อะไรไปแล้ว อยากมาก็มาอยากไปก็ไป!” ฮูหยินผู้เฒ่าโกรธจนขว้างกระดาษลงกับพื้น
“นี่...” แม่นมกลับมองได้อย่างชัดเจน จวนแม่ทัพ้าจะปิดปาก
พวกเขาเห็นจวนโหวเป็ลูกพลับนิ่มเกินไปหรือไม่? ใช้อำนาจของไทเฮามาสนับสนุนค้ำจุน จวนโหวทำได้แต่งอมืองอเท้าทำตามพวกนั้นหรืออย่างไร?
“ท่านแม่ขอรับ” ในตอนนี้ชางหรงโหวที่เพิ่งกลับมาจากราชสำนักได้เห็นใบหน้าโกรธเคืองของฮูหยินผู้เฒ่า ทั้งยังมีกระดาษแผ่นหนึ่งอยู่บนพื้น “เกิดเื่อะไรขึ้นหรือขอรับ?”
“ฮึ แน่นอนว่าต้องเป็เครือญาติทางการแต่งงานที่ดีของพวกเรา ส่งจดหมายมาทำให้ข้าดีใจ” ภายในน้ำเสียงอัดแน่นไปด้วยความไม่พอใจ ชางหรงโหวก้มเอวลงเก็บจดหมายฉบับนั้นขึ้นมา “ในเมื่อเป็เช่นนี้ก็ส่งพวกนางกลับไปเถิด”
“ส่งกลับไป? รออีกหลายวันพอพวกนางยินดีแล้วค่อยกลับมาหรือ?” ฮูหยินผู้เฒ่าในตอนนี้ไม่เห็นด้วย
“ท่านแม่ขอรับ จวนแม่ทัพเวยหย่วนไม่ยอมเลิกราง่ายๆ อย่างเด็ดขาด เกรงว่าไม่นานก็จะรู้ไปถึงไทเฮา”
คำพูดของชางหรงโหวเตือนสติฮูหยินผู้เฒ่า ไม่ผิด ฮูหยินเวยหย่วนยังมีความสัมพันธ์เช่นนั้นอยู่ เมื่อถึงเวลาก็จะลำบากไปถึงฝั่งของไทเฮา จวนชางหรงโหวไม่อาจไม่ส่งคนกลับไปได้ นี่ไม่ใช่ยิ่งทำให้ผู้อื่นหัวเราะเยาะหรอกหรือ?
ฮูหยินผู้เฒ่ากล้ำกลืนฝืนทน ขอเพียงแค่ไม่ต้องกลืนความขมขื่นมากจนเกินไป “เช่นนั้นก็ให้พวกนางกลับไป ดูจะร้อนใจแย่แล้ว!”
มีทั้งคนยินดีและมีทั้งคนไม่ยินดี ทางฝั่งของฮูหยินผู้เฒ่าโกรธเป็ฟืนเป็ไฟ ส่วนหลิ่วอวิ๋นฮว๋าดีใจเป็อย่างมากจนเห็นได้ชัด ในที่สุดท่านย่าก็ยอมประนีประนอมกับท่านยายแล้ว นี่มิใช่เป็การแสดงให้เห็นว่าจวนแม่ทัพเวยหย่วนแข็งแกร่งกว่าจวนชางหรงโหวหรอกหรือ? ขอเพียงท่านยายอยู่สนับสนุนพวกนาง ท่านย่าก็ไม่อาจไม่ประนีประนอมยอมถอยได้!
“ท่านแม่ รอกลับไปจวนแม่ทัพก่อน พวกเราค่อยไปหารือกับท่านยายดีๆ ว่าจะจัดการนังสารเลวนั่นอย่างไร” หลายวันมานี้เพราะเื่ของท่านแม่ หลิ่วอวิ๋นฮว๋าจึงได้กราบทูลไทเฮาแล้วว่าไม่อาจเข้าวังไปอยู่เป็เพื่อนพระองค์ได้ ตอนนี้จึงต้องลำบากท่านยายให้พูดจาดีๆ ต่อพระพักตร์ไทเฮาเสียหน่อย
อย่างไรก็ตามกลับไม่มีคนตอบรับนาง หลิ่วอวิ๋นฮว๋าจึงหันกลับไป เห็นเหลยซื่อนั่งอยู่อย่างหมดแรง ใช้มือประคองหน้าผากเอาไว้
“ท่านแม่เ้าคะ ท่านเป็อะไรหรือ?”
“...ไม่เป็ไร เพียงรู้สึกเหนื่อย” เหลยซื่อไร้เรี่ยวแรงอย่างเห็นได้ชัด
“เหนื่อยก็พักผ่อนให้มากๆ เสียหน่อย รอรถม้ามา อวิ๋นฮว๋าจะมาเรียกท่านเ้าค่ะ”
สองวันมานี้สุขภาพของเหลยซื่อค่อนข้างจะเหน็ดเหนื่อยง่าย และยังชอบอยู่ในห้อง หากออกมาโดนลมด้านนอกก็จะรู้สึกสมองมึนงง ดังนั้นจึงทำได้เพียงนอนอยู่บนเตียง ขอเพียงแค่หลับสนิทได้ หลิ่วอวิ๋นฮว๋าก็ไม่ได้รู้สึกกังวลเหมือนอย่างตอนแรกแล้ว
นางเก็บทุกอย่างเรียบร้อยด้วยตัวคนเดียว บริเวณประตูมีเงาร่างหล่อเหลาร่างหนึ่งยืนอยู่ “น้องรอง”
หลิ่วอวิ๋นฮว๋าเงยหน้าขึ้น เห็นใบหน้าอันเงียบขรึมของหลิ่วอวิ๋นเฟิง
“...พี่ใหญ่ ข้ากับท่านแม่จะกลับไปพักที่จวนแม่ทัพสักหลายวัน”
หลิ่วอวิ๋นเฟิงเดินไปเบื้องหน้า เหลยซื่อที่เพิ่งนอนลงบนเตียงกำลังจะลุกขึ้นมาก็ถูกเขาหยุดเอาไว้ “ท่านแม่นอนดีกว่าขอรับ”
“อวิ๋นเฟิง...” น้ำเสียงของเหลยซื่อมีความหมายลึกล้ำ “เ้าจะต้องพยายาม”
ไม่ทราบว่าเพราะเหตุใด หลิ่วอวิ๋นเฟิงรู้สึกว่าน้ำเสียงของนางมีความเ็ปอยู่ ความไม่สงบในใจของเขาพุ่งทะยานขึ้น “ไม่สู้ท่านแม่อยู่ต่อดีหรือไม่ขอรับ เห็นว่าร่างกายของท่านก็ดีขึ้นมากแล้ว”
เหลยซื่อยิ้มพลางส่ายศีรษะ “ข้าไม่อยากเห็นนังสารเลวนั่น รอให้กลับไปก่อน ท่านยายของเ้าสามารถทวงความยุติธรรมให้แม่ได้!”
หลิ่วอวิ๋นเฟิงทราบว่าไม่ว่าเขาจะกล่าวอย่างไร ความคับข้องใจระหว่างท่านแม่และอวิ๋นซูก็ไร้ทางแก้ น้องสามไม่อยู่แล้ว เขาหวังเพียงว่าเหล่าพี่น้องของตนเองจะสามารถเปิดใจอยู่ร่วมกันได้ แต่เขาพบว่าจิตใจของผู้คนไม่ได้ควบคุมง่ายดายถึงเพียงนั้น
“อีกทั้งสมควรที่จะจัดการการเื่แต่งงานของเ้าได้แล้ว แม่จะพูดกับท่านยายของเ้าดีๆ ให้นางช่วยหาคุณหนูที่มีฐานะเหมาะสมให้เ้า เพื่อให้ตระกูลหลิ่วได้แตกกิ่งก้านสาขาออกไป”
“ท่านแม่เ้าคะ คำเหล่านี้ไว้ว่ากันวันหลังเถิด!” หลิ่วอวิ๋นฮว๋าเพียงรู้สึกว่าเื่เร่งด่วนยังคงเป็กำจัดนังสารเลวอวิ๋นซู มีนางอยู่มากขึ้นหนึ่งวัน พวกนางก็อย่าได้คิดที่จะมีวันเวลาที่ดีไปตลอดกาล
“ฮูหยินขอรับ คุณหนูรองขอรับ รถม้าของจวนแม่ทัพรออยู่ด้านนอกแล้วขอรับ” องครักษ์กลับมารายงาน
“ท่านแม่ ให้ข้าประคองท่านลุกเถิด”
หลิ่วอวิ๋นเฟิงประคองเหลยซื่ออย่างระมัดระวัง เมื่อเดินไปข้างโต๊ะ เขารู้สึกได้ถึงกลิ่นอันแปลกประหลาดกลิ่นหนึ่ง “นี่กลิ่นอะไร?”
“ไม่รู้ รู้สึกเพียงแต่ว่ากลิ่นนี้ทำให้แม่รู้สึกสบาย” หากมิใช่ว่าหลิ่วอวิ๋นเฟิงกล่าวเตือน เหลยซื่อก็เกือบจะลืมไปแล้ว “อวิ๋นฮว๋า นำกำยานเหล่านี้กลับไปด้วยเถิด” นางรู้สึกว่าได้กลิ่นกำยานเหล่านี้แล้วจะทำให้นอนหลับดีเป็พิเศษ
“ท่านแม่เ้าคะ ช่างมันเถิด มีอะไรบ้างที่จวนแม่ทัพไม่มี รถม้ากำลังรออยู่เ้าค่ะ!” หลิ่วอวิ๋นฮว๋ารู้สึกอดรนทนไม่ไหว นางเพียงรู้สึกว่าเมื่ออยู่ในจวนโหวจะทำให้รู้สึกไม่เป็อิสระ ไม่มีใครสนับสนุนพวกนาง ราวกับว่ากระทั่งบ่าวไพร่ก็ไม่เห็นพวกนางอยู่ในสายตา
จากไปครั้งนี้ เชื่อว่าท่านยายจะต้องคิดวิธีช่วยนางให้เปลี่ยนแปลงสถานการณ์ได้อย่างแน่นอน ถึงตอนนั้นจวนโหวจะต้องส่งเกี้ยวแปดคนหามไปรับพวกนางกลับมา
“คุณหนู รีบดูเถิดเ้าค่ะ พวกคุณหนูรองขนย้ายสิ่งของไปมากมายถึงเพียงนี้ มิใช่ว่า้าอยู่นานเสียหน่อยหรือเ้าคะ?” อวี้เอ๋อร์มองสิ่งของกล่องแล้วกล่องเล่าที่ถูกเคลื่อนย้ายขึ้นไปบนรถม้า ในใจกลับรู้สึกลิงโลด ต้องทราบว่ายามที่คุณหนูรองและฮูหยินไม่อยู่ในจวน จวนโหวจะมีความสุขมากเป็พิเศษ และไม่มีเื่ราววุ่นวายมากมายถึงเพียงนั้น
สายตาของอวิ๋นซูกลับตกอยู่บนร่างทั้งสามที่อยู่ด้านหลัง
เหลยซื่อถูกหลิ่วอวิ๋นเฟิงประคอง สายตาของสตรีผู้นั้นมองมาทางตนเองอย่างเชือดเฉือน อวิ๋นซูมองเห็นความโเี้และไม่พอใจในสายตาของนาง ส่วนหลิ่วอวิ๋นฮว๋าอยู่ข้างหน้า เชิดคางขึ้นอย่างไม่ยอม
นางคิดว่าอยู่ในจวนโหวอวิ๋นซูจะต้องทำทุกวิถีทางเพื่อวางแผนทำร้ายท่านแม่ของนางอย่างแน่นอน พวกนางกลับไปจวนแม่ทัพแล้ว อวิ๋นซูก็จะไม่สามารถทำอะไรได้อีก รอให้ท่านแม่รักษาสุขภาพจนหายดีเสียก่อนค่อยกลับมาแก้แค้นนังสารเลวนี่อย่างสบายใจ
อวี้เอ๋อร์ทนรับสายตาของหลิ่วอวิ๋นฮว๋าและเหลยซื่อไม่ได้จึงจูงอวิ๋นซูถอยไปด้านหลังหลายก้าว นางถูกเหลยซื่อที่บ้าคลั่งในวันนั้นทำเอาใจนนอนไม่หลับไปหลายวัน ทุกครั้งที่คิดถึง ล้วนรู้สึกราวกับว่าเหลยซื่อ้าจะพุ่งเข้ามาอย่างไรอย่างนั้น
นางรีบพูดเสียงต่ำว่า “คุณหนูเ้าคะ รู้สึกหรือไม่เ้าคะว่าใบหน้าของฮูหยินค่อนข้างแปลกประหลาด”
หากกล่าวกันตามเหตุผลแล้ว สุขภาพเหลยซื่อค่อยๆ ดีขึ้น สีหน้าของนางก็ควรจะแดงขึ้นถึงจะถูก แต่ในสายตาของอวี้เอ๋อร์ ใบหน้าของเหลยซื่อดูราวกับเทียนไข มีความรู้สึกเลือนรางราวกับมีเมฆหมอกปกคลุมอยู่
อวิ๋นซูกลับทำเพียงหันกายกลับมาอย่างเรียบเฉย ไม่ได้มองไปทางแม่ลูกคู่นั้นอีกแม้เพียงสายตา
เมื่อกลับมาถึงเรือนไผ่ ภายในเรือนไม่มีคน ชุนเซียงเคาะประตูเบาๆ แล้วเดินเข้ามา
“คุณหนูเ้าคะ” ในมือของนางปรากฏกำยานอยู่สองชิ้น
“พวกนางไม่ได้นำไปด้วยหรือ?”
“ไม่เ้าค่ะ นี่เก็บมาจากผอบใส่กำยานเ้าค่ะ”
อวิ๋นซูพยักหน้าเล็กน้อย ความจริงแล้วที่ครั้งนี้เหลยซื่ออาการดีขึ้นเป็เพียงเื่หลอกตาเท่านั้น ชีพจรของนางยังคงสับสนอยู่ เพียงแต่ตนเองได้วางกำยานเอาไว้ในผอบใส่กำยานภายในห้องของนาง
กำยานนี้จะเข้าไปสู่ร่างกายเหลยซื่อผ่านทางอากาศและจะช่วยให้นางมีจิตใจสงบ แต่ก็เป็ระยะเวลาเพียงชั่วคราวเท่านั้น กำยานชนิดนี้มีลักษณะที่ทำให้เสพติด กล่าวได้ว่าเพียงได้รับไปแล้วก็จำเป็ต้องใช้ไปตลอด
แต่ครั้งนี้พวกเหลยซื่อยืนกรานที่จะกลับจวนแม่ทัพ ย่อมเป็การขุดหลุมฝังตนเองโดยไม่ต้องสงสัย
อวิ๋นซูไม่ใช่แม่พระ นางไม่สามารถอดทนอดกลั้นให้ผู้อื่นวางแผนใส่ตัวเองครั้งแล้วครั้งเล่าได้ เหลยซื่อเจ็บป่วย อวิ๋นซูคิดว่าหากจะปล่อยให้นางจากไปโดยที่เสียสติจนทำให้คนรอบข้างเกิดความลำบาก มิสู้ตนเองทำให้นางจากไปอย่างมีความสุขเสียหน่อย นับว่านางใจอ่อนมากแล้ว
เพียงแต่วันนี้นางไปจากกำยานนี้แล้ว เมื่อกลับไปถึงจวนแม่ทัพ อาการป่วยของเหลยซื่อก็จะย่ำแย่ลงอย่างรวดเร็ว เมื่อถึงตอนนั้นต่อให้ตนเองฝังเข็มก็ไม่อาจทำให้นางสงบได้
แน่นอนว่าเื่นี้นางไม่ได้บอกกับผู้ใดรวมถึงชุนเซียงด้วย มีเื่มากมายที่นางจำเป็ต้องเก็บซ่อนเอาไว้ในใจ มิเช่นนั้นจะทำให้ความพยายามที่ผ่านมาสูญเปล่า
กลับจวนแม่ทัพไปครั้งนี้ หลิ่วอวิ๋นฮว๋ามีจิตใจไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปแล้ว นางประคองเหลยซื่อลงไปอย่างระมัดระวัง บริเวณประตูกลับมีเพียงพ่อบ้านชราที่รออยู่
ฮูหยินผู้เฒ่าเวยหย่วนรออยู่ภายในเรือน จนกระทั่งแม่ลูกคู่นี้เข้าไป นางจึงค่อยๆ เบนสายตาขึ้น
“ท่านยายเ้าคะ...” หลิ่วอวิ๋นฮว๋ารีบเปลี่ยนท่าทางเป็อับจนคำพูดแล้วพาเหลยซื่อเข้าไป ราวกับ้าให้ฮูหยินผู้เฒ่าเวยหย่วนได้เห็นใบหน้าอันซีดเซียวของเหลยซื่อได้อย่างชัดเจน
“ฮึ ดูพวกเ้าเถิด หลังจากกลับไปก็กลายเป็อะไรไปแล้ว” ความไม่พอใจในน้ำเสียงนี้ไม่ปิดซ่อนเลยแม้แต่น้อย เหลยซื่อย่อมเข้าใจความหมายของนาง ครั้งนี้สามารถกล่าวได้ว่าฮูหยินผู้เฒ่าเวยหย่วนปูทางให้พวกนางก่อนที่จะส่งพวกนางกลับไป ผลก็คือยังคงตกอยู่ในสภาพเช่นนี้กลับมา นี่จะให้ฮูหยินผู้เฒ่าเวยหย่วนเอาหน้าไปวางไว้ที่ไหน
“ท่านยายเ้าคะ เป็เพราะนังตัวโชคร้ายนั่น เป็นางที่ฆ่าน้องสาม ไม่เช่นนั้นท่านแม่ก็จะไม่ป่วย!”
เมื่อพูดถึงหลิ่วอวิ๋นฮั่น ฮูหยินผู้เฒ่าเวยหย่วนสายตามืดครึ้มลงดังคาด
