“คุณชายเฉิน อย่าหยอกล้อคุณชายสองท่านนี้เลย ดูสิ! หน้าแดงกันหมดแล้ว!” หลายคนเดินเข้ามา กลิ่นเหล้าอันเข้มข้นทำเอาอู๋ฮุ่ยอวิ๋นคลื่นไส้
“คุณหนะ...คุณชาย! แย่แล้ว!” สาวใช้ที่อยู่ด้านข้างเห็นว่าคุณหนูของตนถูกพัวพัน แต่กลับไม่กล้าเข้าไป คนที่ดื่มจนเมามายผู้ใดจะทราบว่าจะทำเื่เช่นไรออกมา
“หยุดมือ พวกเ้าไม่รู้หรือว่าข้าคือใคร?!” อู๋ฮุ่ยอวิ๋นพยายามระงับความหวาดกลัวภายในใจของตน หากรู้เร็วกว่านี้คงจะไปจากที่นี่นานแล้ว คงไม่พบกับพวกไร้เหตุผลเหล่านี้
นางพูดพึมพำเช่นนี้กลับทำให้คนเ่าั้หัวเราะออกมาขนานใหญ่ หนึ่งในนั้นพบว่าแก้มของคุณชายท่านนี้แดงเรื่อ ดูแล้วโดดเด่นอยู่หลายส่วน “เ้าดูเถิด ผิวละเอียดเนื้อนุ่มเช่นนี้ คงไม่ใช่ว่าเป็แม่นางจริงๆ หรอกกระมัง?”
“เอ๋? หรือว่าข้าจะกล่าวได้ถูกต้อง เหล้าดีกลอนดี ตอนนี้ก็มีหญิงงามมาคนหนึ่งแล้ว? ฮ่าๆๆ ...”
คำพูดแทะโลมเช่นนี้ทำให้อู๋ฮุ่ยอวิ๋นทนไม่ไหวอยากจะขุดดินมุดลงไป ยิ่งนางดิ้นรนต่อสู้ บุรุษเหล่านี้ก็ยิ่งหัวเราะอย่างชอบใจ “หยุดพูดจาไร้สาระได้แล้ว ท่านกับข้าล้วนเป็บุรุษเหมือนกัน พูดเช่นนี้ไม่กลัวว่าลือออกไปแล้วจะถูกผู้คนหัวเราะเยาะหรือ?”
แต่ผู้ที่ดื่มจนเมามายไหนเลยจะมีตรรกะเช่นยามปกติ พวกเขาสนใจเพียงดื่มสุราและมีความสุขเท่านั้น
“จะเป็บุรุษหรือไม่ ลองดูก็รู้แล้ว” คนผู้นั้นถึงกับยกมือขึ้นมาต่อหน้าอู๋ฮุ่ยอวิ๋น ทำท่าทางราวกับจะ...
“หยุดนะ! หยุด! เ้ากล้า!” นางคิดอยากจะดิ้นรนให้หลุดออกมาจากมือของบุรุษผู้นั้น ทว่ามืออีกข้างหนึ่งก็วางลงบนหน้าอกของนางแล้ว
คุณหนู! นี่จะทำอย่างไรดี! คงมิอาจกล่าวได้ว่าเป็คุณหนูแห่งจวนชางหย่วนโหวเอาตอนนี้หรอกกระมัง หากแพร่ออกไปชื่อเสียงของคุณหนูต้องพังยับเยินแน่! สาวใช้ผู้นั้นพลันคิดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ บนดาดฟ้าเรือมิใช่ว่ายังมีอีกคนอยู่หรือ? ทันใดนั้นนางรีบมองไปรอบๆ อย่างกระวนกระวาย พบอวิ๋นซูกำลังมองมาด้วยสายตาเ็าบริเวณไม่ไกลดังคาด จึงรีบสลัดบุรุษหลายคนนั้นออกแล้ววิ่งเข้าไป
“คุณชาย เร็ว รีบช่วยคุณหนะ...คุณชายของข้า...”
อวิ๋นซูขมวดคิ้ว “พวกเ้ามีกันสองคน” ความหมายก็คือพวกนางมีกันสองคน แต่ตนเองมีเพียงคนเดียว
นี่ไหนเลยจะเป็ปัญหาสองคนหรือคนเดียว สตรีอ่อนแอสองคนอย่างพวกนางจะสามารถทำอะไรได้? “คุณชาย รีบไปช่วยคุณชายของข้าเร็วๆ หน่อยเถิด...”
เมื่อได้ยินสาวใช้ของตนกำลังขอความช่วยเหลือจากคนอื่น อีกทั้งคนผู้นั้นก็ดูเหมือนจะไม่ได้มีเจตนาช่วยเหลือ อู๋ฮุ่ยอวิ๋นพลันโกรธจนขึ้นสมอง “ข้าสั่งให้เ้ารีบมาช่วยข้า!”
เข็มเงินที่เดิมทีอวิ๋นซูวางอยู่บนฝ่ามือถูกเก็บเข้าไปโดยพลัน “ทำไม เ้าคิดว่าข้าจะเอาชนะพวกเขาได้หรือ?”
นางมองไปยังบุรุษหลายคนนั้นแล้วมองไปยังร่างกายผอมบางของอวิ๋นซู ท่าทางเช่นนี้มิใช่ว่าให้นางส่งไปตายหรอกหรือ? แต่อู๋ฮุ่ยอวิ๋นไหนเลยจะสนใจ “เช่นนั้นเ้าก็มาขวางพวกเขาเอาไว้สิ!”
หากนางเอ่ยด้วยความจริงใจ อวิ๋นซูก็จะช่วยนาง แต่กลับเป็คุณหนูที่หยิ่งยโสคนหนึ่ง สมควรให้นางลิ้มรสความยากลำบากเสียหน่อย
อู๋ฮุ่ยอวิ๋นเห็นท่าทางเช่นนี้ของอวิ๋นซู ชั่วขณะก็ไม่ได้คิดมากมาย พยายามดิ้นคิดจะเดินเข้าไปใกล้ บุรุษหลายคนนั้นพลันสังเกตเห็นถึงเจตนาของนาง “ทำไม ยังคิดจะหาผู้ช่วยหรือ?” สายตามองไปทางอวิ๋นซูด้วยความไม่พอใจ
“คุณชาย ช่วยคุณหนูของข้าด้วยเถิด! มิเช่นนั้น...”
อวิ๋นซูส่งสายตาบอกใบ้ไปให้ สาวใช้ผู้นั้นทันรู้ตัวว่าตนเองหลุดปากไปแล้ว จึงลังเลว่าควรจะทำอย่างไร
ตอนนี้เอง บุรุษสองคนซ้ายหนึ่งขวาหนึ่งดึงแขนของอู๋ฮุ่ยอวิ๋น บุรุษที่เป็หัวหน้าหัวเราะฮี่ๆ ออกมา “ดูสิว่าผู้ใดกล้ามาช่วยเ้า”
“เ้า เ้าจะทำอะไร?” นางพลันสังหรณ์ใจเลวร้าย สาวใช้เห็นท่าไม่ดีจึงรีบพุ่งเข้าไปไม่สนใจความแตกต่างของบุรุษและสตรี กอดเอวของบุรุษผู้นั้นเอาไว้ไม่ให้ก้าวไปข้างหน้าอีกแม้เพียงครึ่งส่วน
“หยุดนะ! พวกเ้ารีบหยุดมือ!”
“เ้าหลบไปเสีย!” บุรุษผู้นั้นทำเพียงสะบัดเบาๆ สาวใช้ผู้นั้นก็ถูกสลัดจนปลิวออกไป
“ชุ่ยอวี้!” สีหน้าของอู๋ฮุ่ยอวิ๋นย่ำแย่ถึงขีดสุด มองดูบุรุษผู้นั้นที่ก้าวเข้ามาใกล้ทีละน้อย น้ำตาไหลทะลักออกมาจากดวงตา
เป็่โอกาสที่ดีที่สุด อวิ๋นซูยื่นมือกดลงไปบนแขนเสื้อ ได้ยินเสียงหนึ่งดังขึ้นเบาๆ จากนั้นเกิดเสียงร้องระงมดังขึ้นทะลุชั้นบรรยากาศ ริมฝั่งแม่น้ำด้านหลังมีเสียงดอกไม้ไฟขึ้นมาพอดี ดอกไม้ไฟทะยานขึ้นฟ้าแตกตัวกลางอากาศเบ่งบานออกเป็สีสันหลากหลายอย่างงดงาม ปิดบังเสียงร้องอนาถอันไม่เข้าพวกนี้ไปได้
“มือข้า! มือข้า!” กลางฝ่ามือที่ยื่นออกมาของบุรุษผู้นั้นมีเข็มเงินเล่มหนึ่งปักอยู่!
“ผู้ใด! ผู้ใดกล้าลงมือ! ออกมาให้ข้าเสีย...”
“คุณชายเฉิน อย่าขยับ ดึงเข็มเงินเล่มนั้นออกมาเถิด!”
บุรุษหนึ่งในนั้นปล่อยมืออู๋ฮุ่ยอวิ๋น นางรีบดิ้นแล้ววิ่งมายังทิศทางของอวิ๋นซู ขณะเดียวกันก็มีเสียงร้องดังขึ้นอีกครั้งหนึ่ง “อ๊าก! มือข้า!”
ฝ่ามือของคุณชายเฉินผู้นั้นปรากฏเข็มเงินอีกเล่มหนึ่ง
ตอนนี้อู๋ฮุ่ยอวิ๋นมองเห็นอย่างชัดเจน คุณชายที่ยืนมองอยู่ด้านข้างผู้นั้น ดูเหมือนว่าในแขนเสื้อจะซ่อนของบางอย่างเอาไว้ หรือว่าจะเป็อาวุธลับ?
“ผู้ใด? ผู้ใดอยู่ตรงนั้น!” บุรุษหลายคนแยกแยะสถานการณ์ได้ไม่ชัดเจนอย่างสิ้นเชิง มองไปรอบๆ อย่างตึงเครียด ความเ็ปเช่นนี้กลับทำให้สติของคุณชายเฉินแจ่มชัดขึ้นไม่น้อย พลันมองไปยังทิศทางของอวิ๋นซู “เป็เ้า เป็เ้าใช่หรือไม่?”
อู๋ฮุ่ยอวิ๋นถูกบุรุษผู้นั้นสะบัดออกอย่างแรง ทั้งร่างโถมเข้าไปหาอวิ๋นซูในทันที คิดไม่ถึงว่ามือจะไปแปะอยู่บนหน้าอกของนางเข้าพอดี ความรู้สึกนุ่มนิ่มเช่นนี้ทำให้อู๋ฮุ่ยอวิ๋นตกตะลึง นี่...
อวิ๋นซูไม่สนใจเลยแม้แต่น้อย ทำเพียงมองไปยังบุรุษกลุ่มนั้นอย่างเ็า
สายตาเ็าสงบนิ่งกระตุ้นพวกเขา “ดี เ้ารู้หรือไม่ว่าพวกข้าคือใคร ถึงกับกล้าเข้ามาวุ่นวาย!”
นอกจากคุณชายเฉินที่ร้องเสียงหลงผู้นั้นแล้ว อีกหลายคนที่เหลือขยับล้อมเข้ามา ท่าทางน่ากลัวราวกับตั้งท่าจะโจมตีอย่างไรอย่างนั้น
อู๋ฮุ่ยอวิ๋นได้สติกลับมาจากความใเมื่อครู่ในฉับพลัน สาวใช้ที่เดิมทีล้มอยู่บนพื้นก็ลุกขึ้นมากอดนางเอาไว้ คนทั้งสองหลบอยู่ข้างหลังอวิ๋นซู พยายามทำให้การคงอยู่ของตนเองเล็กลง
โทสะของบุรุษเ่าั้ได้เคลื่อนย้ายมาอยู่บนร่างของอวิ๋นซูเรียบร้อยแล้ว แต่เมื่อได้ยินเสียงร้องอย่างอนาถของคุณชายเฉิน ผู้ใดก็ไม่กล้าเคลื่อนไหวบุ่มบ่าม
นี่เป็ครั้งแรกที่นางใช้อาวุธลับบนข้อมือ อวิ๋นซูรู้สึกว่าสะดวกสบายอย่างมาก และการเล็งเป้าก็ไม่เลวเลย เข็มที่เหลือมากพอที่จะรับมือกับคนเหล่านี้
ตอนนี้เอง เสียงเย็นะเืเสียงหนึ่งดังขึ้นมาจากข้างหลัง “เกิดเื่อะไรขึ้น?”
ตงฟางซวี่ถือหนังสือ ‘สรุปยอดวิชาฝังเข็ม’ เล่มนั้นอยู่ในมือ มองไปยังภาพตรงหน้าด้วยสายตาสั่นไหว
บุรุษหลายคนล้อมอวิ๋นซู ส่วนคุณชายทั้งสองคนกอดกันกลมอยู่ข้างหลังนางอย่างหวาดกลัว
รัชทายาท?! อู๋ฮุ่ยอวิ๋นเรากลับมองเห็นตัวช่วย รีบสะบัดสาวใช้ข้างกายออกแล้วเดินอ้อมไปด้านข้าง “ฝ่าาเพคะ โปรดช่วยหม่อมฉันด้วย พวกเขา...พวกเขา...”
เสียงนี้...ตงฟางซวี่ขมวดคิ้ว “คุณหนูอู๋?”
ที่แท้นางก็แต่งกายเป็บุรุษขึ้นเรือมา เป็คนที่ได้ลำดับที่เจ็ดเมื่อครู่นี้
อู๋ฮุ่ยอวิ๋นรู้สึกเสียใจกับความหุนหันพลันแล่นของตนเอง นางคิดเพียงว่า้าให้รัชทายาททรงช่วยจัดการบุรุษกลุ่มคนนั้นให้เร็วขึ้นเสียหน่อย กลับลืมว่าหากเื่นี้ถูกรัชทายาทรู้เข้า ไม่แน่ว่าจะส่งผลร้ายไปถึงชื่อเสียงของตน นางกลัวรัชทายาทจะรู้สึกไม่ประทับใจ
“พวกเขา พวกเขาทำให้ข้าลำบากใจ...”
อย่างไรก็ตาม รัชทายาทมองเลยไปยังอวิ๋นซู บนร่างเจือไปด้วยความเ็า จากนั้นมีคนออกมาจากห้องไม่ขาดสาย ด้วยไม่ทราบว่าด้านนอกเกิดเื่อะไรขึ้น
บุรุษหลายคนนั้นเห็นว่าบนดาดฟ้าเรือมีคนมากขึ้นเรื่อยๆ ส่วนตงฟางซวี่ดูไปแล้วก็มีท่าทางรับมือได้ไม่ง่าย จึงคิดจะถอยออกไป
จี้จิ่นเดินออกมาตามกลุ่มคน เมื่อสังเกตเห็นถึงความโกรธเคืองบนร่างของรัชทายาท มองเลยไปยังเบื้องหน้าจึงเห็นอวิ๋นซูอีกครั้ง ทันใดนั้นจึงคาดเดาได้หลายส่วน
นอกจากการแข่งม้าระหว่างสองแคว้น จี้จิ่นยังไม่เคยเห็นรัชทายาทแสดงอารมณ์โกรธเช่นนี้มาก่อน หรือจะเป็เพราะอวิ๋นซู? เมื่อคิดถึงตรงนี้แววอันดำมืดในสายตาของเขาพลันปิดบังไว้ไม่มิด
“เ้า จะทำอะไร...” เห็นได้ชัดว่าพวกเขาคิดจะปล่อยมือไม่ก่อเื่แล้ว แต่บุรุษผู้นั้นยังคงเดินเข้ามาอย่างคุกคาม
อู๋ฮุ่ยอวิ๋น รับรู้ได้ถึงสายตาสงสัยที่มองมารอบด้าน เดิมทีคิดจะหยุดการก้าวเดินของตงฟางซวี่ ในเมื่อหลายคนนี้ปล่อยมือแล้ว ไม่ทำให้เป็เื่ใหญ่จะดีกว่า แต่เมื่อมองอีกครั้ง รัชทายาทโมโหถึงเพียงนี้ ไม่ใช่เพราะตนเองถูกรังแกหรอกหรือ? พริบตานั้นความรู้สึกลิงโลดเอ่อล้นไปทั้งใจ จู่ๆ นางก็อยากจะเห็นว่ารัชทายาทจะทำเพื่อนางได้ถึงขั้นไหน
เสียงร้องอย่างอนาถดังขึ้น ไม่รอให้ผู้อื่นทำความเข้าใจว่าเกิดเื่อะไรขึ้น ตงฟางซวี่ก็อัดคนกลุ่มนั้นจนหมอบลงบนพื้นโดยไม่สิ้นเปลืองแรงเลยแม้แต่น้อย
ในใจของอู๋ฮุ่ยอวิ๋นมีความสุขมาก กำลังคิดจะไปขอบคุณรัชทายาท ไม่คิดว่าเขากลับเดินตรงเข้าไปยังทิศทางของอวิ๋นซู
เขามองใบหน้าเล็กๆ ตรงหน้าอย่างห่วงใย “ได้รับาเ็หรือไม่?”
น้ำเสียงอันอ่อนโยนนี้ดังเข้าไปในหูของอู๋ฮุ่ยอวิ๋ย เป็นางเข้าใจผิดหรือ? เหตุใดจึงรู้สึกว่าวันนี้รัชทายาทอ่อนโยน? ไม่ถูก รัชทายาทเคยอ่อนโยนกับสตรีนางใดด้วยหรือ? แต่ว่า...
คนผู้นั้นก็เหมือนกับตนเอง เป็สตรีที่แต่งกายเป็บุรุษ ไม่ผิดแน่! หรือจะบอกว่ารัชทายาทไม่ทราบฐานะที่แท้จริงของคนผู้นั้น?
อู๋ฮุ่ยอวิ๋นอดไม่ได้ที่จะเริ่มคิดจินตนาการ มักจะมีคนเ่าั้ที่้าเข้าใกล้รัชทายาทโดยไม่เลือกวิธีการ บางทีนี่อาจเป็ลูกไม้ก็เป็ได้ หลังจากแต่งกายเป็บุรุษก็มาอยู่ใกล้รัชทายาทเพื่อสร้างความรู้สึกดีๆ ช่างน่ารังเกียจนัก!
บนเรือ บุรุษหลายคนที่ดูเหมือนจะมีฐานะปรากฏต่อหน้าสายตาของทุกคน ในเมื่อเกิดเื่เช่นนี้หากลือออกไปคงไม่ดีต่อพวกเขาแน่
ตงฟางซวี่พูดกับพวกเขาเป็การส่วนตัวหลายประโยค บุรุษที่เดิมทีโอดครวญอยู่บนพื้นพลันถูกหามออกไป มีบุรุษที่เป็หัวหน้ายิ้มให้ตงฟางซวี่อย่างขออภัย ดูเหมือนจะเป็เ้าของเรือลำนี้
ทุกคนพากันคาดเดาถึงสถานะของตงฟางซวี่ บุรุษที่ได้ลำดับที่สองเมื่อครู่นี้ ความสามารถของเขาสามารถเทียบได้กับลำดับที่หนึ่ง แต่ในตอนที่เหลือคำถามสุดท้ายเพียงคำถามเดียว เขากลับยอมสละสิทธิ์ในการตอบคำถาม รับรางวัลที่สองแล้วจากไป เมื่อพิจารณาจากรูปร่างอันโดดเด่นเหนือผู้คนของเขา เป็คุณชายของตระกูลไหนกันแน่
บริเวณไม่ไกล จี้จิ่นเก็บทุกอย่างเอาไว้ในสายตา ในมือของเขาถือของรางวัลสำหรับลำดับที่หนึ่ง ส่งเสียงหัวเราะออกมาเบาๆ
เกรงว่าจุดประสงค์ของรัชทายาทจะเป็หนังสือ ‘สรุปยอดวิชาฝังเข็ม’ เล่นนั้น ไม่ต้องคิดก็ทราบว่าจะส่งมอบให้แก่ใคร บางทีระหว่างพวกเขา อาจจะมีเื่ที่คนนอกไม่รู้ การคัดเลือกพระชายาใกล้เข้ามาแล้ว แต่พวกเขากลับปรากฏตัวออกมาในตอนนี้ หรือว่า จะเป็ดังที่ตัวเองคาดคิดจริงๆ ...สีหน้าของจี้จิ่นค่อยๆ ขรึมลง
“ฝ่าา...” เดิมทีอู๋ฮุ่ยอวิ๋นคิดจะเข้าไปใกล้ ทว่าั้แ่เมื่อครู่ ตงฟางซวี่ไม่ได้หันมองนางเลยแม้แต่ครั้งเดียว คนผู้นั้นเป็ใครกันแน่? มีความสัมพันธ์อะไรกับรัชทายาท?
ตงฟางซวี่ดูเหมือนจะสังเกตเห็นถึงสายตาของนางจึงหันมา อู๋ฮุ่ยอวิ๋นรีบเปลี่ยนสายตาเป็ขอบคุณในฉับพลัน
“คุณหนูอู๋ เวลาไม่เช้าแล้ว รีบกลับให้เร็วหน่อยจะเป็การดี ข้าขอตัวไปก่อน!” ดูเหมือนเขาจะไม่อยากให้ผู้อื่นรู้ถึงฐานะของตนเอง ไม่รอให้นางกล่าวอะไร ก็ลงเรือไปกับอวิ๋นซูแล้ว
“คุณหนู...” เมื่อสาวใช้เห็นสีหน้าของคุณหนูของตนพลันรู้ได้ว่านางไม่พอใจ จึงส่งจานฝนหมึกในมือไปให้อย่างกระวนกระวาย นี่เป็ของที่ทำตกตอนที่ดิ้นรนต่อสู้เมื่อครู่นี้
เมื่ออู๋ฮุ่ยอวิ๋นเห็นจานฝนหมึกก็คิดไปถึงความอัปยศทั้งหมดที่ตนได้รับ จึงหยิบจานฝนหมึกมาแล้วเขวี้ยงลงไปในน้ำอย่างแรง
จ๋อม...
ภายใต้แสงจันทร์ ประทับไปด้วยท่าทางอันไม่พอใจของนาง
