วันต่อมา
อวี้เอ๋อร์ปิดประตูห้องอย่างระมัดระวัง “คุณหนูเ้าคะ เมื่อคืนท่านโหวค้างที่เรือนฮูหยินแล้วเ้าค่ะ!”
“เช่นนั้นหรือ?” อวิ๋นซูเพิ่งจะตื่นนอน ผมยาวแผ่สยายถึงเอว ทำให้ดวงหน้างดงามหยาดเยิ้มขึ้นหลายส่วน
อวี้เอ๋อร์เข้ามาปรนนิบัติอวิ๋นซูอาบน้ำแต่งกาย มองเห็นได้ถึงความกระตือรือร้นบนใบหน้า ท สายตาเปล่งประกายไปด้วยความอยากรู้อยากเห็น “คุณหนูเ้าคะ ต่อไปพวกเราควรจะทำเช่นไรหรือเ้าคะ?”
“ไม่ต้องทำอะไร!” อวิ๋นซูส่งผ้าในมือไปให้อวี้เอ๋อร์ หันไปนั่งหน้าโต๊ะเครื่อแป้ง แย้มยิ้มบางๆ “เื่พวกนี้เ้าไม่ต้องรู้หรอก”
อวี้เอ๋อร์ทำปากจู๋ เดินมาข้างกายนางด้วยความดีใจ คลี่ไหมสีดำอ่อนนุ่มอย่างตั้งอกตั้งใจ “อวี้เอ๋อร์ไม่ถามแล้วเ้าค่ะ! คุณหนู วันนี้ท่านอยากทำผมเช่นไรดีเ้าคะ?”
“เหมือนเมื่อวานก็แล้วกัน!” อวิ๋นซูมองตนเองในคันฉ่องทองเหลือง กล่าวออกไปอย่างเกียจคร้าน
“อวี้เอ๋อร์ได้เรียนรู้วิธีใหม่มากับพี่สาวคนหนึ่ง เชื่อว่าคุณหนูจะต้องเปล่งประกายตรึงใจผู้คนมากขึ้นแน่นอนเ้าค่ะ”
อวิ๋นซูอดไม่ได้ที่จะส่ายหน้าอย่างจนใจ ทว่าไม่คิดจะปฏิเสธความหวังดีของนาง สตรีแต่งหน้าเพื่อคนที่รัก แต่นางในตอนนี้ไม่มีความคิดเช่นนี้เลยแม้แต่น้อย
อย่างไรก็ตามอวี้เอ๋อร์กลับไม่คิดเช่นนั้น ต้องทราบว่าความสามารถของคุณหนูของตนยอดเยี่ยมยิ่งกว่าคุณหนูรองมากนัก อาศัยอะไรที่คุณหนูรองสามารถแต่งกายงดงามหรูหราออกงานต่างๆ ได้ แต่คุณหนูของนางกลับชอบพบเจอผู้คนด้วยใบหน้าเปลือยเปล่า? ไม่ได้การ จะอย่างไรนางก็ต้องเปลี่ยนความคิดของคุณหนูให้ได้ ให้ทุกคนทราบว่าคุณหนูของตนไม่ได้ด้อยไปกว่าคุณหนูรองเลยแม้แต่น้อย!
ไม่กล่าวไม่ได้ว่าอวี้เอ๋อร์คล่องแคล่วและฉลาดเฉลียวมากขึ้นทุกวัน เมื่อมองตัวเองในคันฉ่อง อวิ๋นซูอดไม่ได้ที่จะดวงตาเปล่งประกาย การเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยนี้ราวกับทำให้อารมณ์ของนางเปลี่ยนไปเป็สดใสมากขึ้น
หลายวันต่อมา ท่านโหวยังคงค้างในเรือนเหลยซื่อหลายวันติดต่อกัน เหลยซื่อยิ่งดวงหน้าเปล่งปลั่งขึ้นทุกวัน ต่อหน้าท่านโหวนางแสดงท่าทางดีงามของสตรีเพื่อให้วันเวลาที่งดงามเหล่านี้คงอยู่ตลอดไป
หลิ่วอวิ๋นฮว๋าเองก็รู้สึกยินดีกับทุกสิ่งทุกอย่างยิ่งนัก หลายปีมานี้ท่านพ่อไม่สนใจท่านแม่ เอาแต่ไปหาเหล่าอนุภรรยา ทว่าวันนี้พวกเขาสามารถรื้อฟื้นวันเวลาดีๆ ขึ้นมาได้ ย่อมเป็เื่ที่ดีจนไม่มีอะไรจะดีไปมากกว่านี้อีกแล้ว และเพราะเหลยซื่อได้รับความโปรดปรานอีกครั้ง ทำให้หลิ่วอวิ๋นฮว๋ายิ่งทำตัวโอหังในจวนมากยิ่งขึ้น
ไม่ทราบว่ากำลังคิดค้นยาชนิดใหม่หรือคิดทำสิ่งใด อวิ๋นซูจึงกลัดกลุ้มใจอยู่ในห้องเสียหลายวัน ในที่สุดก็ออกมาเดินทอดน่องอยู่ท่ามกลางสวนดอกไม้อย่างหาได้ยาก ดูเหมือนว่าวันนี้จวนโหวจะค่อนข้างวุ่นวาย เหล่าผู้น้อยสองสามคนที่ผ่านไปมีฝีเท้าร้อนรน ราวกับกำลังหลีกเลี่ยงอะไรบางอย่าง
อวิ๋นซูปรายตาขึ้นช้าๆ เห็นเงาร่างที่หยิ่งผยองอยู่ไม่ไกล
หลิ่วอวิ๋นฮว๋าสวมชุดสีแดงทั้งชุด ดวงหน้างดงามอ่อนเยาว์ เมื่อเห็นอวิ๋นซูในชุดผ้าไหมสีขาวงาช้างเดินอยู่บนระเบียง มวยผมทรงจันทราทำให้ผู้คนรู้สึกแปลกตา ขับเน้นให้ความทรงอำนาจของนางเด่นชัด ดวงตางดงามราวกับดวงจันทร์ในฤดูใบไม้ผลิ
ย้อนนึกไปถึงคำที่อวิ๋นซูกล่าวกับนางเมื่อวันนั้นในวัง ความแค้นทั้งเก่าและใหม่ของหลิ่วอวิ๋นฮว๋ายิ่งแล่นพล่านขึ้นมาในใจ
นางเดินไปขวางทางเดินของอวิ๋นซู ดวงตาแวววับด้วยความไม่พอใจ น้ำเสียงเต็มไปด้วยความถากถาง “ผู้ใดกันนี่ มิใช่น้องหกที่ได้รับความโปรดปรานอย่างท่วมท้นของพวกเราหรอกหรือ?”
อวิ๋นซูยืนนิ่งครู่หนึ่ง ทราบว่านางโอหังถึงเพียงนี้เป็เพราะมั่นใจว่า่นี้เหลยซื่อได้รับความโปรดปรานจากท่านโหว นางค่อยๆ ยกยิ้มอย่างเรียบเฉย คิดจะเดินจากไปอีกด้านหนึ่งโดยไม่สนการยั่วยุของอีกฝ่าย
ถึงกับแสร้งทำเป็ไม่ได้ยินที่นางพูดเชียวหรือ? นังสารเลวนี่ช่างไม่เห็นผู้ใดอยู่ในสายตาเลยจริงๆ! เมื่อเห็นว่านางจะเดินจากไป หลิ่วอวิ๋นฮว๋าจึงรีบเดินและยื่นมือออกไปโดยไม่คิด ดึงมวยผมที่อวี้เอ๋อร์ตั้งอกตั้งใจทำมาแผ่สยายหลุดออก ไหมรัดผมที่ร่วงหล่นสู่พื้นทำให้หลิ่วอวิ๋นฮว๋าลำพองใจ นางมองสายตาแปลกประหลาดของอวิ๋นซู มุมปากยกโค้งอย่างเ็า “ก็แค่ลูกอนุ ต่อให้แต่งกายงดงามดั่งเทพเซียนก็เปลี่ยนแปลงฐานะต่ำต้อยไม่ได้อยู่ดี!”
อวิ๋นซูขมวดคิ้ว ในดวงตาทั้งสองแปรเปลี่ยนเป็เ็า
ในบางครั้ง คนประเภทได้คืบจะเอาศอกก็ไม่สมควรได้รับการอภัย มือของนางค่อยๆ ล้วงเข้าไปในแขนเสื้อ เตรียมจะทำให้หลิ่วอวิ๋นฮว๋าได้รับความลำบากเล็กน้อย ทว่าอวี้เอ๋อร์ที่เมื่อครู่กลับไปหยิบร่มมาให้อวิ๋นซูเข้ามาเห็นฉากนี้พอดี จึงรีบเดินเข้าไปขวางตรงหน้าคุณหนูของตนโดยพลัน แต่กลับชนไหล่ของหลิ่วอวิ๋นฮว๋าโดนไม่ทันระวัง “คุณหนูรองเ้าคะ! นี่...เป็อย่างไรบ้างเ้าคะ?”
หลิ่วอวิ๋นฮว๋าตะลึงอยู่บ้าง รอยยิ้มที่มุมปากยิ่งดูกำเริบเสิบสานมากขึ้น นางแค่นเสียงแหลมออกมาครั้งหนึ่ง “นังสาวใช้ตัวดี ถึงกับกล้าเสียมารยาทต่อข้าเชียวหรือ!”
กล่าวจบก็ยื่นมือออกไปหวังจะผลักสาวใช้ อวี้เอ๋อร์กรีดร้องเสียงแหลม กลัวว่าตนจะสะเพร่าสร้างปัญหาอะไรให้คุณหนูของตนอีก ร่างกายเล็กๆ สั่นระริกไม่ยอมหลีกหนี ใบหน้ายังคงแน่วแน่มั่นคง
หลิ่วอวิ๋นฮว๋า้าผลักนางด้วยตัวคนเดียวจึงลำบากเล็กน้อย ด้วยเหตุนี้นางจึงบ้าคลั่งขึ้นมา เข้าไปตบตีอวี้เอ๋อร์และอวิ๋นซูโดยตรง ้าระบายความขมขื่นที่่ได้รับมาในหลายวันนี้มาออกมาทั้งหมด
“ปกป้องนางหรือ ปกป้องนางหรือ! ดูสิว่าข้าจะจัดการนังสารเลวอย่างพวกเ้าทั้งสองอย่างไร!”
“กรี๊ด...” อวี้เอ๋อร์กรีดร้องเสียงแหลม ทว่ายังคงยืนปักหลักปกป้องเ้านายของตน
เดิมทีอวิ๋นซู้าใช้เข็มเงินที่พกติดตัวมา ทว่าในขณะที่กำลังตบตีอยู่นั้น ร่างกายของอวี้เอ๋อร์ขวางทางทั้งสองเอาไว้ ทำให้นางไม่อาจลงมือได้
ตอนนี้เอง อีกด้านหนึ่งของระเบียงมีเสียงหนึ่งดังขึ้น “หยุดมือ! นั่นพวกเ้ากำลังทำอะไรกัน?”
หลิ่วอวิ๋นฮว๋าหยุดมือหันไปมอง พบหลิ่วอวิ๋นเฟิงยืนอยู่ตรงนั้นด้วยใบหน้าตื่นใ ไม่คิดว่าสีหน้าของนางจะกลับคืนดังเดิม หันกลับไปโดยไม่เห็นพี่ชายของตนอยู่ในสายตา ยกมือขึ้นเตรียมจะตบต่อไป ทว่ากลับถูกหลิ่วอวิ๋นเฟิงที่เดินตามเข้ามาจับเอาไว้ “เ้ากำลังทำอะไร? นับวันก็ยิ่งทำตัวไม่เข้าท่า!”
“พี่ใหญ่! กระทั่งท่านก็ปกป้องนังสารเลวนี่หรือ” โทสะของหลิ่วอวิ๋นฮว๋ายิ่งเพิ่มสูงขึ้น นางไม่ทราบจริงๆ ว่าั้แ่เมื่อไรที่ความรักความเอ็นดูที่เคยเป็ของตนถูกนังสารเลวหลิ่วอวิ๋นซูแย่งไปหมด
“อวิ๋นฮว๋า นางเป็น้องหกของพวกเรา เ้ามีฐานะเป็พี่สาว แล้วดูตัวเองตอนนี้สิว่าสภาพเป็อย่างไร?” หลิ่วอวิ๋นเฟิงอดทนมานานแล้ว เขาคิดไม่ถึงว่าหลิ่วอวิ๋นฮว๋าจะถึงกับใช้คำน่ารังเกียจเช่นนี้กับอวิ๋นซูต่อหน้าต่อตาเขา
“น้องสาวอะไร? นางก็เป็แค่นังสารเลว!” หลิ่วอวิ๋นฮว๋าชักมือของตนออกมาจากมือของหลิ่วอวิ๋นเฟิงอย่างหยาบคาย “พี่ใหญ่ เดิมทีนางก็เป็แค่นังสารเลวจากบ้านนอก เทียบไม่ได้กระทั่งบ่าวไพร่”
หลิ่วอวิ๋นเฟิงรู้สึกว่าสตรีตรงหน้ากลายเป็คนแปลกหน้า “อวิ๋นฮว๋า เ้ากลายเป็เช่นนี้ั้แ่เมื่อไร...”
“พี่ใหญ่!” เมื่อเห็นท่าทางผิดหวังอย่างรุนแรงของเขา หลิ่วอวิ๋นฮว๋ายิ่งรู้สึกไม่เข้าใจ เหตุใดพี่ชายแท้ๆ ของตนจึงได้ปกป้องผู้อื่น
ความเคลื่อนไหวทางด้านนี้ได้ดึงดูดสายตาของเหล่าบ่าวไพร่รอบๆ หลิ่วอวิ๋นเฟิงสูดหายใจลึก “ไปจากที่นี่เถิด หรืออยากจะถูกท่านย่าทำโทษ?”
หลิ่วอวิ๋นฮว๋ามองไปยังอวิ๋นซูอย่างไม่พอใจครั้งหนึ่งแล้วแค่นเสียงเย็น นางหมุนตัวเดินจากไป ถึงอย่างนั้นก็ยากจะปิดซ่อนความโกรธแค้น
อวิ๋นซูมองหลิ่วอวิ๋นเฟิงอย่างเรียบเฉย เข็มที่เมื่อครู่เตรียมจะลงมือถูกเก็บกลับ ย่อตัวนั่งลงสำรวจอวี้เอ๋อร์ที่ปกป้องนาง บนใบหน้าบริเวณจมูกจะถึงกับมีรอยกรีดสีแดง
“อวี้เอ๋อร์?”
“คุณหนู อวี้เอ๋อร์ไม่เป็ไรเ้าค่ะ...” สาวใช้ยิ้มอย่างอ่อนแรง ความจริงนางเรียนวิชาต่อสู้กับชุนเซียงและเซี่ยเหอมาบ้างเล็กน้อย ทว่าในเวลาสำคัญเช่นนี้กลับไม่อาจนำออกมาใช้ได้ ช่างรู้สึกว่าตนเองไร้ประโยชน์จริงๆ
“น้องหก ให้ข้าไปส่งพวกเ้าเถิด!” หลิ่วอวิ๋นเฟิงทอดถอนใจ ยังคงรู้สึกจนใจกับการกระทำตามอำเภอใจของน้องสาวร่วมมารดาของตน
“ขอบคุณเ้าค่ะพี่ใหญ่” อวิ๋นซูพยักหน้าน้อยๆ นับว่าในจวนแห่งนี้ยังพอมีคนที่รู้ความอยู่บ้าง
...
ปิดประตูห้องลง อวิ๋นซูถอนใจออกมา “เด็กโง่ ข้ารู้จักปกป้องตัวเองหรอก”
“...คุณหนู เป็อวี้เอ๋อร์ไม่มีประโยชน์เองเ้าค่ะ”
เมื่อตรวจสอบรอบแผลบนใบหน้าแล้ว ั์ตาของอวิ๋นซูพลันมืดครึ้ม แค้นนี้จะต้องคืนให้ในไม่ช้า ในไม่ช้าแน่นอน
...
ชางหรงโหวที่ไม่ได้ปรากฏตัวเสียนาน จู่ๆ ก็มาเยือนเรือนไผ่ นั่งลงตรงข้ามอนุห้า อวิ๋นซูได้ข่าวจึงเดินเข้ามาด้วยตัวเอง เมื่อเข้าไปใกล้ๆ ใบหน้าพลันปรากฏแววสงสัย “ท่านพ่อเ้าคะ สีหน้าของท่านดูไม่ค่อยดีเลยเ้าค่ะ?”
ชางหรงโหวขมวดคิ้วอย่างไม่ใส่ใจ “เช่นนั้นหรือ?”
ยามนี้เองอนุห้าปรายตามองใบหน้าของเขาอย่างละเอียด พลันนั้นจึงกล่าวออกมาอย่างเป็กังวล “สีหน้าของท่านโหวแย่กว่าเดิมมากจริงๆ เ้าค่ะ มิสู้ให้คุณหนูหกจับชีพจรให้ท่านเสียหน่อยดีหรือไม่เ้าคะ?”
เมื่อเห็นท่าทางกระวนกระวายของนาง ในใจของชางหรงโหวพลันรู้สึกสงสัยจึงยื่นมือออกไป “เอาเถิด อาจจะเป็เพราะหลายวันมานี้ข้ามีงานรัดตัวกระมัง”
อวิ๋นซูพยักหน้าเดินเข้ามา ดวงตาเปล่งประกาย รอบด้านพลันตกอยู่ในความเงียบงัน...
“เป็อย่างไรบ้าง?” สีหน้าของสตรีน้อยเบื้องหน้ามีความลังเลอยู่หลายส่วน
“ท่านพ่อเ้าคะ ท่านได้ทานยาที่ไม่ควรทานเข้าไปหรือไม่?” ใบหน้าของอวิ๋นซูกระอักกระอ่วน ท่าทางอึกอักเช่นนี้ทำให้ชางหรงโหวร้อนรน ในหัวราวกับคิดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ หลายวันมานี้ทุกครั้งที่อยู่ทานอาหารที่เรือนของเหลยซื่อ วันถัดมาเมื่อตื่นนอนมักจะรู้สึกร่างกายไม่สดใส หรือจะมีความเกี่ยวข้องกัน?
ทันใดนั้นเอง ร่างของเขาปรากฏแววสงสัยและความโกรธเคืองออกมาอย่างบางเบา หันไปมองอนุห้า “วันหน้าข้าค่อยมาใหม่” ลุกขึ้นด้วยความไม่พอใจ จากนั้นจึงก้าวยาวๆ เดินหายไปจากสายตาของพวกนาง
อนุห้ามองเงาร่างที่เดินจากไปไกลด้วยใจเป็กังวล “คุณหนูหก เมื่อครู่บอกว่าท่านโหวทานยาที่ไม่ควรทาน เป็ยาอะไรหรือ?”
อวิ๋นซูเม้มปาก แววตาเหม่อลอยฉายแววลึกล้ำอยู่หลายส่วน
อนุห้าพลันคิดถึงเื่ที่เหลยซื่อที่ได้รับความเอาใจใส่เป็พิเศษ พริบตานั้นจึงเข้าใจอยู่เจ็ดส่วน นี่...คงไม่ใช่กระมัง?
วันต่อมา ชางหรงโหวนำยาบำรุงที่เหลือจากเมื่อคืนมาให้อวิ๋นซูตรวจสอบโดยเฉพาะ เนิ่นนานผ่านไปนางเปิดปากเสียงเข้ม “ท่านพ่อเริ่มดื่มยาตัวนี้ั้แ่เมื่อไรเ้าคะ?”
“ทำไม? ยานี้มีปัญหาจริงๆ หรือ?” เมื่อท่านโหวได้ฟังโทสะพลันปะทุขึ้นในใจ กำมือแน่น
อวิ๋นซูพยักหน้ากล่าว “นี่เป็ยาที่ทำให้บุรุษร่างกายแข็งแรง แต่หากทานมากเกินไปจะเป็ทำร้ายพลังชีวิตอย่างรุนแรง” คำพูดของนางนับว่าตีได้ถูกจุด ชางหรงโหวเข้าใจขึ้นมาโดยพลัน มิน่าเล่า่นี้เขาถึงได้รู้สึกแปลกๆ เช่นนี้ ที่แท้เพื่อแย่งชิงความโปรดปราน เหลยซื่อถึงกับไม่สนใจว่าจะทำร้ายร่างกายของเขาเชียวหรือ? ช่างอำมหิตยิ่งนัก!
“เด็กๆ!” เขาโทสะเดือดพล่าน ไอสังหารเย็นะเืแผ่กระจายออกมาทั่วร่าง
“ท่านโหว” องครักษ์นายหนึ่งรีบเข้ามาในทันที
“ไปเชิญตัวท่านหมอในจวนมา!” ยามนี้ยังจำเป็ต้องยืนยันอีกครั้ง
“ขอรับ!”
ทว่าเมื่อเขาได้รับคำตอบเช่นเดียวกันจากปากของท่านหมอ ชางหรงโหวก็มิอาจระงับโทสะของตนได้อีกต่อไป “พวกเ้า! ไปนำตัวนังแพศยามาให้ท่านโหวอย่างข้าเดี๋ยวนี้!”
“ท่านพ่อโปรดระงับโทสะ ลูกคิดว่าท่านแม่มิได้มีเจตนาเช่นนี้...”
“เ้าไม่จำเป็ต้องขอร้องแทนนาง การกระทำของนาง ข้าย่อมรู้ดีกว่าเ้า!” ชางหรงโหวกล่าวขัดคำพูดอวิ๋นซู มั่นใจแน่นอนแล้วว่าเหลยซื่อตั้งใจ
เหลยซื่อในตอนนี้เห็นสีหน้าเคร่งขรึมขององครักษ์ ทั้งได้ยินว่าท่านโหว้าพบนาง ลางสังหรณ์ไม่ดีในใจพลันทะยานเพิ่มขึ้น
ในห้องโถง บรรยากาศเต็มไปด้วยความกดดันที่ทำให้อึดอัด
ชางหรงโหวยืนเอามือไพล่หลัง เหลยซื่อเดินเข้าไปอย่างระมัดระวังพลางเปิดปากจะกล่าวบางอย่าง
เพียะ! ฝ่ามืออันรุนแรงตบออกไปอย่างไม่คาดคิด นางทรุดกายลงกับพื้น กุมปากที่เต็มไปด้วยกลิ่นคาวเือย่างไม่อยากจะเชื่อ เงยหน้ามองใบหน้าเย็นเยียบดุจน้ำแข็งของคนเป็สามี หัวใจพลันเต้นช้าลง “ท่านโหว...”
“นังแพศยา! ข้าไม่คิดเลยว่าเ้าจะกล้าทำเื่เช่นนี้!”
