“ในความวุ่นวาย ความรักยากหวนคืน ผืนดินโอบกอดคำพร่ำบ่น จันทราดวงน้อยซ่อนเร้น ประตูแห่งบุพเพปิดกั้น เหล่าเซียน์ล้วนกังวล กระทั่งลิขิตฟ้า...” บนชั้นลอยมีเสียงเพลงทำนองแปลกประหลาดดังแว่วมา ข้างบ่อน้ำในสวนดอกไม้ใต้ชั้นลอยมีสตรีหลายนางกำลังหยอกล้อปลาในบ่ออยู่ พวกนางค่อยๆ เงียบลงพลางสบตากัน
“เพลงนี้เป็ผู้ใดขับร้องกัน?”
ฮูหยินแม่ทัพเหลยพลันคิดขึ้นมาได้ว่าวันนี้เหลยซื่อได้เชิญครูหลายท่านมาที่จวน เมื่อฟังดีๆ จึงรู้ว่าเป็เสียงของผู้ใด
“บางทีอาจเป็สาวใช้ทำงานจนเบื่อหน่ายเลยร้องออกมากระมัง ท่านพี่คิดว่าเป็อย่างไรเ้าคะ?”
ฮูหยินชางหย่วนโหวยิ้มพลางส่ายหน้า “บอกนางว่าอย่าร้องอีกเลย ดูสิ ปลาเหล่านี้ใจนซ่อนตัวไม่ยอมออกมาแล้ว”
เมื่อกล่าวจบ พลันเกิดเสียงหัวเราะของฮูหยินขุนนางใหญ่หลายท่านข้างกายดังขึ้น “ใช่แล้ว เสียงประหลาดจนแยกแยะชายหญิงไม่ออก เป็สาวใช้ที่ไหนกัน เพลงที่ร้องออกมาเช่นนี้มิใช่ว่าจะทำให้ผู้อื่นทานอะไรไม่ลงหรอกหรือ?”
บนชั้นลอย หลิ่วอวิ๋นฮว๋าเห็นสีหน้าของอาจารย์หลายท่านดูเหมือนจะอดทนไม่ไหวอยากให้หยุดร้อง นางจึงหมดความอดทน ไทเฮาจะชอบเพลงนี้ได้อย่างไร มิสู้เชิญคณะละครเข้าวังแสดงให้ไทเฮาทรงทอดพระเนตรก็พอแล้ว จะได้ลดความยุ่งยากของนาง
“เฮ้อ หยุดแล้ว คงจะรู้ตัวว่าร้องไม่เพราะกระมัง ใช่แล้ว สาวใช้ก็ควรจะมีลักษณะของสาวใช้ ทำตัวให้อยู่ในกฎเกณฑ์ถึงจะถูก เหมือนสาวใช้อุ่นเตียงหลายคนในจวนโหวของข้า วันๆ เอาแต่แต่งกายงดงามแย่งชิงความโปรดปราน ไม่รู้ฐานะของตนเองเอาเสียเลย เห็นแล้วทำให้ข้ารู้สึกอยากอาเจียน!” ฮูหยินขุนนางใหญ่คนหนึ่งนึกถึงนางบำเรอที่ถูกรับเข้าจวนมาเมื่อไม่นานมานี้จึงโกรธแค้นจนกัดฟันแน่น
“ผู้ใดจะไม่อยากบินไปเกาะกิ่งไม้แล้วกลายเป็หงส์บ้างเล่า ต่อให้ไม่มีความสามารถก็แสร้งทำเป็มีความสามารถได้!” ฮูหยินแม่ทัพเหลยหัวเราะเสียงสูง นางเงยหน้าขึ้นราวกับไม่ตั้งใจ เห็นชายกระโปรงอยู่ข้างเสาไม้แกะสลักตามคาด ดวงตาพลันมีประกายวาบผ่าน
หลิ่วอวิ๋นฮว๋าบนชั้นลอยโกรธจนหน้าแดง ดวงตาของนางร้อนผ่าว อะไรคือแสร้งทำเป็มีความสามารถ?! เดิมทีเพลงนี้ก็ไม่ใช่เพลงที่นางเชี่ยวชาญอยู่แล้ว!
“ไม่รู้ว่าเพลงอะไร ทำเอาในหัวของข้ามีแต่เสียงเช่นนั้นเต็มไปหมดแล้ว ฮูหยินท่านแม่ทัพ หากท่านหาตัวสาวใช้ผู้นั้นพบ อย่าลืมตกรางวัลให้นางเป็ฝ่ามือสักหลายฝ่ามือเล่า ดูสิว่าวันหน้านางยังจะกล้าฝันกลางวันเช่นนี้อีกหรือไม่! รบกวนหูของข้าจริงๆ ทำลายอารมณ์ฮูหยินท่านโหวหมด!”
ฮูหยินขุนนางใหญ่หลายคนกล่าวคำไร้ไมตรีออกมาไม่ขาดปาก หลิ่วอวิ๋นฮว๋าได้ยินไม่ตกหล่นแม้แต่คำเดียว อาจารย์ข้างกายหลายคนมีสีหน้ากระอักกระอ่วน คุณหนูผู้นี้ร้องเพลงได้ไม่ดีก็จริง แต่ว่าฮูหยินหลายท่านด้านล่างเองก็ไม่จำเป็ต้องสบประมาทกันถึงเพียงนี้เลย
“คุณหนู มิสู้ลองร้องอีกสักครั้ง เอาเป็ท่อนนี้...” อาจารย์ผู้นั้นถือเนื้อเพลงในมือกำลังเดินเข้าไป ทว่ากลับถูกหลิ่วอวิ๋นฮว๋าผลักอย่างกะทันหัน “หลีกไป! ไม่ร้องแล้ว! ไม่ร้องแล้ว!”
กล่าวจบ สตรีผู้นั้นก็เดินออกไปด้วยความโมโห
ผู้คนด้านล่างชั้นลอยหลายคนได้ยินเสียงเครื่องดนตรีตกพื้นดังแว่วมา ตามมาด้วยหลิ่วอวิ๋นฮว๋าที่ปรากฏตัวออกมาจากถนนเล็กๆ ด้านข้าง พวกนางมองครู่หนึ่ง จากนั้นฮูหยินแม่ทัพเหลยจงใจทำท่าทางประหลาดใจ “เอ๋ ไม่ใช่คุณหนูอวิ๋นฮว๋าหรอกหรือ?”
คุณหนูรองจวนชางหรงโหว? ฮูหยินขุนนางใหญ่หลายคนพลันนึกอะไรขึ้นมาได้ “คงมิใช่ว่าเพลงเมื่อครู่นี้คือ...” พวกนางพลันมีท่าทางกระอักกระอ่วนขึ้นมา
“ฮูหยินทุกท่านมิต้องถือสาไป เมื่อครู่พวกเราเองก็ไม่ได้ตั้งใจ ยิ่งไปกว่านั้นคุณหนูอวิ๋นฮว๋ามีจิตใจงดงาม จะต้องไม่เข้าใจพวกเราผิดแน่นอนเ้าค่ะ” ฮูหยินแม่ทัพเหลยยิ้ม ท่าทางที่บอกให้ผู้อื่นไม่ต้องกังวลเช่นนี้ทำให้ฮูหยินหลายคนโล่งใจขึ้นมา ใช่แล้ว พวกนางเองก็ไม่ได้ตั้งใจจะพูดจาถากถางคุณหนูรองเสียหน่อย ผู้ใดจะไปทราบว่าคนที่ร้องเพลงเป็ใคร
ภายในเรือนฮูหยินแม่ทัพเวยหย่วน เหลยซื่อดันกระดาษในมือออกไป “ท่านแม่เ้าคะ นี่เป็ดวงชะตาเกิดของนังสารเลวนั่น”
“เคยหาคนมาคำนวณชะตาแล้วหรือ?”
“ตอนที่นังเด็กนั่นเกิดเคยตรวจชะตาแล้วครั้งหนึ่งเ้าค่ะ เมื่อวานลูกก็ได้หาคนมาตรวจสอบอีกครั้ง นางเป็ตัวโชคร้ายไม่ผิดแน่!” หากไม่ใช่ตัวโชคร้าย ตนเองจะต้องตกอยู่ในสภาพร่อนเร่จนต้องวิ่งกลับมาบ้านเดิมได้อย่างไร
ฮูหยินแม่ทัพเวยหย่วนไตร่ตรองครู่หนึ่ง ดูราวกับไม่เต็มใจมองดวงชะตานั้นแม้เพียงนิด “ท่านโหวนี่ก็เป็อะไรไปแล้ว คนที่ไม่เป็สิริมงคลขนาดนี้ยังกล้ารับกลับจวน ดูเถิด ก่อเื่จนกลายเป็อะไรไปหมดแล้ว! ไทเฮาทรงถือเื่นี้เป็ที่สุด ช่างสกปรกลูกตาจริงๆ!”
“ท่านแม่ ไทเฮาจะเต็มใจช่วยเหลือพวกเราหรือไม่เ้าคะ? อย่างไรเสียนี่ก็...” อย่างไรเสียนี่ก็เป็เื่ในบ้าน
“้าแค่ประโยคเดียวของพระองค์เท่านั้น ท่านโหวจะกล้าไม่ไว้หน้าไทเฮาเชียวหรือ? ถึงตอนนั้นก็โยนเื่ทั้งหมดไปให้นังตัวโชคร้ายนั่น หากท่านโหวกล้าพูดเื่พวกนั้นต่อหน้าไทเฮา ข้าก็ไม่มีอะไรจะพูดแล้ว” ฮูหยินแม่ทัพเวยหย่วนคาดเดาได้ว่าชางหรงโหวคงไม่มีความกล้าที่จะพูดถึงสิ่งที่เหลยซื่อทำต่อไทเฮา เื่นี้เกี่ยวข้องกับศักดิ์ศรีของบุรุษ
“ขอเพียงไทเฮาชอบอวิ๋นฮว๋า ก็นับว่าการที่จะเป็พระชายาของรัชทายาขึ้นอยู่กับคำพูดประโยคเดียวของพระองค์เท่านั้น ท่านโหวก็จะต้องรับพวกเ้ากลับไป! แต่อย่างไรวันหน้า หากเ้าทำให้แม่ผิดหวังอีก แม่จะไม่ช่วยเ้าแล้ว!”
ท่าทางของนางเ็า เหลยซื่อรีบก้มหน้าอย่างละอายใจ หากเป็ไปได้ นางก็ไม่อยากกลับมาให้ผู้อื่นดูถูกหรอก!
ตอนนี้เอง ข้างนอกมีเสียงฝีเท้าที่ฟังดูเร่งรีบดังขึ้น หลิ่วอวิ๋นฮว๋าพุ่งเข้ามาโดยไม่แม้แต่จะเคาะประตู นางร้องไห้พุ่งเข้าไปในอ้อมอกของเหลยซื่อ “ท่านแม่ ข้าไม่ร้องเพลงแล้ว ข้าไม่อยากร้องเพลงอะไรนั่นแล้ว น่าขายหน้านัก! ตีให้ตายข้าก็ไม่ร้องแล้ว!”
นี่...เหลยซื่อตกตะลึง นี่นางเป็อะไรไป?
ฮูหยินผู้เฒ่าแม่ทัพเวยหย่วนใบหน้าเคร่งขรึม สั่งสอนบุตรสาวอย่างไรกัน ไม่มีมารยาทเลยสักนิด เข้ามาโดยไม่เคาะประตู ในสายตายังมีท่านยายอย่างตนอยู่หรือไม่?
“อวิ๋นฮว๋า เกิดเื่อะไรขึ้น?”
เครื่องประทินโฉมบนใบหน้าของหลิ่วอวิ๋นฮว๋าเละเทะไปหมดแล้ว “เหตุใดจึงต้องร้องเพลงด้วยเ้าคะ ข้าไม่ใช่พวกนักแสดงชั้นต่ำเสียหน่อย ให้ข้าร้องเพลงจะไม่เป็การดูถูกฐานะของข้าหรือ? หาก้าเอาใจไทเฮา ก็หาคณะละครไปก็พอแล้วกระมัง? ท่านแม่ ข้าไม่อยากร้องเพลง ข้าไม่อยากให้ผู้อื่นหัวเราะเยาะ!”
เสียงปังดังขึ้น ฮูหยินผู้เฒ่าใช้มือตบลงไปบนโต๊ะอย่างแรง สองแม่ลูกใ หลิ่วอวิ๋นฮว๋าสูดจมูกแล้วมองสีหน้าของท่านยายของตน พลันนั้นจึงหุบปากไม่กล้ากล่าวอะไรให้มากความอีกแม้แต่คำเดียว
“มีกี่คนกันที่ดิ้นรนเพียงเพื่อ้าพบไทเฮาสักครั้ง แต่เ้า...ข้าให้โอกาสเ้าได้ร้องเพลงเพื่อเอาใจไทเฮา ทำไม ดูถูกฐานะของเ้าหรือ? วันนี้เ้ามีฐานะใด? ถูกบิดาของตนไล่ออกจากบ้าน เ้ายังมีฐานะอะไรอยู่อีก!” ฮูหยินผู้เฒ่ากล่าวเสียงดังดุจฟ้าร้องทำให้หลิ่วอวิ๋นฮว๋าพูดไม่ออก ท่านยายของนางรักถนอมนางมากแท้ๆ เหตุใดถึง...
เหลยซื่อรู้ว่ามารดาของตนโกรธเข้าจริงๆ แล้ว “อวิ๋นฮว๋า ยังไม่รีบไปรับผิดกับท่านยายอีก!” นางตบไหล่อวิ๋นฮว๋าแรงๆ ให้ความเ็ปเรียกสตินางกลับมา สตรีน้อยที่ร้องไห้จนดวงตาพร่าเลือนรีบคุกเข่าลง “ท่านยายเ้าคะ อวิ๋นฮว๋าผิดไปแล้ว ฮือๆ ...อวิ๋นฮว๋าเพียงแค่...เพียงแค่ร้องได้ไม่ดีจริงๆ เมื่อครู่ยังถูกพวกนางหัวเราะเยาะ บอกว่าอวิ๋นฮว๋า้าเกาะกิ่งไม้เพื่อให้ได้เป็หงส์...”
อะไรนะ? ผู้ใดกล้ากล่าวเช่นนี้กับบุตรีของนาง? เหลยซื่อรีบจับหน้านาง “เป็บ่าวใจกล้าคนไหนกัน!”
“เป็คนที่น้าสะใภ้พามา...” หลิ่วอวิ๋นฮว๋าตอบเสียงอ่อย ท่าทางของเหลยซื่อชะงักค้าง เป็พวกฮูหยินชางหย่วนโหว...นางทำได้เพียงอดกลั้นโทสะเอาไว้ ปากของน้องสะใภ้ผู้นั้นขยันทำให้ผู้อื่นเสียอารมณ์นัก เห็นว่าวันนี้พวกนางแม่ลูกไร้อำนาจก็คอยจะหาเื่อยู่ตลอด!
“สอนลูกได้ไม่ดีแล้วจะไปตำหนิบ่าวไพร่ได้อย่างไร” ฮูหยินผู้เฒ่าหัวเราะเสียงเย็น ดูท่าหลานสาวคนนี้จะถูกตามใจจนเสียคนแล้ว มีฐานะเป็บุตรีภรรยาเอกแห่งจวนโหวกลับถูกบุตรีอนุภรรยาที่ไร้ความสำคัญคนหนึ่งบีบบังคับจนมีสภาพเช่นนี้ ทั้งยังไม่รู้จักประมาณตน รู้จักแต่เล่นแง่ หากนางโชคดีได้เป็พระชายาจริงๆ จะสามารถกุมหัวใจรัชทายาทได้หรือ? ที่แย่ที่สุดคืออาจจะไปล่วงเกินผู้อื่นเข้า!
แววตาของฮูหยินผู้เฒ่ามีประกายบางอย่าง เหลยซื่อมองแล้วรู้สึกร้อนใจ ท่านแม่คงจะไม่เปลี่ยนใจหรอกกระมัง?
“ร้องได้ไม่ดีก็ร้องต่อไปให้ดีแล้วค่อยหยุด! เ้าเป็บุตรีภรรยาเอกแห่งจวนโหว อย่าให้ผู้อื่นมาดูถูกเป็อันขาด! จิตใจต้องเด็ดเดี่ยว ต้องทำให้ไทเฮาเปลี่ยนมุมมองที่มีต่อเ้าให้ได้!” เหลยซื่อรีบกล่าวอย่างเข้มงวด หลิ่วอวิ๋นฮว๋ามองใบหน้าที่ราวกับไม่ยอมให้ต่อรองของมารดา ท่านแม่เป็อะไรไป เมื่อครู่ยังปลอบตนเองอยู่เลย?
“ท่านแม่...”
“เป็แม่ที่ตามใจเ้าจนเสียคน ครั้งนี้ฟังคำท่านยายของเ้าเสีย ขอร้องไทเฮาแล้วกลายเป็พระชายารัชทายาท วันหน้าจะต้องจำความดีของท่านยายเอาไว้ ยังไม่รีบคุกเข่าอีก!”
ในที่สุดหลิ่วอวิ๋นฮว๋าก็ตอบสนอง นางรีบโขกศีรษะให้ฮูหยินแม่ทัพเวยหย่วน “ท่านยายเ้าคะ เป็อวิ๋นฮว๋าที่ไม่รู้ความ อวิ๋นฮว๋าจะต้องร้องเพลงให้ดีแน่นอนเ้าค่ะ จะไม่ทำให้ท่านยายต้องผิดหวัง!”
ฮูหยินผู้เฒ่าสูดหายใจลึก ก็ยังดี หากนางรู้ถึงสถานการณ์ของตนเองก็ดีแล้ว ยังไม่ทำให้นางต้องเปลืองความคิดไปเปล่าๆ
“เพลงนี้ค่อนข้างยาก เพราะยากเ้าถึงต้องเรียนให้ดี ทำให้ไทเฮาเห็นความใส่ใจของเ้า ส่วนน้าสะใภ้ของเ้าแต่ไหนแต่ไรก็ใจเร็วปากเร็ว นางคงไม่ได้ตั้งใจดูถูกเ้า ยิ่งไปกว่านั้นฮูหยินชางหย่วนโหวเป็ผู้มีหน้ามีตา คงไม่ตั้งใจกลั่นแกล้งเ้าหรอก คลายโทสะเสีย วันพระราชสมภพของไทเฮาใกล้จะถึงแล้ว นี่เป็โอกาสที่ใหญ่ที่สุดของเ้า!”
...
เมื่อออกมาจากเรือนฮูหยินผู้เฒ่า หลิ่วอวิ๋นฮว๋าเดินตามหลังเหลยซื่อไปอย่างเงียบสงบ ท่านแม่ของนางไม่กล่าวอะไรสักคำ บนร่างราวกับมีหิมะเย็นเยียบเสียดแทงถึงกระดูกเคลือบอยู่ชั้นหนึ่ง อวิ๋นฮว๋าอดไม่ได้ที่จะกำมือที่อยู่ในแขนเสื้อแน่น ส่งเสียงเรียกออกมาเบาๆ “ท่านแม่...”
เหลยซื่อหยุดฝีเท้า สายตาทอดมองออกไปไกล
ท่านแม่ไม่ตอบนาง คงจะโกรธจริงๆ เสียแล้ว ่นี้เกิดเื่ราวมากมาย ในใจของท่านแม่จะต้องเป็ทุกข์มาก หลิ่วอวิ๋นฮว๋าเดินไปข้างหน้าก้าวหนึ่ง “ท่านแม่เ้าคะ เป็อวิ๋นฮว๋าไม่ดีเอง...” วันนี้คนที่นางพึ่งพาได้มีเพียงมารดาคนเดียวแล้ว หากกระทั่งมารดาก็ยังทิ้งนาง นางก็ไม่มีวันรุ่งเรืองได้
อย่างไรก็ตาม เหลยซื่อกลับยื่นมือออกไปกุมหลังมือของนาง “อวิ๋นฮว๋า เ้าต้องจำไว้ได้ดี หาก้าปีนป่ายให้สูง ยิ่งต้องเรียนรู้ที่จะอดทนต่อความเหยียดหยามที่ได้รับ คนเ่าั้ที่คอยสร้างความอัปยศให้พวกเรา ไม่ช้าก็เร็วต้องมีสักวันหนึ่งที่พวกเราคืนให้พวกนางทั้งต้นทั้งดอก!”
เมื่อมองตามไปยังสายตาของนาง หลิ่วอวิ๋นฮว๋าเห็นฮูหยินแม่ทัพเหลยยิ้มประจบสอพลอวนเวียนอยู่รอบๆ ฮูหยินชางหย่วนโหว แล้วยังมีฮูหยินขุนนางใหญ่ทั้งหลายที่มีใบหน้าประจบประแจง น่าขยะแขยงไม่ต่างกัน
ใช่แล้ว รอให้นางได้เป็พระชายาเสียก่อน คนพวกนี้เมื่อเห็นนางก็จะต้องคารวะ ต้องอดทนรอให้ถึงเวลาที่คลื่นลมสงบ นางจะจดจำเอาไว้ มีเพียงคนที่อยู่สูงถึงจะกำหนดชะตาชีวิตผู้อื่นได้! หลิ่วอวิ๋นซู รอก่อนเถิด รอให้ตนได้เป็พระชายาเสียก่อน หาก้าเหยียบนางให้ตายก็ง่ายดายไม่ต่างกับฆ่ามดตัวหนึ่ง!
