ดวงตาคมกวาดมองไปทั่วทั้งสี่ทิศ ทว่ามิอาจเก็บเกี่ยวสิ่งใดได้ อย่างไรก็ตามตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่จะมองหาคนลงมือ เมื่อโจมตีไม่ถูก เซียวอี้เชินจึงขับเคลื่อนพลังลมปราณทะยานขึ้นฟ้ากระโจนเข้าใส่ตงฟางซวี่ รอบด้านพลันเกิดเสียงร้องอย่างใดังขึ้น
คล้ายกับว่าไอสังหารอันเข้มข้นทำให้ม้าเหงื่อโลหิตของตงฟางซวี่ใจนความเร็วลดลง
เมื่อไม่สามารถหลบเลี่ยงได้แล้ว ตงฟางซวี่ทำได้เพียงทะยานตัวเข้าปะทะ ทั้งสองต่อสู้พัวพันกันกลางอากาศอีกครั้ง ทว่าเวลานี้ ม้าของเซียวอี้เชินไม่ได้ลดความเร็วลงเลยแม้แต่น้อย ะโข้ามรั้วไปราวกับมีจิติญญาของตน
คนกับม้าแบ่งแยกกันชัดเจน! นี่คือแผนของเขา!
“เขาอยากจะสู้พัวพันกับรัชทายาทเพื่อให้ม้าวิ่งไปถึงเส้นชัยก่อนหรือ?” เฟิ่งหลิงขมวดคิ้ว เขาใช้ประโยชน์จากกฎกติตาอย่างชัดเจน!
อวิ๋นซูกลับไม่ได้ท้อแท้ใจเฉกเช่นผู้อื่น ฮึ วิธีการเช่นนี้ เขาคิดว่ามีเพียงตนเองที่ทำได้หรือ?
เซียวอี้เชินรับมือตงฟางซวี่ไปพลาง สังเกตการเคลื่อนไหวด้านล่างไปพลาง เดิมทีเขาคิดว่าม้าจะวิ่งตรงไปยังเส้นชัย ทว่าสิ่งที่ทำให้เขารู้สึกเหนือคาดก็คือ เขากลับเห็นม้าหยุดอยู่กับที่ มันก้มหัวลงกินอะไรบางอย่างที่พื้น!
ใบหน้าอันเ็าเคร่งขรึมลงโดยพลัน ความเย็นะเืพาดผ่านดวงตาของเขาไปอย่างรวดเร็ว สมควรตาย! มันเกิดอะไรขึ้น?
“เอ๋?” สถานการณ์อันแปลกประหลาดในสนามดึงดูดความสนใจของผู้คนบนอัฒจันทร์
พวกเขาคิดว่าในครั้งนี้จักรพรรดิเซียวจะได้รับชัยชนะจากการแข่งม้าไปแล้ว ทว่าผู้ใดจะคาดเดาได้ ตอนนี้ม้ากลับช่วยพวกเขา
เซียวอี้เชินใช้ฝ่ามือตบตงฟางซวี่ให้แยกออกไป ค้อมกายลงตกไปบนหลังม้าอย่างมั่นคง นิ้วเรียวยาวกำบังเหียนแน่น ้าควบม้าให้วิ่งทะยานไปสู่เส้นชัย
ตงฟางซวี่มองเมล็ดถั่วบนพื้น ในสายตาพลันมีความกระตือรือร้นแวบผ่าน อดไม่ได้ที่จะมองไปทางอวิ๋นซู ที่แท้ก็มีวิธีการเช่นนี้นี่เอง! คุณหนูหกช่างมีไหวพริบเหนือผู้อื่นโดยแท้! เขาถือโอกาสนี้ดึงบังเหียนทั้งยังเตะท้องม้าไปครั้งหนึ่ง ม้าจึงโจนทะยานออกไป
“ไป! รีบไป!” เซียวอี้เชินะโเสียงดัง แม้เขาจะดึงอย่างไร ทว่าม้าที่ได้รับความเมตตาจากเขามาตลอดกลับไม่ยอมขยับ ราวกับมีรากงอกออกมาจากกีบเท้าทั้งสี่ของมัน
รอบข้างมีเสียงดังสนั่นดังมาตามลม เมื่อมองตามไปจึงได้เห็นว่าบนอัฒจันทร์ส่งเสียงยินดีดังลั่นราวฟ้าคำราม
สีหน้าของเซียวอี้เชินมืดครึ้มราวหมึก ดำเสียจนแทบจะคั้นน้ำออกมาได้ ดวงตาทั้งสองเบิกกว้างอย่างน่ากลัว
ชัยชนะที่เดิมทีอยู่ตรงหน้า ทว่าตอนนี้เขากลับทำได้เพียงเบิกตามองมันจากไป
ความตึงเครียดอันยาวนานของอวิ๋นซูในที่สุดก็ผ่อนคลายลง ริมฝีปากเหยียดยิ้มเฉยเมย นางยืนอยู่บนหอสังเกตการณ์ สายตาเ็ามองไปยังร่างของบุรุษที่ยืนอย่างโดดเดี่ยวไม่ขยับเขยื้อนดั่งรูปสลักอยู่หลังรั้วอันสุดท้าย
ผิดหวังหรือไม่? เ็ปหรือไม่? โกรธหรือไม่?
ฮึ มีนางอยู่ จะปล่อยให้เขาชนะไปง่ายๆ ได้อย่างไร?
เมื่อม้าวิ่งผ่านผ้าแพรสีแดง ความเร็วที่ทะยานมาพลันหยุดลง ตงฟางซวี่ปล่อยบังเหียน พลิกตัวลงมาสู่พื้น ใบหน้างามวิจิตรราวหยกเกิดรอยยิ้มอ่อนละมุนขึ้นบางๆ เขามองขึ้นไปข้างบน เงาร่างอันบอบบางยังคงยืนอยู่ที่นั่น
หากไม่ใช่เพราะนาง ครั้งนี้คงยากที่เขาจะได้รับชัยชนะ
เซียวอี้เชินหรี่ตาอย่างอันตราย เมล็ดถั่วสีดำแต่ละเม็ดบนพื้นทรายสีเหลืองดึงดูดสายตาของเขา
ม้ายังคงกินถั่วเล็กๆ เ่าั้อย่างเพลิดเพลิน ปากเคี้ยวไม่หยุด เสียงร้องอย่างยินดีรอบด้านมิอาจมีผลกระทบต่อความสุนทรีย์ในอาหารของมันเลย
ชนะไปแล้วสองรอบ ตำแหน่งผู้ชนะของแคว้นเฉินไม่อาจถูกสั่นะเืได้แน่แล้ว ทว่าทุกคนยังคงประหลาดใจ เหตุใดเมื่อครู่จึงเกิดการเปลี่ยนแปลงอันน่าตื่นตะลึงเช่นนั้นได้?
เฟิ่งอวี่ราวกับคิดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ พลันปรายตามองไปยังอวิ๋นซูบนหอสังเกตการณ์ เป็นางหรือ?
ตงฟางซวี่ะโตัวลอยกลับมาบนหอสังเกตการณ์ จักรพรรดิเฉินตบบ่าเขา กล่าวชมหลายประโยค อย่างไรก็ตามคนแคว้นอี้ยังอยู่เขาจึงไม่กล่าวอะไรมาก ทว่ากลับเห็นถึงความลำพองใจได้อย่างชัดเจน
“ครั้งนี้โชคดีที่มีแผนการแยบยลในถุงไหมของนาง” หลังจากทูลลาจักรพรรดิเฉิน ตงฟางซวี่เดินไปข้างกายเฟิ่งอวี่ กล่าวพลางหัวเราะเสียงต่ำ
เฟิ่งอวี่ขมวดคิ้วอย่างประหลาดใจ “เื่นี้มีความเกี่ยวข้องกับท่านอาจารย์อวิ๋นหรือ?”
สายตาสงสัยตกอยู่บนร่างอันงดงามบนหอสังเกตการณ์
“หากไม่ใช่เพราะนาง คงยากมากหากข้า้าเอาชนะ” ตงฟางซวี่ไม่กล่าวอะไรมาก ย้อนคิดถึงก่อนการแข่งขัน นางแอบมอบถุงไหมให้เขา ยามนั้นนางกล่าวกับเขาว่าหาก้าชนะก็ต้องหาโอกาสเทของในถุงไหมให้กระจายไปทั่วพื้น
เมื่อครู่ที่จักรพรรดิเซียวโจมตีเพื่อ้าใช้สถานการณ์คนและม้าแยกกันให้ได้ชัย เขาจึงลอบเปิดถุงไหมออกและถือโอกาสเทของเ่าั้ลงไป
คิดไม่ถึงว่าถั่วเล็กๆ เ่าั้จะแสดงความสามารถที่เป็ส่วนสำคัญออกมา!
“ฝ่าา เป็อุบายอะไรในถุงไหมกันแน่พ่ะย่ะค่ะ?” เฟิ่งอวี่รู้สึกงงงวย เขารู้สึกราวกับว่าตนเองพลาดเหตุการณ์น่าสนุกอะไรบางอย่างไป
ตงฟางซวี่ยิ้ม ยักไหล่เบาๆ แล้วเดินไปยังทิศทางของอวิ๋นซู
หลิ่วอวิ๋นฮว๋าที่อยู่บนหอสังเกตการณ์ยืนขึ้น เดิมทีคิดว่ารัชทายาทจะมองเห็นนาง ถึงกับคิดคำยินดีที่จะกล่าวกับเขาที่ได้ชัยชนะมาเรียบร้อยแล้ว ทว่าผู้ใดจะคิดว่ารัชทายาทมาบนหอสังเกตการณ์แล้วกลับไม่มองนางแม้เพียงสักสายตา
กลับพูดคุยกับผู้เยาว์แปลกประหลาดผู้นั้นอย่างยินดี
นางกำหมัดแน่นอย่างโกรธเคือง สายตาที่ซ่อนความอิจฉาเอาไว้ตกอยู่บนร่างของอวิ๋นซู วันนี้ตนเองมาเพื่อมาดูรัชทายาท ทว่าไม่เพียงไม่ได้รับความสนใจจากรัชทายาท กลับถูกการแข่งขันอันดุเดือดทำเอาใจนใจเต้นไปหมด!
“ฝ่าา ถั่วนี้มีกลิ่นของยาอยู่พ่ะย่ะค่ะ คงจะผ่านการคั่วผสมกับหญ้าิญญาปีศาจมา จึงสามารถใช้เพื่อทำให้ม้าไม่ฟังคำสั่งได้” ขุนนางแคว้นอี้เข้าไปในสนามแล้วเก็บถั่วสีดำขึ้นมา ขุนนางที่มีประสบการณ์ความรู้กว้างขวางพลันแยกแยะได้ทันทีว่าถั่วนี้แอบซ่อนความลับเอาไว้
หญ้าิญญาปีศาจ เป็สมุนไพรลึกลับที่ทำให้คนและสัตว์คลุ้มคลั่ง
หลานเซียงเหลียงยอบกายลงเก็บเมล็ดถั่วขึ้นมาหลายเมล็ด ไม่ทราบว่าเพราะเหตุใดเขาจึงได้มีความรู้สึกแปลกๆ เกิดขึ้นในใจ
มิน่าเล่า! ริมฝีปากบางของเซียวอี้เชินค่อยๆ ยกขึ้นเป็รอยยิ้มถากถาง ยังคิดไปว่ามีเพียงตนเองคนเดียวที่รู้จักใช้ประโยชน์จากกฎการแข่งที่ยืดหยุ่นนี้ รัชทายาทแคว้นเฉิน ฮึ เขามองคนผู้นี้ต่ำไปจริงๆ
ดวงตาราวกับถูกปกคลุมไปด้วยม่านหมอกอึมครึม เขาสะบัดแขนเสื้อหมุนกายไป เหลือทิ้งไว้เพียงไอสังหารจางๆ ที่ลอยไปตามลม
“ฆ่าม้าตัวนี้เสีย!”
อะไรนะ? ผู้คนไม่ทันได้ตอบสนอง องครักษ์แคว้นอี้นายหนึ่งรีบยืนขึ้น ฟันกระบี่ยาวลงไปตัดศีรษะม้าที่ยังคงก้มกินถั่วนั้นอยู่อย่างสำราญ
พวกเขาหลบไม่ทันจึงถูกเืสีแดงสดสาดกระเซ็นใส่ทั้งร่าง เหล่าคนดูที่กำลังเฉลิมฉลองชัยชนะอย่างยินดีบนอัฒจันทร์ถูกการสังหารเมื่อครู่นี้ทำเอาสั่นสะท้าน
พวกเขามองไปยังเงาร่างสีดำที่ค่อยๆ เดินข้ามผ่านใจกลางสนามแข่งไปทีละก้าวๆ อย่างตกตะลึง
หลานเซียงเหลียงยากจะอธิบายอารมณ์ของตนในตอนนี้ แต่ไหนแต่ไรไม่เคยคิดเลยว่าม้าแข่งที่ตนฝึกมากับมือจะมาแพ้ในสนามเช่นนี้ เขาเงยหน้ามองไปยังครูฝึกม้าแคว้นเฉิน ไม่คิดว่าอีกฝ่ายกลับเบนสายตาออกอย่างเรียบเฉยราวกับไม่สนใจ สมควรตาย! เป็เขาที่ดูแคลนศัตรูเกินไป!
“นี่...” เฟิ่งฉีมองไปยังเงาร่างของเซียวอี้เชิน แอบส่งเสียงโอดครวญ
“ฝ่าา” เมื่อเหยียบย่างบนพลับพลา องครักษ์นายหนึ่งส่งผ้าสะอาดให้เขาเช็ดมือ
เซียวอี้เชินเช็ดนิ้วมืออย่างพิถีพิถัน นิ้วมือเรียวยาวขาวสะอาดของเขามองแล้วเจริญตายิ่งนัก ผู้ใดจะคิดว่ามือคู่นี้จะแย่งชิงชีวิตสองชีวิตไปหมาดๆ
“ข้างกายของเจิ้นไม่มีที่สำหรับตัวไร้ประโยชน์” ริมฝีปากบางกล่าวคำที่ไร้เมตตาอย่างถึงที่สุดออกมา
ไม่ว่าจะคนหรือสัตว์ หากไม่มีค่าพอที่จะใช้งาน สำหรับเขาก็ไม่มีความจำเป็จะต้องเก็บไว้อีก
อวิ๋นซูพลันยิ้มเย็นอยู่ในใจ ชาติก่อนนางดวงตามืดบอดถึงได้มองสันดานที่โเี้ไร้ความรู้สึกของเขาไม่ออก!
ความยินดีในชัยชนะพลันลดลงไปหลายส่วน เพราะการกระทำอันโเี้ของเซียวอี้เชิน
ชัยชนะอยู่ในมือแล้วสามครั้ง การแข่งขันแบบสองคนรอบสุดท้ายจะดำเนินต่อหรือไม่ ก็ไม่มีผลกระทบกับผลลัพธ์สุดท้าย
ทว่าสำหรับคนแคว้นอี้ หากแข่งกันสี่รอบแต่พวกเขากลับไม่อาจชนะแม้เพียงสักรอบ นั่นนับเป็ความอัปยศคับฟ้าอย่างแท้จริง!
เซียวอี้เชินเอนกายพิงอย่างเกียจคร้าน นิ้วชี้เรียวยาวลูบเบาๆ ที่คาง “แข่งต่อ”
เพื่อแสดงอานุภาพของแคว้นอี้ เขาจะต้องแย่งชิงชัยชนะรอบนี้มาให้ได้
“เริ่มได้เลยหรือ?” เฟิ่งฉีอดรนทนไม่ไหวด้วยอยากจะออกไปสู้ตั้งนานแล้ว เขาคลึงกำปั้นเตรียมความพร้อม ดวงตามองไปยังตัวแทนแคว้นอี้ข้างๆ อยู่เป็ระยะ ทั้งสองสวมเกราะเงิน ร่างกายกำยำ ทว่าสีผิวดำคล้ำเหมือนถ่าน ดวงตาโเี้ดุจงูพิษกำลังจ้องถลึงมายังเขาและเฟิ่งหลิง ราวกับ้ากลืนพวกเขาสองคนทั้งเป็
บนอัฒจันทร์ ผู้คนส่งเสียงให้กำลังใจอย่างพร้อมเพรียงช่วยเพิ่มพลังใจให้พวกเขา
ชัยชนะของแคว้นเฉินเป็เื่ที่แน่นอนแล้วไม่มีทางเปลี่ยนแปลง การแข่งขันรอบสุดท้ายนี้ไม่ว่าจะแพ้ชนะล้วนไม่สำคัญสำหรับคนแคว้นเฉิน เมื่อไม่มีความตึงเครียด อารมณ์ของพวกเขาจึงทะยานขึ้นสูง เค้นเสียงะโออกมาจากลำคอ
หลิ่วอวิ๋นฮว๋าปรายตามองไปยังกลุ่มคนรอบด้านที่อารมณ์พลุ่งพล่าน ที่นี่มีบุคคลสูงศักดิ์มากมาย เขาพวกเอะอะกันเช่นนี้มิใช่เป็การขายหน้าหรอกหรือ?
“ฮึ วันนี้ข้าจะนำชัยชนะมามอบให้ฝ่าาให้ได้ พวกเ้ารู้จักดูสถานการณ์ให้ดี รีบๆ ยอมแพ้ไปเสีย มิเช่นนั้นจะไม่มีโอกาสอีกแล้ว” โม่อวี่ตัวแทนของแคว้นอี้กล่าวถากถางดูถูก สายตาหยิ่งยโสจ้องเขม็งไปยังเฟิ่งฉีและเฟิ่งหลิง ต่อหน้าร่างกายอันใหญ่โตของพวกเขา รูปร่างของสองคนนี้จึงดูบอบบาง ทำให้ความโอหังของเขาทะยานสูงเสียดฟ้า
เฟิ่งฉีราวกับได้ยินเื่ขบขันที่น่าสนใจที่สุด ริมฝีปากยกโค้งพลางกล่าว “เอ๋? อยากให้พวกข้ายอมแพ้? พวกเ้ามีคุณสมบัติพอหรือ?”
แววตายั่วยุทิ่มแทงลึกเข้าไปในใจของทั้งสองจนใบหน้าอัปลักษณ์
“ไอ้หนู เ้าพูดอะไร?” โม่อวี่พุ่งเข้าไปทางเฟิ่งฉีอย่าดุดัน อยากจะสั่งสอนเขาเสียหน่อย แค่เด็กปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมคนหนึ่ง ถึงกับกล้ามายั่วยุเขาหรือ?
ทว่ากำปั้นที่ส่งออกไปกลับถูกฝ่ามือหยุดไว้กลางอากาศ
หน้ากากสีเงินส่องประกายปรากฏออกมาราวภูตผี
โม่อวี่ออกแรงคิดจะดึงหมัดกลับมา ทว่าพลังของคนผู้นี้แข็งแกร่งมากเกินไป ราวกับคีมที่หนีบข้อมือของเขาไว้แน่นจนขยับเขยื้อนไม่ได้
จากนั้น โม่อวี่รู้สึกราวกับความเย็นะเืดุจถ้ำน้ำแข็งปกคลุมไปทั่วทั้งร่าง ได้ยินเสียงเย็นเยียบออกมาจากบุรุษผู้สวมหน้ากากสีเงิน
“ดูความสามารถที่แท้จริงในการแข่งขันดีกว่า หากมีฝีมือก็จงแสดงออกมา!” เฟิ่งหลิงกล่าวจบ โคจรพลังภายในทำให้พลังหมัดเพิ่มสูง โม่อวี่รู้สึกถึงพลังอันรุนแรงไหลผ่านมาบนมือพลันถูกผลักกระเด็นถอยไปหลายก้าว ต้องใช้เท้าเหยียบปักเข้าไปในดินจึงสามารถยืนได้อย่างมั่นคง
“เ้าเล่นผิดคนแล้ว!” โม่อวี่ชี้เฟิ่งหลิง้าพูดอะไรบางอย่าง ทว่าเฟิ่งหลิงะโทะยานร่างขึ้นหลังม้าแล้ว ดวงตาทั้งสองภายใต้หน้ากากสีเงินทอประกายเย็นเยียบมองมายังเขา
“เ้าก็เช่นกัน”
ในใจของโม่อวี่รู้สึกหวาดกลัว เมื่อครู่แม้จะัักันเพียง่เวลาสั้นๆ ทว่าในใจของเขาเข้าใจชัดเจน หากปะทะกันตรงๆ เขาย่อมไม่ใช่คู่มือของอีกฝ่าย บุรุษหน้ากากผู้นี้เป็ผู้มีวรยุทธ์สูงส่ง การแข่งขันหลายรอบก่อนหน้านี้ล้วนพ่ายแพ้ไปแล้ว ดูท่าคงต้องใช้วิธีการของตนเองเพื่อให้ได้ชัยชนะมา
