“…ของสิ่งนี้…หาก้าทำขึ้นมา จะกล่าวว่ายากก็ไม่ยากซะทีเดียวจะกล่าวว่าง่ายก็ไม่ได้ง่ายดายเพียงนั้น…ถ้า้าผลิตในปริมาณมากล่ะก็ข้ากล้าพูดเลยว่า ภายใต้แรงบีบคั้นของความตาย หากมีคน้าทำเลียนแบบขึ้นมาก็คงมีแค่เวลาเท่านั้นที่เป็อุปสรรค”
คำกล่าวของนางไม่อาจเรียกปฏิกิริยาจากบรรดาขุนนางได้แต่สำหรับราษฎรแล้วนั้นใบหน้าของพวกเขายิ่งซีดขาวขึ้นไปอีกพวกเขาไม่สามารถจินตนาการได้เลยจริงๆหากของสิ่งนี้ร่วงหล่นใส่พวกเขาแล้วจะเกิดผลเช่นไรต่อเรือกสวนไร่นาสำนักศึกษาต่างๆ
ดวงตาทั้งคู่ของกงอี่โม่จดจ้องตรงไปยังฝั่งตรงข้ามพลางะโ“แต่ของสิ่งนี้ยังมีส่วนดีอยู่ ข้าใช้มันเพื่อเปิดทางแม่น้ำจากระยะเวลาหกถึงเจ็ดปีถูกลดลงกว่าครึ่ง! จนกระทั่งข้าได้แล่นเรือจนมายืนอยู่ ณที่แห่งนี้…ไม่เพียงเท่านั้น มันยังสามารถซ่อมแซมถนนตัดผ่านูเา ขุดเจาะเหมืองแร่…ใช้ประโยชน์ได้นานัปการ ทว่ามันก็สามารถคร่าชีวิตผู้คนได้เช่นกัน”
นางฝืนยิ้มพลางมองไปยังกงเชิ่งที่ผ่านมาสักพักแล้วก็ยังไม่เอื้อนเอ่ยคำใดออกมา“ดังนั้นฝ่าาเพคะ ไม่ว่าพระองค์จะหวาดกลัว พิโรธ หรืออะไรก็ดี!ในเวลาที่ผู้คนยังไร้ซึ่งคุณธรรมมากพอ หม่อมฉันไม่สามารถมอบของสิ่งนี้ให้แก่พระองค์ได้จริงๆพระองค์ลืมไปแล้วหรือว่าทรงมีพระโอรสและนางสนมจำนวนเท่าไหร่? ยามพระองค์ยังมีพระชนม์อาจจะสามารถควบคุมพวกเขาได้แต่หากเป็วันที่พระองค์จากไปแล้วเล่า? ความทะเยอทะยานของพวกเขาจะน้อยกว่าพระองค์หรือเพคะ? ความคิดเลวทรามเพียงความคิดเดียวก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้แผ่นดินอันสงบสุขนี้แตกออกเป็เสี่ยงๆ …”
ยามกล่าวจบนางจึงได้หันไปคำนับอย่างจริงใจต่อประชาชน
“ก่อนหน้านี้ข้าหลอกทุกคนว่าเป็พลังของข้าเองในการแยกภูผาผ่าคงคาและเพื่อให้สามารถขุดคลองได้ต่อ ข้าจึงได้หลอกพวกท่านว่าการขุดคลองคือบัญชาจาก์! วันนี้ข้ารู้แล้วว่าหากโหลวเย่บุกโจมตีในตอนนี้ หากาประชิดเข้ามาข้าก็ไม่อาจเต็มใจส่งมอบสิ่งนี้ออกไปได้ถ้าพวกท่านจะกล่าวโทษข้านั่นก็เป็เื่ที่สมควรแล้ว แต่ข้ากงอี่โม่ขอสาบาน ณที่แห่งนี้! เมื่อต้าอวี้ของพวกเราไม่มีมันแคว้นอื่นใดก็มิอาจมีไว้ในเช่นกัน…คำสาบานนี้ขอฟ้าดินเป็พยาน! หากผิดคำสาบาน ขอให้ไม่ตายดี ถูกทอดทิ้ง…ทุกภพภูมิ!”
เมื่อกล่าวถึงตรงนี้ นางจึงยกชายชุดขึ้นเพื่อคุกเข่าลง ค้อมศีรษะคำนับสารภาพผิดด้วยความจริงใจ
“ขอ์โปรดอภัย ข้ากงอี่โม่มีความผิดอาวุธทรงพลังแต่มิยอมนำมันออกมาเพื่อการา ข้ากงอี่โม่มีความผิดมีส่วนทำให้รัชทายาทต้องตกอยู่ระหว่างความเป็ความตายเช่นนี้! ข้ากงอี่โม่มีความผิดองค์ชายเก้าต้องเหน็ดเหนื่อยเพราะข้าแต่ยังไม่ได้รับความช่วยเหลือ!”
นางยิ่งพูดเสียงของนางก็ยิ่งดังขึ้นราวกับนางกำลังสารภาพผิดต่อ์! ดูคล้ายนางกำลังไม่พอใจและต่อต้าน! ทุกคำทุกประโยคนั้นเต็มไปด้วยเสียงคร่ำครวญ! แต่ทันใดนั้นดวงหน้าของนางกลับเปลี่ยนเป็เย็นเยียบคล้ายกับไม่เคยมีถ้อยคำเย้ยหยันนั้นอยู่ในคำพูดของนาง
สุดท้ายนางจึงทำเพียงแย้มยิ้มจางๆ และเบนสายตาไปยังฮ่องเต้
“ฝ่าาเพคะ ข้ากงอี่โม่มีความผิดแต่ข้ายินยอมรับบทลงโทษทั้งหมดไว้แต่เพียงผู้เดียวและได้ตระเตรียมทุกอย่างเพื่อเผชิญหน้ากับบทลงโทษนี้ไว้แล้ว! แต่พระองค์แน่พระทัยแล้วหรือว่าจะสามารถควบคุมมันได้? พระองค์้าของของหม่อมฉันทว่าพระองค์เคยไตร่ตรองถึงผลลัพธ์หรือไม่เพคะ? ความ้าที่จะควบรวมจงหยวนให้เป็หนึ่งการเข่นฆ่าเพื่อแย่งชิงอำนาจแห่งจักรพรรดิเป็ไปได้ว่าเพราะอารมณ์ชั่ววูบของพระองค์จะทำให้ประชาชนนับไม่ถ้วนต้องตกอยู่ในความยากลำบาก! ผลลัพธ์จากความกระหายชั่ววูบของพระองค์เหล่านี้พระองค์เคยคิดถึงมันบ้างไหมเพคะ? ทุกการกระทำของพระองค์นั้นเป็การปฏิบัติต่อประชาชนอย่างเหมาะสมแล้วหรือเพคะ?”
ใบหน้าของกงเชิ่งซีดเผือด เขารู้สึกกระดากอายอย่างยิ่ง เมื่อมองลงไปยังประชาชนด้านล่างที่เวลานี้ต่างลืมความหวาดกลัวจนสิ้นเพียงมองตรงมายังตัวเขาราวกับความปรารถนาของเขาเพียงคนเดียวก็สามารถตัดสินความเป็ตายของประชาชนได้
แต่เขาไม่มีมันไม่ได้! ยามที่ยังไม่เคยเห็นพลานุภาพของดินปืนนั้นเขายังสามารถปลอบใจตนเองได้ว่าเป็แค่การอวดอ้าง แต่เมื่อได้เห็นพลังของจริงแล้วหากเขาไม่ได้มันมาก็ไม่เป็ไร แต่ถ้าแคว้นอื่นได้ไปเล่า?!
เขาจำเป็ต้องไตร่ตรองให้ดี!
คำสาบานกับความรับผิดชอบพวกนั้นเขาไม่สามารถทำมันได้เด็กสาวอย่างกงอี่โม่จะทำอย่างนั้นหรือ?
ต่อให้นางตายไปก็ไม่มีทางเป็ไปได้!
กงอี่โม่ค่อยๆ ยืนขึ้น และจ้องมองไปยังสายตาที่แฝงไอสังหารของกงเชิ่งดวงใจของนางเ็ปอย่างยิ่ง ั์ตาทั้งคู่มีหยดน้ำตาร่วงหล่นไม่ขาดสาย...
“ท่านพ่อ…พระองค์ยังจำได้หรือไม่ว่าหม่อมฉันคือธิดาของพระองค์?!”
“หม่อมฉันเคยเป็ธิดาที่พระองค์ทรงโปรดที่สุด! เพื่อรอยยิ้มของพระองค์…หม่อมฉันต้องทำสิ่งต่างๆ มากเพียงใด? วันวานที่ผ่านมาพระองค์…ยังทรงจดจำมันได้หรือไม่เพคะ!”
เสียงเรียกท่านพ่อของนางนั้นช่างแ่เบา ทว่ากลับฉีกกระชากดวงใจจนแยกจากกันทำให้ผู้คนมิอาจเก็บสีหน้าไว้ได้นางช่างเหมือนกับบุตรสาวที่กำลังร้องขอความรักจากบิดาก็มิปานนางกำลังเรียกร้องความยุติธรรม ดวงหน้าที่ฉายแววเศร้าโศก ดื้อรั้น อ่อนหวานและยังอ่อนเยาว์นั้นเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบน้ำตา!
พวกเขาไม่เข้าใจจริงๆ เหตุใดองค์หญิงที่แสนดีเช่นนี้องค์หญิงที่คิดถึงราษฎร จุดประสงค์ต่างๆ ล้วนเป็เื่ดีในยามนี้กลับต้องยืนเผชิญหน้ากับฮ่องเต้ยินยอมรับแรงกดดันจากพระราชอำนาจทั้งหมดไว้แต่เพียงลำพัง?
เื่นี้ไม่ถูกต้อง องค์หญิงไม่ได้กระทำผิด!
หัวใจของกงเชิ่งเจ็บร้าวไปทั้งดวง ท้ายสุดจึงเพียงหลบสายตาไม่กล้ามองนางอีกต่อไป
นางมิใช่บุตรสาวแท้ๆ ของเขาด้วยซ้ำทว่ากงเชิ่งไม่อาจปฏิเสธได้ว่าความผูกพันที่เขามีให้กับบุตรสาวคนนี้นั้นมากมายยิ่งกว่าบุตรสาวของเขาเองทุกคนรวมกันเสียอีก!
แต่ว่า…เหตุใดนางจึงไม่เชื่อใจเขากัน?
เมื่อเอ่ยถึงคำว่าเชื่อใจ กงเชิ่งทำได้เพียงฝืนยิ้มออกมา ถูกแล้วเขาเองก็ไม่เชื่อใจว่ากงอี่โม่จะสามารถรักษาอาวุธนี้ไว้ได้ตลอดชีวิตของนางรวมถึงคอยรับใช้เขาไปตลอดได้ กงอี่โม่ไหนเลยจะไม่คิดเช่นนี้? นางเองก็ไม่อาจเชื่อใจตัวเอง หวาดกลัวจะสร้างความวิบัติไปทั่วหล้า
คนทั้งคู่ต่างมีมุมมองในการคิดทำเพื่อราษฎรทั่วหล้าแต่ความคิดนั้นกลับไม่สามารถไปด้วยกันได้
เื่นี้นางและเขาทราบชัดแล้ว มันคือเงื่อนตายซึ่งไร้ทางแก้!
สุดท้ายกงอี่โม่จึงเพียงเช็ดคราบน้ำตาออก ยามนี้สภาพของนางที่เ็ปไร้ความสดใสคาดมิถึงว่าจะทำให้บรรดาขุนนางที่เป็กลางไม่อาจทนได้อีกต่อไปพวกเขาอดคิดไม่ได้ว่า ทั่วหล้ามีบุรุษมากมายแต่จะมีสักกี่คนที่เทียบกับเด็กน้อยเบื้องหน้าพวกเขาคนนี้ได้?
กงเชิ่งใช้เสียงที่เบาลงกว่าครึ่งค่อยๆ เอ่ยปากถาม
“ข้อฟ้องร้องทั้งสามข้อของเ้า ข้า…รับไว้แล้ว”
กงอี่โม่เผยใบหน้าอันเศร้าโศก ก้มคำนับหนึ่งครั้งและโค้งคำนับลงต่ำยิ่งขึ้น
“แต่ข้ายังมีความ้าอีกสามข้อ ขอฝ่าาประทานอนุญาตด้วยเพคะ”
กงเชิ่งสะอื้นเล็กน้อย
“…ว่ามา”
“ข้อแรก ประชาชนด้านล่างนี้ล้วนถูกข้าหลอกลวงทั้งสิ้นปกป้องพาข้ามาถึงที่นี่ พวกเขาไร้ซึ่งความผิดใดๆ ขอพระองค์ทรงมิเอาความอนุญาตให้พวกเขาเข้าเมืองด้วยเพคะ”
เหล่าบัณฑิตไม่น้อยที่ได้ยินว่าคำขอข้อแรกของกงอี่โม่คือพวกตน มิคาดว่าจะมีคนหลั่งน้ำตาออกมาไม่ทราบว่าเป็ผู้ใดที่ะโขึ้น
“องค์หญิงทรงคุณธรรม! น้อมปฏิบัติตาม!”
“สาบานจะปฎิบัติตาม!”
กงอี่โม่ยิ้มออกมาด้วยความปลื้มใจ แต่กลับมิได้มองไปยังพวกเขากงเชิ่งพยักหน้าเล็กน้อยแสดงถึงการอนุญาต
การพยักหน้าครั้งนี้ของเขาถึงแม้จะมีขุนนางบางส่วนที่เกรงว่ากงอี่โม่จะบุกเข้ามาได้แต่ประตูเมืองก็เปิดออกแล้วประชาชนที่เหน็ดเหนื่อยและเดินทางรอนแรมมาไกลก็จะได้พักผ่อนในเมืองเสียทีทว่าพวกเขากลับเงียบเชียบ ไม่มีแม้แต่ผู้เดียวที่แสดงอาการดีใจ และก็ไม่มีแม้ผู้เดียวที่คัดค้านความคิดของกงอี่โม่
เมื่อเห็นราษฎรเข้าเมืองไปแล้วกงอี่โม่จึงได้ผ่อนคลายน้ำเสียงลงและแย้มยิ้มบาง
“ข้อที่สอง…ตอนนี้องค์ชายรัชทายาทมิอาจทราบได้ว่าชะตาชีวิตจะเป็เช่นไรหม่อมฉันหวังว่าเสร็จพ่อจะทรงปล่อยฮองเฮาออกมาดูแลเขา และเห็นแก่คุณูปการของรัชทายาทโปรดมอบเกียรติที่เขาควรจะได้รับคืนด้วยเพคะ”
เมื่อคิดถึงบุตรชายที่ก่อนหน้านี้ถูกเขาใช้เพื่อบีบคั้นกงอี่โม่แล้ว กงเชิ่งละอายยิ่งนักในฐานะบิดากลับทำสิ่งชั่วร้ายได้ลงคอแต่กงอี่โม่ที่เป็เพียงน้องสาวกลับทำสิ่งเหล่านี้เพื่อเขา…กงเช่ออาจไร้โชคแต่เพราะกงอี่โม่จึงทำให้เขาโชคดีถึงเพียงนี้หรือ?
ดังนั้นเขาจึงพยักหน้าและยอมรับคำขอข้อที่สองอีกครั้ง
กงอี่โม่เผยรอยยิ้มด้วยดวงหน้าที่ซีดเซียวจนไร้สีเืก่อนหน้านี้นางเพิ่งจะอาเจียนเป็เื มาวันนี้กลับฝืนทนเพื่อความปลอดภัยของผู้อื่น
“ข้อที่สาม…กงเจวี๋ยนั้นไร้ความผิด…เขาอยู่อย่างโดดเดี่ยวและยากลำบากมาั้แ่เล็กมีเพียงหม่อมฉันเท่านั้นที่คอยดูแล หลังจากนี้หม่อมฉันหวังว่าเสด็จพ่อจะรับ่ต่อหน้าที่นี้อย่าให้เขาต้องอยู่อย่างโดดเดี่ยวอีกเลย”
กงเชิ่งพยักหน้ารับเล็กน้อยแต่หลังจากยอมรับแล้วพลันรับรู้ได้ถึงความผิดปกติ!
