“เ้าไปกับข้า ข้าจะไปส่งเ้าเอง”
หลังจากที่ลัวหลินเขียนจดหมายและมอบให้ผมแล้วหลิวซวงก็พูดกับผมด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น
ผมถือกระดาษหนังแกะที่ยังอุ่นๆ เดินตามหลิวซวงไปแต่ก็อดไม่ได้ที่จะเงยหน้ามองหุ่นของหญิงสาวตรงหน้าช่างเป็ผิวที่เนียนละเอียดจริงๆ เลย ผมยาวของเธอพลิ้วไปตามสายลมพร้อมกับเรียวขายาวขาวผุดผ่องราวกับหิมะกำลังก้าวผ่านไปบนพื้นซึ่งเต็มไปด้วยหิมะ
เมื่อเดินออกมาด้านนอกแล้วผมก็เห็นหิมะตกลงมาอย่างต่อเนื่องหลิวซวงหันมาพูดกับผม “ฤดูหนาวปีนี้มาเร็วกว่าที่คิดจึงทำให้เราไม่ทันได้เตรียมเสบียงล่วงหน้าแถมยังขาดอุปกรณ์สำหรับก่อไฟเพื่อเพิ่มความอบอุ่นด้วยสัตว์ร้ายก็ล้อมรอบพื้นที่แห่งนี้ ทุกๆ วินาทีมีคนต้องตายภายใต้น้ำมือของพวกมันเฮ้อ... ไม่รู้เลยจริงๆ ว่าจะผ่าน่เวลานี้ไปได้อย่างไร...”
ในเวลาเดียวกัน ผู้คุมสัตว์ต๋าหลินก็เดินถือโซ่ตามมา “ท่านหลิวซวงไม่ต้องกังวลไปข้าจะออกล่าสัตว์ให้มากขึ้นเพื่อนำมาเป็เสบียงให้พวกเราข้ามั่นใจว่าเราจะมีเสบียงอาหารเพียงพอสำหรับฤดูหนาวที่ยาวนานนี้ เฮ้อ...ถึงแม้พวกทหารของจักรวรรดิใหญ่ทั้ง 7 จะมีคนจำนวนมาก แต่พวกมีฝีมือต่างก็ไม่มีใครยอมเดินทางมาที่เมืองัเย็นแห่งนี้เลยสักคนแต่ก็นั่นแหละ คงไม่มีใครอยากจะมาตกระกำลำบากที่นี่หรอก...”
หลิวซวงยื่นมือมาด้านหน้าปัดหิมะที่ตกลงมาบนขนตาของเธอก่อนพูดว่า“ไม่ได้หรอกนะยังไงเราก็ต้องหาคนมาเพิ่มให้ได้ ข้ารู้สึกได้ว่ามีพลังชั่วร้ายอยู่ทางเหนือของเมืองนี้ที่กำลังคืบคลานพวกเราสร้างเมืองัเย็นบนเทือกเขาแห่งนี้เพื่อป้องกันการบุกรุกจากสิ่งชั่วร้ายเ่าั้ยังไงเราก็ต้องหากองกำลังอันเก่งกาจเพื่อรับมือและปกป้องศักดิ์ศรีของเมืองั”
ต๋าหลิน “ข้าเข้าใจแล้วท่านแม่ทัพ เอาเป็ว่าข้าจะตามหาทหารเก่งๆเพื่อนำกลับมาเป็กองกำลังให้กับเมืองั”
หลิวซวงขมวดคิ้ว “หากคนเ่าั้ไม่เต็มใจจะมาที่นี่ มันจะมีประโยชน์อะไร? ท้ายที่สุดพวกเขาก็จะพยายามหนีไปอยู่ดี อีกอย่างทหารของเรา 1 นายก็เทียบเท่ากับคนเ่าั้ 10 คนเราต่าง้าคนที่มีคุณสมบัติ ข้าไม่อยากได้คนอ่อนหัดมาอยู่ในกองทัพหรอกนะเพราะมันจะยิ่งทำให้กองกำลังของเราอ่อนแอลงเรื่อยๆ”
ผู้คุมสัตว์ “ถ้าเช่นนั้นท่านจะทำอย่างไร?”
หลิวซวง “ข้าเองก็ไม่รู้”
……
ผมที่ยืนฟังอยู่นานจึงพูดขึ้น “ถ้าเป็แบบนั้น... อันที่จริงผมยินดีจะเข้าร่วมกับเมืองัเย็นนะไม่แน่ใจว่าพวกท่านจะยินยอมให้ผมเข้าร่วมหรือเปล่า?”
“หืม?”
ผู้คุมสัตว์ต๋าหลินหันมามองผมก่อนจะหลุดหัวเราะจนอิฐที่อยู่รอบๆสั่นะเื “ฮ่าๆๆๆๆเ้าเนี่ยนะ? ฮีลเลอร์ธรรมดาๆแบบเ้าเนี่ยนะจะเข้าร่วมเมืองั? ฮ่าๆ เ้าอย่ามาอำเล่นเลยคนอย่างเ้าน่ะหรือจะฆ่าอสูรั์? เ้ามีปัญญาฆ่าไซคลอปส์หรือ?ถ้าเ้าไม่สามารถฆ่าพวกมันได้ เราจะเก็บเ้าไว้ทำไม? ให้ไปเป็อาหารม้าอย่างนั้นหรือ?”
ผมกัดฟันแน่นก่อนจะถลึงตาใส่ผู้คุมสัตว์โดยไม่พูดอะไร
หลิวซวงหันมากวาดตามองผมั้แ่หัวจดเท้า ทันใดนั้นเธอก็ยื่นมือมากดบ่าของผม“คุณสมบัติของเ้าถือว่าไม่เลวเลยแต่เป็เพราะอาชีพที่เ้าเลือก อันที่จริงเ้าเกิดมาเพื่อเป็อัศวินหาใช่ฮีลเลอร์เพื่อช่วยเหลือคนไม่ เ้าหนูน้อยเ้าอยากจะเข้าร่วมกับเมืองัเย็นจริงหรือ?”
ผมพยักหน้า “ครับ ผมเต็มใจ”
หลิวซวง “แต่เ้าเป็คนของเมืองปาหวาง และเป็นักผจญภัยของดยุกลัวเหลยเหตุใดเ้าจึงยอมละทิ้งเกียรติของเมืองปาหวางเพื่อมาตกระกำลำบากอยู่ในเมืองัเย็นแห่งนี้เล่า? เ้าอาจยังไม่รู้ว่าที่แห่งนี้อาจจะทำให้เ้ากินไม่อิ่มนอนไม่หลับ ไม่มีเสื้อผ้าที่อบอุ่นใส่ ทั้งยังมีสัตว์ร้ายรายล้อมรวมถึงไม่สะดวกสบายเช่นเมืองปาหวาง แล้วเหตุใดกัน? เหตุใดเ้าจึง้าจะออกจากเมืองปาหวาง?”
ผม “เป็เพราะผมมีปัญหากับคนในเมืองนั้นครับ”
หลิวซวงหัวเราะพรวดก่อนจะมองผม “แบบนี้นี่เองหวังว่าสิ่งที่เ้าพูดจะเป็เื่จริงนะ...”
ผมเงียบ...ผมอยู่ในเมืองปาหวางโดยที่ต้องเผชิญหน้ากับไอ้พวกซีฉู่ป้าหวางนั่นเ้าบ้านั่นเกลียดผมอย่างกับอะไรดี แถมยังอาฆาตแค้นจะฆ่าผมให้ตายทุกเมื่อไหนจะตระกูลของเ้าบ้านั่นที่มีรากฐานหนายิ่งกว่าปูนซีเมนต์อีกไม่แปลกใจเลยว่าทำไมเ้าหมอนั่นถึงมีเงินในเกมเยอะแยะหลังจากนี้คนพวกนั้นคงจะรับสมัครทหารซื้อม้าเพื่อสร้างความยิ่งใหญ่ให้กิลด์สงป้าเฟิงหยินไม่หยุดหย่อนแน่ถึงเวลานั้นผมจะไปทำอะไรได้? อยู่ตัวคนเดียวยังไงก็ไม่สามารถสู้คนจำนวนมากนั่นอยู่แล้ว ต่อให้ผมกล้าหาญก็ไม่จำเป็ว่าผมจะต้องแข็งแกร่งขนาดนั้น ภายใต้สถานการณ์ที่เกิดขึ้นสู้มาเข้าร่วมกับเมืองัเย็นน่าจะยังดีเสียกว่า
ผู้คุมสัตว์ “ท่านแม่ทัพซวง... ข้าว่าท่านพิจารณาใหม่อีกครั้งเถิดเ้าเด็กคนนี้มีพละกำลังพอๆ กับลูกเจี๊ยบ ยังไงก็เป็พวกอ่อนแอคนหนึ่งเท่านั้นหากปล่อยให้เด็กคนนี้เข้าร่วมกับเมืองั ความแข็งแกร่งของเราก็อาจถดถอยลงได้เื่นี้ท่านต้องตัดสินใจอย่างรอบคอบนะท่านแม่ทัพอย่าปล่อยให้ความหน้าตาดีของเด็กคนนี้ทำให้ท่านเผลอเด็ดขาด”
หลิวซวงชะงักก่อนจะหันไปมองด้วยสายตาอาฆาต “เ้าพูดบ้าอะไรของเ้า?!!”
ต๋าหลินรีบคุกเข่าด้วยท่าทางใ “ข้าผิดไปแล้ว ยกโทษให้ข้าด้วย!”
หลิวซวงไม่สนใจต๋าหลิน แต่หันกลับมามองผม “พ่อหนุ่มฮีลเลอร์ถ้าเช่นนั้นก็เอาตามที่เ้าว่าเลยก็แล้วกันแต่ถ้าเ้า้าจะเข้าร่วมกับเมืองัเย็นเ้าจะต้องได้รับคำยินยอมจากาาลัวหลินเสียก่อนเ้าจะต้องได้รับจดหมายแนะนำหนึ่งฉบับจากดยุกลัวเหลยเมื่อถึงเวลานั้นเ้าก็จะสามารถเข้าร่วมกับเมืองัเย็นได้”
ผมพยักหน้า “ครับ ผมจะไม่ทำให้ท่านผิดหวังเด็ดขาด”
พูดจบผมก็เปิดวาร์ปกลับเมืองทันที
สวบ!
เมื่อกลับมาแล้วผมก็มุ่งหน้าไปที่เมืองหลวงทันทีดยุกลัวเหลยยังคงนั่งอยู่ที่เดิม ทันทีที่เห็นผมเขาก็ลุกขึ้นต้อนรับพร้อมกับใบหน้าที่เต็มไปด้วยความยินดี“เ้าเด็กน้อยเ้ามาครั้งนี้พร้อมกับข่าวดีหรือไม่?”
ผมหยิบจดหมายออกมา “ผมไปเจอกับลัวหลินที่ดินแดนเยือกแข็งมา และนี่ก็คือจดหมายตอบรับจากเขา”
“หา?!”
ลัวเหลยแสดงอาการดีใจออกมาก่อนจะรีบหยิบจดหมาย “ลูกชายของข้ายังไม่ตายเขายังมีชีวิตอยู่...”
ผ่านไปไม่กี่วินาทีเขาก็อ่านจดหมายจบ “ตอนนี้ข้าเข้าใจทุกอย่างแล้วดินแดนเมืองัเย็นของเขาในเวลานี้ขาดแคลนทรัพยากรแต่เมืองัเป็ดินแดนต้องห้ามข้าไม่สามารถส่งคนจำนวนมากเพื่อไปเสี่ยงอันตรายที่นั่นได้ดังนั้นข้าจะต้องส่งกองกำลังจำนวน 100 คนเพื่อส่งทรัพยากรเล็กน้อยไปยังเมืองัเย็นแต่นี่นับเป็การหักหลังต่อจักรวรรดิ ข้าหวังว่าลัวหลินจะไม่โทษข้า...”
ผมพยักหน้า “เขาจะต้องเข้าใจว่าที่ท่านทำไปก็เพราะจิตใจที่ดีงามของท่าน”
ลัวเหลยยิ้ม “เ้าเด็กน้อย ตอนนี้เ้าได้ทำภารกิจลุล่วงแล้ว ขอบใจเ้ามากจริงๆ เอาละ มารับรางวัลของเ้าได้”
……
ติ๊ง!
ข้อความจากระบบ :ยินดีด้วย ท่านทำภารกิจ [จดหมายหนึ่งฉบับ] ระดับ AA สำเร็จแล้วท่านจะได้รับค่า EXP +29,000 พอยต์ เงิน 200 เหรียญทอง ค่าเสน่ห์ +7 พอยต์ และได้รับไอเท็ม[รองเท้าบูตเงิน] เป็รางวัล
……
สวบ! แสงสีทองสาดลงบนตัวผมพร้อมกับเลเวลที่เพิ่มขึ้นเป็29 รางวัลของภารกิจ AAนี่เยอะจริงๆ แฮะผมเปิดกระเป๋าใส่ไอเท็มก็พบว่ามีรองเท้าบูตอยู่ในนั้นเมื่อหยิบออกมาค่าสถานะก็ปรากฏขึ้น
[รองเท้าบูตเงิน] (อุปกรณ์ระดับเงิน)
ประเภท :เกราะเหล็ก
พลังป้องกัน:75
ค่าพลัง:+25
ค่าทางกายภาพ:+21
เพิ่มเติม :เพิ่มพลังการโจมตีให้กับผู้สวมใส่ 0.7%
เลเวลที่สามารถใช้งานได้ :30
……
คุณพระช่วย นี่เป็รองเท้าบูตระดับเงินเลเวล 30 ที่มีค่าสถานะเจ๋งโคตรๆนอกจากค่าพลังจะเพิ่มขึ้น 20 พอยต์แล้วยังเพิ่มการโจมตีอีกตั้ง 0.7% นี่นับว่าเป็อาวุธระดับเทพของผู้เล่นเกราะหนักเลยนะเนี่ยเฮ้อ... ฮีลเลอร์อย่างผมดันใช้งานไม่ได้ แต่เดี๋ยวก่อนนะ... จริงสิหลิวซวงบอกกับผมก่อนหน้านี้ว่า ถ้าผมเข้าร่วมกับเมืองัเย็นจะสามารถเปลี่ยนอาชีพได้ ถึงเวลานั้นผมก็ใช้รองเท้าคู่นี้ได้แล้วเอาเป็ว่าเก็บไว้ในกระเป๋าก่อนก็แล้วกัน
ผมหันไปหาลัวเหลย “ท่านเ้าเมือง ผมยังมีอีกเื่ครับ...”
“อะไรหรือ?” ลัวเหลยถามด้วยความประหลาดใจ
ผม “รอบเมืองัเย็นเต็มไปด้วยสัตว์ร้ายมากมายนักรบที่ประจำการอยู่ที่นั่นต่างต้องเผชิญหน้ากับสถานการณ์อันตรายเป็อย่างยิ่งดังนั้นผมจึงอยากจะไปเป็หนึ่งในกองกำลังให้กับเมืองัเย็นผมหวังว่าท่านจะช่วยเขียนจดหมายแนะนำให้กับท่านลัวหลิน ถ้าได้รับจดหมายจากท่านผมจะสามารถเป็หนึ่งในสมาชิกของเมืองัเย็นแต่ถึงอย่างไรใจของผมก็จะยังคงเป็คนของเมืองปาหวางตลอดไป”
ลัวเหลยพยักหน้า “เช่นนั้นก็ได้... เ้าถือเป็ผู้มีพระคุณของเราสองคนพ่อลูกอย่างมากถ้าเช่นนั้นข้าจะเขียนจดหมายแนะนำให้เ้า”
ผ่านไปไม่กี่วินาที จดหมายฉบับใหม่ก็ถูกส่งมาอยู่ในมือผมเก็บมันใส่กระเป๋าด้วยท่าทางร่าเริง เอาละ ลุยกันเลย!
……
ผมซ่อมอาวุธพร้อมกับซื้อยาเพื่อสำรองใช้ยามฉุกเฉินรวมถึงวาร์ปกลับเมืองด้วย
เมื่อออกมาถึงประตูเมือง เสียงก็เริ่มดังขึ้นมีกลุ่มผู้เล่นยืนอยู่ตรงลานทางฝั่งประตูทิศเหนือ ซึ่งพวกเขาก็คือคนของปราก
“ไม่ได้นะ ทำไมถึงทำแบบนี้ล่ะเยว่ชิงเฉี่ยนอุทิศตนเพื่อพัฒนากิลด์ของพวกเราลุงใหญ่จะลงโทษสถานหนักกับเธอเพียงเพราะเื่เล็กน้อยแบบนี้ไม่ได้นะ”
“นั่นสิ ลุงใหญ่ช่วยพิจารณาอีกครั้งเถอะ...”
……
ท่ามกลางกลุ่มคนเ่าั้มีเยี่ยนจ้าวอู๋ซวงยืนอยู่ด้วยสายตาของเขาเต็มไปด้วยความเ็าพร้อมกับะโด้วยเสียงทุ้มต่ำ “เงียบเดี๋ยวนี้!”
เสียงโหวกเหวกก่อนหน้านี้เงียบลงทันที
เยี่ยนจ้าวอู๋ซวงกวาดตามองไปรอบๆ พร้อมพูด “ชิงเฉี่ยนเป็ลูกสาวของเพื่อนฉันแน่นอนว่าฉันเองก็ไม่อยากจะทำแบบนั้นกับเธอ แต่กิลด์ปรากของเราเป็กิลด์ขนาดใหญ่และทุกอย่างต้องทำตามกฎเกณฑ์ที่มีฉันเคยพูดก่อนหน้านี้แล้วว่าปรากจะเดินหน้าเก็บเลเวล และจัดการกับบอสโดยไม่มีการดวลหรือปะทะกับใครและเราจะไม่โจมตีกิลด์อื่นก่อน แต่นี่เป็เพราะเซียวเหยาจื้อจ้ายทำให้เยว่ชิงเฉี่ยนนำคนของปรากไปโจมตีกิลด์สงป้าเฟิงหยินยังไงเื่นี้ก็ต้องได้รับการลงโทษฉันตัดสินใจแล้วว่าจะให้เยว่ชิงเฉี่ยนออกจากกิลด์ 1 อาทิตย์และหลังจากนั้นค่อยลากเธอเข้ามาในกิลด์ใหม่อีกครั้ง”
ทุกคนเงียบเสียง
เยว่ชิงเฉี่ยนถือกริชก่อนจะกวาดตามองทุกคน “ฉันรู้ว่าทุกคนต่างก็หวังดีกับฉันแต่เป็เพราะว่าฉัน... เอาเถอะ ฉันขอไม่พูดอะไรมากไปกว่านี้ก็แล้วกันเอาเป็ว่าฉันจะยอมรับบทลงโทษจากลุงใหญ่โดยการออกจากกิลด์ แต่ตอนนี้ปรากยังไม่ได้ถูกสร้างอย่างเป็ทางการฉันยังไม่รู้ว่าจะออกจากกิลด์ยังไงนี่สิ...”
ได้ยินเช่นนั้นใบหน้าของเยี่ยนจ้าวอู๋ซวงก็เปลี่ยนเป็สีเขียว
……
“ฟึบ ฟึบ”
ผมก้าวเท้าไปด้านหน้าก่อนจะพูดกับเยี่ยนจ้าวอู๋ซวง “ลุงใหญ่เยี่ยนจ้าว...เยว่ชิงเฉี่ยนไม่ได้ทำอะไรผิด ทุกอย่างเป็เพราะผมเองถ้าจะโทษก็ขอให้โทษผมแค่คนเดียวเถอะ”
