ภายใต้สายตาที่มีแต่สีเื เมื่อลืมตามาอีกครั้งกลับเป็หลังคารถที่กำลังขับเคลื่อน
ยังไม่ทันที่จะตั้งสติ รถก็สั่นคลอนจนหัวใจแทบหยุดเต้นสาวใช้ผมแกละรีบหลบเข้ามาในรถไปแอบอยู่หลังม่านมือก็คว้าสาวใช้อีกคนแล้วนั่งตัวสั่นเทากันทั้งคู่
เจียงลั่วอวี้เพิ่งตื่นจากฝันร้าย ลืมตาขึ้นมาก็พบกับสภาพดังกล่าวเขายกมือขึ้นมองมือขาวเนียนของตนกรอกตาไปมองสาวใช้ที่มีนามว่าซุ่ยเยวี่ยพร้อมถามเบาๆว่า "แล้วจุยอวิ๋นล่ะ?"
ซุ่ยเยวี่ยตอบว่า "เรียนซื่อจื่อ จุยอวิ๋นทำตามแผนแล้วทันทีที่ถูกจับได้ก็รีบนำรถม้าที่ตามหลังเรามาพาคุณชายและคุณหนูล่อพวกทหารที่ตามเรามาออกไปอีกทางเ้าค่ะ"
เจียงลั่วอวี่ยักคิ้ว "ั้แ่เมื่อไร"
ซุ่ยเยวี่ยหยุดคิดและมีท่าทีกังวล แต่ก็ก้มหน้าตอบตามความจริง"เมื่อครึ่งชั่วยามที่แล้วเ้าค่ะ"
เจียงลั่วอวี้นั่งมองสาวใช้อายุสิบหกที่นั่งอยู่ข้างตนหลังจากที่ตื่นจากฝันร้ายก็ไม่รู้ว่าทำไมตัวเองย้อนกลับมาเมื่อยี่สิบปีก่อนตอนนี้เขามีอายุเพียงสิบห้าปี ในขณะที่สาวใช้อายุสิบหกกำลังแสดงอาการกระสับกระส่ายเขาจึงถามด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงว่า
"แล้วเหตุใดเรายังถูกตามล่า เ้าทำผิดพลาดอะไรไปงั้นหรือ"
ซุ่ยเยวี่ยมีอาการกังวลและสงสัย นางตอบว่า "เรียนซื่อจื่อรถม้าของเราทั้งสองคันทำตามที่ท่านสั่งทุกอย่าง ไม่ตกแต่งประดับประดาแยกกันไปตามทางลัดเพื่อไม่ให้คนสังเกต และใช้องครักษ์เพียงไม่กี่คนซึ่งก็ไม่น่าจะมีคนรู้ แต่มันแปลกที่เรากลับถูกตามล่า..."
เจียงลั่วอวี้หลับตาและยิ้มอ่อนพร้อมส่งเสียง "อ้อ?"
"ข้าน้อยก็ไม่รู้เหมือนกันเ้าค่ะว่าทำไมเราถึงถูกไล่ตามถ้าเป็พวกโจรที่หวังทรัพย์สิน ก็น่าจะไปดักปล้นเอากับรถม้าคันใหญ่โตที่ดูมีเงินทองนะเ้าคะรถม้าของพวกเราทำตามที่ท่านสั่งไว้ทุกอย่างนอกเหนือจากตราประจำจวนท่านอ๋องที่ติดบนรถ ก็ไม่มีอะไรให้สะดุดตาเลยทหารที่รักษาความปลอดภัยก็คัดที่มีฝีมือดีก็ไม่รู้ทำไมถึงถูกฆ่าได้ง่ายๆจนตายกันไปหมด"
ซุ่ยเยวี่ยขมวดคิดย้อนอย่างละเอียดั้แ่ตอนที่เดินทางออกมาจากจวนเซียวเหยาหวังยิ่งคิดก็ยิ่งแปลกใจ นางขมวดจนคิ้วจะพันกัน "ข้าน้อยคิดไปคิดมาถ้าหาวท่านว่าข้าน้อยทำอะไรพลาดข้าน้อยก็ไม่รู้จริงๆว่าข้าน้อยทำผิดตรงไหนนะเ้าคะ"
เจียงลั่งอวี้ไม่ตอบอะไร ได้แต่เหลือบตาขึ้นถามว่า "รถม้าวิ่งขนาดนี้จุยเยวี่ยไม่ได้ล่อพวกมันออกไปหรือ?"
ซุ่ยเยวี่ยสะกัดกลั้นอารมณ์ "พวกมันท่าจะเตรียมการมาดีรถม้าทั้งสองคันถูกไล่ตาม จุยเยวี่ยพาคุณชายกับคุณหนูหนีไปแล้วเ้าค่ะ..."
"เตรียมการมาดี?" เจียงลั่งอวี้ขบคิดกับคำพูดนี้ริมฝีปากเปี่ยมด้วยรอยยิ้มอันอ่อนโยนใบหน้าของหนุ่มน้อยบนรถม้าที่วูบวาบตามแสงที่ส่องเข้ามาดูงดงามสงบนิ่งงามราวกับบัวบานภายใต้แสงจันทร์ เขามองไปที่สาวใช้ทั้งสอง"งั้นคงไม่ใช่ความผิดพลาดของพวกเ้าหรอก เลิกคิดได้แล้ว"
เมื่อเ้านายเอ่ยปากเช่นนั้น ซุ่ยเยวี่ยก็เลิกคิดหาคำตอบและก้มหน้าลงยังไม่ทันที่จะเอ่ยปากถามเ้านายว่าจะกินอะไรหรือไม่ด้วยเกรงว่าถ้าเหตุการณ์หนักขึ้นคงจะกินอะไรไม่ได้แน่แต่ก็พลันได้ยินเจียงลั่งอวี้ผู้เป็นายพูดกับตนว่า
"ซุ่ยเยวี่ย ชุดที่ข้าให้เ้าเตรียมไว้ล่ะ?"
