หลังร้านบะหมี่ปิดลง เซียวปิงเดินส่งสาวทั้งสามจนถึงหน้าประตูร้าน
“ให้ฉันไปส่งเถอะ”
ขณะเย่จื่อกำลังจะตอบตกลง ก็มีรถหรูคันหนึ่งขับฝ่าความมืดเข้ามาจอดลงตรงหน้าพวกเขา ก่อนหน้าต่างรถจะเลื่อนลง ชายคนหนึ่งยื่นใบหน้าออกมาทางหน้าต่าง เขาพูดอย่างเคารพ “คุณหนูครับ คุณท่านให้พวกผมมารับครับ”
เย่จื่อมองตรงไปยังเซียวปิงอย่างจนปัญญา “พี่จะไปส่งฉันไหม?”
“ไม่ดีกว่า” เซียวปิงหัวเราะ “นี่ก็ดึกแล้ว เธอกับเพื่อนรีบกลับไปเถอะ ฉันบอกฝันดีล่วงหน้าตรงนี้เลยแล้วกัน”
“ฝันดี” ดวงตาเย่จื่อเปล่งประกายระยิบระยับ ทำให้เซียวปิงรู้สึกหวั่นไหวขึ้นมา “พี่ปิง อย่าลืมล่ะ พี่ยังติดเลี้ยงข้าวฉันอีกมื้อ”
“จำได้น่า ฉันเลี้ยงแน่!”
เฉินหยวนหยวนและสวี่เหวินถิงหัวเราะขึ้น “เอาน่า อย่าอาลัยอาวรณ์เลย ครั้งหน้าพวกเรารับรองว่าจะไม่มาเป็ กขค. อีกแน่...พี่ปิง พวกเราไปก่อนนะ เย่จื่อ ขอติดรถไปด้วยคนสิ”
เย่จื่อรับคำ รอจนเฉินหยวนหยวนและสวี่เหวินถิงเดินขึ้นรถกันแล้ว เย่จื่อจึงขึ้นตามเป็คนสุดท้าย เธอหันมาโบกมือให้เซียวปิงเป็ครั้งสุดท้าย ก่อนประตูจะปิดลง
เซียวปิงมองตามรถหรูที่ค่อยๆ แล่นหายไปในความมืด ด้วยสายตาอาลัยอาวรณ์ เหตุการณ์เมื่อครู่นี้...เซียวปิงยังคงคิดรำลึกถึงมัน ตอนที่สายตาเธอและเขาประสานเข้าด้วยกัน...
นี่เป็ครั้งแรก ที่เขารู้สึกแบบนี้กับผู้หญิงคนหนึ่ง เวลาอยู่ด้วยกัน เขามักแอบเหลียวมองเธออย่างอดไม่ได้ เขาไม่อยากจะละสายตาไปจากเธอเลย แม้เพียงวินาทีเดียว...เมื่อเธอมองมาที่เขา เขาก็อดไม่ได้ทีจะหลบหลีกสายตานั้นเช่นกัน ทุกครั้งที่สายตาสบเข้าด้วยกัน หัวใจของเขาก็พลันเต้นแรงและสั่นไหวไปด้วย เวลาที่ไม่ได้อยู่ด้วยกัน เขาก็เอาแต่คิดถึงเธอ...
เซียวปิงคิดไปเดินไป จนกลับมาถึงบ้านซู
เมื่อเปิดประตูเข้าไปในบ้าน เซียวปิงพบว่าไฟในบ้านเปิดสว่างอยู่ และห้องที่ไฟเปิดอยู่ก็คือห้องที่เขาพักอาศัยอยู่นั่นเอง
เซียวปิงสวมสลิปเปอร์ ก่อนจะเดินตรงไปยังห้องนั้น พอดีกับซูเสียวเสี่ยว ที่วิ่งกุลีกุจอออกมาจากห้องพอดี ทำเอาทั้งสองเกือบจะชนเข้าด้วยกัน
“เป็อะไรไป ใจลอยซะ...” เมื่อเห็นอัฐิในมือซูเสียวเสี่ยว รอยยิ้มบนใบหน้าเขาก็หายวับไป
ซูเสียวเสี่ยวดวงตาแดงก่ำ เห็นได้ชัดว่าเพิ่งผ่านการร้องไห้มา เธอกลอกตามองบนใส่เซียวปิง แสร้งทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น พลางพูดอย่างเ็า “พรุ่งนี้ไปที่สุสานเป็เพื่อนฉันหน่อย ฉันอยากจะหาที่ดีๆ สักที่ ฝังอัฐินี้ไป”
“ได้” เซียวปิงพยักหน้า “นั่นมันก็สมควร ว่าแต่ พรุ่งนี้เธอไม่มีเรียนเหรอ?”
“ฉันลา่เช้าเอาไว้แล้ว” ซูเสียวเสี่ยวมองไปยังเซียวปิงด้วยสายตาพิกล พลางกล่าวเสียงเย้ยหยัน “ในเมื่อนายก็เข้ามาอยู่ที่นี่แล้ว คำพูดบางอย่าง ฉันก็จำเป็ต้องบอกให้นายรู้ อย่างแรกเลย นายไปเก็บไอ้พวกของสกปรกในห้องนายให้เรียบร้อยก่อน แล้วห้องของแม่ฉัน ห้ามเข้าไปโดยเด็ดขาด อีกอย่าง ถ้าให้ฉันรู้ว่าของในห้องฉันหายไปแม้แต่ชิ้นเดียวล่ะก็...นายก็ขนข้าวของออกไปจากบ้านฉันได้เลย”
ให้ตาย...ฉันทำอะไรอย่างนั้นเหรอ?
เซียวปิงเมื่อได้ฟังก็งงเต็มประดา โดยเฉพาะเมื่อเห็นสายตาทิ่มแทงของซูเสียวเสี่ยวแล้วด้วย ตกลงฉันไปทำอะไรไว้วะเนี่ย?
นี่มันิ่ศักดิ์ศรีกันชัดๆ ฉันดูจนขนาดนั้นเลย? ขนาดที่ต้องไปขโมยอะไรในห้องเธอเลยใช่ไหม?
เขาและซูเสียวเสี่ยวเคยผิดใจกันมาหลายหนก็จริง และแม้ซูเสียวเสี่ยวจะผลักไสเขามาโดยตลอด แต่ที่ผ่านมาเขาก็ไม่เคยโกรธเธอเลย นอกเสียจากครั้งนี้ ที่เขาเริ่มจะโกรธขึ้นมานิดหน่อยแล้ว
เซียวปิงสีหน้าขรึม กำลังจะว่าเธอกลับ แต่ก็ฉุกคิดขึ้นมาได้ ว่าอัฐิเดิมอยู่ในกระเป๋าของตน และในกระเป๋าของเขาก็เหมือนจะยังมีของอย่างอื่นอยู่ด้วย...
มาตอนนี้ เซียวปิงลืมซูเสียวเสี่ยวไปสิ้น เขารีบวิ่งตรงเข้าไปในห้อง และเป็ดังที่คิด กระเป๋าเดินทางของเขาถูกเปิดวางอยู่บนพื้น ข้าวของภายในกระเป๋าถูกรื้อออกมาวางกระจัดกระจายเต็มเตียงไปหมด รวมไปถึงนิตยสารสำหรับผู้ใหญ่สองเล่ม กางเกงในตาข่าย และชุดชั้นในสีแดงเซ็กซี่นั่น...
เวรเอ๊ย...ไม่น่าเอาของวาบหวิวแบบนั้นใส่ไว้ในกระเป๋าั้แ่แรกเลย...ในที่สุดเขาก็รู้เสียที ว่าคำพูดเมื่อครู่ ซูเสียวเสี่ยวกำลังพูดถึงเื่อะไรอยู่ เธอกำลังกลัวฉันจะไปขโมยชุดชั้นในเธอ...เวรเอ๊ย...ไปหมดแล้วภาพพจน์ตู ไม่น่าเลยฉัน!
เซียวปิงอายจนแทบจะมุดดินหนี แต่ก็ต้องจำใจเดินกลับไปหาซูเสียวเสี่ยว แล้วอธิบายกับเธอ “เสียวเสี่ยว อย่าเพิ่งเข้าใจผิดนะ นิตยสารสองเล่มนั้น เป็ของฉันจริง แต่เื่ชุดชั้นในพวกนั้น...นั่นไม่ใช่ของฉัน...”
ซูเสียวเสี่ยวเดินไปจนถึงหน้าประตูห้องตัวเอง แล้วจู่ๆ เธอก็หยุดลง ก่อนจะหันกลับมามองเซียวปิงด้วยสายตาราวกำลังมองคนโง่อยู่ เธอยิ้มประชด กล่าว “ใช่สิ นั่นมันต้องไม่ใช่ของนายอยู่แล้ว น่าจะเป็ของที่ผ่านการใช้งานมาแล้ว ของผู้หญิงสักคน ฉันเข้าใจน่า...กลิ่นธรรมชาติ...”
พูดจบ ซูเสียวเสี่ยวก็เปิดประตูออก ก่อนจะเดินเข้าไปในนั้น เซียวปิงราวยังได้ยินเสียงเธอบ่นไม่หยุด “คิดไม่ถึงจริงๆ เป็ความชอบที่พิเศษจริงๆ...”
แม่เ้า ยัยเด็กนี่ชักจะรู้มากเกินไปแล้ว ฉันทำตัวเองแท้ๆ เลย!!!!
เซียวปิงกลับเข้าห้องด้วยสีหน้าโอดครวญ ก่อนจะยัดนิตยสารและ...เอ่อ...‘กลิ่นธรรมชาติ’ ลงกระเป๋าอย่างคับแค้น พรุ่งนี้ ไม่ว่าอย่างไรก็ต้องไปซื้อกระเป๋าเดินทางแบบล็อกรหัสมาให้ได้ ของอะไรต่อมิอะไร ใส่ไว้แค่นี้คงไม่ปลอดภัยอีกต่อไปแล้ว หากเป็เวลาปกติ ถ้ามีคนมาค้นข้าวของตัวเองแบบนี้ เซียวปิงคงโมโหไปนานแล้ว แต่ตอนนี้ พอมาเห็นนิตยสารและกางเกงลิงพวกนี้...ช่างเสียความมั่นใจจริงๆ
หลังเก็บข้าวของเสร็จ เซียวปิงก็นอนพลิกไปมาอยู่บนเตียงอย่างนอนไม่หลับ สักพัก ก็ได้ยินเสียงน้ำไหลกระทบกับพื้น...คาดว่าซูเสียวเสี่ยวคงกำลังอาบน้ำอยู่ คนเรา เมื่อนอนไม่หลับก็มักจะชอบคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย พอคิดเรื่อยเปื่อยก็อดที่จะทำอะไรวู่วามไม่ได้...เซียวปิงหยิบนิตยสารนั้นขึ้นมาเปิดอ่านอีกครั้ง ผู้หญิงคนนี้สวยจริง...เด็กสาวคนนั้นฉันก็ชอบนะ...
เสียงน้ำหยุดลงในที่สุด เซียวปิงรอต่ออีกสองนาที จนเขาคิดว่าซูเสียวเสี่ยวกลับเข้าห้องไปแล้ว จึงปิดนิตยสารลง ก่อนจะพลิกตัวลงจากเตียง สวมรองเท้า แล้วเดินเข้าห้องน้ำไป
ห้องน้ำและห้องสำหรับอาบน้ำเป็ห้องติดกัน ตรงกลางกลั้นเอาไว้ด้วยประตูกระจกและหน้าต่างกระจกเท่านั้น แน่นอนว่ามีม่านปิดทับอีกชั้นหนึ่ง
เซียวปิงเพิ่งเข้ามาถึงในห้องน้ำ จู่ๆ ก็มีลางสังหรณ์ไม่ดีขึ้นมา ไฟในห้องน้ำยังเปิดอยู่ ชุดชั้นในทั้งท่อนบนและล่างของซูเสียวเสี่ยวก็เกลื่อนกลาดอยู่เต็มพื้นไปหมด...เอ่อ...ซูเสียวเสี่ยวมีความเป็เด็กพอตัวเลย เป็ผู้หญิงที่น่าสนใจทีเดียว...กางเกงในลายการ์ตูน
เซียวปิงเริ่มจินตนาการ ภาพตอนสวมแค่ชุดชั้นในของซูเสียวเสี่ยว...อึก...เขากลืนน้ำลายคงคอ แล้วเตรียมถอยออกไปจากห้องน้ำ
ครืด
จู่ๆ ประตูกระจกก็เปิดออก เซียวปิงที่กำลังก้มหน้าอยู่ สายตาปะทะเข้ากับท่อนขาขาวเรียวตรงหน้าอย่างจัง
เวร...เซียวปิงแอบร้องะโว่าแย่แล้วในใจ ยังไม่ทันจะได้ถอยหลังไปไหน ก็ได้ยินเสียงกรีดร้องจนแสบแก้วหูของซูเสียวเสี่ยวดังขึ้น
กรี๊ด
เซียวปิงเงยหน้าขึ้น ก่อนจะเจอกับซูเสียวเสี่ยวที่หุ้มผ้าขนหนูสีขาวอยู่ ั้แ่ส่วนหน้าอกลงไปจนถึงบั้นท้าย ล้วนถูกผ้าสีขาวห่อหุ้มเอาไว้แ่า แต่ก็ยังสามารถเห็นสัดส่วนยั่วเย้านั่นได้เลือนราง
โอ้โห...สวยจริงเว้ย กำไรจริงตู...เซียวปิงไม่เคยคิดเลยจริงๆ ว่าจะได้เห็นอะไรๆ เป็บุญตาเช่นนี้ เพียงแต่ จู่ๆ ก็ได้เห็นสาวสวยยืนเปลือยอยู่ตรงหน้าเช่นนี้ ต่อให้เป็สุภาพบุรุษมากขนาดไหน ก็ต้องมีสติหลุดลอยกันบ้าง
ซูเสียวเสี่ยวรู้สึกหน้าร้อนไปหมด ด้วยความอายเต็มประดา เธอเดินเท้าเปล่าตรงไปยังเซียวปิง เตรียมจะฟาดมือลงบนใบหน้าเขา แต่เพราะพื้นห้องน้ำเปียกชุ่มไปหมด อีกทั้ง เธอเองก็เดินจ้ำอ้าวเร็วๆ อีก
กรี้ด
เพราะพื้นลื่น เธอจึงเซล้มเข้าไปในอ้อมอกเซียวปิงอย่างจัง
ด้วยพละกำลังที่มีของเซียวปิง การจะรับเธอไว้เป็เื่ง่ายดายนัก แต่เพราะพื้นที่ลื่น บวกกับตัวเซียวปิงเองก็สติไม่อยู่กับเนื้อกับตัว ทำให้เขาพลาดท่า
ตูม
เขาหงายหลังไป ก่อนแผ่นหลังจะกระแทกกับพื้นอย่างจัง
แม่เ้า ท้ายทอยฉันเจ็บไปหมดเลย พื้นแข็งชะมัด...แต่ทำไมบนตัวกลับนุ่มนิ่ม โอ้...ที่ปากเองก็เปียกชุ่มไปหมด...
ซูเสียวเสี่ยวเกาะอยู่บนร่างเซียวปิงอย่างเผลอตัว แขนเรียวนิ่มคล้องลงบนคอเซียวปิงทั้งสองข้าง ใบหน้าคนทั้งคู่แนบชิดกัน และที่รู้สึกว่าปากเปียกชุ่มไปหมด เพราะปากของทั้งสองแทบจะประกบเข้าด้วยกันอยู่แล้ว กลิ่นหอมอ่อนๆ จากลมหายของใจซูเสียวเสี่ยวก็พ่นลงตรงหน้าเขาพอดี
เซียวปิงกลืนน้ำลายลงคออย่างตื่นเต้น มือทั้งสองข้างยื่นจับไป้าอย่างเผลอตัว เด้งจริง นุ่มมาก...จนเมื่อสำนึกได้ว่าสิ่งที่จับอยู่คืออะไร เซียวปิงจึงรีบชักมือกลับอย่างรวดเร็ว ราวกับสิ่งที่จับเป็ลูกะเิอย่างไรอย่างนั้น เขาพูดอย่างรีบร้อน “ขอ ขอ ขอ ขอ...ขอโทษ ฉัน...ฉันไม่ได้ตั้งใจจริงๆ นะ...”
ซูเสียวเสี่ยวรู้สึกได้ถึงกลิ่นอายความเป็ชาย ที่แผ่ซ่านออกจากตัวเซียวปิง ั้แ่เล็กจนโต เธอยังไม่เคยใกล้ชิดกับผู้ชายคนไหนมากขนาดนี้มาก่อน เธอหัวใจปั่นป่วนรุนแรง จนลืมเื่ที่เซียวปิงเพิ่งััหน้าอกตัวเองไป...เธอกระเด้งตัวยืนขึ้นด้วยใบหน้าแดงจัด ก่อนจะพูดอายๆ “นาย...ไอ้...ไอ้ลามก”
“คือ...ฉันต่างหาก ที่เป็ผู้โดนกระทำ”
ได้ยินดังนั้น ซูเสียวเสี่ยวก็ทั้งอายทั้งเขิน เธอทำตัวไม่ถูกขึ้นมาทันที...
ขณะนั้นเอง จู่ๆ เธอก็ยกเท้าขึ้น ก่อนจะเหยียบลงจุดยุทธศาสตร์เซียวปิง เธอไม่ได้ออกแรงมากนัก แต่นั่นก็ยังทำให้เซียวปิงเ็ปมากมาย จนร้องดังลั่น
อ๊าก!
หลังเหยียบไปบนนั้นแล้ว ซูเสียวเสี่ยวก็ราวได้ระบายอารมณ์โกรธออกไปไม่น้อย แต่ขณะเดียวกัน เธอก็รู้สึกเป็กังวลเล็กน้อย ได้ยินมาว่า ที่ตรงนั้นของผู้ชายอ่อนไหวมาก ไม่รู้ว่าเหยียบลงไปแบบนั้นจะเป็อะไรหรือเปล่า
เธอเป็ห่วง แต่ก็อายเกินกว่าจะถามเขา จึงได้แต่แสร้งทำว่าโกรธมากมาย กล่าว “ดูสิ ว่าต่อไปยังจะกล้ามาลวนลามฉันอีกหรือเปล่า ฮึ!”
โอ้เวร เป็หมันไปแล้วมั้งเนี่ย...เซียวปิงกุมน้องชายเอาไว้ สีหน้าเ็ป เขากระเสือกกระสนลุกขึ้นนั่ง ขณะที่ซูเสียวเสี่ยวรีบก้มเก็บเสื้อผ้า วิ่งหนีออกไปอย่างรวดเร็ว
“คุณพระคุณเ้า...เป็จริงอย่างที่เขาว่า สรรพสิ่งมิโหดร้าย เท่าใจนารีที่โหดกว่า...”
เมื่อเห็นเซียวปิงยังมีกระจิตกระใจมานั่งบ่นเช่นนี้ ซูเสียวเสี่ยวที่บัดนี้วิ่งมาหยุดอยู่หน้าประตูห้องตน ก็รู้สึกโล่งใจไม่น้อย เธอแอบมองเซียวปิงแวบหนึ่ง เขายังคงนั่งกุมจุดนั้นเอาไว้เหมือนเดิม ซูเสียวเสี่ยวใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นเรื่อยๆ เธอรีบเปิดประตู ก่อนจะวิ่งเข้าด้านในอย่างรวดเร็ว
เมื่อประตูปิดลง ซูเสียวเสี่ยวรีบล็อกกลอนประตูอย่างระมัดระวัง ดูจากท่าทางแล้ว ภาพลักษณ์ลามกของเซียวปิง คงจะฝังลึกในจิตใจซูเสียวเสี่ยวเป็ที่เรียบร้อยแล้ว เธอพิงตัวเบาเข้ากับประตู เมื่อคิดถึงเหตุการณ์เมื่อครู่ หัวใจก็ยังเอาแต่เต้นเร็วแรงไม่หยุด
เมื่อกี้นี้ ฉันเหยียบแรงเกินไปหรือเปล่า เขาจะมีอะไรผิดปกติไหม? อันที่จริง เมื่อกี้ก็เหมือนเราเป็คนโผเข้ากอดเขาเองจริงๆ แหละ ฉันทำเกินไปหรือเปล่านะ...ไม่สิ เมื่อกี้เขาแอบเข้ามาในห้องน้ำ ถ้าไม่ใช่เพราะ้าแอบดูฉันอาบน้ำ ก็ต้องคิดจะขโมยกางเกงในฉันอยู่แน่ๆ เหยียบให้เละไปเลยสิดี ฮึ...ไอ้คนลามก!
