“ใช่แล้ว ข้าไม่กล้าเชื่อสายตาตัวเอง! เขาไม่เพียงกลับมา แต่ยังใช้ของวิเศษต้นเสมือนเทพ สังหารศิษย์สำนักอี๋สุ่ยสี่คนที่ถาโถมเข้ามา เขาไม่สนใจตำแหน่งเ้าสำนักคนต่อไป ไม่สนใจว่าจะตกอยู่ในวงล้อมแ่า เอาตัวเข้าขวางอยู่เบื้องหน้าข้า!”
“ข้าเกลี้ยกล่อมให้เขาไป ข้ารู้ดีตราประทับมารทมิฬบวกกับจี้เมี่ยที่กำลังกลืนกินข้า ข้าเหมือนเทียนไขท่ามกลางลมพายุิญญา ดับสูญได้ทุกเมื่อ แต่เขาไม่ยอมไป ขวางการโจมตีครั้งแล้วครั้งเล่า ทว่ากำลังของคนเพียงคนเดียวมีจำกัด อีกทั้งยอดฝีมือทั้งสองอย่างเ้าสำนักอี๋สุ่ยและประมุขพรรคเทพโลหิตก็เตรียมลงมือแล้ว ใน่เวลาความเป็ความตายนี้เอง วิถีกระบี่ของจางเมิ่งเต้าก็ทะลวงถึงขั้นกฎเกณฑ์แห่งมิติสูงสุด มิติแตกสลาย! เขาใช้พลังฉีกมิติ พาข้าข้ามมิตินับไม่ถ้วน หลบหนีมาถึงแดนต้องห้ามของเผ่ามาร ‘ทะเลกำเนิดมาร’ ขณะเดียวกันก็สลัดพ้นจากการไล่ล่าทั่วทุกสารทิศได้สำเร็จ”
“ข้าในตอนนั้น ภายใต้การสะกดของตราประทับมารทมิฬ จำนวนขั้นของกายหลอมมารเทพลดลงถึงกายหลอมมารฟ้าขั้นที่สอง อีกทั้งิญญาไม่คงที่ ช้าเร็วจิตมารก็จะสลายไป ข้าเหนื่อยแล้ว อยากปล่อยวาง แต่เขาไม่ยอม เขาบอกว่ายังเอาชนะข้าไม่ได้! เขาจะช่วยข้าฟื้นฟูความสามารถสูงสุด ถึงตอนนั้นค่อยมาต่อสู้เป็ตายกันอีกครา!”
“พวกเรามาถึงภายในรอยแตกมิติแห่งหนึ่งบนทะเลกำเนิดมาร ยามนี้ข้าถึงรู้ว่าเขามีจิติญญาที่สองเช่นกัน และถึงขั้นคืนสู่ว่างเปล่า่ปลายแล้ว เพียงแต่ไม่เคยคิดที่จะเอาออกมาใช้ตอนต่อสู้กับข้า เขาบอกว่า้าเอาชนะด้วยร่างเดิม จึงจะถือว่าได้ชัยชนะอย่างแท้จริง!”
“ภายในรอยแตก เขาสื่อสารกับจิตของจี้เมี่ย ในที่สุดก็ใช้จิติญญาที่สองควบคุมจี้เมี่ย เพื่อทำลายตราประทับมารทมิฬในห้วงิญญาของข้า ขณะเดียวกัน เขาก็นำสมบัติมารชั้นยอดที่แฝงปราณมารแท้หลายชิ้นออกมา ช่วยต้านความเ็ปจากการทำลายตราประทับมารทมิฬ ผ่านพ้นสามปีเต็ม ขณะที่จิติญญาที่สองของเขากำลังสลายไป ในที่สุดตราประทับมารทมิฬของข้าก็เกิดรอยแตกร้าวขึ้น ทว่า ข้าในตอนนั้นไม่อาจรักษากายมารได้อีกแล้ว แม้แต่ิญญาก็ยังไม่สมบูรณ์”
“เขานำสมบัติลับที่ตัวเองเตรียมไว้ ทำการหลอมจิติญญาที่สองขึ้นมาอีกครั้ง ‘มุกตรึงิญญา’ เก็บซากิญญาสามสายสุดท้ายของข้าอย่างไม่ลังเล ในเวลาเดียวกันก็ใช้สมบัติมารที่เก็บสะสมไว้เพื่อมอบปราณมารให้ข้า หลีกเลี่ยงไม่ให้จิตมารของข้าดับสูญได้จนถึงตอนนี้”
“หลังจากนั้น เขาดูเหมือนบ้าคลั่งก็มิปาน ข้ามมิติต่างๆ ไม่หยุดเพื่อค้นหาวิธีฟื้นฟูิญญาให้ข้า ในเวลาเดียวกันก็เพิ่มความสามารถของตัวเองขึ้นอย่างต่อเนื่อง”
“ร้ายกาจดุจจอมมารก็มิปาน เวลาสั้นๆ แค่สามแสนปี เขาบรรลุถึงขั้นสูงสุดของเซียนอรหันต์ทองคำ เขากล่าวว่าในเมื่อทั้งสามแดนไม่มีวิธีหล่อเลี้ยงและฟื้นฟูจิตมารของข้าได้ เช่นนั้นก็ไปแดนสรรค์เสี่ยงดวงดูหน่อย!”
“ถึงแม้่ข้ามผ่านทัณฑ์์ใหญ่จะน่าหวาดหวั่นอย่างยิ่ง แต่เขาก็ทำได้สำเร็จ วินาทีนั้นเขาดีอกดีใจราวกับเด็กๆ ต่อมาเมื่อมาถึงแดน์ เขาบังเอิญได้ไม้ฟื้นิญญาชิ้นเล็กๆ ชิ้นหนึ่ง ไม้ฟื้นิญญาเป็หนึ่งในสามไม้ทิพย์ในตำนานที่กำเนิดพร้อมกับโลกแห่งความโกลาหล เป็ไม้ล้ำค่าหล่อเลี้ยงฟื้นฟูิญญา บนโลกมนุษย์ล้วนเป็สมบัติลับคุ้มครองตระกูลและสำนักชั้นสูง นี่คือเหตุผลที่เขาค้นหาแต่ไม่เคยได้มันมา”
“มีไม้ฟื้นิญญา ข้าไม่ต้องใช้สมบัติมารคอยหล่อเลี้ยงอีกแล้ว ไม่นานนักข้าก็รวบรวมใบหน้าออกมาได้ แต่เขาไม่พอใจ เขาบอกว่าจะไปถามไถ่ยอดฝีมือ ต้องหาไม้ฟื้นิญญาได้มากกว่านี้แน่นอน เพื่อให้ิญญาข้าฟื้นฟูดังเดิม ขณะเดียวกันต้องค้นหาศาสตร์พลิกฟ้าเพื่อหลอมกายให้ข้าอีกครั้ง”
“ความยึดมั่นถือมั่นของเขา สุดท้ายก็ได้ผลตอบแทน วันหนึ่งหลังจากที่อยู่แดน์มาล้านปี ในที่สุดเขาก็พบร่องรอยไม้ฟื้นิญญาบนโลกมนุษย์ รวมทั้งวิธีหลอมกายแท้ให้ข้า เขาบอกว่าเขาต้องไปแคว้นิหวงในแดนภูตผี ที่นั่นมีวิธีหลอมกายแท้”
“แน่นอนว่าสิ่งที่เขาต้องทำก่อนคือไปโลกมนุษย์เพื่อหาไม้ฟื้นิญญาจำนวนมาก จากนั้นเขาก็บำเพ็ญถึงขั้นปราชญ์ฟ้า ตั้งฉายาว่า ‘อู๋เมิ่ง (ไร้ฝัน)’ ในแดน์ ปราชญ์ฟ้าอู๋เมิ่งนับว่ามีชื่อเสียงเลื่องลือ เคยมียอดฝีมือแดน์หลายคนผูกบุพเพให้เขา แต่เขาปฏิเสธไป ข้าถามเขาว่าเพราะอะไร เขาบอกเพียงว่ายังเอาชนะข้าไม่ได้ เขาไม่มีความคิดเื่ความรักระหว่างชายหนุ่มหญิงสาว”
“ก่อนลงมายังโลกมนุษย์ เขาใช้วิชาลับที่เรียนมาจากผู้าุโที่เชี่ยวชาญกฎแห่งมิติท่านหนึ่ง รวมกับต้นเสมือนเทพซึ่งเป็ของวิเศษของตน สร้างเขตแดนขึ้นแห่งหนึ่ง ตั้งชื่อว่าแดนเสมือนเทพ ตั้งกฎฟ้าดินชุดหนึ่ง ทั้งยังใส่แหล่งปราณมารไว้ในนั้น เพื่อให้ข้ารับปราณมารแท้ในแดนเสมือนเทพได้ เขาบอกว่าต่อไปข้าก็อาศัยอยู่ที่นี่ ที่นี่ยังเป็ที่ถ่ายทอดวิชาของเขาในอนาคตอีกด้วย”
“เมื่อทุกอย่างพร้อมแล้ว เขาพาข้าลงโลกมนุษย์ ยอดฝีมือผู้สร้างแดน์ในตอนนั้นได้วางค่ายผนึกเขตแดนและตั้งกฎฟ้าดินไว้ว่า ยอดฝีมือแดน์ทุกคน หากลงสู่แดนมนุษย์ ระดับความสามารถจะถูกสะกดอยู่ขั้นเซียนนภา่ต้น”
“หลังจากที่เมิ่งเต้าลงสู่โลกมนุษย์ ได้วางแดนเสมือนเทพไว้ที่รอยแตกมิติแห่งหนึ่ง จากนั้นก็จากไป ข้ารู้ว่าเขาไปค้นหาไม้ฟื้นิญญาและไม่ได้ง่ายดายเหมือนอย่างที่เขาบอก เขาย่อมทราบดี เพราะเขาเอาต้นเสมือนเทพไปด้วย นั่นเป็ของวิเศษที่เขาจะใช้ในยามคับขันเท่านั้น”
“ผ่านไปครึ่งปีเขาก็กลับมา จำนวนไม้ฟื้นิญญาที่นำกลับมา ทำเอาข้าตกตะลึงจนปากอ้าตาค้าง! เขาทำเก้าอี้ไม้ฟื้นิญญาให้ข้าสามตัว ไม่จำเป็ต้องใช้ไม้ฟื้นิญญาชิ้นเล็กๆ ก่อนหน้านี้อีกแล้ว แต่เขาบอกว่าจะเก็บไว้เอง เผื่อวันใดก่อนที่ิญญาจะแตกสลาย ก็ให้ซากิญญาอยู่ในนี้ ไม่แน่เมื่อโอกาสมาถึงอาจฟื้นคืนชีพได้”
“เขายังบอกว่า สำนักบางแห่งบนโลกมนุษย์ พอรู้ว่าเขาคือยอดฝีมือแดน์ ก็แย่งกันมอบไม้ฟื้นิญญาเหล่านี้ให้เขา ข้าไม่เชื่อ แม้ิญญาข้าจะไม่สมบูรณ์ สติรางเลือน แต่ในความรางเลือน ข้ารู้สึกว่าเขาได้รับาเ็ เพียงแต่เขาไม่พูดออกมา”
“ร้อยปีต่อมา เขาทุ่มเทสร้างแดนเสมือนเทพจนเสร็จสมบูรณ์ ในที่สุดก็ถึงเวลาที่เขาต้องไปแดนภูตผีแล้ว ก่อนไปเขาทิ้งต้นเสมือนเทพไว้เป็รากฐานของแดนเสมือนเทพ ของวิเศษชั้นยอดต่างๆ ที่เขาเก็บรวบรวมก็ทิ้งไว้ที่วิหารสมบัติพิสดาร เขาบอกว่าไม่ว่าอย่างไรก็ต้องมีของวิเศษให้ลูกศิษย์ตัวเองบ้าง มิเช่นนั้นถ้าถูกลูกศิษย์สบประมาท มันก็น่าขายหน้าเกินไป”
“เขาจากไป เช่นเดียวกับในอดีต เพียงแต่ ล้านปีแล้ว ไม่รู้ว่าตอนนี้เขาอยู่ที่ใด?”
ดวงตาของเฟยอู่ที่พร่าเลือน ฉายแววประกายระยิบระยับ ความคิดล่องลอยไปไกลแสนไกล…
……………
ในห้วงความทรงจำ บนยอดเขาจื่อหลิง บุรุษชุดเขียวยืนถือกระบี่ จับจ้องด้วยความโกรธเกรี้ยว ใกล้กันมีหญิงสาวสวมชุดดำ เปี่ยมด้วยสง่าราศี ยืนดูลำธารสายน้ำไหล
“ฮึ นางมาร! เ้าอาศัยร่างแยก ถึงโชคดีเอาชนะข้าได้ไม่ใช่หรือ!”
“ไม่ต้องพูดมาก รีบเอาสมบัติมารให้ข้า! ฮ่าๆ ได้มาห้าชิ้นแล้ว เ้าคงปวดใจจนแทบทนไม่ไหวล่ะสิ?”
“รอให้ข้าบรรลุถึงขั้นเซียนนภา ข้าจะโค่นเ้าด้วยกระบี่ของข้า จางเมิ่งเต้า!”
“ข้าว่าอย่างเ้าน่ะ! อายุขัยน้อยกว่าข้า ร่างกายก็อ่อนด้อยกว่าข้า อาศัยอะไรมาฆ่าข้า? อาศัยฉายาสังหารมารของเ้าหรือ? อีกอย่าง ปีศาจในใต้หล้ามีมากมาย ไฉนถึงมาพัวพันอยู่กับข้าคนเดียว?”
“จะ เ้า นางมาร! ใครพัวพันกับเ้า! ข้านักพรตสังหารมาร จนถึงตอนนี้กำจัดปีศาจไปนับไม่ถ้วน กลับพลาดท่าพ่ายแพ้ให้กับเ้าเพียงคนเดียว ไม่ฆ่าเ้า แล้วจะฆ่าใคร?!”
………………
ในห้วงความทรงจำ ภายในค่ายพิชิตมาร ใบหน้าบุรุษชุดเขียวเ็าดวงตาเบิกกว้าง เปี่ยมด้วยโทสะ ด้านหลังของเขา ดวงตาหญิงสาวชุดดำฉายแววประกายสั่นระริก
“เ้าบ้าไปแล้วหรือ! ทำไมต้องสังหารศิษย์ร่วมสำนักเพื่อช่วยนางมารอย่างข้าด้วย!”
“ร่วมสำนัก? ข้าจางเมิ่งเต้าไม่มีศิษย์ร่วมสำนักที่เสแสร้งจอมปลอมเช่นนี้! น่าขำ น่าขำนัก! ข้าบำเพ็ญเซียนมาั้แ่เด็ก ตั้งปณิธานกำจัดปีศาจทั้งหมดในใต้หล้า ผดุงคุณธรรม ไม่เคยคิดเลยว่า ปีศาจที่แท้จริงไม่ได้อยู่ที่เผ่าพันธุ์ แต่เป็จิตใจมนุษย์! เฮอะ! ั้แ่วันนี้ไป ใต้หล้าไม่มีนักพรตสังหารมารอีกแล้ว!”
“จะ เ้าโง่หรือไง?! เ้าเป็เ้าสำนักอี๋สุ่ยคนต่อไป! ตอนนี้ข้าเหลือซากิญญาสามสาย ทั้งยังถูกตราประทับมารทมิฬผนึกไว้ อย่างไรต้องตายอยู่แล้ว! เ้ายังไม่รีบไปอีก! เพื่อข้ามันคุ้มแล้วหรือ?”
“ฮึ ข้าไม่ได้ทำเพื่อเ้า! เมื่อครู่เ้าไม่เห็นพวกชั่วช้าที่คิดสังหารแม้กระทั่งข้าหรือ! ข้าแค่ตอบโต้เพื่อปกป้องตัวเอง!”
………………
ในห้วงความทรงจำ เหนือท้องทะเลกำเนิดมาร บุรุษชุดเขียวขมวดคิ้วแน่น แววตามีละรอกคลื่นประหลาดไหลเวียน ภายในมุกตรึงิญญามีเงาซากิญญาชุดดำใบหน้าเลือนรางคล้ายมีคล้ายไม่มี
“เ้าจะกลุ้มใจไปทำไม ข้าเหลือซากิญญาเพียงสามสาย ไม่มีปราณมารหล่อเลี้ยง คงทนได้อีกไม่กี่ชั่วยาม เหตุใดเ้ายังนำสมบัติลับมุกตรึงิญญาให้ข้าใช้ล่ะ?”
“เ้าอย่าได้คิดิญญาแตกสลายไปแบบนี้! ข้ายังไม่ได้เอาชนะเ้าด้วยมือข้าเอง เ้าจะแล้วกันไปแบบนี้ไม่ได้! ก็แค่ปราณมารไม่ใช่หรือ? สมบัติมารของข้ามีมากมาย ั้แ่นี้ไปทั้งหมดจะใช้หล่อเลี้ยงเ้า!”
“เอ๋? นั่นมันสมบัติล้ำค่าที่เ้าเก็บสะสมมิใช่หรือ? ทำไมต้องเอามาใช้กับเื่แบบนี้เล่า เมื่อใช้สมบัติมารหล่อเลี้ยงิญญามารแล้ว ปราณมารจะสลายหายไป สมบัติมารก็จะไร้ประโยชน์นะ!”
“อ้อ จริงสิ ลืมบอกเ้าเสียสนิท ความสนใจของข้าเปลี่ยนไปแล้ว”
“ฮะ? ครึ่งปีก่อน เ้ายังเสียใจแทบตายที่พ่ายแพ้ให้ข้า! เอ๋ ไฉนเ้าถึงร้องไห้กัน?”
“เชอะ! ข้าจางเมิ่งเต้าเป็ลูกผู้ชายอกสามศอก จะร้องไห้ได้อย่างไร! เห็นๆ อยู่ว่าลมพัดทรายเข้าตาจนระคายเคืองเท่านั้น!”
“เ้าใกล้จะเป็เซียนนภาแล้วยังเคืองตาอีกหรือ? อีกอย่าง เหนือท้องทะเลมีทรายที่ไหนกัน…เอ๋? เ้าทำอะไรน่ะ! ข้ายังพูดไม่จบเลยนะ! เ้ามีสิทธิ์อะไรมาเก็บข้า!”
………………
ในห้วงความทรงจำ ณ แดน์ บุรุษชุดเขียวที่ผ่านการเคี่ยวกรำมามากมาย ทว่าแววตาคมกล้ายิ่งกว่าแต่ก่อน ภายในไม้ฟื้นิญญา ใบหน้ารวมทั้งแววตาของซากิญญาชุดดำเปี่ยมด้วยความปีติยินดี
“ฮ่าๆๆ! เฟยอู่! วันนี้ได้เื่เยอะเลย! ไม่เพียงสอบถามจนได้ที่อยู่ของไม้ฟื้นิญญาบนโลกมนุษย์ แต่ยังพบวิธีฟื้นฟูร่างกายของเ้าอีกด้วย!”
“เอ๋ ทำไมเ้าไม่เรียกข้าว่านางมารล่ะ? อีกอย่าง ข้าก็มีไม้ฟื้นิญญาอยู่แล้วไม่ใช่หรือ? ไยต้องหามาอีก?”
“ฮึ ข้ารู้สึกว่าใกล้จะบรรลุถึงขั้นปราชญ์ฟ้าแล้ว เมื่อสำเร็จข้าจะตั้งฉายาตัวเองว่าอู๋เมิ่ง วันหน้าข้าก็คือปราชญ์ฟ้าอู๋เมิ่ง! เป็ไง ผ่าเผยล่ะสิ! ไม้ฟื้นิญญาเพียงเท่านี้หล่อเลี้ยงได้แค่ใบหน้าเ้าเท่านั้น ไม่อาจรวมร่างกายของเ้าได้ ข้าต้องไปหามาอีก!”
“ความจริง แบบนี้ข้าก็พอใจแล้ว! อย่าพยายามทำเพื่อของนอกกายเ่าั้อีกเลย ดีไหม?”
“ไม่ดีอย่างยิ่ง! ไม่รวมร่างกายเข้าด้วยกัน เ้าจะฟื้นฟูร่างกายได้อย่างไร! ไม่ฟื้นฟูร่างกาย แล้วข้าจะเอาชนะเ้าได้อย่างไร!”
“เ้าถึงขั้นปราชญ์ฟ้าแล้ว ถึงข้าคืนชีพ บำเพ็ญเพียรอีกล้านปี ก็อาจสู้เ้าไม่ได้แล้ว เหตุใดเ้ายังยึดติดอยู่อีกเล่า”
“เช่นนั้น ข้าก็จะรอเ้าสิบล้านปี! พันล้านปี! รอเ้ารวบรวมร่างแท้หลอมเป็มารฟ้านอกแดน เราค่อยมาสู้กัน!”
………………
ในห้วงความทรงจำ ภายในสุสาน บุรุษชุดเขียวฝืนทำเป็ไม่สะทกสะท้าน รักษาอาการาเ็เงียบๆ เงาซากิญญาชุดดำน้ำตาคลอเบ้านั่งบนเก้าอี้ฟื้นิญญาสามตัว
“ต้นไม้น้อย! เ้าว่า ไม้ฟื้นิญญามากมายขนาดนี้ เขาพยายาม่ชิงมาใช่ไหม! เขาได้รับาเ็มาใช่ไหม!”
“อะ เอ่อ นายท่านสู้…”
“นี่ เขายังพูดไม่จบ เหตุใดเ้าถึงเก็บเขาไปแบบนี้?”
“ต้นเสมือนเทพเหนื่อยแล้วก็เลยซ่อนตัวกลับเสียเอง! ไม้ฟื้นิญญานี้ พวกเขาร้องขอมอบให้ข้าทั้งนั้น! วิชากระบี่เซวียนหยวนของข้าไร้เทียมทานในใต้หล้า ใครจะทำอะไรข้าได้!”
“ไฉนข้าถึงรู้สึกว่าเ้ากำลังโคจรพลังภายในเซวียนหยวน รักษาอาการาเ็อยู่?”
“ไม่เข้าใจสินะ! ข้าไม่ปล่อยเวลาบำเพ็ญเพียรให้เสียเปล่า! มันคือความขยันต่างหาก!”
………………
ในห้วงความทรงจำ ใต้ต้นเสมือนเทพ บุรุษชุดเขียวยืนหันหลัง หยาดน้ำตารินไหล ท่ามกลางปราณมาร เงาิญญาชุดดำเหม่อมองออกนอกสุสานที่เต็มไปด้วยประกายแสงเจิดจ้า
“ในที่สุดก็ถ่ายทอดวิชาออกไปแล้ว ดูว่าผู้มีวาสนาท่านใดจะกลายเป็ศิษย์ของข้าพเ้า”
“ถ่ายทอดวิชาก็ถ่ายทอดไปสิ! ทำไมเ้าต้องแสร้งวางมาดใหญ่โต แล้วก็ ‘ข้าพเ้า’ เอย ‘ท่าน’ เอย เหมือนบรรพจารย์เฒ่าก็มิปาน”
“ชิ! ไม่เข้าใจสินะ! นี่เรียกว่าน่าเกรงขาม! เข้าใจไหม? ทำเช่นนี้จะช่วยข้าสร้างภาพลักษณ์ที่เปี่ยมบารมีน่าเกรงขาม ทั้งยังลึกลับคาดเดายากขึ้นในใจของศิษย์ข้าในอนาคตด้วย! อ้อ จริงสิ หม้อยาเล็กๆ ใบนั้นของเ้า ทำอย่างไรก็ไม่ยอมเข้าไปในวิหารสมบัติพิสดาร ข้าก็เลยสร้างห้องยาทางทิศเหนือและมอบสมุนไพรทิพย์ทั้งหมดที่เก็บมาหลายปีให้เขา หากเ้า้ายาอะไรก็ไปหาเขาได้ ข้าช่วยเขารวมเป็จิตแท้แล้ว”
“เ้าอยู่หาลูกศิษย์เองไม่ดีกว่าหรือ? ร่างกายและิญญาข้ารวมกันได้พอสมควรแล้ว ไม่้ากายมารอีกแล้ว”
“ข้าบอกกี่รอบแล้ว! เป้าหมายของข้าคือรอให้เ้าฟื้นฟูดังเดิมแล้วเอาชนะเ้า! ข้านับว่าเป็ปราชญ์ฟ้าที่มีชีวิตมานานกว่าล้านปี ความอัปยศหนึ่งเดียวคือพ่ายแพ้ให้เ้า ข้าจะฝืนกลืนโทสะนี้ลงได้อย่างไร!”
“เ้าจะไปก็ไปเถอะ ทำไมต้องปิดบังกระทั่งจิติญญา ได้แต่ส่งเสียงให้ข้าเท่านั้น เ้าไม่อยากมองข้าสักนิดเลยหรือ?”
……
“เ้า ไฉนถึงไม่พูดล่ะ! พูดสิ! ต้นไม้น้อย! เขาทำอะไรอยู่!”
“อะ เอ่อ นายท่านเขาไปแล้ว…”
ความจริง ข้ารู้ดี ที่เ้าไม่กล้ามองข้า เ้ากลัวว่าเพียงแค่มองข้าแวบหนึ่ง เ้าคงไม่มีทางตัดใจไปจากที่นี่ได้อีก
ตอนนี้ ผ่านไปล้านปีแล้ว ส่วนเ้านั้นอยู่แห่งหนใดกัน?
