ที่แท้นางก็คือหลงกุ้ยเฟยผู้ที่ป่วยอยู่เสมอจนไม่พบหน้าผู้ใดหากกงอี่โม่อยู่ที่นี่ นางต้องรำพึงว่าช่างเป็สาวงามบอบบางมากจริงๆ
“ฝ่าาไม่ต้องกังวลมากเกินไปหรอกเพคะ พวกข่าวลือไม่น่าเป็ความจริงองค์รัชทายาทอาจถูกลอบสังหารจึงไม่สามารถกลับเมืองหลวงได้ แต่เขาไม่ได้คิดก่อฏเลยฝ่าาอย่าทรงกริ้วเพราะเขาอ้างเหตุผลนี้ในการปฏิเสธกลับเมืองหลวงนะเพคะ” นางกะพริบตา ดวงตาดุจสายน้ำใน่วสันต์เต็มไปด้วยความกังวล
นางกล่าวประโยคนี้อย่างช้าๆ ดูอ่อนโยนยิ่งนักทว่ากลับทำให้กงเซิ่งรู้สึกเ็าขึ้นเรื่อยๆ
กงเซิ่งพลันหน้าขรึม ใบหน้าของเขากระตุกขึ้นสองครั้ง
“ขอให้เขาไม่ได้คิดเช่นนี้จริงๆ! ตำแหน่งของข้า มีแต่ข้ามอบให้ ไม่มีใครแย่งได้!”
เมื่อกล่าวจบเขาจึงสาวเท้ายาวๆ เดินเข้าไปในตำหนัก เตรียมตัวออกจากวังแล้วเขาจะออกไปรับพวกเขาด้วยตัวเอง บุตรชายที่เขาไม่ได้เจอมาเป็เวลากว่าหนึ่งปีกลับสามารถครองใจประชาชนได้เช่นนี้!
หลงเซียงเซียงมองเื้ัฮ่องเต้ที่เดินจากไป นางเม้มปากแอบยิ้ม
แม่น้ำหลงเถิงเป็แม่น้ำรอบเมืองหลวงทว่าประตูบูรพาเป็ประตูเมืองที่อยู่ใกล้แม่น้ำหลงเถิงมากที่สุด เวลานี้ฮ่องเต้ยืนนำหน้าเหล่าขุนนางอยู่บนประตูเมืองเขามองออกไประยะไกล
ตอนนี้กงเซิ่งรู้สึกสับสน ทว่าเหล่าขุนนางกลับมีสีหน้าที่ต่างออกไปบ้างก็ร้อนใจ บ้างก็สงบนิ่ง บ้างก็เกร็งไปทั้งร่างราวกับเตรียมพร้อมทำาเลยทีเดียว! ทว่าเมื่อเรือลำใหญ่ปรากฏขึ้นอย่างช้าๆ พร้อมชาวบ้านนับไม่ถ้วนพวกเขาก็ไม่อาจควบคุมความรู้สึกของตนได้อีกแล้ว ต่างทยอยอุทานอย่างตกตะลึง!
ใหญ่มาก มันใหญ่มากจริงๆ ราวกับเป็ตำหนักสำหรับพักผ่อนชั่วคราว! มิน่าจึงต้องใช้ผู้คนมากมายขนาดนี้พวกเขาไม่เคยเห็นเรือขนาดใหญ่เช่นนี้มาก่อนจริงๆ!
ทว่ามีคนรีบคว้าโอกาสนี้กระซิบกระซาบอยู่ด้านหลังฮ่องเต้“ก็แค่ถูกลอบสังหารเลยต้องกลับเมืองหลวงด้วยเรือขนาดใหญ่เช่นนี้? องค์รัชทายาทไม่ใช่โอรส์ทำไมจึงกล้าใช้แรงงานประชาชนรวมทั้งสิ้นเปลืองทรัพย์สินมากมาย ช่างสุรุ่ยสุร่ายมาก! หากได้เป็โอรส์จริงๆ เพื่อความ้าของตัวเองแล้วไม่รู้ว่าเขาจะทำลายประชาชนมากมายแค่ไหน”
กงเซิ่งได้ยินแล้ว เขาจึงหันไปมองคนที่อยู่ด้านข้างของอัครเสนาบดีฝ่ายซ้ายชั่วครู่ทว่าสายตานี้กลับทำให้ผู้ที่กล่าวประโยคเมื่อสักครู่รู้สึกเสียวสันหลังวาบเขารีบหุบปาก ไม่กล้าเงยหน้าขึ้นอีก
ทว่าถึงเขาไม่พูด ก็ยังมีคนอื่นพูดเช่นกัน
“นิสัยขององค์รัชทายาทก็เป็เช่นนี้เองได้ยินมาว่าองค์รัชทายาทขุดพบกระถางสามขาของพระเ้าอู๋ที่จมอยู่ในอวี้หลงในตอนนั้นบนกระถางยังมีคำทำนายอีกด้วย คิดว่าเมื่อถูกผู้คนประจบสอพลอองค์รัชทายาทจึงกลายเป็คนเช่นนี้กระมัง”
“จิ๊ๆ ผู้สร้างคลองขนส่งปกครองใต้หล้า ช่างกล้าจริงๆ!”
คำพูดของพวกเขาทำให้กงเซิ่งคิดมากขึ้นเรื่อยๆ เขาคิดถึงของในมือกงอี่โม่ได้ยินมาว่ามันเป็ดินปืนที่สามารถะเืไปทั้งฟ้าดินเมื่อคิดร่วมกับคำทำนายจากกระถางสามขาแล้ว เขาจึงร้อนใจขึ้นมาดวงตาสะท้อนประกายเ็าดุดันมากขึ้นเรื่อยๆ
เมื่อเห็นเรือใกล้เข้ามา เขาจึงโบกมือ คนที่อยู่ในมุมมืดรีบเตรียมพร้อมรับมือทันที! ทหารรักษาพระองค์กว่าห้าพันนายล้อมอยู่รอบประตูบูรพาเมื่อเห็นเรือลำใหญ่เข้าใกล้ขึ้นเรื่อยๆ ใบหน้าของเขาจึงแสดงอาการสับสนหากคิดฏจริงๆ แล้วเพราะเหตุใดจึงต้องปรากฏตัวด้วยวิธีเช่นนี้?
ใกล้แล้ว!
นักศึกษาจำนวนนับไม่ถ้วนรวมตัวอยู่ด้านล่างต่างััได้ถึงบรรยากาศตึงเครียดจากภายในเมืองหลวงพวกเขายืนหลังตรงเงยหน้าขึ้นมอง! ทุกคนต่างคุกเข่าลง
“ถวายบังคมฝ่าา ขอพระองค์ทรงพระเจริญหมื่นปี! หมื่นปี! หมื่นหมื่นปี!!”
เสียงถวายบังคมดังสะท้อนไปทั่วเป็การเรียกสติของกงเซิ่งให้กลับมาสู่ความเป็จริงเขามองผู้คนมากมายที่คุกเข่าอยู่ด้านล่าง สีหน้าสับสนแกมสงสัยเพราะเหตุใดพวกเขาจึงทำความเคารพตัวเองด้วยท่าทางเต็มใจเช่นนี้? กงอี่โม่คิดจะทำอะไรอีก?
ทว่าเรือค่อยๆ หยุดลงตรงกลางแม่น้ำมีระยะห่างจากประตูเมืองประมาณยี่สิบสามสิบเมตรมีผู้คนจำนวนไม่น้อยที่เดินลงมาจากเรือพร้อมถวายบังคมฮ่องเต้ทว่าประตูเมืองปิดสนิท อีกทั้งยังไม่มีทีท่าว่าจะเปิดเลยสักนิด
ดวงตาพยัคฆ์ของกงเซิ่งจ้องเขม็งไปที่เรือ ยังมีคนไม่ลงมา!
เมื่อคนอื่นลงมากันหมดแล้วจึงมีคนยกกงเช่อลงมา ขอบคุณฟ้าดินหลังจากผ่านการรักษามาหลายวัน ในที่สุดกงเช่อก็ผ่านมาได้ ตอนนี้รอแค่เขาตื่นเท่านั้นก็สามารถรักษาให้หายดี
กงเซิ่งเหลือบมองกงเช่อชั่วครู่ แม้ว่าจะเป็การมองจากระยะไกลทว่าความซีดขาวหลอกลวงกันไม่ได้ อีกทั้งยังมีฉางสี่ติดตามกงเช่อมาตลอดทางพวกเขาไม่สามารถเล่นละครตบตาได้ เช่นนั้นก็หมายความว่ากงเช่อถูกลอบสังหารอาการสาหัสจริงๆ?
กงเซิ่งหรี่ตาลงเพราะเหตุใดข่าวที่เขาได้รับกลับบอกว่ากงเช่อาเ็เพียงเล็กน้อย?
มันต้องมีเงื่อนงำมากมายเพียงใด?
เขาไม่ได้คิดตรงจุดนี้อีก ดวงตาของเขาจ้องไปที่เรือั์ลำนั้น!
ยังมีคนไม่ลงมา!
เรือลำนั้นสูงมากจริงๆ เสากระโดงเรือยังสูงกว่าประตูเมืองเสียอีกตอนนี้อยู่ใกล้ขนาดนี้ ผู้คนจึงสามารถมองเห็นถึงความประณีตสวยงามและความอลังการของมันได้อย่างชัดเจน! กงเซิ่งจำเป็ต้องยอมรับกับตัวเองว่าเขารู้สึกอิจฉาเรือพระที่นั่งของเขายังยิ่งใหญ่สู้เรือลำนี้ไม่ได้เลย!
ทว่าเวลานี้ฉางสี่ก็ได้เข้าไปยืนอยู่ข้างกงเซิ่งแล้ว ยังมีคนไม่ลงมา! กงอี่โม่ยังไม่ลงมา!
ดูเหมือน้าพิสูจน์ความคิดของเขาร่างซีดขาวร่างหนึ่งจึงปรากฏขึ้น ทว่านางไม่ได้ลงจากเรือ แต่ยืนอยู่บนดาดฟ้าเนื่องจากเรือลำนี้สูงมาก กงเซิ่งจึงเห็นอย่างชัดเจนว่านางดูอ่อนแอมากใบหน้าซีดขาวไร้สีเื ดวงตาของนางกำลังมองเขาอย่างเ็า
ฉางสี่เห็นท่าทางของกงอี่โม่เช่นนี้เขาจึงเตรียมคุ้มกันฮ่องเต้ตลอดเวลา ตลอดการเดินทางครั้งนี้ เขาไม่เข้าใจจริงๆว่ากงอี่โม่กำลังคิดอะไรอยู่ นับั้แ่นางฟื้นขึ้นมาเมื่อสองวันก่อนนอกจากปรากฏตัวเพื่อขอบคุณประชาชนทั้งหลายแล้ว นางก็ไม่ได้กล่าวสิ่งใดอีก
ขณะที่ฉางสี่ทำท่าระแวดระวังนั้น เขาก็ทูลฮ่องเต้เสียงเบากงเซิ่งรู้สึกเจ็บอยู่ในใจ เขาคาดไม่ถึงว่ากงเช่อแทบไร้ลมหายใจแล้วจริงๆในขณะที่กงเช่อมีสภาพนั้น เขาก็ยังออกพระราชโองการไปเช่นนั้นส่วนสาวน้อยเบื้องหน้าผู้นี้กลับถูกบีบคั้นจนอาเจียนเป็เื!
เขาจินตนาการไม่ออกจริงๆว่าผู้ที่ฉลาดมีไหวพริบอย่างกงอี่โม่จะอาเจียนออกมาเป็เืได้!
นางอายุเพียงสิบขวบก็กล้าสังหารผู้คนต่อหน้าพระพักตร์ อีกทั้งยังกล้าทูลขอรางวัล! ในขณะที่เขากำลังโกรธจัด นางก็ยังกล้าใช้ความดีความชอบของนางแลกกับชีวิตของคนในตระกูลหลิว!
นางยังกล้าส่งกงเจวี๋ยไปแดนประจิมอย่างสง่าผ่าเผยในขณะที่กงเช่อเผชิญกับวิกฤต นางก็ยังวางแผนให้กงเช่อมีทางเดินอันสวยงาม! นางเป็สตรีเยี่ยงนี้ แล้วนางจะรู้สึกไร้ทางออกจนอาเจียนเป็เืได้ด้วยหรือ?!
กงอี่โม่ยืนอยู่บนดาดฟ้าตัวคนเดียวสายลมพัดผ่านร่างที่ยืนอย่างสง่างามแต่บอบบางร่างนั้นนางจับรั้วที่ถูกแกะสลักอย่างสวยงามพร้อมคลี่ยิ้มน้อยๆให้กับผู้คนที่อยู่บนประตูเมือง
“ไม่เจอกันนานเลยนะเพคะ ฝ่าา”
ราวกับมีภูผาสายน้ำนับพันกั้นขวางอยู่ ทั้งๆ ที่นางอยู่ตรงหน้าทว่ากลับดูห่างไกลราวกับอยู่สุดขอบฟ้า
กงเซิ่งยังจำได้ดี นางมักจะเรียกเขาว่าเสด็จพ่ออย่างอ่อนหวานอีกทั้งยังหาวิธีต่างๆ นานาเพื่อทำให้เขาสบายใจ จากนั้นก็ทำตัวหน้าไม่อายด้วยการทวงของรางวัลจากเขาตอนนี้นางกลับยืนอยู่ฝั่งตรงกันข้ามกับเขา เรียกเขาว่าฝ่าาด้วยน้ำเสียงเ็ากงเซิ่งรู้สึกเ็ปอยู่ในใจ ทว่าเขายังคงมองนางด้วยสายตาดุดันเขา้าดูว่านางจะใช้วิธีการเช่นไรกันแน่
“บังอาจ! เห็นฝ่าาแล้วทำไมจึงไม่คุกเข่าอีก?!”
เมื่อผู้ที่อยู่ข้างกายฮ่องเต้ได้สติกลับคืนมาเขาจึงรีบกล่าวตำหนินางทันที
“ฝ่าาเคยอนุญาตให้ข้าไม่จำเป็ต้องทำความเคารพต่อหน้าผู้ใดเ้าเป็ใครจึงมีสิทธิ์กล่าวเช่นนี้กับข้า?” กงอี่โม่มองเขาอย่างเกียจคร้าน
ขุนนางผู้นั้นชะงักไป เขาอยากกล่าวว่านางเป็แค่สามัญชนเขาในฐานะขุนนางใหญ่ขั้นหนึ่งทำไมจะไม่มีสิทธิ์กล่าวเช่นนี้กับนาง! ทว่าเมื่อเขาเห็นสายตาไม่พอใจของฮ่องเต้แล้ว เขาจึงแอบใจสั่นจากนั้นรีบถอยกลับไปอย่างรวดเร็ว
“โม่เอ๋อร์”กงเซิ่งชี้ไปที่นักศึกษาและชาวบ้านที่อยู่ตรงประตูเมืองด้านล่างด้วยสีหน้าไม่พอใจ
หลังจากถวายบังคมแล้วคนเหล่านี้ก็ยังยืนปกป้องอยู่ด้านข้างเรือทั้งสองด้านราวกับกลัวว่าเขาจะลงมือทำร้ายเลยทีเดียว
“เ้าพาคนเหล่านี้มาอีกทั้งยังพาเรือลำใหญ่เข้ามาเมืองหลวงเช่นนี้ เ้า้าอะไรรึ?”
