ภายในเรือนของฮูหยินผู้เฒ่า
“อืม ข้ารู้แล้ว”
ชางหรงโหวนำเื่ของหลิ่วอวิ๋นฮั่นบอกแก่ฮูหยินผู้เฒ่าทั้งหมด หลังจากตกตะลึงอยู่ชั่วครู่ ฮูหยินผู้เฒ่าก็ถอนหายใจเบาๆ เด็กคนนั้น...นิสัยของเขา บางทีหากสามารถผ่านด่านนี้ไปได้ วันหน้าด้วยนิสัยเช่นนั้นก็คงจะสร้างเื่เดือดร้อนให้ผู้อื่นจนเป็การทำลายตนอยู่ดี
แม้ในใจของฮูหยินผู้เฒ่าจะเ็ป แต่ก็อับจนคำพูด บางทีนี่อาจเป็ชะตาชีวิตของเด็กคนนั้น
“ภรรยาของเ้า เกรงว่าจะไม่ยอมรับกระมัง?” ชางหรงโหวไม่ได้นำศพของหลิ่วอวิ๋นฮั่นกลับมา เขาจัดการเผาไปแล้ว นอกจากอาภรณ์ชุดนั้นในมือของเหลยซื่อก็ไม่เหลืออะไรทิ้งไว้อีก
“เป็เื่ของสตรีขอรับ!” ชางหรงโหวในตอนนี้ไหนเลยจะสนใจความคิดของเหลยซื่อ นั่นก็เป็บุตรชายของเขาเช่นเดียวกัน แต่ว่าจะต้องมองสถานการณ์โดยรวมเป็สำคัญ เขาไม่สามารถนำอันตรายกลับมาในเมืองได้!
ฮูหยินผู้เฒ่าพยักหน้าเบาๆ “เื่นี้ยังจำเป็ต้องประกาศออกไปอย่างจริงใจ บุตรชายจวนชางหรงโหวของพวกเราไม่สามารถตายไปโดยไม่กระจ่างชัดได้ อย่างน้อยฮั่นเอ๋อร์ก็สามารถทิ้งชื่อไว้ว่าเสียสละร่างกายเพื่อแคว้นได้”
“ขอรับท่านแม่”
ม้าเร็วตัวหนึ่งหยุดอยู่บริเวณประตูของจวนชางหรงโหว บุรุษผู้เต็มไปด้วยความสบายอารมณ์พลิกกายลงมา เดินตรงเข้าไปยังประตูใหญ่
“ผู้ใดมาขอรับ?”
“บอกคุณชายใหญ่ของบ้านท่าน อู๋ฉางจวินแห่งจวนหย่วนติ้งโหวถูกเชิญมาดื่มกับเขาสามพันจอก!” น้ำเสียงสดใสเช่นนี้ทำให้ผู้คนอดไม่ได้ที่จะมองให้มากขึ้น
ภายในเรือน หลิ่วอวิ๋นเฟิงราวกับคิดอะไรขึ้นมาได้ เขาหันไปมองทางหลิ่วอวิ๋นฮว๋า “น้องรอง ดูแลท่านแม่ให้ดีๆ วันนี้ฉางจวินจะมาเป็แขกของจวนเรา”
ภายใต้สถานการณ์เช่นนี้เขาควรจะอยู่ข้างกายของเหลยซื่อ หลิ่วอวิ๋นเฟิงอดไม่ได้ที่จะรู้สึกหดหู่ใจ เขาเพียง้าใช้เหล้าผ่อนคลายอารมณ์ของตน อย่างน้อยในยามเมามาย เขาจะได้ลืมความโศกเศร้าตรงหน้าไปได้ชั่วคราว
อู๋ฉางจวิน? คุณชายรองแห่งจวนหย่วนติ้งโหว? หลิ่วอวิ๋นฮว๋าขมวดคิ้ว มองท่าทางของพี่ใหญ่ที่ราวกับว่าไม่อยากจะพูดอะไร นางไม่ได้มีความรู้สึกดีๆ อะไรต่อคนของจวนหย่วนติ้งโหว โดยเฉพาะอู๋ฮุ่ยอวิ๋นคนนั้น
หลิ่วอวิ๋นฮว๋ากอดเหลยซื่อ สองแม่ลูกจมอยู่ในความโศกเศร้าและความเกลียดชัง
“ฮ่าๆๆ อวิ๋นเฟิง ดูเถิดว่าวันนี้ข้าเอาอะไรมา!”
อู๋ฉางจวินสาวเท้าเข้ามาก้าวใหญ่ เื้ัมีข้ารับใช้กลุ่มนึงติดตามมา ในมือถือเหล้านารีแดงที่ปิดผนึกมาอย่างดีหลายไห จากนั้นจึงเดินเข้ามาในห้อง เขารู้สึกว่าบรรยากาศดูแปลกประหลาดอยู่บ้าง หลิ่วอวิ๋นเฟิงถึงกับนั่งอยู่ตรงนั้นอย่างเงียบงัน สีหน้าไม่น่ามองเป็อย่างยิ่ง
“อวิ๋นเฟิง เ้าเป็อะไร?”
อู๋ฉางจวินเก็บสีหน้ายิ้มแย้มของตน เดินเข้าไปจับไหล่ของเขา หลิ่วอวิ๋นเฟิงเงยหน้าขึ้นยิ้มอย่างระทมทุกข์ “ไม่มีอะไร วันนี้ไม่ใช่ว่ามากินเหล้าเป็เพื่อนข้าหรอกหรือ?”
“...อืม เอาเหล้าเข้ามา!”
เขาโบกมือครั้งหนึ่ง ข้ารับใช้หลายคนนั้นนำสุราชั้นเลิศวางเรียงเอาไว้ในห้อง
อู๋ฉางจวินหยิบเหล้าขึ้นมาไหหนึ่ง กำลังจะรินเข้าไปในถ้วย ไม่คิดว่าจะถูกหลิ่วอวิ๋นเฟิงแย่งไปแล้วยกขึ้นดื่ม เมื่อเห็นท่าทางเช่นนี้ของเขา อู๋ฉางจวินจึงรู้ว่าต้องเกิดเื่อะไรไม่ดีขึ้นเป็แน่
เขาไม่เคยเห็นหลิ่วอวิ๋นเฟิงเป็เช่นนี้มาก่อน เป็เื่อะไรกันที่ทำให้เขาปล่อยเนื้อปล่อยตัวเช่นนี้?
ภายในห้องเต็มไปด้วยกลิ่นเหล้าเข้มข้น สุราที่นำมาหมดไปแล้วหลายไห หลิ่วอวิ๋นเฟิงเต็มไปด้วยอาการเมามาย
หลิ่วอวิ๋นฮว๋ายืนอยู่บริเวณประตูมองเข้ามาในห้อง พี่ใหญ่ของนางและอู๋ฉางจวินดื่มด้วยกัน ใช้เหล้าสลายความทุกข์ แต่ท่านแม่ของนางกำลังนอนนิ่งอยู่บนเตียงด้วยความโศกเศร้าเสียใจ
นางยากที่จะบรรยายอารมณ์ของตนเองในตอนนี้ เพราะเหตุใดพวกนางจึงได้ตกอยู่ในสถานการณ์เช่นนี้ได้? เกียรติยศที่เคยเป็ของนางถูกแย่งชิงไป นางในวันนี้ยังเหลืออะไรอีก? ไม่ นางไม่ยินยอม!
นางเหม่อมองอู๋ฉางจวินที่เริ่มเมามายเช่นกัน สายตาของหลิ่วอวิ๋นฮว๋ามีประกายเย็นะเืวาบผ่าน
“คุณหนูหกกลับมาแล้วหรือไม่?”
“กลับมาแล้วขอรับ”
หลิ่วอวิ๋นฮว๋าไม่ได้สนใจพ่อบ้านชราที่มีความสงสัยอยู่เต็มหน้าอีก หันกายเดินไปยังทิศทางของเรือนไผ่
ประหลาดยิ่ง วันนี้คุณหนูรองเป็อะไรไป เหตุใดจึงถามว่าคุณหนูหกกลับจวนมาแล้วหรือไม่?
ถนนสายเล็กๆ ที่มีผู้ใช้งานไม่มากนัก หลิ่วอวิ๋นฮว๋ายืนอยู่ในมุม ฟังเสียงร้องของทารกภายในเรือน ทั้งยังมีเสียงหัวเราะอย่างยินดีเป็ระยะ แตกต่างจากห้องของเหลยซื่อราวฟ้ากับดิน
ในใจของนางยิ่งเกลียดชังคั่งแค้น เล็บจิกลงไปบนฝ่ามืออย่างแรง
ทันใดนั้น เงาร่างลับๆ ล่อๆ เงาหนึ่งดึงดูดความสนใจของหลิ่วอวิ๋นฮว๋า หากนางไม่ได้มองผิด นั่นไม่ใช่ข้ารับใช้ภายในเรือนของท่านแม่หรอกหรือ? นางจดจำได้อย่างรางเลือน เป็ลูกพี่ลูกน้องคู่หนึ่ง
เหตุใดพวกเขาจึงมาที่เรือนไผ่?
“หือ? ฮูหยินรู้เื่ข่าวการตายของคุณชายสามแล้วหรือ?” อวิ๋นซูมองหลี่ซานที่มารายงานเบื้องหน้า
“ตอบเสี้ยนจู่ ดูเหมือนว่าฮูหยินจะรออยู่ในเรือนคุณชายใหญ่ทั้งคืน เช้าวันนี้หลังจากที่คุณชายใหญ่กลับจวนมาพบ จึงพาฮูหยินเข้าไปในห้องหนังสือของนายท่านด้วยกัน จึงได้รับการยืนยันขอรับ” หลี่ซานรายงานอย่างละเอียด
อวิ๋นซูสงสัยตาบอกใบ้ ชุนเซียงที่อยู่ข้างกายรีบส่งเงินไปให้ในมือของหลี่ซานเหมือนเคย
หลิ่วอวิ๋นฮว๋ายืนเฝ้าอยู่ในมุมนั้น จนกระทั่งเห็นหลี่ซานเดินออกมาอีกครั้ง เพียงแต่ในมือมีถุงเงินเพิ่มขึ้นมา ในใจของนางพลันเกิดความสงสัย
“ฮ่าๆ ก็บอกแล้ว อยู่กับคุณหนูหกไม่ผิดพลาดอย่างแน่นอน เ้าดู ตอนนี้คุณหนูหกได้เป็เสี้ยนจู่แล้ว คุณชายสามก็ตายไปแล้ว เกรงว่าตําแหน่งพระชายารัชทายาทในวันหน้าจะเป็ของคุณหนูหกไม่ใช่คุณหนูรอง!”
หลี่อี้นับเงินบนโต๊ะอย่างยินดี หลี่ซานที่อยู่ข้างๆ หัวเราะ “ใช่แล้ว จะอย่างไร่นี้พวกเราก็ว่างมาก ก็ลองดูเสียหน่อยเถิดว่ายังมีข่าวอะไรที่สามารถทำเงินได้อีกหรือไม่ ผู้ใดให้ในยามปกติฮูหยินไม่ยอมเห็นพวกเราอยู่ในสายตากัน ตอนนี้นางก็ใกล้จะบ้าเต็มทีแล้ว นี่ออกจะเป็เื่น่ายินดี!”
ทั้งสองหัวเราะกันอยู่ภายในห้อง ทันใดนั้นเสียงประตูเปิดออก หลิ่วอวิ๋นฮว๋าพาองครักษ์ทั้งสามคนบุกเข้ามา
“อา! คุณหนูรอง?!” หลี่อี้รีบเก็บเงินบนโต๊ะ แต่ไม่ทันเสียแล้ว
ใบหน้าของหลิ่วอวิ๋นฮว๋าประดับไปด้วยรอยยิ้มเ็า เมื่อครู่นางอยู่ข้างนอกล้วนได้ยินทุกอย่าง ที่แท้บ่าวสุนัขสองคนนี้ก็ถูกนังสารเลวนั่นซื้อตัวไปนานแล้ว มิน่าเล่า เหตุใดทุกครั้งที่พวกนางวางแผนจึงถูกอวิ๋นซูล่วงรู้และทำลายทั้งหมด ที่แท้ภายในเรือนก็มีเกลือเป็หนอนนี่เอง!
“มัดพวกมันให้ข้า!”
“อา! คุณหนูรองไว้ชีวิตด้วยขอรับ!”
องครักษ์ทั้งสามคนนี้เป็คนที่เหลยซื่อพามาจากจวนแม่ทัพ ย่อมฟังเพียงคำสั่งของพวกนาง
ไม่นาน ลูกพี่ลูกน้องคู่นี้ก็ถูกกดลงกับพื้น มองหลิ่วอวิ๋นฮว๋าที่ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้มเ็าอย่างสั่นสะท้าน “คุณหนูรองไว้ชีวิตด้วย ไว้ชีวิตด้วย...”
“ไว้ชีวิต? ข้าไม่ใช่นายของพวกเ้า จะอาศัยอะไรมาไว้ชีวิตพวกเ้า”
“ไม่ ไม่ใช่ขอรับ คุณหนูรองย่อมเป็เ้านายของพวกเราแน่นอนอยู่แล้ว แน่นอนอยู่แล้วขอรับ!” ใน่เวลาเป็ตาย พวกเขาไหนเลยจะสนใจอย่างอื่นอีก
หลิ่วอวิ๋นฮว๋ามองไปยังใบหน้าที่กำลังร้องขอชีวิตทั้งสอง อดไม่ได้ที่จะยกเท้าขึ้นมากระทืบลงไปบนจมูกของพวกเขาอย่างรุนแรง พริบตานั้นเกิดเสียงกรีดร้องอย่างเ็ปขึ้น
“ปิดปากของพวกมันให้ข้า!”
“อื้อๆ ...”
คิดไม่ถึงจริงๆ ว่านังสารเลวนั่นใจกล้าถึงเพียงนี้ กล้าซื้อคนของพวกนาง บ่าวสุนัขสองตัวนี้ก็เห็นแก่เงิน! ดูสิว่าทำร้ายท่านแม่และตนเองจนกลายเป็อะไรไปแล้ว!
สมองของหลิ่วอวิ๋นฮว๋าล่องลอยออกไป ต้องทำอย่างไรจึงจะสามารถระบายความโกรธเกลียดในใจของนางไปได้?
สายตากวาดมองไปมาบนใบหน้าของพวกเขาทั้งสอง “ยามปกติพวกเ้าส่งข่าวให้เรือนไผ่อย่างไร? เหตุใดจึงไม่ถูกพบ?”
หลี่ซานในตอนนี้มีความคิดที่จะตายขึ้นมาแล้ว ล้วนต้องโทษเขาที่วันนี้ลำพองใจเกินไป คิดไม่ถึงว่าจะถูกคุณหนูรองพบได้ จะอย่างไรทั้งสองก็รับเงินอวิ๋นซูมามากมายถึงเพียงนั้น ชั่วขณะจึงลังเลว่าจะกล่าวหรือไม่
“ไม่พูดใช่หรือไม่? ดีมาก” รอยยิ้มของหลิ่วอวิ๋นฮว๋าทำให้พวกเขาตื่นตระหนก สายตาของนางจับจ้องอยู่บนใบหน้าของหลี่อี้ “ตัดลิ้นมันออกมาให้ข้า”
อะไรนะ? “อื้อๆ ...อื้อๆ ...” หลี่อี้ส่งสายตาขอร้อง หลี่ซานที่อยู่ข้างๆ ใสุดขีด คุณหนูรองโเี้ถึงเพียงนี้
อย่างไรก็ตามองครักษ์ทั้งสามคนเองก็จิตใจโเี้ไม่ต่างกัน หนึ่งในนั้นไม่รอให้หลี่อี้ตอบสนอง ยื่นมือออกไปดึงเศษผ้าในปากของเขาออกมา ใช้นิ้วชี้และนิ้วโป้งบีบอย่างแรง เขารู้สึกว่าคางของตนเองราวกับจะหลุดร่วง ยังไม่ทันได้ส่งเสียงกรีดร้อง ความเ็ปพลันแล่นออกมาจากในปาก ลิ้นที่ชุ่มไปด้วยเืสดๆ ตกลงมาบนพื้น หลี่ซานที่อยู่ข้างๆ เห็นดังนั้นก็อดไม่ได้ที่จะตัวอ่อนทรุดลงกับพื้น
“อืม ตอนนี้เขาพูดไม่ได้แล้ว ตาเ้าแล้ว”
“...คุณหนูรอง ข้าพูด! ข้าพูด! ภายในเรือนไผ่มีทางลับอยู่เส้นทางหนึ่ง ทุกครั้งพวกเราล้วนเข้าไปจากทางนั้น เพื่อไปบอกความลับให้คุณหนูหกขอรับ! ขอคุณหนูรองโปรดไว้ชีวิตด้วย! โปรดไว้ชีวิตด้วยขอรับ!”
หลิ่วอวิ๋นฮว๋าสูดหายใจลึก ที่แท้เป็เช่นนี้ เรือนไผ่ถึงก็มีความลับเช่นนี้อยู่ ทางลับหรือ?
“ยังมีอย่างอื่นอีกหรือไม่? ข้า้ารู้เื่ราวทุกอย่างเกี่ยวกับเรือนไผ่”
แต่โดยปกติหลี่ซานรับผิดชอบจับตามองทุกการกระทำภายในเรือนเหลยซื่อ เื่เกี่ยวกับอวิ๋นซูเขารู้ไม่มากนัก หลังจากที่พูดทุกสิ่งที่สามารถพูดได้ออกมาแล้ว หลิ่วอวิ๋นฮว๋าก็ยังไม่พอใจ
“คุณหนูรองไว้ชีวิตด้วย บ่าวไม่ได้ปิดบังเลยจริงๆ ขอรับ!”
ข้างกายของหลี่ซานยังคงมีบุรุษไม่มีลิ้นนอนชักอยู่บนพื้น ท่าทางเช่นนั้นดูเหมือนสามารถตายเพราะสูญเสียเืได้ตลอดเวลา
“อยากรอดหรือ? ได้ ข้าจะให้โอกาสเ้าสักครั้ง!” หลิ่วอวิ๋นฮว๋ายิ้มเ็า ไม่นาน หลี่อี้ที่อยู่ด้านข้างพลันชักกระตุกอย่างรุนแรง ดวงตาทั้งสองเหลือกขึ้น ลมหายใจขาดห้วง ภาพนี้ทำให้หลี่ซานไม่กล้ามองอีก เมื่อหลิ่วอวิ๋นฮว๋าคิดถึงน้องสามของตนที่ตายอย่างอนาถ กระทั่งศพก็เก็บกลับมาไม่ได้ ถึงตอนนี้นางยังจะมีอะไรให้กลัวอีก
หากว่าเป็ไปได้ นางอยากจะให้นังสารเลวนั่นพบจุดจบเร็วๆ นางอดทนไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว!
เพียงแต่ในเรือนไผ่มีองครักษ์ของท่านพ่อคุ้มครองอยู่ ต่อให้เข้าไปในเส้นทางลับนั้น ก็ยังต้องกุมโอกาสไว้ให้ดีๆ
การฆ่านังสารเลวนั่นจะเป็การทำให้นางสบายจนเกินไป! ตนเอง้าให้นางเจอแบบที่ตนเจอ ให้นางได้ลิ้มรสชาติของการถูกทอดทิ้ง สุดท้ายก็ค่อยๆ ทรมานนาง เพื่อแก้แค้นให้ิญญาของอวิ๋นฮั่นที่อยู่บน์!
ภายในห้องของหลิ่วอวิ๋นเฟิง “เหล้าเล่า? ไม่มีเหล้าแล้วหรือ...อวิ๋นเฟิง...อวิ๋นเฟิง...” อู๋ฉางจวินที่เมาจนสติรางเลือนแกว่งไปแกว่งมาอยู่ข้างกายของหลิ่วอวิ๋นเฟิง เมื่อเห็นว่าเขาไม่สนใจตนเองก็หัวเราะออกมา
เขายืนขึ้นอย่างโซซัดโซเซ ยันประตูแล้วค่อยๆ เดินออกไป
ประตูหลังของจวนชางหรงโหว บุรุษร่างอ้วนคนหนึ่งถูกพาเข้าไปอย่างลับๆ
“ฮ่าๆๆ ไม่ทราบว่าคุณหนูมีอะไรจะสั่งหรือขอรับ?” สายตาหื่นกระหายของคนผู้นั้นกวาดมองหลิ่วอวิ๋นฮว๋า สตรีผู้นี้มองกลับมาด้วยท่าทางรังเกียจ
“เรียกเ้ามาย่อมต้องมีเื่ดี”
คนผู้นี้คือนักเลงเ้าถิ่นที่หลิ่วอวิ๋นฮว๋าสั่งคนให้ไปตามหามา เมื่อเห็นท่าทางเสื้อผ้าไม่เรียบร้อยของเขา บนใบหน้าก็เต็มไปด้วยฝีราวกับดวงดาวบนท้องฟ้า ที่สำคัญคือบนร่างกายของเขายังมีกลิ่นแปลกๆ ที่ทำให้ผู้คนรับไม่ไหว เพียงคิดว่าต่อจากนี้ไปจะเกิดเื่อะไรขึ้น หลิ่วอวิ๋นฮว๋าก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมา
“เื่ดีหรือ?” บุรุษผู้นั้นยินดี หรือว่าคุณหนูผู้นี้จะถูกใจตนเอง?
