“อีกไม่กี่วันก็จะเป็วันเกิดของชางหรงโหว คุณหนูทั้งสองเดินทางมาเพื่อขอพรให้ท่านโหวและจวนโหว” เ้าอาวาสเลือกวางหมากลงไป ทำเพียงปรายตามองเล็กน้อย คุณชายสามเฟิ่งไม่ใช่คนที่มากเื่ หรือว่าภายในจวนชางหรงโหวมีเื่ที่เขาใส่ใจอยู่
“อา...” ในสายตาของเฟิ่งหลิงปรากฏรอยเย้ยหยัน คล้ายชัดเจนคล้ายเลือนราง หลิ่วอวิ๋นฮว๋าผู้นั้นก็นับว่าเขาคุ้นเคยจนคุ้นเคยมากกว่านี้ไม่ได้แล้ว แต่ไม่ว่าจะคิดอย่างไร การขึ้นเขาขอพรเช่นนี้ดูเหมือนจะไม่ใช่นิสัยของนาง “ยากที่จะได้เห็นคุณหนูทั้งสองมีใจกตัญญูเช่นนี้”
“โถ่! คุณชายสาม ไม่ได้กล่าวว่ายอมถอยให้อาตมาหรือ?” ทันใดนั้นเ้าอาวาสส่งเสียงอุทานออกมาครั้งหนึ่ง เฟิ่งหลิงกลับทำเพียงยิ้มน้อยๆ “ท่านเ้าอาวาสขอรับ ในสนามรบไม่มีคำว่าบิดาและบุตร ไม่ว่าท่านกับข้าจะมีความสัมพันธ์กันลึกซึ้งเพียงใด ก็นับว่าเป็คนละเื่กัน ถูกหรือไม่?”
“...” เ้าอาวาสยิ้มอย่างจนใจ หลายวันมานี้คุณชายสามเฟิ่งมาเดินหมากที่วัดเทียนฝูกับตนเองหลายครั้ง แต่ก็ไม่สามารถเอาชนะอีกฝ่ายได้เลย นี่ทำให้เขาอดไม่ได้ที่จะคิดถึงเมื่อหลายปีก่อน สตรีแปลกประหลาดที่ฉลาดเฉลียวผู้นั้น
ยามค่ำคืนบรรยากาศเงียบสงบ มีลมพัดเข้ามาจนเกิดเสียงอันไพเราะเป็บางครั้งบางคราว
ท่ามกลางสายลมเจือไปด้วยเสียงของขลุ่ย ประตูเรือนนอนห้องหนึ่งค่อยๆ เปิดออก เงาร่างบอบบางปรากฏตัวขึ้นอย่างเงียบเชียบ มองซ้ายขวาครั้งหนึ่งแล้วจึงเดินออกมาจากเรือนนอนของตัวเองโดยลำพัง
อีกด้านหนึ่ง ดวงตาของบุรุษผู้งดงามเป็เอกที่ปิดอยู่พลันเบิกขึ้น เสียงนี้...เขาหยัดกายขึ้นนั่งมองออกไปนอกหน้าต่างอย่างระมัดระวัง
สายลมอันเหน็บหนาวยามค่ำคืนบนยอดเขา หลิ่วอวิ๋นฮว๋าอดไม่ได้ที่กระชับผ้าคลุมบนร่างของตนเองแน่น จากนั้นจึงเดินตามเสียงขลุ่ยมาถึงในป่าแห่งหนึ่ง
ท่ามกลางเหล่าหินอันแปลกประหลาดที่กองอยู่ในป่า หลิ่วอวิ๋นฮว๋าเดินผ่านไปอย่างระมัดระวัง สุดท้ายจึงเห็นบุรุษสวมชุดสีดำผู้หนึ่งอยู่บนหินก้อนใหญ่
เงาร่างอันแปลกประหลาดผสานกันอย่างสมบูรณ์กับผืนป่าลึกลับแห่งนี้ หากไม่ใช่เพราะชุดบนร่างของเขากำลังปลิวไสวจนเกิดเสียงขึ้น เกรงว่าหลิ่วอวิ๋นฮว๋าคงไม่สามารถพบเขาอย่างง่ายดายเช่นนี้
“เ้าก็คือหลานสาวของฮูหยินผู้เฒ่าเวยหย่วน?” ในมือของบุรุษผู้นั้นกำขลุ่ยหยกเอาไว้ ภายในม่านหมอกยามค่ำคืนมืดมิด คล้ายมีประกายแสงอันริบหรี่ในดวงตาของเขา
“ผู้าุโ” หลิ่วอวิ๋นฮว๋าทำความเคารพอย่างนอบน้อม ความหวาดกลัวในใจสั่นไหวขึ้นเพียงเล็กน้อยแล้วจางลง
“ฮ่าๆ เ้ามั่นใจว่า้าของสิ่งนั้นจากผู้ชราอย่างข้าจริงๆ หรือ?”
“เ้าค่ะ!” บนใบหน้าของหลิ่วอวิ๋นฮว๋าไม่มีความลังเลเลยแม้แต่น้อย กระทั่งมีความเร่งร้อนเจืออยู่ไม่น้อย
บุรุษชุดดำพลันรู้สึกสนใจ หัวเราะเสียงดัง “สายตาของเด็กสาวอย่างเ้า ผู้ชราอย่างข้าชมชอบยิ่งนัก ในเมื่อเป็เช่นนี้ ก็ให้เ้าแล้วกัน!”
กล่าวจบก็โยนขลุ่ยหยกในมือขึ้นไปในอากาศ และในตอนที่มันตกลงมาสู่มือเขาอีกครั้ง เขาก็หยิบขวดอันแปลกประหลาดขวดหนึ่งออกมาจากแขนเสื้อสีเข้ม
ขวดใบนั้นไม่ใหญ่ แต่ประดุจดั่งลูกตาของบุรุษในม่านความมืด มีประกายสีเขียวแวววาวราวกับหยก
บุรุษผู้นั้นเขย่าขวดใบเล็กในมือ “นี่เป็เืเนื้อและจิตใจทั้งชีวิตของข้า เด็กน้อยอย่าได้เนรคุณต่อน้ำใจ ทำให้ข้าผิดหวังเล่า”
“ผู้าุโโปรดวางใจ อวิ๋นฮว๋าจะใช้อย่างระมัดระวังแน่นอนเ้าค่ะ” ในใจของหลิ่วอวิ๋นฮว๋าอาบย้อมไปด้วยความบ้าคลั่ง ภายในดวงตาเต็มไปด้วยความเย็นะเื
บุรุษผู้นั้นเห็นเช่นนี้ก็หัวเราะออกมา จากนั้นจึงโยนขวดในมือไปทางหลิ่วอวิ๋นฮว๋า
หลิ่วอวิ๋นฮว๋าใ รีบโถมตัวเข้าไปรับเอาไว้ นางใจนเหงื่อผุดพราย ของสิ่งนี้ไม่อาจตกแตกได้! แต่เมื่อนางเงยหน้าขึ้นอีกครั้ง บุรุษชุดดำเมื่อครู่ก็ได้หายไปแล้ว ทิ้งไว้เพียงความว่างเปล่า
ััอันเย็นเฉียบราวกับงูพิษตัวเล็กเลื้อยไหลเข้าไปในฝ่ามือของนาง ความหวาดกลัวในใจและความคาดหวังผสมรวมกันอย่างสมบูรณ์
หลิ่วอวิ๋นฮว๋าหัวเราะออกมาอย่างอดไม่อยู่ กำขวดในมือแน่น ดวงตาเต็มไปด้วยความบ้าคลั่ง ผืนป่าอันมืดมิดที่ปกคลุมอยู่รอบด้านคล้ายจะทำให้ร่างกายของนางเจือไปด้วยความดำมืด
เมื่อคิดถึงความกล้ำกลืนฝืนทนของตนเอง คิดถึงมารดาที่ถูกบีบบังคับจนบ้าคลั่ง ตลอดจนน้องสามที่ถูกวางแผนทำร้ายจนตาย ในใจของหลิ่วอวิ๋นฮว๋าพลันเกิดความสบายอารมณ์อย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน
ทั้งหมดนี้ล้วนเป็คนเ่าั้ที่บีบบังคับนาง!
บนกิ่งไม้ในเงามืด บุรุษผู้หนึ่งเก็บฉากตรงหน้าเอาไว้ในสายตาอันเปล่งประกาย คนผู้นั้น...ตนเองย่อมไม่มีทางจำผิดโดยเด็ดขาด เหตุใดหลิ่วอวิ๋นฮว๋ากับคนผู้นั้นจึงมีความสัมพันธ์กันได้?
สิ่งที่คนผู้นั้นให้นางเมื่อครู่นี้คืออะไร? คงจะไม่ใช่...
วันต่อมา
เสียงเคาะประตูเบาๆ ดังขึ้น หลิ่วอวิ๋นชิงลืมตาอย่างไม่พอใจ สวมใส่ชุดคลุมแล้วเปิดประตูออกไป จึงพบกับใบหน้าเมตตาของเ้าอาวาส
“ท่านเ้าอาวาสเ้าคะ มีเื่อะไรหรือ?” น้ำเสียงแฝงไปด้วยความไม่พอใจอยู่หลายส่วน
“เมื่อคืนนี้ในป่ามีสัตว์ดุร้ายตายอยู่หลายตัว มีพระลูกวัดกล่าวว่าได้ยินเสียงขลุ่ยแปลกประหลาด ดังนั้นอาตมาจึงมาดูว่าคุณหนูห้าถูกเสียงขลุ่ยสร้างความรำคาญหรือไม่ ้าให้อาตมาสั่งคนให้เปลี่ยนห้องให้คุณหนูห้าหรือไม่?”
มีเสียงขลุ่ย? เหตุใดนางจึงไม่ได้ยิน
หลิ่วอวิ๋นชิงแกว่งมือไปมา “ไม่จำเป็เ้าค่ะ ข้านอนหลับได้ดียิ่งนัก” มีสัตว์ดุร้ายตายไปหลายตัวก็เคร่งเครียดถึงเพียงนี้เชียวหรือ? พระในวัดเทียนฝูแห่งนี้ล้วนกินเจทั้งนั้น!
“ในเมื่อเป็เช่นนี้ก็ดีแล้ว” เ้าอาวาสยิ้มน้อยๆ แล้วจึงหันกายเดินจากไป
หลิ่วอวิ๋นชิงหัวเราะเสียงเย็นครั้งหนึ่ง ผู้ออกบวชเหล่านี้ช่างวุ่นวายดีจริงๆ เพิ่งจะปิดประตู ก็มีเสียงเคาะประตูดังขึ้นอีกครั้งหนึ่ง
“เ้าอาวาสเ้าค่ะ ข้ากล่าวแล้วว่าไม่้าเปลี่ยนห้อง...” อย่างไรก็ตาม เมื่อเปิดประตูออกกลับเป็พระลูกวัด
“สีกา นี่เป็คัมภีร์ที่เ้าอาวาสให้อาตมานำมาส่ง สีกาโปรดอ่านและคัดลอก เพื่อฝึกฝนจิตใจให้สงบ”
ในมือของเขาถือคัมภีร์ม้วนหนึ่ง หลิ่วอวิ๋นชิงอดไม่ได้ที่จะเบิกตากว้าง ที่แท้ท่านพี่กล่าวว่ามาขอพรไหว้พระนั้นเป็เื่จริง ยังคิดว่านางพาตนเองมาเพื่อ้าปรึกษาหารือแผนการใหญ่เสียอีก!
กล่าวตามจริง เมื่อเห็นคัมภีร์เหล่านี้ หลิ่วอวิ๋นชิงก็คิดถึงความทรงจำที่ไม่ดีในห้องสำนึกตน รับมาด้วยความโกรธเคืองอยู่บ้าง จากนั้นจึงปรายตามองพระลูกวัดครั้งหนึ่ง “คัมภีร์ข้ารับไว้แล้ว ท่านก็ไปเถิด!”
“ขอรับ สีกา”
ไม่ทราบว่าตอนนี้ท่านพี่กำลังทำอะไรอยู่? ความง่วงงุนอันเหนื่อยล้าของหลิ่วอวิ๋นชิงพลันถูกทำลายจนไม่เห็นเงา พริบตานั้นจึงสวมใส่ชุดให้เรียบร้อยแล้วเดินออกไปนอกเรือน
ลมเย็นพัดมาปะทะใบหน้า อุณหภูมิบนูเาแห่งนี้ช่างทำให้ผู้คนรับไม่ไหวจริงๆ
นางกระชับอาภรณ์ของตนเองแล้วเดินไปยังเรือนนอนของหลิ่วอวิ๋นฮว๋า ประตูถูกเปิดแง้มเอาไว้ จากมุมของหลิ่วอวิ๋นชิงสามารถเห็นเงาร่างที่หันหลังให้ตนเองได้พอดิบพอดี
หลิ่วอวิ๋นฮว๋าก้มหน้า ไม่ทราบว่ากำลังทำอะไรอยู่
นางผลักประตูให้เปิดออกเบาๆ มองปราดเดียวก็ถูกขวดสีดำบนโต๊ะดึงดูดความสนใจไป ประกายสีดำที่ราวกับจะมีน้ำไหลออกมา สุกใสแวววาวทว่ามีความลึกลับ ราวกับสามารถเห็นของเหลวที่ไหลอยู่ภายในได้
“เป็ขวดที่งดงามยิ่งนัก นี่คืออะไรหรือ?”
หลิ่วอวิ๋นชิงทำท่าจะยื่นมือออกไป แต่กลับถูกหลิ่วอวิ๋นฮว๋าส่งเสียงหยุดเอาไว้ “หยุดมือ!”
สตรีผู้นั้นใจนชักมือกลับมา “ท่าน ท่านพี่...”
ที่แท้ก็เป็นาง...ความตึงเครียดของหลิ่วอวิ๋นฮว๋าในที่สุดก็คลายลง เดินเข้าไปเก็บขวดใบนั้นอย่างดี “ของสิ่งนี้จะแตะต้องไม่ได้”
“ทำไมหรือ?” หลิ่วอวิ๋นชิงรู้สึกไม่พอใจ ในเมื่อทั้งสองคนตัดสินใจว่าจะร่วมมือกันแล้ว เหตุใดนางยังมีเื่ปิดบังตัวเองอยู่อีก
อย่างไรก็ตาม หลิ่วอวิ๋นฮว๋าหันหน้ากลับมา ดวงตาลึกล้ำมองมาที่นางอย่างเ็าโดยไม่กล่าวคำใดเป็เวลานาน หลิ่วอวิ๋นชิงรู้สึกเพียงว่ากระดูกสันหลังของตนเองชาวาบ ไม่ทราบว่าเพราะเหตุใด สายตาเช่นนั้นของพี่รองทำให้เกิดความหวาดกลัวในใจ ทั้งยังไม่กล้าที่จะสบตานางอีก
ไม่นาน หลิ่วอวิ๋นชิงก็ยอมแพ้ หันกายไปนั่งลงข้างๆ อย่างระมัดระวัง
“ตอนเช้า...เ้าอาวาสได้มาถามท่านพี่ว่าจะเปลี่ยนห้องหรือไม่เ้าคะ?”
“อืม” หลิ่วอวิ๋นฮว๋าไม่ใส่ใจ บนโต๊ะของนางก็มีคัมภีร์เล่มหนึ่งวางเอาไว้
“ท่านพี่เ้าคะ ท่านยังไม่ได้บอกข้าว่าจะทำอย่างไรถึงกำจัดหลิ่วอวิ่นซูได้?” นางทนไม่ไหวแล้ว อยู่จวนโหวดีๆ ไม่ชอบ กลับวิ่งมาบนยอดเขาเช่นนี้ หลิ่วอวิ๋นชิงรู้สึกว่านี่ก็เพื่อปิดบังหูตาของผู้คน เพื่อไม่ให้พวกคนคิดไม่ซื่อในจวนเ่าั้ได้ยิน
ต้องทราบว่าทั่วทั้งจวนโหวในตอนนี้ สามารถกล่าวได้อย่างเต็มปากว่าเป็คนของหลิ่วอวิ๋นซู บ่าวไพร่ทั้งหลายได้รับผลประโยชน์จากนาง ล้วนฟังคำสั่งของนาง
“ไม่นานเ้าก็จะรู้” ใบหน้าของหลิ่วอวิ๋นฮว๋าเจือไปด้วยรอยยิ้มบางๆ ทำให้หลิ่วอวิ๋นชิงสั่นระริก
แม้จะกล่าวว่ามารดาตายไปแล้ว แต่หลิ่วอวิ๋นฮว๋าผู้นี้ก็เปลี่ยนไปมากเหลือเกิน เื้ัท่าทางของนางราวกับมีอะไรบางอย่างซ่อนอยู่ ทำให้หลิ่วอวิ๋นชิงอดไม่ได้ที่จะอยู่ให้ห่างเสียหน่อย
เมื่อเห็นสตรีที่นั่งลงพลิกคัมภีร์ดูโดยไม่เห็นตนเองอยู่ในสายตา หลิ่วอวิ๋นชิงก็เบะปาก ถอยออกไปอย่างเงียบสงบ
แม้บนเขาจะหนาว แต่ก็มีอากาศอันบริสุทธิ์ที่ในเมืองหลวงไม่มี เมื่อสูดเข้าไปลึกๆ ราวกับอวัยวะทั้งหมดในร่างกายลื่นไหลดั่งสายน้ำ ในใจของหลิ่วอวิ๋นชิงคิดว่า หากไม่ใช่ว่าได้พบกับเื่ราวที่ไม่ดีมากมายถึงเพียงนั้น นางคงจะสามารถตามหาอารมณ์ดีๆ ของตนเองกลับมาได้จากที่นี่
ไม่มีอี๋เหนียงที่ไร้ประโยชน์ ไม่มีน้องชายที่น่ารำคาญ ไม่มีท่านย่าและท่านพ่อที่เข้มงวดจริงจัง อยู่ที่นี่แม้ว่าตนเองจะไม่ใช่คุณหนูของจวนโหว แต่กลับมีความอิสรเสรียิ่งนัก
หลิ่วอวิ๋นชิงค่อยๆ เดินไปในป่า ไม่ทราบว่าผ่านไปนานเพียงใด นางพลันนึกได้ถึงเื่หนึ่ง เ้าอาวาสกล่าวว่าภายในป่ามีสัตว์ดุร้ายตายอยู่หลายตัว! พริบตานั้น สตรีผู้นี้รู้สึกเสียใจในความลำพองใจและคิดน้อยของตนเอง หันกายเดินกลับไปตามรอยเท้าของตน ทันใดนั้นนางพบกับปัญหาที่สาหัสยิ่ง นางจำทางกลับไม่ได้!
“โชคร้ายจริง!” หลิ่วอวิ๋นชิงลอบด่าประโยคหนึ่ง มองหาเงาคนภายในป่าอย่างกระวนกระวาย จะมีนายพรานหรือพระผ่านทางมาหรือไม่?
ในตอนนี้ เงาร่างในชุดสีขาวดึงดูดความสนใจของนาง
หลิ่วอวิ๋นชิงรู้สึกยินดีในใจ มองดูเงาร่างนั้นเหมือนว่าจะเป็บุรุษวัยเยาว์ผู้หนึ่ง ท่าทางการแต่งกายไม่เหมือนกับนายพรานป่าเถื่อนที่อยู่ในป่าเขา เช่นนั้นคงจะสามารถขอร้องเขาให้พาตนเองกลับไปวัดเทียนฝูได้กระมัง?
เฟิ่งหลิงหลุบตาลง สำรวจก้อนหินกลมๆ ที่บุรุษชุดดำนั่งเมื่อคืน เขามองเห็นสิ่งที่ไม่อยากมองเห็นมากที่สุด
ใบหญ้าข้างหินกลมก้อนนั้น มีหญ้าสีเขียวจำนวนไม่น้อยปรากฏรอยสีดำขึ้น เป็คนกลุ่มนั้นจริงเสียด้วย!
หากว่าหลิ่วอวิ๋นฮว๋าและคนกลุ่มนั้นมีความสัมพันธ์กัน มิใช่เป็การแสดงให้เห็นว่าจวนชางหรงโหวมีอันตรายซ่อนอยู่หรือ?
เื่นี้ควรจะบอกอวิ๋นซูหรือไม่?
ลมเย็นสายหนึ่งพัดมา พัดเส้นผมที่ปรกอยู่บนแก้มเขาให้ปลิวไสวออกไป ได้ยินเสียงสูดลมหายใจเสียงหนึ่ง เฟิ่งหลิงหันกลับไปเห็นสตรีผู้มีใบหน้าตื่นตะลึง
หลิ่วอวิ๋นชิงแต่ไหนแต่ไรมาก็ไม่เคยเห็นบุรุษงดงามถึงเพียงนี้ ทั้งยังอยู่ท่ามกลางป่าเขา คงไม่ใช่เป็เซียนูเาหรอกกระมัง? ผิวขาวดุจหิมะ ดวงตาลึกล้ำเปล่งประกาย เค้าโครงร่างที่สมบูรณ์ไร้ที่ติทำให้หลิ่วอวิ๋นชิงมองจนตื่นตะลึง ชั่วขณะนั้นจึงลืมตอบสนอง
เฟิ่งหลิงพลันคิดได้ถึงคำพูดของเ้าอาวาส คุณหนูห้าของจวนชางหรงโหวก็อยู่ที่นี่ ในวัดเทียนฝูแห่งนี้ไม่มีสตรี เช่นนั้นก็คงจะเป็นางแล้ว
เพียงแต่นางมาทำอะไรที่นี่? เฟิ่งหลิงอดไม่ได้ที่จะสงสัย นางเป็เช่นเดียวกับหลิ่วอวิ๋นฮว๋าหรือไม่ มาหาคนพวกนั้น
“คุณชาย...” ในที่สุดหลิ่วอวิ๋นชิงก็เปิดปาก เพียงแต่เสียงนี้แตกต่างกับเสียงของนางในยามปกติยิ่งนัก ไพเราะขึ้นมาก
“แม่นางมีเื่อะไรหรือ?” น้ำเสียงของเฟิ่งหลิงราบเรียบ แต่หลิ่วอวิ๋นชิงได้ฟังกลับรู้สึกราวกับมีสายลมฤดูใบไม้ผลิพัดมาปะทะหน้า
“...ผู้น้อยหลงทางเ้าค่ะ ขอคุณชายโปรดช่วยพาผู้น้อยกลับวัดเทียนฝูได้หรือไม่ คงจะห่างจากที่นี่ไม่ไกล ไม่ลำบากคุณชายแน่นอนเ้าค่ะ...” หลิ่วอวิ๋นชิงเองก็ไม่รู้ว่ากำลังพูดอะไรอยู่ คำพูดสับสนวุ่นวาย นางรู้สึกเพียงว่าใจของตนเองเต้นเร็ว มือทั้งสองไม่ว่าจะวางจะจับที่ใดก็รู้สึกไม่เหมาะ ด้วยเหตุนี้จึงจับอยู่ที่ชายเสื้อเสียเลย
ด้านหนึ่งก็คิดอยากจะมองใบหน้าหล่อเหลางดงามเช่นนั้นให้มากขึ้นอีก อีกด้านหนึ่งก็กังวลว่าเขาจะคิดว่านางเป็สตรีไร้ยางอาย ช่างทำให้ผู้คนสับสนเสียจริง
มุมปากของเฟิ่งหลิงชะงักค้างไปบ้าง คุณหนูจวนชางหรงโหวผู้นี้ ช่างทำให้ผู้คน...ไม่รู้ว่าจะพูดอย่างไรดี
“แม่นาง ตามเข้ามา” เขาไม่ได้มองนางเพิ่มอีกแม้เพียงสายตา หันกายเดินหน้าไปยังทิศทางหนึ่ง
หลิ่วอวิ๋นชิงเดินตามหลังเขาไปอย่างสงบ ต่อให้เห็นเพียงแผ่นหลังของเขาก็รู้สึกมีความสุขแล้ว วัดเทียนฝูแห่งนี้เป็สถานที่รวบรวมผู้คนโดดเด่นจริงๆ ถึงกับทำให้นางได้พบกับบุรุษที่งดงามราวกับเทพเซียนเช่นนี้
อย่างไรก็ตาม นางพลันคิดถึงก่อนหน้านี้ที่พบกับคุณชายรองเฟิ่งบนถนน จึงอดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้ว ครั้งนี้คงไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับหลิ่วอวิ๋นซูอีกกระมัง?
