“มา ดื่มชากัน”มู่อวิ๋นฮั่นลุกขึ้นไปรินน้ำชาให้กู้โยวหนิง แกล้งเอ่ยเย้าหยอกทั้งรอยยิ้ม“มิทราบว่าพระชายาเหวินอ๋องมาที่นี่ด้วยเื่อันใดขอรับ?”
กู้โยวหนิงหรี่ตามองใบหน้าหล่อเหลาของมู่อวิ๋นฮั่นคนผู้นี้มีน้ำเสียงไพเราะน่าฟัง แม้ไม่ใช่น้ำเสียงใสกังวานเช่นกู้โยวหนิงค่อนข้างจะแหบแห้งเสียด้วยซ้ำทว่าความแหบแห้งของน้ำเสียงกลับไม่ทำให้ฟังดูคร่ำครึคล้ายชายชราแต่อย่างใด
กู้โยวหนิงค่อยๆ ยกจอกน้ำชาขึ้นดื่มเขาเอนหลังนั่งพิงเก้าอี้ ปล่อยให้ชายอาภรณ์สีดำตัวยาวร่วงหล่นลงบนพื้นสายลมจากป่าไผ่นอกหน้าต่างโชยเข้ามาจนทำให้เส้นผมของเขาปลิวสยาย
“ข้าอยากให้เหวินอ๋องขึ้นเป็ฮ่องเต้!”
กู้โยวหนิงเอ่ยออกมาตามตรงมู่อวิ๋นฮั่นถึงกับตกตะลึงครู่หนึ่ง จากนั้นเอ่ยทั้งรอยยิ้ม“ในยามนี้ทั้งฉางอันต่างลือกันว่า แม้เหวินอ๋องจะอภิเษกพระชายาบุรุษทว่าคนทั้งสองกลับมีใจตรงกัน ดูท่าข่าวลือพวกนั้นจะไม่ได้บิดเบือนเลยจริงๆ”
“ไม่เกี่ยวกับเื่นั้นแท้จริงแล้วข้ากับเหวินอ๋องกำลังแสดงละครต่างหากพวกข้าตกลงเป็พันธมิตรกันตั้งนานแล้ว และเมื่อใดที่เขาได้ครองบัลลังก์เขาก็จะปล่อยข้าไป” กู้โยวหนิงวางจอกน้ำชาลง ขมวดคิ้วกล่าวต่อ“ยามนี้ฮ่องเต้และองค์รัชทายาทร่วมมือกัน ข้าจำต้องเดินหนทางนี้เพราะหากเหวินอ๋องต้องตาย ถ้าให้ทายข้าก็คงไม่มีจุดจบที่ดีไปกว่าเขาเท่าไรหรือเ้าจะให้ข้าตายตามเขาไป!”
“แต่ไหนแต่ไรมาการแก่งแย่งชิงดีในราชสำนักล้วนเต็มไปด้วยอันตรายหากไม่ระวังตัวเพียงนิด สามารถทำเื่พลิกผันไม่อาจหวนกลับ ยิ่งไปกว่านั้นฝ่าาทรงลำเอียงเข้าข้างองค์รัชทายาทมิหนำซ้ำองค์ชายทั้งสองยังยืนอยู่ฝ่ายองค์รัชทายาทแม้ว่าเหวินอ๋องจะมีอำนาจควบคุมกำลังทหาร แต่เห็นได้ชัดว่ายังตกเป็รองอยู่มาก”มู่อวิ๋นฮั่นลอบมองสีหน้ากู้โยวหนิงครู่หนึ่ง“นอกจากนั้นเหวินอ๋องในยามนี้ยังมีตำแหน่งสูงศักดิ์เป็ถึงชินอ๋องกลับถูกบังคับให้อภิเษกพระชายาบุรุษแสดงให้เห็นว่าฮ่องเต้เริ่มไม่ไว้พระทัยเขาแล้ว”
“ข้ารู้ทุกอย่างที่เ้าพูดมาเพราะฉะนั้นถึงได้มาเชิญเ้าอย่างไรเล่า”
มู่อวิ๋นฮั่นและกู้โยวหนิงรู้จักกันบนถนนสายหนึ่งเมื่อหลายปีก่อนยามนั้นมู่อวิ๋นฮั่นเปิดร้านทำนายดวงชะตาด้วยนิสัยเ้าชู้ประตูดินมาแต่ไหนแต่ไรของกู้โยวหนิงเมื่อพบบุรุษรูปงามมีหรือจะไม่เดินเข้าไปพูดจาหยอกล้อ ไปๆ มาๆกลับกลายเป็ความสนิทสนม นอกจากนั้นเขายังรู้ว่ามู่อวิ๋นอั่นไม่ใช่คนธรรมดาเป็ผู้ที่มีความเชี่ยวชาญในเคล็ดวิชาจี๋เหมินตุ้นเจี่ย1ยิ่งนักกู้โยวหนิงเคยเห็นกับตาว่ามู่อวิ๋นฮั่นยังไม่ทันขยับแม้แต่นิดแต่กลับทำให้อันธพาลที่เข้ามาแสดงท่าทีรุ่มร่ามกับเขาต้องกระอักเืออกมาและนอนแน่นิ่งอยู่บนพื้นถนนจนไม่อาจลุกขึ้นมาได้
ด้วยเหตุนี้ กู้โยวหนิงคิดว่าคนคนนี้คือผู้มีความสามารถถ้าชักจูงเขาให้เข้ามาอยู่ในจวนอ๋องได้สำเร็จ ถึงตอนนั้นหากคิดจะฆ่าใครก็ฆ่ายังจะต้องกังวลเื่องค์รัชทายาทอะไรนั่นอีกเหรอ?
“คิดอยากจะเชิญข้าให้ลงจากเขาลูกนี้?” มู่อวิ๋นฮั่นปรายตามองกู้โยวหนิงอย่างเชื่องช้า
กู้โยวหนิงแววตาเป็ประกายทันใดเขานึกไม่ถึงว่ามู่อวิ๋นฮั่นจะตอบรับเร็วถึงเพียงนี้เดิมทีเขาเตรียมจะฉุดกระชากลากถูคนผู้นี้เสียด้วยซ้ำ เมื่อเห็นเช่นนี้จึงรีบผงกศีรษะระรัว
มู่อวิ๋นฮั่นเผยยิ้มเ้าเล่ห์หยุดความคิดของเขาด้วยการเอ่ยออกมาว่า“เ้าให้เด็กรับใช้ที่ยืนรออยู่ข้างหน้ามาอยู่กับข้าสักหนึ่งคืนแล้วมู่อวิ๋นฮั่นผู้นี้จะยอมทำตามที่เ้า้าทุกอย่าง”
“...” แววตากู้โยวหนิงเปลี่ยนไปในทันทีจากนั้นเริ่มมองมู่อวิ๋นฮั่นด้วยสายตาไม่ต่างจากมองโรคจิต ครู่หนึ่งก็หัวเราะในลำคอ“เ้าเด็กรับใช้คนนั้นคงจะไม่ได้”
กู้โยวหนิงชี้นิ้วมาที่ตนเองเอ่ยด้วยท่าทางใสซื่อ “หากเ้าอยากหลับนอนกับข้า ย่อมได้ แต่หากคิดจะหลับนอนกับคนของข้าไม่มีทาง!”
“ดังนั้น...”กู้โยวหนิงเอนกายคลอเคลียมู่อวิ๋นฮั่น พร้อมกับแสดงสีหน้าท่าทางออดอ้อน “คุณชายท่านสนใจหรือไม่ขอรับ?”
ใบหน้ามู่อวิ๋นฮั่นราวกับมีรอยร้าวหันมองดวงหน้างามล่มเมืองของกู้โยวหนิงที่บางคราแลดูงามยั่วยวนด้วยใบหน้าแข็งทื่อครู่หนึ่งผลักเขาออกและเอ่ยอย่างเอ้อระเหย “ข้ายังอยากมีชีวิตอยู่ผู้ที่เป็ดั่งดวงหทัยท่านอ๋องเช่นนี้ข้าไม่กล้าแตะต้อง”
“เ้าล่ะก็~” กู้โยวหนิงแกล้งผลักเขาด้วยท่าทางกระเง้ากระงอดหนหนึ่ง“เ้าช่างไม่เข้าใจอะไรเลยสักนิด ชีวิตคนเราเกิดมาเพียงหนเดียวข้าออกมาพบเ้าอย่างยากเย็นถึงเพียงนี้ เ้ากลับมิรู้จักเสียดาย”
“...กล่าวได้ดี...”
มู่อวิ๋นฮั่นค่อยๆ ขยับออกห่างจากเขาราวห้านิ้วทว่ากู้โยวหนิงยังคงขยับเข้าใกล้ ทันใดนั้นโน้มกายเข้าหาจนแนบเนื้อเพื่อกลั่นแกล้ง“คุณชาย ท่านอย่าเป็เช่นนี้ มานี่สิขอรับ ข้าจะอยู่กับท่านในคืนนี้เอง”
ในระหว่างคนทั้งสองกำลังหยอกล้อกัน ทันใดนั้นมีเสียงร้องใของเจียนอวี่ดังมาจากหน้าประตู
“ท่านอ๋อง ท่านมาที่นี่ได้อย่างไรกันขอรับ!”
กู้โยวหนิงและมู่อวิ๋นฮั่นต่างตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่งมู่อวิ๋นฮั่นก้มลงมองมือของกู้โยวหนิงที่ยังดึงชายเสื้อตนอยู่ จากนั้นเอ่ยเตือนสติประโยคหนึ่ง“เ้าควรจะปล่อยมือก่อนหรือไม่?”
“อ่าๆๆ ข้าขอโทษ!”กู้โยวหนิงรีบปล่อยมือจากเขา ทั้งยังช่วยจัดระเบียบอาภรณ์ที่ถูกตนเองดึงเล่น
ทันใดนั้นมีเสียงโครมครามดังสนั่นหวั่นไหวรั้วบ้านของมู่อวิ๋นฮั่นที่เก่าคร่ำครึเป็ทุนเดิมถูกถีบอย่างเต็มแรงจนถึงคราวสิ้นอายุขัยกู้โยวหนิงเงยหน้ามองร่างสูงใหญ่ที่ปรากฏอยู่หน้าประตูทันใดนั้นรับรู้ถึงปัญหาใหญ่ประการหนึ่ง เขารู้แค่ว่าต้องปล่อยมือจากชายเสื้อมู่อวิ๋นฮั่นแต่กลับลืมว่าควรจะลงมาจากกายบุรุษผู้นี้ด้วย
……
ตามด้วยเสียงคำรามเพราะความโกรธของฉู่อวี้ กู้โยวหนิงถูกเขาดึงลงมาทันใด
-----------------
1 จี๋เหมินตุ้นเจี่ยเกิดจากการผสมผสานหลักการของโหราศาสตร์จีนโบราณวิชาอี้จิงปากว้าและสู้ซู่วิชาอี้จิงคือระบบหนึ่งของวิทยาการโหราศาสตร์ภาคพยากรณ์ถือกำเนิดมาจากระบบความเชื่อของจีนโบราณั้แ่ยุคต้นโดยใช้กระดองเต่าในการทำนายส่วนอีกระบบหนึ่งเรียกว่า โหราศาสตร์ภาคคำนวณหรือสู้ซู่ ซึ่งระบบนี้ถือหลักมาจากการคำนวณแผนภูมิฟ้าดินหรือที่เราเรียกว่าเทียนกานตี้จือ
