ค่ำคืนแรกของการเข้ามาอยู่ในจวนอ๋องกู้โยวหนิงฝันถึงเื่ราวต่างๆ มากมาย ภายในฝัน จวนอ๋องกำลังเกิดความโกลาหลทันใดนั้นก็ได้ยินเสียงคนคนหนึ่งร้องเรียกเขา ขณะลืมตาขึ้นอย่างงัวเงีย พลันพบว่าฉู่อวี้กำลังผลักเขาเบาๆ“โยวหนิง ตื่นเถิด ยามนี้เ้าควรจะตื่นได้แล้ว เดี๋ยวค่อยกลับมานอนต่อก็ได้”
กู้โยวหนิงยังคงเกียจคร้านขณะที่ถูกฉู่อวี้ลากออกมาจากผ้าห่มหลังเอียงคอมองเขาอยู่ครู่หนึ่งถึงรู้ว่าตัวเองไม่ได้อยู่ในจวนอัครเสนาบดีที่นี่คือจวนอ๋อง ตอนนี้เขากลายเป็พระชายาแล้ว และวันนี้ต้องไปคารวะพ่อแม่สามีหรือก็คือฮ่องเต้กับฮองเฮานั่นเอง
นี่มันชีวิตเฮงซวยอะไรกันเนี่ย!กู้โยวหนิงได้แต่นึกในใจ ในที่สุดก็รู้ตัวแล้วว่า เขา! ออกเรือนแล้วจริงๆ!
ฉู่อวี้หัวเราะเมื่อเห็นท่าทางนิ่งอึ้งอย่างน่าเอ็นดูของคนตรงหน้าเขานั่งลงข้างกายอีกฝ่ายและเอ่ย “เ้ารีบลุกได้แล้ว ยังไม่สวมอาภรณ์อีก ข้ารับใช้ใกล้จะเข้ามาแล้วนะอีกครู่พวกเราต้องเดินทางเข้าวัง”
กู้โยวหนิงรู้สึกว่ายังนอนไม่พอใบหน้าเรียวเล็กพลันบิดเบี้ยวคล้ายกับจะร้องไห้ จากนั้นก็มุดกลับเข้าไปในผ้าห่มพลางเอ่ยพึมพำ“ข้าง่วง~ข้าอยากนอน~”
ฉู่อวี้หูตาว่องไวรีบคว้าตัวผู้ที่กำลังจะเข้าไปหลับในผ้าห่มอีกรอบ จากนั้นก็เอ่ยหลอกล่อว่า“ไม่ต้องนอนแล้ว เป็เด็กดีแล้วรีบลุกขึ้นมาเร็วเข้า กลับมาจากวังเ้าค่อยนอนต่อ”
กู้โยวหนิงปรือตาทั้งสองข้าง ปรายตามองฉู่อวี้อย่างเชื่องช้าครู่หนึ่ง“ท่านอ๋อง พวกเราควรจะไปช้าอีกสักนิด ไม่ต้องรีบร้อนหรอก ให้ข้านอนต่ออีกสักหน่อยเถอะนะ”
“เช้าวันถัดจากวันอภิเษกต้องเข้าเฝ้าฮ่องเต้และฮองเฮาจะชักช้าได้อย่างไรเล่า โยวหนิงต้องเชื่อฟังนะ รีบลุกขึ้นเร็ว!”
“ไปช้า ต้องไปช้าสักนิดในยามนี้ท่านอ๋องมีความดีความชอบจนทำให้ฝ่าาระแวงพระทัย ฝ่าาไม่เชื่อใจท่านท่านจำเป็ต้องทำตัวเหลวไหลจนถึงที่สุดเพื่อหลอกให้พวกเขาสับสน ทั่วฉางอันต่างรู้ว่าท่านโปรดปรานพระชายาเพียงใดหากจะลุ่มหลงจนทำตัวเหลวไหลไปบ้างย่อมเป็เื่ปกติ”กู้โยวหนิงอธิบายออกมาอย่างหน้าตาเฉย เอ่ยประโยคที่เป็ใจความสำคัญต่อท้ายว่า“เพราะฉะนั้น ท่านจงปล่อยให้ข้าหลับต่ออีกสักงีบหนึ่งเถอะ”
ไม่ว่าอย่างไรเ้าตัวดีก็ยังอยากนอนต่ออยู่ดี ฉู่อวี้ได้แต่ถอนหายใจอย่างจนปัญญา“ไม่ได้ กล่าววาจาเหลวไหล ย่อมทำให้บ้านเมืองล่มจม หากเป็เช่นนั้นเสด็จพ่อต้องตรัสตำหนิเ้าเป็แน่”
ท้ายที่สุด กู้โยวหนิงก็ถูกฉู่อวี้ลากให้ลุกออกจากเตียงและถูกจับสวมอาภรณ์ทว่ากู้โยวหนิงยังคงบ่นพึมพำอย่างไม่พอใจ “จะกลัวอะไรล่ะขอรับนี่คือแผนหลอกล่อศัตรู เื่การอภิเษกของเรา หากข้าเดาไม่ผิดฮองเฮาทรงเป็ผู้จัดการใช่หรือไม่เล่า ข้าคือผู้ที่ฮองเฮาเลือกหากข้ายิ่งไม่ดีเท่าใดก็ยิ่งทำให้ฮ่องเต้เข้าพระทัยว่าฮองเฮาปฏิบัติไม่ดีต่อท่านมากขึ้นเท่านั้นแค่เลือกพระชายาที่เป็บุรุษก็มากเกินพอแล้ว ยังไม่ยอมเลือกผู้มีคุณสมบัติเพียบพร้อมอีกคาดไม่ถึงว่าจะเลือกผู้ที่มารยาสาไถยเช่นนี้ถึงยามนั้นฮ่องเต้ต้องไม่พอพระทัยฮองเฮาอย่างแน่นอนชีวิตในวันข้างหน้าของท่านอ๋องคงสุขสบายขึ้นไม่น้อยนะขอรับ”
ฉู่อวี้รู้สึกอิ่มเอมใจโน้มกายเข้าใกล้ใบหน้าขาวนวล เอ่ยทั้งรอยยิ้ม “โยวหนิงเ้ากำลังใคร่ครวญเพื่อข้าอยู่หรือ”
กู้โยวหนิงมองใบหน้าหล่อเหลาที่โน้มเข้าใกล้ตนอย่างฉับพลันด้วยสายตานิ่งอึ้งจากนั้นค่อยๆ กลืนน้ำลายลงคอ พลางถดกายถอยไปด้านหลังอย่างเงียบเชียบ “แน่นอนขอรับกระหม่อมกับท่านอ๋องคือพันธมิตรที่ลงเรือลำเดียวกันแล้วแน่นอนว่ากระหม่อมต้องทำเพื่อท่านอ๋อง ไม่มีทางคืนคำแน่นอนขอรับ”
ฉู่อวี้หลุดหัวเราะออกมาเสียงดังเมื่อเห็นท่าทีลุกลี้ลุกลนของกู้โยวหนิงกู้โยวหนิงนิ่งงันไปครู่หนึ่ง ถึงได้รู้ว่าคนผู้นี้กำลังเย้าแหย่ตนใบหน้าแดงก่ำพลางจ้องฉู่อวี้ตาเขม็งด้วยความโมโห
ฉู่อวี้หัวเราะพลางหยิกแก้มเขาอยู่ครั้งสองครั้งครั้นกำลังจะเอ่ยบางอย่าง เฉิงกุ้ยกลับเคาะประตูตำหนักส่วนในเสียก่อน “ท่านอ๋องจวนจะถึงเวลาแล้วขอรับ หากยังชักช้ากว่านี้เกรงว่าจะไม่ดีนะขอรับ”
“อืม เข้ามาเถอะ” ฉู่อวี้เปลี่ยนสีหน้ากลับมาเป็ท่านอ๋องผู้สุขุมเ็าดังเดิมอย่างรวดเร็วทว่าก้านนิ้วยาวยังคงจดจำััเนียนนุ่มที่เพิ่งได้จับเมื่อครู่
วันถัดจากพิธีอภิเษกต้องเข้าเฝ้าฮ่องเต้และฮองเฮาโดยจำเป็ต้องสวมชุดราชสำนัก โดยทั่วไปพระวรชายาขององค์รัชทายาท พระชายาของชินอ๋องรวมถึงชายาเอกของเหล่าองค์ชายและเชื้อพระวงศ์ทั้งหลายล้วนมีชุดตี๋1เป็สีแดงสดกู้โยวหนิงคือบุรุษจึงไม่อาจสวมกระโปรงได้ดังนั้นชุดราชสำนักจึงมีลักษณะเช่นเดียวกับชุดของเหวินอ๋องเพียงแต่มีขนาดเล็กกว่าและเป็สีแดง ลวดลายัเปลี่ยนเป็ลายนกกระสาตรงบริเวณเอวไร้ซึ่งหยกแสดงถึงฐานะชินอ๋องทว่าเพิ่มเสื้อคลุมตัวยาวที่มีลักษณะชายแขนกว้างเข้ามาแทน
เมื่อเตรียมพร้อมเสร็จและเกี้ยวที่ใช้คนแบกจำนวนแปดคนจากพระราชวังมาถึงหน้าประตูจวนอ๋องเนื่องจากชุดที่กู้โยวหนิงสวมใส่ค่อนข้างยาวเกินไปทำให้ทันทีที่ก้าวเท้าออกจากประตูก็เกือบหกล้มหน้าคะมำ ทว่าดีที่ฉู่อวี้เข้าประคองไว้ทันท่วงทีเอ่ยถามด้วยความเป็ห่วงว่า “เ้าไม่เป็อะไรใช่ไหม?”
กู้โยวหนิงส่ายหน้ามองเสื้อคลุมตัวยาวชายแขนกว้างแล้วเอ่ยอย่างไม่พอใจ “ชุดราชสำนักนี่ยุ่งยากเสียจริงบอกว่าข้าสวมกระโปรงไม่ได้ แต่นี่มันต่างจากกระโปรงงั้นหรือ สู้สวมกระโปรงก็ไม่ได้สวมแล้วยังรู้สึกเย็นสบายเสียด้วยซ้ำ”
กู้โยวหนิงรวบเสื้อคลุมตัวยาวอย่างระมัดระวังจากนั้นมุดเข้าไปในเกี้ยว หันมองฉู่อวี้ผู้สะบัดชายอาภรณ์ด้วยท่วงท่าสง่างามก้าวขึ้นเกี้ยวด้วยท่วงท่าสง่างาม มิหนำซ้ำยังคงนั่งลงข้างเขาด้วยท่วงท่าสง่างามทันใดนั้นก็ค้นพบแล้วว่า ตนช่างเทียบกับคนผู้นี้ไม่ได้เลยสักนิด
ครั้นรอจนเกี้ยวถูกหามมาถึงหน้าประตูพระราชวังกู้โยวหนิงรีบะโลงมาเป็คนแรก ยังไม่ลืมหันหลังกลับไปมองฉู่อวี้ที่ยังคงลงจากเกี้ยวด้วยท่วงท่าสง่างามเช่นเดิมไม่มีผิดเพี้ยนกู้โยวหนิงได้แต่ลอบถอนหายใจ
เอาคนเปรียบกับคนไม่พ้นรู้สึกอยากตายเอาสิ่งของมาเปรียบกับสิ่งของก็หนีไม่พ้นรู้สึกอยากโยนทิ้ง
ฉู่อวี้เอื้อมมือไปหยิกแก้มกู้โยวหนิงเมื่อเห็นท่าทางเหม่อลอยของเขาเอ่ยทั้งรอยยิ้ม “เ้าคิดอะไรอยู่?”
“หือ? ไม่ได้คิด ไม่ได้คิดอะไรเลยขอรับ...” กู้โยวหนิงรีบส่ายหน้าอย่างร้อนตัวครั้นเห็นฉู่อวี้มองตนด้วยสีหน้าคล้ายกำลังยิ้มแต่กลับไม่ยิ้มจึงยิ่งทำให้เขาร้อนตัวมากกว่าเดิมรีบก้มหน้าหลบสายตาโดยที่หัวใจยังเต้นระรัวอย่างบ้าคลั่ง
“เช่นนั้นก็ไปกันเถอะ”
กล่าวจบก็เดินจับจูงมือกู้โยวหนิงมุ่งหน้าไปยังตำหนักเฟิ่งหลวนของฮองเฮาอย่างไม่รู้ร้อนรู้หนาวแต่อย่างใด
กู้โยวหนิงสะดุ้งใจบเกือบสบถยามมือหนากอบกุมมือตนพยายามดึงมือกลับและกล่าว “ท่านอ๋อง...ท่านอ๋อง...ทำเช่นนี้ไม่ดีนะขอรับ...ที่นี่ล้วนมีแต่สายตาผู้คน...”
ฉู่อวี้มีหรือจะยอมให้เขาดึงมือออกกลับยิ่งกุมไว้แน่นเสียยิ่งกว่าเดิม
“มีอะไรไม่ดีข้ากำลังประคองเ้าเพื่อไม่ให้หกล้มลงไปต่างหาก”
“ก็ยังไม่ดีขอรับท่านรีบ...รีบปล่อยมือข้าเถอะ บุรุษทั้งคู่มาเดินจับจูงมือกันเช่นนี้ ไม่ดูพิลึกไปหน่อยหรือขอรับ”กู้โยวหนิงพูดลอดไรฟัน ยังคงพยายามดึงมือตนกลับมา
“อืม ดูพิลึกยิ่งนัก”
ฉู่อวี้พยักหน้า กู้โยวหนิงถอนหายใจอย่างโล่งอกหนหนึ่ง“ใช่ไหมขอรับ ข้าถึงได้บอกให้ท่านรีบปล่อยมือ...”
ไม่รีรอให้เขากล่าวจบ ฉู่อวี้กลับเอ่ยแทรกขึ้นมาอย่างรวดเร็วว่า“ถ้าเช่นนั้นให้ข้าอุ้มเ้าคงจะดีกว่า แม้จากที่นี่ไปถึงตำหนักเฟิ่งหลวนจะไม่ไกลแต่ก็ไม่ใกล้เช่นกัน เ้าบอกว่าการที่เ้ากับข้าจับมือกันดูเป็เื่ประหลาดเช่นนั้นข้าอุ้มเ้าเสียก็สิ้นเื่”
“…” กู้โยวหนิงถึงกับนิ่งอึ้งแอบะโอยู่ในใจ นั่นมันไม่ยิ่งดูประหลาดกว่างั้นเหรอ!
ด้วยเหตุนี้ เหวินอ๋องจึงจับจูงมือพระชายาของตนด้วยท่าทีพึงพอใจเดินเอ้อระเหยอยู่ในพระราชวังด้วยบนใบหน้าเปื้อนยิ้มอย่างมีความสุขทว่าเมื่อหันไปมองพระชายาเหวินอ๋องกลับพบว่าเขากำลังขบเขี้ยวเคี้ยวฟันด้วยความอับอายระคนขุ่นเคืองเสียอย่างนั้น
……
เต๋อเซิ่งฮ่องเต้และฮองเฮาแซ่จ้าวกำลังประทับอยู่ภายในตำหนักเฟิ่งหลวนทันใดนั้นมีขันทีเข้ามากราบทูลว่าเหวินอ๋องและพระชายาเดินทางมาถึงแล้ว
เต๋อเซิ่งฮ่องเต้ไม่ตรัสสิ่งใดทว่าฮองเฮาเป็ผู้ตรัสพลางแย้มสรวล “รีบให้เข้ามาเร็ว ฝ่าาทรงกำลังรอพบพระชายาอยู่”
ไม่นานนักฉู่อวี้และกู้โยวหนิงพากันเดินเข้ามาข้างในคำนับไปทางฮ่องเต้และฮองเฮาอย่างนอบน้อม
เต๋อเซิ่งฮ่องเต้ทอดพระเนตรกู้โยวหนิงด้วยพระพักตร์ไร้ความรู้สึกใดหลายวันมานี้เขาได้ยินชื่อคนผู้นี้ไม่น้อยหน หนแรกคือคำครหาที่เล่าลือกันต่างๆนานา หนต่อมาคือเมื่อครั้งฉู่อวี้กล่าวว่าหลงรักคนผู้นี้ ไม่ว่าจะเป็หนใดล้วนแต่สร้างความประหลาดใจทุกครั้ง ทว่าเมื่อได้พบหน้ากู้โยวหนิงความประหลาดใจทั้งหมดที่มีพลันสลายไปจนหมดสิ้นฮ่องเต้รับสั่งเพียงไม่กี่ประโยคถึงให้พวกเขาลุกขึ้นนอกจากนั้นยังพระราชทานหยกที่ทำขึ้นอย่างประณีตให้กู้โยวหนิง
เขาไม่สามารถบอกได้ว่าชอบหรือไม่ชอบใจลูกสะใภ้ผู้นี้แรกเริ่มเดิมทีที่้าให้ฉู่อวี้อภิเษกพระชายา คิดเพียงว่าเป็บุรุษก็เพียงพอแล้วแต่นึกไม่ถึงว่าพระชายาของเหวินอ๋องจะเป็ผู้ที่งดงาม และทำให้ฉู่อวี้พึงพอใจมากเช่นนี้กระทั่งทำให้เกิดเป็เื่ราวเล่าขานไปทั่วฉางอัน
เต๋อเซิ่งฮ่องเต้มิได้ตรัสสิ่งใดอีกทว่าฮองเฮากลับมีท่าทียิ้มแย้มและเป็ฝ่ายตรัสชมฉู่อวี้อยู่หลายประโยค จากนั้นก็หันพระพักตร์มาทางฮ่องเต้“เมื่อหลายวันก่อนหม่อมฉันครุ่นคิดว่าผู้มีลักษณะเช่นใดกันถึงสามารถทำให้องค์ชายหกผู้เป็แม่ทัพใหญ่ของพวกเราลุ่มหลงได้มากเพียงนี้แต่เมื่อหม่อมฉันได้มาเห็น พระชายาช่างเป็ผู้ที่น่าเอ็นดูเสียจริง มิน่า องค์ชายหกถึงได้รักใคร่เสียยิ่งกว่าสิ่งใด”
เต๋อเซิ่งฮ่องเต้ทอดพระเนตรฮองเฮาเพียงครู่จากนั้นวางจอกน้ำชาแล้วตรัสด้วยพระสุรเสียงราบเรียบ “รักใคร่ย่อมเป็สิ่งสมควรพวกเ้าคือสามีภรรยากันแล้ว สามารถรักใคร่กันได้เช่นนี้ เจิ้นและมู่โฮ่ว2ของพวกเ้าจะได้วางใจสักหน่อย”
สิ้นพระสุรเสียงของฮ่องเต้ ฉู่อวี้และกู้โยวหนิงที่เพิ่งนั่งลงกลับต้องลุกขึ้นอีกครั้งอย่างรวดเร็วค้อมกายคำนับฮ่องเต้อีกครั้ง “ขอบพระทัยเสด็จพ่อ เอ๋อร์เฉินน้อมรับพระบัญชา!”
“ฝ่าาเพคะ เด็กสองคนนี้ยังมีสิ่งใดให้พวกเรากังวลอีกเล่าเมื่อครู่หม่อมฉันได้ยินนางกำนัลกล่าวกันว่าเหวินอ๋องของพวกเราเดินจับมือพระชายาเข้าวังเชียวนะเพคะ”
ถึงแม้ว่าพระพักตร์ของฮองเฮากำลังแย้มสรวลทว่าดวงพระเนตรกลับมีประกายวูบผ่าน เพราะนางจงใจเอ่ยประโยคนั้นออกมา
เดิมทีนาง้าเห็นฉู่อวี้หมางเมินต่อพระชายาหากเป็เช่นนั้น นางยังพอทูลกับฮ่องเต้ว่าฉู่อวี้ช่างไม่รู้ความไม่รับรู้ถึงความทุกข์ระทมของพระองค์ แต่เมื่อไม่นานมานี้กลับได้ยินว่าฉู่อวี้ทำดีต่อพระชายายิ่งนักคิดเพียงว่าเขาเสแสร้งแกล้งทำให้ฝ่าาทอดพระเนตร ทว่าเมื่อนางรู้ว่าสายตาที่ฉู่อวี้ใช้มองกู้โยวหนิงไม่ใช่สิ่งที่แสร้งแกล้งทำออกมาหากนางยังทูลกับฝ่าาว่าฉู่อวี้แผนสูง ก็คงไม่ต่างกับนางรนหาที่ตายด้วยตนเองสู้แสร้งทำเป็ยกยอปอปั้นความรักของพวกเขา อีกทั้งกู้โยวหนิงยังงดงามล่มเมืองคงยากที่ผู้คนจะไม่คิดว่าเหวินอ๋องคือผู้มักมากผู้หนึ่ง
หลังกู้โยวหนิงได้ฟังคำกล่าวของฮองเฮาพลันรู้ได้ทันทีว่าพระนางหมายถึงสิ่งใด เขาอดหัวเราะเยาะในใจไม่ได้ถ้าจะดูว่าใครเ้าชู้มักมาก ก็ไม่ควรตัดสินจากการที่เขาแสดงความรักต่อคนคนหนึ่งมากขนาดไหนแต่ควรดูว่าเขาแสดงความรักต่อผู้หญิงทั้งหมดกี่คนต่างหากในจวนเหวินอ๋องมีอนุชายาอยู่ไม่กี่นางยิ่งไม่ต้องพูดถึงองค์รัชทายาทหรือองค์ชายพระองค์อื่นแค่ดูจากหลานชายของเหวินอ๋องก็พอจะรู้ได้ ท่านอ๋องน้อยอายุสิบห้าแต่กลับมีอนุชายามากกว่าเหวินอ๋องเสียอีก ถ้าจะบอกว่าเขามักมากในกามคาดว่าฮองเฮาคงจะต้องเปลืองแรงเปล่าเสียแล้ว
เมื่อคิดเช่นนั้นจึงรู้สึกว่าการเป็เหวินอ๋องช่างไม่ง่ายเลยสักนิดกู้โยวหนิงอาศัยอยู่ในจวนขุนนางมาสิบปีได้ยินเื่ราวภายในราชสำนักมาไม่น้อยเช่นกันมารดาของเหวินอ๋องคือนางสนมตำแหน่งผิน สิ้นใจหลังคลอดเขาออกมา เดิมทีในวังหลวงถือเป็สถานที่ที่มีอันตรายรอบด้านฉู่อวี้ไร้มารดาคอยประคับประคอง ต้องคอยต่อสู้อยู่ภายในวังหลวงอย่างยากลำบากเพียงลำพังตอนนี้มีตำแหน่งเป็ถึงท่านแม่ทัพใหญ่ นอกจากนั้นยังมีบรรดาศักดิ์เป็ถึงชินอ๋องคงถือได้ว่าผ่านพ้นคืนวันที่มืดมิดเพื่อรอวันที่ฟ้ากระจ่างแต่น่าเสียดายที่ถูกตัดอนาคตโดยการถูกบังคับให้อภิเษกกับพระชายาที่เป็ผู้ชายอย่างนี้
กู้โยวหนิงลอบถอนหายใจอย่างปลงตกก้มหน้าดื่มน้ำชาพลางส่ายหน้า ชะตาชีวิตช่างน่าสงสารจริงๆแทบจะไม่ได้ต่างกับเขาสักนิด
เมื่อมีแม่เลี้ยง แม้แต่พ่อแท้ๆก็ยังกลายพ่อเลี้ยง เชื้อพระวงศ์ก็ไม่อาจละเว้น
เมื่อนึกมาถึงเื่นี้กู้โยวหนิงจึงยกจอกน้ำชาขึ้นมาเป็เครื่องอำพราง จากนั้นลอบมองไปทางฉู่อวี้ผลคือเขาดันถูกจับได้เสียก่อน เพราะฉู่อวี้กำลังจ้องมองเขาอยู่ก่อนยามนี้เผยสีหน้าคล้ายกำลังยิ้ม ทว่าไม่ได้ยกยิ้ม เป็เหตุให้กู้โยวหนิงลุกลี้ลุกลนจนต้องรีบก้มหน้าทำท่าดื่มชาอย่างตั้งอกตั้งใจในทันที
ใบหน้าของฉู่อวี้ฉายแววขบขันยิ่งกว่าคราแรกและทุกสิ่งที่เกิดขึ้น ล้วนตกอยู่ในสายพระเนตรของเต๋อเซิ่งฮ่องเต้
---------------------------------
1 ชุดตี๋คือเสื้อคลุมด้านใน
2 มู่โฮ่วคือคำที่เหล่าองค์ชายใช้เรียกฮองเฮามู่คือมารดา โฮ่วคือฮวางโฮ่วหรือฮองเฮา
