เย่ฝานไปร้านยาสมุนไพรมา 7 ร้าน ซื้อยาจีนมากว่า 10 ชนิด เสียเงินไปกว่า 2 แสนหยวน เงินทองที่มีติดตัวหายไปมากกว่าครึ่ง เมื่อเงินทองหายไปรวดเร็วเช่นนี้ เย่ฝานก็อดรู้สึกเ็ปไม่ได้
เย่ฝานนอนแช่น้ำในอ่างอย่างสบายอกสบายใจ พร้อมยกยิ้มที่มุมปาก
ถึงแม้จะเสียเงินไปกว่า 2 แสนหยวน แต่ตอนนี้เขาััได้ถึงพลังลมปราณในร่างกายที่เพิ่มขึ้น เย่ฝานจึงรู้สึกดีใจอยู่บ้าง
ชาติที่แล้วเขาถูกขนานนามว่าเป็ผู้รอบรู้ในด้านการฝึกตน ลูกศิษย์ในสำนักเมื่อพบปัญหาในการฝึกก็จะมาขอคำชี้แนะจากเขาเสมอ แต่ว่าเย่ฝานรู้ดีว่าลับหลังมีคนไม่น้อยที่ดูถูกเขา เซียนกับคนนั้นแตกต่าง ถึงเขาจะฉลาดขนาดไหน ก็อยู่ได้เพียงร้อยปี ส่วนนักพรตขั้นหยวนอิงมีชีวิตได้ถึง 2 พันปีทีเดียว แม้เย่ฝานจะแสร้งทำตัวไม่รู้ร้อนรู้หนาว ทว่าลูกศิษย์ในสำนักต่างก็มีวิทยายุทธ์เป็เลิศ ในใจของเขาจึงไม่มีความสุขเท่าที่ควร
เมื่อดูดซับยาที่เหลือจนหมดเกลี้ยง เย่ฝานก็ลุกออกจากอ่างอาบน้ำ
เย่ฝานขยับมือและเท้า ครุ่นคิดวิธีหาเงิน ครั้งก่อนที่เขาไปร้านยาสมุนไพร ได้พบกับสมุนไพรที่มีประโยชน์ไม่น้อย แต่ว่าโสมอายุเจ็ดสิบแปดสิบปีเพียงรากเดียวก็ราคาเป็ล้านแล้ว เย่ฟานรู้สึกอับอายกับเงินในกระเป๋าที่ไม่สามารถนำมาจ่ายค่าโสมนั้นได้
…
เย่ฝานหลับใหลอย่างสบายอารมณ์ พอตื่นแล้วก็ไปยังถนนกู่หวัน
บนถนนกู่หวันมีผู้คนสัญจรไปมา เย่ฝานพบเห็นแต่แผงขายของปลอมเต็มถนน ก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกผิดหวัง
“พี่เฟย พระพุทธรูปหยกองค์นี้ไม่เลวเลยนะ!”
“คุณผู้หญิงตาแหลมมาก พระพุทธรูปหยกองค์นี้ปลุกเสกมาจากเมืองชิงหย่วน ผู้ปลุกเสกอายุ 80 ปี เป็ยอดฝีมือที่แท้จริง” คำโบราณกล่าวไว้ว่า หยกมีคุณต่อเ้าของ หากคุณผู้หญิงซื้อไว้ หยกนี้จะช่วยคุ้มครองได้ คุณผู้หญิงจะไม่ผิดหวังแน่นอน”
“หยกนี้ราคาเท่าไรล่ะ!”
“สามหมื่น!”
หญิงสาวหันหน้าไปมองชายข้างกายอย่างมีความหวัง “พี่เฟย พี่ว่ายังไงคะ?”
เย่เผิงเฟยมองไปที่หญิงสาว ข่มความเ็ปไว้แล้วตอบอย่างเอาใจว่า “ในเมื่อเธอชอบ ก็ซื้อไว้เถอะ”
เย่ฝานกำลังจะเดินจากไป ชายหนุ่มคนนั้นก็พูดขึ้นมาว่า “โอ้ นี่ไม่ใช่คุณชายฝานหรือ ได้ยินว่าคุณถูกไล่ออกจากบ้านตระกูลเย่ ตอนนี้คุณไปอยู่ที่ไหนล่ะ! คงไม่ได้นอนข้างถนนหรอกนะ!”
“นายคือ?” เย่ฝานถาม
“คุณชายฝานช่างขี้ลืมจริงๆ นึกไม่ถึงเลยว่าจะจำฉันไม่ได้” ชายหนุ่มสีหน้าเปลี่ยนไป แสดงออกว่าไม่ชอบใจเท่าไรนัก
เย่ฝานจ้องมองชายหนุ่มไม่กี่ครั้งก็พลันนึกขึ้นได้ ชายหนุ่มเบื้องหน้าเป็ญาติห่างๆ ของบ้านตระกูลเย่ คนคนนี้มักจะคลุกคลีอยู่กับน้องชายของแม่เลี้ยงเย่จื้อเจ๋อ ความรักที่เย่หงเหวินมีต่อเย่จื้อเจ๋อ มากกว่าที่มีให้กับเย่ฝาน ทำให้เย่ฝานไม่มีฐานะอะไรในบ้านตระกูลเย่ แม้กระทั่งคนรับใช้ในตระกูลก็ยังกล้าดูถูกเย่ฝาน
“ฉันจำนายได้ นายเคยยืมเงินฉัน ตอนนี้นายจะคืนเงินฉันได้หรือยังล่ะ?” เย่ฝานถาม
เย่เผิงเฟยหน้าแดงขึ้นมา ก่อนจะตอบกลับว่า “ใครยืมเงินนายกัน ประสาท!”
เย่ฝานจับแขนของเย่เผิงเฟยไว้ แอบกดลงบนจุดเส้นลมปราณบนตัวของเย่เผิงเฟยไม่กี่จุด ทำให้เขาขยับตัวไม่ได้
“เมื่อ 2 เดือนก่อน ที่ร้านกาแฟซิงคง เขตซิงตง เมืองเฉิงหนาน นายยืมเงินฉันไป 2 แสน จำได้หรือยัง” เย่ฝานจี้จุดเส้นลมปราณบนร่างของเย่เผิงเฟยหลายจุดแรงขึ้น ทันใดนั้นเย่เผิงเฟยรู้สึกเหมือนโดนเข็มแทง
“นึกออกแล้ว เงินแค่นั้นเองไม่ใช่หรือไง? ฉันคืนให้นายก็ได้” เย่เผิงเฟยหัวเราะแห้งๆ
เย่เผิงเฟยโอนเงิน 2 แสนเข้าบัญชีธนาคารของเย่ฝานอย่างว่าง่าย เย่ฝานเห็นตัวเลขที่เพิ่มขึ้นในบัญชีธนาคารก็ยิ้มและพูดว่า “วันนี้ฉันช่างโชคดีจริงๆ ออกจากบ้านปุ๊บ ก็เจอคนที่ติดหนี้ฉัน เหมือนกับว่ากำลังจะเคลิ้มหลับก็มีคนส่งหมอนมาให้อย่างนั้นแหละ”
เย่เผิงเฟยเมื่อถูกเย่ฝานพูดใส่แบบนี้ เขาก็โกรธไปถึงทรวงใน
“ฉันไม่คุยกับนายแล้ว ขอตัวก่อนก็แล้วกัน” เย่ฝานโบกมือลาเย่เผิงเฟยแล้วจากไป
หญิงสาวข้างกายเย่เผิงเฟยพูดอย่างแปลกใจว่า “พี่เฟย ทำไมถึงให้เงินกับเขาล่ะ!”
“คนคนนี้ช่างน่าสงสารนัก เมื่อก่อนเป็ถึงคุณชาย แต่ตอนนี้ต้องกลายเป็ยาจก คิดเสียว่าสงเคราะห์คนจนก็แล้วกัน” ในใจเย่เผิงเฟยเต้นระรัว ใช่ว่าเขาอยากคืนเงินให้อีกฝ่ายเสียหน่อย แต่ถ้าไม่คืนก็ไม่ได้ เ้าเย่ฝานคนนี้ เมื่อครู่ไม่รู้ว่าทำอย่างไรถึงทำให้เขาเป็อัมพาตไปครึ่งตัว
“เ้าเย่ฝานคนนี้ เหมือนมีบางอย่างแปลกๆ” หญิงสาวขมวดคิ้ว
เย่เผิงเฟยคิดในใจว่า : ไม่น่าจะใช่นะ ตอนแรกเกือบจะจำเขาไม่ได้ ปกติแล้วเย่ฝานเป็คนเงียบขรึม ชอบก้มหน้าก้มตา ท่าทางเหมือนคนที่มีแต่ความโศกเศร้า แต่ดวงตาเป็ประกายคู่นั้น กลับดูมีชีวิตชีวา กระฉับกระเฉงและสดใสมาก
