เย่ฝานนั่งแผ่หลาหมดเรี่ยวแรงอยู่บนเบาะหลังรถยนต์
เจียงไห่หลินกำลังขับรถ เขาบังเอิญมองเห็นท่านั่งที่แน่นิ่งจนเหมือนิญญาหลุดออกจากร่างของเย่ฝานผ่านกระจกมองหลัง
“คุณชายเย่ คุณดูเหนื่อยมากเลยนะครับ?”
“เมื่อกี้ใช้พละกำลังมากไป จนเกินขีดจำกัดน่ะ” เย่ฝานตอบกลับอย่างี้เี
เจียงไห่หลิน “…” คำพูดนี้ทำไมถึงได้ฟังดูคลุมเครือแบบนี้?
“คุณชายเย่ครับ พี่ใหญ่ของผมเจอเื่แบบนี้ต่อไปจะมีผลร้ายอะไรตามมาไหมครับ?”
เย่ฝานกลอกลูกตาไปมา แล้วถามว่า “นายอยากรู้เหรอ?”
เจียงไห่หลินพยักหน้าแล้วตอบว่า “ผมอยากรู้ครับ”
เย่ฝานถอนหายใจเฮือกหนึ่ง แล้วพูดว่า “ในเมื่อนายอยากรู้ ฉันจะบอกนายก็ได้ อายุขัยของเขาจะสั้นลง ความจริงไม่ใช่แค่พี่ใหญ่ของนายเท่านั้น แม้แต่นายก็จะอายุสั้นลงไปด้วย แต่ไม่ต้องกังวล อย่างมากก็สั้นลงแค่เดือนสองเดือน เทียบกับพี่ใหญ่ของนายแล้วยังนับว่าดีกว่ามาก”
เจียงไห่หลินหยุดรถกะทันทัน ร่างของเย่ฝานเซไปข้างหน้า “ทำไมไม่ไปต่อล่ะ?” เย่ฝานถามด้วยน้ำเสียงเบื่อหน่าย
“ผมจะอายุสั้นเหรอครับคุณชายเย่? แล้วจะมีทางแก้ไขไหมครับ?” เจียงไห่หลินถามอย่างร้อนรน
เย่ฝานเห็นเจียงไห่หลินใจนหน้าถอดสี จึงเอ่ยออกมาอย่างช่วยไม่ได้ “นายจะมากลัวอะไรตอนนี้ กลางดึกกลางดื่นออกไปลองของกับผี?” นั่นก็เท่ากับว่านายเอาชีวิตไปแขวนอยู่บนความเป็และความตาย! แม้แต่ความตายนายยังไม่กลัว แค่มีชีวิตอยู่น้อยลงไปไม่กี่วัน นายจะกลัวอะไร?
เจียงไห่หลิน “…” เขาไม่ได้กล้าหาญขนาดนั้นหรอก! เขาออกไปลองของกลางดึกก็จริง แต่ก็ไม่ได้อยากตาย ก็แค่นึกสนุกขึ้นมาเท่านั้น! เขาเองก็รู้สึกเสียใจั้แ่เกิดเื่แล้ว
“คุณชายเย่ คุณต้องช่วยผมนะ!” เจียงไห่หลินกล่าว
เย่ฝานตอบกลับอย่างจนใจ “ดื่มน้ำซุปสมุนไพรบำรุงธาตุหยางก็จะดีขึ้น สมุนไพรจะหายากหน่อยนะ ราคาแพงด้วย”
“เื่นี้ผมจะหาวิธีจัดการเองครับ” เจียงไห่หลินกล่าว
เย่ฝานพยักหน้าแล้วพูดว่า “เอาเถอะ เดี๋ยวฉันจะเขียนใบสั่งยาให้นายเอง”
เจียงไห่หลินตอบกลับด้วยความซาบซึ้ง “ขอบคุณคุณชายเย่มากๆ เลยครับ”
เย่ฝานยิ้มแล้วพูดว่า “ไม่ต้องเกรงใจขนาดนั้นหรอก!”
เย่ฝานกลับถึงบ้านไม่นาน ในบัญชีก็ปรากฏยอดเงินเพิ่มขึ้นมาอีกสิบสองล้านหยวน เงินค่าจ้างเก้าล้านหยวนที่เหลือ เฉียนอวี้เป็ผู้โอนเข้ามา นอกจากนี้ยังมีเงินอีกสามล้านหยวนที่เจียงไห่หลินโอนเข้ามาต่างหาก อาจเป็สินน้ำใจที่เขามอบให้
ยอดเงินในบัญชีที่มากขึ้นอีกสิบกว่าล้านหยวน ทำให้เย่ฝานอารมณ์ดีเป็อย่างมาก
…
มีเงินสิบกว่าล้านหยวนอยู่ในกระเป๋า ทำให้เย่ฝานมั่นใจมากขึ้นเป็กอง เขาขับรถไปยังตลาดขายยาจีนที่ใหญ่ที่สุดในเมืองชาง
บนถนนสายหนึ่งในเมืองชาง มีร้านขายยาจีนเป็ร้อยๆ ร้านตั้งเรียงราย ดูโอ่อ่าตระการตา
“คุณลูกค้าท่านนี้ ้าซื้อสมุนไพรหรือคะ?”
“เอาอันนี้” เย่ฝานชี้ไปที่โสมต้นหนึ่งที่วางอยู่ในตู้โชว์
"คุณลูกค้าช่างตาแหลมนัก โสมแดงต้นนี้เป็โสมเก่าแก่ เป็สมบัติประจำร้านของเรา ราคาสามล้านหยวนค่ะ"
เย่ฝานพยักหน้าและพูดว่า “ฉันเอาต้นนี้”
เย่ฝานมองเห็นโสมแดงที่วางอยู่ในตู้โชว์ก็รู้สึกอารมณ์ดีขึ้นมา โสมแดงและโสมโลหิตนั้นมีความคล้ายคลึงกันมาก เย่ฝานคาดไม่ถึงว่าจะได้พบกับโสมโลหิตในที่แห่งนี้ เมื่อก้าวเข้าไปในร้าน เขาก็ััถึงพลังปราณที่เอ่อล้นจนผิดปกติ ไม่นานก็ได้พบกับเป้าหมายของเขา
วัยรุ่นคนหนึ่งเดินเข้ามาในร้าน พอเห็นโสมโลหิตที่วางอยู่ในตู้โชว์ สายตาก็พลันเป็ประกายขึ้นมา เขาพูดอย่างอวดร่ำอวดรวยว่า “โสมแดงต้นนี้ไม่เลวเลย ฉัน้าโสมต้นนี้ ราคาเท่าไร?”
“โสมแดงต้นนี้ ลูกค้าท่านนั้นได้ซื้อไว้แล้วค่ะ” พนักงานสาวในร้านขายยาจีน คิดอย่างประหลาดใจว่า โสมแดงต้นนี้วางโชว์อยู่ตรงนั้นมาตั้งหลายปีก็ไม่มีใครสนใจ จู่ๆ วันนี้กลับมีคน้าซื้อมันถึงสองคน
“จ้าวเลี่ยง เธอได้ของที่้าแล้วหรือยัง!” เย่อิ้งหลันเดินเข้ามาในร้าน
“เย่ฝาน นายเองเหรอ นายมาทำอะไรที่นี่?” เย่อิ้งหลันมองไปยังเย่ฝานแล้วเอ่ยขึ้น
เย่ฝานทำเสียงฮึดฮัด แล้วตอบกลับไปว่า “มันไม่เกี่ยวอะไรกับเธอ” เย่อิ้งหลันั้แ่เล็กจนโตก็ทำไม่ดีกับเ้าของร่างมาตลอด พอเย่ฝานเห็นหล่อนก็รู้สึกรำคาญขึ้นมา
“ฉันอยากได้โสมแดงนี่ แต่ว่าพี่ชายเธอซื้อไปแล้ว” จ้าวเลี่ยงกล่าว
เย่อิ้งหลันขมวดคิ้ว แล้วหันไปถามพนักงานขายว่า “โสมแดงนี้ราคาเท่าไร?”
“สามล้านหยวน!”
เย่อิ้งหลันจ้องมองอย่างโกรธแค้นพลางพูดว่า “เย่ฝาน นายไปเอาเงินมาจากไหน ขโมยเงินออกมาจากบ้านฉันหรือเปล่า”
เย่ฝานยิ้มเยือกเย็น ทันใดนั้นเขาก็ง้างมือตบลงไปที่แก้มของเย่อิ้งหลันหนึ่งฉาด “นังเด็กบ้า เธอกล้าใส่ร้ายฉันเหรอ! คนไร้การศึกษา สมกับที่เป็ลูกเมียน้อยจริงๆ ถึงได้พูดจาเหลวไหลอย่างนี้”
เย่ฝานตบไปอย่างแรงไม่มียั้ง หน้าของเย่อิ้งหลันบวมเป่งในทันที
เย่อิ้งหลันเอามือลูบหน้าของตน จ้องมองเย่ฝานอย่างไม่คาดคิด “แก… แกกล้าตบฉันเหรอ?”
เย่ฝานตอบกลับอย่างไม่ใยดีว่า “ก็เธอวอนหาเื่ ฉันก็เลยต้องลงมือไง!”
เย่อิ้งหลัน “…”
จ้าวเลี่ยงด่าออกไปด้วยความเครียดแค้น ”แกไอ้สารเลว แก...”
จ้าวเลี่ยงกำมัดแล้วชกไปทางเย่ฝาน เย่ฝานจับแขนของจ้าวเลี่ยงไว้ ก่อนจะทุ่มเขาลงไปกองกับพื้น “ดูท่าทางนายจะร่างกายไม่ค่อยแข็งแรง ยังอยากจะทำตัวเป็วีรบุรุษมาช่วยผู้หญิง ออกโรงช่วยหญิงงามก็ยังพอเข้าใจได้ แต่กลับมาช่วยหญิงสารเลวคนนี้เนี่ย สมองนายมีปัญหาหรือเปล่า?”
เย่ฝานหยิบโสมแดงที่วางอยู่บนตู้โชว์แล้วเดินออกจากร้าน เย่อิ้งหลันมองดูเย่ฝานด้วยดวงตาแดงก่ำ ก่อนจะะโออกไปว่า “เย่ฝาน นายหยุดเดี๋ยวนี้นะ”
เย่ฝานหันกลับมามองเย่อิ้งหลันแล้วหัวเราะอย่างเ็า เขาเดินจากไปอย่างสง่าผ่าเผย หาได้ยี่หระต่อคำพูดของหล่อนไม่
