เสียงกรีดร้องของสตรีดังขึ้นกงอี่โม่อุ้มกงเช่อที่ใบหน้าซีดขาวราวกับภูตผีขึ้นมายังเบื้องหน้าของผู้คน ั้แ่ชั่ววินาทีที่ตัวรถม้าแตกกระจายนั้นสาวรับใช้สองนางที่คอยดูแลกงเช่อก็ตกลงไปจากรถแล้วพวกนางรีบคุกเข่าอยู่บนพื้นโดยไม่กล้าขยับตัวอีก!
กงอี่โม่เงยหน้าขึ้นมอง มือข้างหนึ่งกำลังปกป้องหัวใจของกงเช่อนางเหลือบมองก้งกงและคนอื่นๆ ด้วยสายตาเ็า
สายตาเช่นนี้ของนางทำให้ก้งกงไม่กล้าแสดงท่าทางอวดดีอีกเขาหลบตัวอยู่ด้านหลังเหล่าทหาร ไม่กล้าเผชิญหน้ากับสายตาของกงอี่โม่
กงอี่โม่คลี่ยิ้ม
เพียงแต่รอยยิ้มของนางแฝงไปด้วยความอ่อนล้าและความผิดหวังจนถึงที่สุด
“เพราะเหตุใด? ตอนแรกพวกท่านก็เคยสาบานกับข้าบอกว่าจะรอข้า จะดูแลองค์รัชทายาทเป็อย่างดี แต่พอข้าเดินทางไปแล้วพวกท่านก็ทรยศข้าทันที เป็เพราะเขาฆ่าคนเป็การขู่พวกท่านหรือ?”
เมื่อถูกกงอี่โม่ชี้ตัว ก้งกงจึงหน้าซีดทันที! เขายืนขาสั่นจนแทบจะล้มลงกับพื้น!
หมอหลวงสวีได้ยินเช่นนี้ จึงรู้สึกผิดมากมาย
“เป็ความผิดของข้าเอง หากกล่าวว่าเป็การขู่จากก้งกง กล่าวว่าเป็เพราะข้าไม่สามารถขัดพระราชโองการได้ต่อไปยังดีเสียกว่าเพราะข้ายังมีภรรยาและบุตรสาว ข้าจึงจำเป็ต้องทำตาม” เขาคุกเข่าต่อหน้ากงอี่โม่
เมื่อเขากล่าวจบก็มีผู้คนจำนวนไม่น้อยที่พยักหน้าหลี่จ่างซือทำหน้าเศร้า “ข้าถูกบีบจนไร้ทางออก ญาติมิตรของข้าอยู่ที่เมืองหลวงหากทำให้ฝ่าากริ้วแล้ว พวกเขาจะมีชีวิตรอดได้อย่างไร?”
“ดังนั้นพวกท่านจึงไม่สนใจความเป็ความตายขององค์รัชทายาทด้วยการพาเขากลับไปตามคำสั่งหรือ? หากองค์รัชทายาทเสียชีวิตจริงๆ คนในตระกูลของพวกท่านจะยังหนีรอดได้อีกหรือ? ไม่รู้ว่าก้งกงกล่าวอะไรกับพวกท่านเพื่อเป็การรับประกันพวกท่านจึงกล้าเสี่ยงมากขนาดนี้!” กงอี่โม่หัวเราะเสียงดัง!
เมื่อกล่าวจบนางจึงเงยหน้าเล็กน้อยพร้อมหลับตานางกล่าวเสียงต่ำลงอย่างฉับพลันท่ามกลางสายลม
“ข้าเชื่อใจพวกท่านขนาดนี้ แล้วทำไมพวกท่านไม่เชื่อใจข้าสักครั้ง? ตอนนี้ทางเหิงสุ่ยกำลังรีบขุดอย่างจริงจัง อีกไม่กี่วันก็สามารถสร้างคลองเชื่อมต่อกับแม่น้ำหลงเถิงแล้วขอแค่พวกเราเดินทางผ่านทางน้ำ อีกไม่กี่วันก็สามารถกลับเมืองหลวงข้าทำตามคำพูดแล้ว แล้วพวกท่านล่ะ?!”
“พวกท่านล่ะ?!”
คำพูดของนางทำให้ผู้คนตกตะลึงอีกครั้งในขณะเดียวกันพวกเขาก็รู้สึกผิดอยู่ในใจ ไม่มีใครกล้าเงยหน้าขึ้นมอง
ทว่าพวกเขาไม่กล้าเดิมพัน! นับั้แ่ก้งกงฆ่าผู้ที่มีความมุ่งมั่นตั้งใจมากที่สุดอย่างหลิวซื่อหลางแล้วพวกเขาก็เริ่มลังเล เพียงไม่กี่ประโยคก็รู้สึกคล้อยตามคำพูดของก้งกงจากนั้นจึงทำตามคำพูดของอีกฝ่าย ตอนนี้เมื่อย้อนคิดดูแล้วพวกเขาก็รู้สึกเสียใจยิ่งนัก
มือของกงอี่โม่กำลังส่งพลังภายในให้กงเช่อสุดความสามารถจนกระทั่งพลังของนางแทบไม่เหลืออีกใบหน้าที่ไร้สีเืของกงเช่อในตอนแรกจึงเริ่มดูมีชีวิตชีวาขึ้นเล็กน้อย
นางแอบผ่อนลมหายใจ เวลานี้ก้งกงพลันจับตัวแม่ทัพจ้าวผู้เป็หัวหน้าของทหารทั้งหมดไว้พร้อมชูพระราชโองการขึ้นมา!
“แม่ทัพจ้าว! พระราชโองการอยู่ที่นี่! ข้าขอสั่งให้เ้ารีบจับตัวกงอี่โม่ทันที! เ้ากล้าขัดพระราชโองการรึ?!”
แม่ทัพจ้าวโกรธจนหน้าไร้สีเื เขารังเกียจคนอย่างก้งกงมานานนอกจากสมคบคิดกับคนนอกแล้ว ตอนนี้ยังกล้าสั่งให้เขาเล่นงานองค์หญิง!
“หน้าที่ของข้าคือการปกป้ององค์รัชทายาท! ข้ารับคำสั่งให้คุ้มกันองค์รัชทายาทกลับเมืองหลวง ดังนั้นข้าไม่มีทางฟังคำสั่งของท่านหรอก!” เขาเงยหน้าขึ้นพร้อมกล่าวอย่างแข็งกร้าว
“เ้า!” ก้งกงทั้งโกรธทั้งกลัวเขากลัวว่ากงอี่โม่จะเกิดความคิด้าฆ่าเขาในฉับพลันดวงตาเรียวเล็กของเขาแทบถลนออกมา
เมื่อได้ยินคำพูดของแม่ทัพจ้าวแล้วกงอี่โม่ที่เหนื่อยอ่อนไร้เรี่ยวแรงพลันรู้สึกอบอุ่นขึ้นในใจ นางรู้อยู่แล้วขอแค่นางตามมาทัน แม่ทัพจ้าวจะต้องยืนอยู่เคียงข้างนางเขาก็แค่จำเป็ต้องฟังคำสั่งของฮ่องเต้เท่านั้น ตอนนี้ขอแค่พวกเขายอมตกลงทุกคนก็นั่งเรือรีบกลับเมืองหลวงเท่านั้นก็พอแล้ว
“หึ! ไม่ฟังคำสั่งเขาแล้วข้าล่ะ?”
เสียงค่อนข้างแหลมเล็กเสียงหนึ่งดังขึ้น ฉางสี่ที่มีผมสีขาวโพลนปรากฏตัวอยู่เบื้องหน้าผู้คนราวกับภูตผีเขาถือพระราชโองการอยู่ในมือ ดวงตาเฉียบคมของเขามองไปที่กงอี่โม่โดยตรง!
“ทุกคนรับพระราชโองการ!”
ทุกคนรวมทั้งทหารรักษาพระองค์ต่างคุกเข่าลงทว่ากงอี่โม่กลับไม่มีท่าทีจะคุกเข่า นางมองเขาด้วยสายตาเ็าฉางสี่รออยู่ชั่วครู่ จากนั้นจึงถอนหายใจอย่างอดไม่ได้เขาเปิดพระราชโองการพร้อมอ่านขึ้น
“ฝ่าามีรับสั่ง องค์รัชทายาทกงเช่อไม่ทำตามรับสั่งขัดพระราชโองการหลายครั้ง นับั้แ่บัดนี้ถอดตำแหน่งพระราชโอรสยึดอำนาจทหารรักษาพระองค์คืน คุมตัวกลับเมืองหลวง ให้ออกเดินทางทันที ห้ามขัดขืนเด็ดขาด!”
เมื่ออ่านจบเขาจึงถอนหายใจหนึ่งครั้ง “องค์รัชทายาทยังไม่รับพระราชโองการอีกหรือ?”
กงอี่โม่พลันหัวเราะพร้อมกล่าวขึ้น“ตอนนี้ท่านพี่รัชทายาทเหลือเพียงลมหายใจสุดท้ายเท่านั้นเกรงว่าคงไม่สามารถออกมารับพระราชโองการได้”
คำพูดของนางทำให้ก้งกงหน้าซีดทันที ฉางสี่ตะลึงไปชั่วครู่เขามองใบหน้าซีดขาวของกงเช่อ ดูเหมือนว่าจะไม่ได้เสแสร้ง เขาจึงขมวดคิ้ว“ทำไมจึงอาการสาหัสถึงเพียงนี้?”
“แล้วอย่างไรล่ะ?” กงอี่โม่ยังคงหัวเราะ“ไม่รู้ว่าในเมืองหลวงลือกันไปถึงขนาดไหนแล้ว องค์รัชทายาทคิดการใหญ่? หรือว่าองค์รัชทายาท้ายึดพระราชวัง? จงใจขัดพระราชโองการ? ปฏิเสธการกลับเมืองหลวง?”
ฉางสี่ก้าวขึ้นไปด้านหน้าสองสามก้าวเขาพบว่าองค์รัชทายาทมีสภาพอ่อนแอมากจริงๆ ก็เหมือนกับที่กงอี่โม่กล่าวไว้เหลือเพียงลมหายใจสุดท้ายเท่านั้น
เขาแอบตำหนิอยู่ในใจ ตอนนี้เมืองหลวงมีแต่ความสับสนวุ่นวายไม่รู้ว่าเหตุการณ์นี้มีผู้เกี่ยวข้องมากเท่าใดไม่มีประโยคใดสามารถเชื่อถือได้อีกแล้ว
“ฉางสี่กงกง” กงอี่โม่เรียกเขาด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลราวกับเสียงตอนที่นางอยู่ในพระราชวังใน่แรก “ตอนนี้ท่านพี่รัชทายาทาเ็สาหัสข้าอยากพาเขานั่งเรือกลับเมืองหลวง หวังว่ากงกงจะอนุญาต”
แม้ว่ากงอี่โม่จะไม่ได้ก้มศีรษะ ทว่าคำพูดเต็มไปด้วยการขอร้องทำให้ฉางสี่ใจอ่อน ทว่าเขาจงรักภักดีต่อฮ่องเต้เมื่อคิดถึงพระประสงค์ของฮ่องเต้แล้ว เขาจึงต้องแข็งใจส่ายศีรษะ
กงอี่โม่กัดริมฝีปากล่าง นางกล่าวอย่างไม่ยอมแพ้“ข้ารับรองว่าเมื่อเรือถึงเหิงสุ่ยแล้ว คลองขนส่งจะเชื่อมต่อสำเร็จเรียบร้อยไม่มีทางทำให้การเดินทางของกงกงล่าช้า กงกง ท่านจะยอมอนุญาตสักครั้งไม่ได้หรือ?”
ฉางสี่คิดได้ว่าเมื่อหลายวันก่อนเขาได้รับรายงานเกี่ยวกับเหิงสุ่ย...์สร้างคลองขนส่ง ซึ่งส่วนนี้ทำให้ฮ่องเต้กริ้วจัดหากกงอี่โม่พาองค์รัชทายาทนั่งเรือกลับไปจริงๆ เกรงว่าฮ่องเต้จะกริ้วมากยิ่งขึ้น!
ดังนั้นฉางสี่จึงส่ายศีรษะอีกครั้ง
“องค์หญิงได้โปรดอย่าสร้างความลำบากใจให้ข้าเช่นนี้เลยให้ข้าเป็คนพาองค์รัชทายาทเดินทางกลับไปก่อน องค์หญิงโปรดวางใจข้าจะใช้พลังภายในของข้าช่วยปกป้ององค์รัชทายาทตลอดเส้นทางองค์รัชทายาทไม่มีทางเป็อันตรายอย่างแน่นอน”
“ฮ่า... ฮ่าๆ”
ท่าทางหนักแน่นและคำพูดของเขาทำให้กงอี่โม่หัวเราะนางหัวเราะจนหายใจไม่ทัน
ช่างน่าสนใจจริงๆ มีฉางสี่คอยปกป้องตลอดทางกงเช่อคงกลับถึงเมืองหลวงด้วยลมหายใจสุดท้าย ทว่าหากเขากลับไปเช่นนี้นั่นก็หมายความว่าเขากลับไปในฐานะขุนนางคิดฏ บางทีเขาอาจถูกพระโอรสองค์อื่นๆที่จ้องเล่นงานจงใจใส่ความเขาอีก!
ตายหรือมีชีวิตจะแตกต่างอย่างไรหรือ?
ถึงเวลานั้นแม้คลองขนส่งจะมีชื่อเสียงทั่วใต้หล้าทว่าเขากลับไม่มีความดีความชอบ ยิ่งไปกว่านั้นยังต้องตายพร้อมคำประณาม! กงอี่โม่ทุ่มเทมานานขนาดนี้ กงเช่อพยายามมานานขนาดนี้พวกเขาไม่มีทางยอมแพ้ไปอย่างง่ายดาย!
เมื่อเห็นกงอี่โม่ยังไม่ขยับ ฉางสี่จึงขมวดคิ้วเล็กน้อย
“หรือว่าองค์หญิงคิดจะขัดพระราชโองการเป็ครั้งที่สามหรือ?”
กงอี่โม่แอบจับกระบี่ที่อยู่ในแขนเสื้ออย่างลับๆนางเงยหน้าส่งยิ้มพร้อมเอ่ยขึ้น “แล้วทำไมจะไม่ได้ล่ะ?”
ฉางสี่ส่ายศีรษะเวลานี้มีสายลมพัดผ่านต้นไม้จนเกิดเป็เสียงเสียดสีกันมันดังร่วมกับเสียงถอนหายใจของเขา
“หรือว่าองค์หญิงจะไม่สนใจความเป็ความตายขององค์ชายเก้าแล้ว?”
“มันเกี่ยวกับกงเจวี๋ยอย่างไรหรือ?” สีหน้าของกงอี่โม่พลันเปลี่ยนไปเล็กน้อย
ฉางสี่หยิบจดหมายด่วนฉบับหนึ่งยื่นให้กับกงอี่โม่นางรีบรับมาพร้อมกวาดตาอ่านอย่างรวดเร็ว ยิ่งอ่านนางก็ยิ่งใ!
ที่แท้กงเจวี๋ยก็ไม่ยอมฟังคำห้ามปรามของนางและอ๋องแดนประจิมเขาพาคนเข้าไปสืบในโหลวเย่!
