เสียงวิพากษ์วิจารณ์รอบด้านยิ่งรุนแรงมากขึ้น แต่หลิ่วอวิ๋นชิงกลับไม่สนใจการตำหนิของผู้อื่น เมื่อมองไปยังใบหน้าหมดจดที่ดูน่าสงสารของคุณหนูฟางผู้นั้น กลับทำให้ใจของนางมีความสุขมากขึ้น
“ร้องไห้ทำไม? ตอนนี้มาแสร้งทำตัวน่าสงสาร เ้าไม่คิดว่าน่าเกลียดหรือ? ด้วยใบหน้าอันสูงส่งของเ้า หรือหวังว่าจะมีคุณชายที่ไหนออกมากู้หน้าให้เ้า? ไม่ดูหน้าตาตนเองเลยจริงๆ!”
“เ้า...”
สาวใช้เห็นว่าคุณหนูของตนถูกรังแก คิดจะต่อสู้สักเฮือกหนึ่ง จึงเดินไปด้านหน้าเพื่อแย่งที่ติดผมนั้นมา
หลิ่วอวิ๋นชิงเห็นดังนั้นก็ยิ้มอย่างเหยียดหยามแล้วชูของในมือขึ้นสูง อย่างไรก็ตามสาวใช้ผู้นั้นโกรธจนสูญเสียความยั้งคิด ใน่เวลายุ่งเหยิงจึงดึงผมของนางไปตามอารมณ์
“อา...”
หลิ่วอวิ๋นชิงเ็ป มองไปด้วยสายตาโกรธเคือง
เมื่อย้อนคิดถึง่เวลาหลายวันมานี้ หลิ่วอวิ๋นซูเป็ดั่งิญญาอาฆาตพยาบาทที่ตามติดไปทุกที่ ไม่เพียงแต่ทำให้นางทนทุกข์ทรมาน แล้วยังทำลายบุพเพสันนิวาสของนางอีก เมื่อคิดถึงบุคลิกอันองอาจห้าวหาญของคุณชายรองเฟิ่ง พริบตานั้นแค้นทั้งเก่าทั้งใหม่พลันทำให้หลิ่วอวิ๋นชิงดวงตาแดงก่ำ
นางคว้าเครื่องประดับทองใกล้มือแทงไปยังใบหน้าที่อยู่เบื้องหน้าของนางอย่างรุนแรง
“นังชั้นต่ำ ถึงกับกล้าทำร้ายข้าหรือ? ดูซิว่าข้าจะเก็บกวาดเ้าอย่างไร!”
พริบตานั้น เสียงกรีดร้องแหลมสูงดังขึ้น สถานการณ์วุ่นวายยุ่งเหยิงเป็อย่างมากทำให้ผู้คนไม่กล้าเข้าไปหยุด ใน่เวลานั้นเอง ใบหน้าของสาวใช้พลันเต็มไปด้วยเื
สาวใช้ผู้นี้เจ็บจนกรีดร้องออกมา แต่เมื่อคิดว่าคุณหนูของตนถูกทำให้อับอายต่อหน้าผู้คนมากมาย จึงกัดฟัน ต่อให้ใบหน้าของตนถูกหลิ่วอวิ๋นชิงขูด ก็ไม่ยอมปล่อยมือที่จับอยู่บนผมของนาง
อย่างน้อยวันนี้ จะอย่างไรนางก็ต้องช่วยคุณหนูเอาที่ติดผมชิ้นนี้มาให้ได้
คุณหนูฟางคิดไม่ถึงว่าทั้งสองคนจะลงมือลงไม้กันขึ้นมา หลังจากขัดแย้งอยู่ในใจครู่หนึ่งจึงเข้าไปห้าม
“อิงเถา เ้ารีบปล่อยมือเถิด ของชิ้นนั้นพวกเราไม่เอาแล้ว ไม่เอาแล้ว!”
หลงจู๊คิดไม่ถึงว่าเื่ราวจะลุกลามมาจนถึงขั้นนี้ ไม่ง่ายเลยกว่าที่จะได้สติกลับมาและรีบเข้าไปดึงคนออกมา นี่มันเื่อะไรกัน ถึงกับมาก่อเื่ทะเลาะวิวาทหน้าร้านของเขา แล้ววันหน้าเขาจะยังทำการค้าขายได้อย่างไร
“แย่แล้ว แม่นาง! ใช้ไม่ได้เลย! พวกท่านรีบหยุดมือเถิด รีบหยุดมือ!”
ใน่เวลาอันวุ่นวาย ท่ามกลางการฉุดกระชากพัวพัน ไม่ทราบว่าผู้ใดใช้แรงผลักคุณหนูฟางผู้นั้นจนล้มลงบนพื้น
สาวใช้เห็นดังนั้นก็ไม่สนใจของชิ้นนั้นแล้ว หันกายไปประคองนางขึ้น ในตอนนี้เอง หลิ่วอวิ๋นชิงที่อยู่ด้านหลังสายตาเต็มไปด้วยความบ้าคลั่ง ยกเท้าขึ้นยันลงไป สองนายบ่าวถูกถีบจนล้มลงกับพื้นอย่างรุนแรง
เมื่อมองทั้งสองคนบนพื้นที่ร้องไห้สะอึกสะอื้น หลิ่วอวิ๋นชิงก็ยิ้มออกมา ความอัดอั้นตันใจที่อยู่ในใจสลายไปไม่น้อย
นางโยนเครื่องประดับทองเปื้อนเืในมือลง หันกายไปด้วยใบหน้าหยิ่งยโส จากนั้นจึงจับผมอันยุ่งเหยิงของตนเองแล้วติดที่ติดผมในมือลงไป โบกสะบัดตั๋วเงินสองแผ่นแล้วจากไปโดยไม่สนใจผู้คนที่อยู่ท่ามกลางความหวาดกลัว
...
ไม่ผิดจากที่คาด หลังจากนั้นหลายวัน เื่ที่สาวใช้ของหย่งจี๋เสี้ยนจู่ตบตีผู้คนก็แพร่ไปทั่วทั้งเมืองหลวงราวคลื่นซัดสาด
“ฮูหยินผู้เฒ่าเ้าคะ ฮูหยินผู้เฒ่า...เกิดเื่ใหญ่แล้วเ้าค่ะ!” แม่นมที่เพิ่งกลับมาจากนอกจวนวิ่งเข้าเรือนมาด้วยใบหน้ากระวนกระวาย
ฮูหยินผู้เฒ่าหยิบชาโสมขึ้น กวาดตามองไปอย่างไม่พอใจ “อายุปูนนี้แล้ว เหตุใดจึงกระวนกระวายเช่นนี้อีก?”
“ฮูหยินผู้เฒ่าเ้าคะ...ครั้งนี้ไม่ดีจริงๆ แล้วเ้าค่ะ!”
“อะไรไม่ดีหรือ?” นางไม่ชอบฟังคำพูดคลุมเครือเช่นนี้เป็ที่สุด
“ข้างนอกลือกันไปทั่วแล้วว่าสาวใช้ของหย่งจี๋เสี้ยนจู่ขัดแย้งกับคนของใต้เท้าอาลักษณ์เพื่อที่ติดผมตัวหนึ่ง แล้วยังทำร้ายคนจนาเ็ด้วยเ้าค่ะ!”
คำพูดนี้ของแม่นม ทำให้ฮูหยินผู้เฒ่าสำลักชาโสมที่อยู่ในปากออกมาทันที!
“แค่กๆ อะไรนะ?” จะเป็ไปได้อย่างไร? ซูเอ๋อร์ทำสิ่งใดล้วนมีเหตุมีผลมาโดยตลอด จะไปส่งเสริมสาวใช้ตนเองให้ก่อเื่เช่นนี้ั้แ่เมื่อไร?
แม่นมรีบเข้ามาลูบหลังให้ฮูหยินผู้เฒ่า “ฮูหยินผู้เฒ่าเ้าคะ นี่เป็เื่จริงเ้าค่ะ คนนอกจวนล้วนพูดถึงเสี้ยนจู่ของพวกเราว่าหยิ่งยโสโอหัง อาศัยบารมีรังแกผู้อื่นเ้าค่ะ!”
ฮูหยินผู้เฒ่าสูดหายใจลึกๆ พยายามทำสมองของตนให้ปลอดโปร่ง
“ยังมัวตะลึงอะไรอยู่? ยังไม่รีบไปเรียกซูเอ๋อร์มาอีก? จะปล่อยให้คนนอกทำลายชื่อเสียงของซูเอ๋อร์ได้อย่างไร!” ในใจของฮูหยินผู้เฒ่าโกรธเป็อย่างมาก นิสัยของอวิ๋นซูนางย่อมเชื่อโดยไม่มีข้อสงสัย แต่วันนี้เกิดเื่เช่นนี้ขึ้น จะต้องมีผู้อื่นจงใจใส่ร้ายอย่างแน่นอน
ในเมื่อเื่นี้ได้ลือมาถึงหูของตนแล้ว เช่นนั้นซูเอ๋อร์จะรู้หรือไม่? หรือว่านางรู้ตัวคนที่สบประมาทนางคนนี้นานแล้ว?
ณ เรือนไผ่
แม่นมมาที่ประตูด้วยสีหน้าแปลกประหลาด แม้ว่านางจะเหมือนกับฮูหยินผู้เฒ่าที่ไม่เชื่อว่าอวิ๋นซูจะให้ท้ายสาวใช้ข้างกายให้ทำเื่เลวร้าย แต่ว่าหากไม่มีลมก็ไม่มีคลื่น เสี้ยนจู่คนนี้ดูเหมือนจะเป็คนไม่มีเื่มีราวอะไร นางจะทราบแล้วหรือไม่?
ในใจของแม่นมยิ่งเกิดความไม่สงบ กำลังคิดใคร่ครวญว่าจะกล่าวเตือนอวิ๋นซูก่อนหรือไม่
ภายในเรือน อวิ๋นซูกำลังโขลกยาให้อนุห้า นางสวมชุดสีขาวทั้งร่าง ไม่มีเครื่องประดับใดๆ อยู่เลย กระทั่งผมยาวดุจน้ำตกก็ใช้เพียงเชือกมัดไว้ข้างหลังอย่างง่ายๆ งดงามจนราวกับไม่ใช่มนุษย์
แม่นมมองอยู่ไกลๆ ยิ่งรู้สึกว่าข่าวลือที่ได้ยินน่าหัวเราะ ฝ่าาทรงประทานของแต่งตั้ง เล็กใหญ่ล้วนมี ของมีค่าทุกอย่างมีครบครัน เครื่องประดับแบบไหนเสี้ยนจู่ไม่เคยเห็นบ้าง? แล้วเหตุใดจึงต้องทำเื่ครั่นคร้ามแย่งชิงกับผู้อื่นด้วย
แม้ว่าสิ่งของในเมืองหลวงจะดี แต่ก็เทียบไม่ได้กับของในวัง ยิ่งไปกว่านั้น เดิมทีอวิ๋นซูก็เป็คนใจกว้างคนหนึ่ง สาวใช้ข้างกายของนางจะขาดแคลนของใช้พวกนี้ไปได้อย่างไร?
“แม่นมเ้าคะ ฮูหยินผู้เฒ่าให้มาเรียกคุณหนูหรือเ้าคะ?” บริเวณประตู ชุนเซียงที่กำลังห่อยามองไปยังแม่นมที่ยืนอยู่ตรงประตูเนิ่นนานไม่ขยับเขยื้อนอย่างสงสัย
อวิ๋นซูได้ยินก็หันไปมองด้วยสายตานิ่งสงบ
แม่นมรีบเดินเข้าไป แม้ว่าจะยิ้มแต่น้ำเสียงกลับสับสนอยู่บ้าง “เสี้ยนจู่เ้าค่ะ ฮูหยินผู้เฒ่าเรียกท่านไปพบเ้าค่ะ”
อวิ๋นซูขมวดคิ้ว ดูจากแม่นมแล้ว สีหน้าของนางบอกได้ว่าคงจะเกิดเื่อะไรขึ้น
เมื่อเดินผ่านระเบียง แม่นมพลันเอ่ยปาก “่นี้เสี้ยนจู่ให้สาวใช้ออกไปซื้อของหรือไม่เ้าคะ?”
“ใช้ให้สาวใช้หลายคนออกไปซื้อวัตถุดิบยามาบ้าง เหตุใดแม่นมจึงถามเช่นนี้หรือ?” อวิ๋นซูไม่เข้าใจ
“ไม่ ไม่มีอะไรเ้าค่ะ ก็แค่ถามดูเท่านั้น” แม่นมยิ้มอย่างกระอักกระอ่วนแล้วไม่พูดอะไรอีก
อวิ๋นซูเลิกคิ้วอันงดงามราวต้นหลิวขึ้น จนกระทั่งใกล้จะถึงเรือนของฮูหยินผู้เฒ่า แม่นมจึงพูดเสียงเบาขึ้นมา “เสี้ยนจู่ มีบางคำที่ไม่ทราบว่าจะกล่าวดีหรือไม่”
“แม่นมกล่าวออกมาได้ ไม่เป็อะไรเ้าค่ะ!” อวิ๋นซูหยุดฝีเท้าลง
“นอกจวนมีข่าวลือว่าท่านใช้อำนาจของหย่งจี๋เสี้ยนจู่ ให้ท้ายสาวใช้ไปแย่งซื้อของ กระทั่งลงมือทำร้ายผู้คนจนาเ็ ไม่ทราบว่าเสี้ยนจู่รู้เื่นี้หรือไม่เ้าคะ?” ในเวลาชั่วพริบตาสายตาของแม่นมมองนางเขม็ง ราวกับกำลังตัดสินใจอะไรบางอย่าง “ความจริงแล้ว ฮูหยินผู้เฒ่าเรียกเสี้ยนจู่ไปพบก็เพราะข่าวลือเื่นี้เ้าค่ะ”
อวิ๋นซูขมวดคิ้ว ข่าวลือ? ทุกครั้งที่นางออกไปข้างนอกล้วนแต่ทำเื่ราวจริงจัง ทั้งยังไม่มีใจไปฟังคำพูดนินทาของผู้อื่น ตกลงแล้วเื่เช่นนี้เกิดขึ้นเมื่อใดกันแน่?
“หรือว่าเสี้ยนจู่ไม่ทราบเ้าคะ?”
“เป็เื่เมื่อใด?” น้ำเสียงยังคงสงบนิ่ง ราวกับไม่เกี่ยวข้องกับนาง
แม่นมมองสีหน้าของนาง เหตุใดหลังจากที่เสี้ยนจู่ทราบแล้วจึงได้สงบนิ่งเช่นนี้? “นี่เป็เื่ที่ลือกันมาหลายวันแล้วเ้าค่ะ”
อวิ๋นซูพยักหน้าเบาๆ สายตาเจือไปด้วยความเคร่งขรึมอยู่หลายส่วน
ภายในเรือน สีหน้าของฮูหยินผู้เฒ่าไม่ดีนัก เมื่อเห็นสตรีผู้สง่างามเดินเข้ามา ความกังวลในใจก็เจือไปด้วยความจนใจหลายส่วน “ซูเอ๋อร์ รีบมาเร็ว! ย่ามีเื่จะถามเ้า”
อวิ๋นซูพยักหน้า เดินเข้าไปนั่งข้างกายฮูหยินผู้เฒ่า
“ซูเอ๋อร์ให้สาวใช้ไปซื้อเครื่องประดับอะไรที่ร้านชื่อร้านฝูเสียงจินหรือไม่?”
“ตอบท่านย่า ซูเอ๋อร์ไม่เคยให้สาวใช้ไปซื้อเครื่องประดับที่ร้านฝูเสียงจินเ้าค่ะ”
ฮูหยินผู้เฒ่าเงียบไปครู่หนึ่ง “ย่าเองก็รู้ดี ซูเอ๋อร์จะทำเื่เช่นนี้ออกมาได้อย่างไร! จะต้องมีผู้ติดตามของใครสักคนที่ใช้ชื่อของเ้าไปก่อเื่แน่ วางใจเถิด ครั้งนี้ย่าจะต้องทวงความยุติธรรมให้เ้า จะต้องสืบสวนเื่นี้จนกระจ่างให้ได้”
เื่เกี่ยวพันไปถึงหน้าตาของจวนชางหรงโหว หากไม่รีบหยุดยั้ง จะไม่เป็ผลดีอย่างมากต่อจวนโหว “อย่ากังวลไป มีย่าอยู่ จะต้องจัดการให้เ้าอย่างแน่นอน”
“ขอบพระคุณเ้าค่ะ!” อวิ๋นซูย่อมรู้ดีว่านางกำลังกังวลอะไร
“หลายวันนี้เ้าก็อย่าออกไปนอกจวนเลย! ้าอะไรก็ให้คนมาบอกย่า อยากจะรู้นักว่าเป็ผู้ใดที่ไปก่อเื่นอกจวนกันแน่!” สายตาของฮูหยินผู้เฒ่าเปล่งประกาย ราวกับในใจมีแผนอยู่หลายส่วน
“ซูเอ๋อร์ทราบแล้วเ้าค่ะ!”
จากนั้นอวิ๋นซูจึงจับชีพจรให้ฮูหยินผู้เฒ่าอีกครั้ง กำชับไปหลายประโยคแล้วจึงกลับเรือนไผ่
“ชุนเซียง เซี่ยเหอ อวี้เอ๋อร์” ในน้ำเสียงเรียบเฉยของอวิ๋นซูมีความเคร่งเครียดอย่างเห็นได้ชัด
ถึงแม้ว่าจะเชื่อใจสาวใช้ทั้งหลายของตนเอง แต่ก็สมควรสอบถามเื่ราว และยังต้องกระทำเื่ราวอย่างระมัดระวังรอบคอบ
“คุณหนู?” ทั้งสามวางงานในมือลง มองไปยังท่าทางเคร่งเครียดของอวิ๋นซูแล้วสบตากัน
“หลายวันมานี้นอกจากออกไปนอกจวนเพื่อไปซื้อวัตถุดิบยาให้ข้าแล้ว พวกเ้ายังไปที่ใดอีกหรือไม่?”
คำพูดนี้ของอวิ๋นซูทำให้สาวใช้ทั้งสามคนรู้สึกเหมือนจะมีเื่อะไรเกิดขึ้น พวกนางใคร่ครวญอยู่ครู่หนึ่งแล้วจึงพูดขึ้นทีละคน
“หลายวันมานี้บ่าวและเซี่ยเหอดูแลอนุห้าไม่ได้ออกไปนอกจวนเ้าค่ะ”
อวี้เอ๋อร์เอ่ยปากอย่างร้อนรน “นอกจากสามวันก่อนหน้านี้ที่คุณหนูสั่งให้อวี้เอ๋อร์ไปซื้อยาครั้งหนึ่ง หลายวันนี้ก็ทำความสะอาดอยู่ในเรือนตลอดเ้าค่ะ!”
ปากของอวิ๋นยังคงไม่พูดอะไรออกมา ทั้งสามสบตากัน “คุณหนูเ้าคะ วันนี้มีอะไรหรือ? เกิดเื่อะไรใช่หรือไม่เ้าคะ?” หรือว่าเื่นี้จะเกี่ยวข้องกับที่ฮูหยินผู้เฒ่าเรียกคุณหนูของนางไปเมื่อครู่นี้
อวิ๋นซูหลุบตาลงคิดครู่หนึ่ง ราวจึงเล่าเื่ข่าวลือด้านนอกออกมาให้ฟังอย่างง่ายๆ
พริบตาเดียว สาวใช้ทั้งสามก็รู้สึกหัวเราะไม่ได้ร้องไห้ไม่ออก กระทั่งชุนเซียงที่สุขุมมาโดยตลอดก็ยังอดไม่ได้ที่จะโกรธขึ้นมา “ฮึ! น่ารังเกียจเกินไปแล้ว ถึงกับมีคนเช่นนี้อยู่เชียวหรือ? ช่างไร้เหตุผลเสียจริง”
“ใช่ คนพวกนี้คิดอย่างไรกันแน่? คุณหนูของพวกเราจะสั่งสอนคนแบบนี้ออกมาหรือ? เกรงว่าจะเป็ตนเองที่สูญเสียการควบคุมตัวเสียมากกว่า!!!”
“ใช่แล้ว! เื่ใส่ร้ายพวกเราเป็เื่เล็ก แต่ถึงกับทำให้คุณหนูของพวกเราสูญเสียชื่อเสียง หากว่าข้ารู้ว่าเป็ผู้ใดทำ จะต้องถลกหนังของนางออกมาแน่!”
“เพราะนิสัยของคุณหนูดีเกินไป จึงได้มีคนไร้ยางอายเช่นนี้วางแผนใส่ร้าย!”
...
เมื่อพบกับความขุ่นเคืองของเหล่าสาวใช้ อวิ๋นซูกลับสงบนิ่งอย่างเห็นได้ชัด อย่างไรก็ตาม หากมีคนใช้ชื่อเสียงของนางก่อเื่ราวต่อไป เช่นนั้นก็ยุ่งยากแล้ว
“คุณหนูเ้าคะ ท่านคิดว่าคนผู้นี้คือใครหรือ?” ชุนเซียงเดินเข้ามาจับมือของอวิ๋นซู
อวิ๋นซูชำเลืองมองแล้วจึงส่ายหัว นางจำไม่ได้ว่าตนเองรู้จักคนน่าเบื่อเช่นนี่
“เอ๋? คุณหนูก็ไม่ทราบหรือ?” ในใจของสาวใช้ทั้งสามต่างก็ไม่อยู่กับเนื้อกับตัว เมื่อคิดว่าคนผู้นั้นอาจจะยังใช้ชื่อเสียงของคุณหนูของตนก่อเื่หลอกลวงอยู่ข้างนอกก็ยิ่งรู้สึกอัดอั้นตันใจ
อวิ๋นซูยิ้มบางๆ เก็บเื่นี้ไว้ในใจชั่วคราว
