กู้โยวหนิงร้องไห้อยู่ในอ้อมกอดของฉู่อวี้ ปากก็เอาแต่ส่งเสียงะโลั่นว่าตัวเองตายแล้ว
ใช่แล้วความฝันของกู้โยวหนิงเหมือนจริงมากมากจนเขาไม่สามารถกลับเข้าสู่ปัจจุบันได้ในระยะเวลาสั้นๆหลังจากร้องไห้อยู่พักหนึ่งถึงเริ่มได้สติกลับมา เขาเหม่อมองไปยังผู้คนทั้งห้องจากนั้นก็ย้อนกลับมาดูตำแหน่งที่ตนกำลังอยู่ กู้โยวหนิงถึงกับขนลุกขนพอง คลานหนีออกจากอ้อมกอดของฉู่อวี้ แล้วกลิ้งไปอยู่ขอบเตียงทันที เอ่ยอ้ำอึ้งอย่างหวาดระแวงว่า “ทะ...ทะ...ท่านอ๋อง”
ฉู่อวี้อดขำไม่ได้เมื่อเห็นท่าทีเช่นนั้นของกู้โยวหนิงแต่เมื่อได้ยินกู้โยวหนิงเรียกตนว่าท่านอ๋อง จึงแสร้งเอ่ยถามพร้อมทั้งตีสีหน้าเคร่งขรึมคล้ายกำลังกรุ่นโกรธ“อืม~ เ้าลืมที่ข้าเคยบอกแล้วหรือต้องเรียกข้าว่าอย่างไร?”
“ไม่ใช่!ไม่ใช่เช่นนั้นขอรับ! ไม่ลืมขอรับ...ไม่ได้ลืมสักนิดขอรับ!”กู้โยวหนิงรีบอธิบายพลางบีบมือตัวเองหลังจากนั้นมองเขาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความสงสัย “แต่ว่า...ท่านมาอยู่นี่ได้อย่างไรขอรับข้า...”
ฉู่อวี้กระตุกยิ้มมุมปากยื่นมือไปหยิบผ้าห่มขึ้นมาห่มให้กู้โยวหนิง “ข้าได้ยินว่าเ้าป่วยจึงมาดูเสียหน่อย”
กล่าวจบ ฉู่อวี้ก็หรี่ตามองไปทางกู้ถิงและฮูหยินแซ่หลี่ครู่หนึ่งพลันทำให้คนทั้งสองหวาดกลัวจนไม่กล้าเอื้อนเอ่ยคำใดออกมา ได้ยินว่าป่วยอะไรกันเป็ฉู่อวี้เองไม่ใช่หรือที่เป็ผู้บุกเข้าไปอุ้มกู้โยวหนิงออกมาจากห้องเก็บฟืนนั้น
ฮูหยินแซ่หลี่หวาดกลัวจนตัวสั่นเพราะได้ยินมาว่าเหวินอ๋องโเี้ยิ่งนักคนผู้นี้เข่นฆ่าศัตรูจนเปื้อนเืตั้งไม่รู้เท่าใด ทั้งร่างเปี่ยมไปด้วยกลิ่นอายของความดุดันนางกระทุ้งกู้เหรินอันอยู่สองสามทียามนี้นางและกู้ถิงไม่อาจออกหน้ากล่าวอะไรได้มากเพราะเื่ทั้งหมดล้วนเกิดจากพวกตนทั้งนั้นดังนั้นนางจึงรีบส่งสัญญาณบอกให้กู้เหรินอันรีบแสดงความห่วงใยต่อกู้โยวหนิงมิเช่นนั้นแล้ว เหวินอ๋องอาจจะคิดไปว่าจวนอัครเสนาบดีฝ่ายซ้ายละเลยกู้โยวหนิง
กู้เหรินอันลอบพยักหน้าให้ท่านพ่อและท่านแม่ก้าวออกมาพลางส่งยิ้มให้กู้โยวหนิง “ในที่สุดเ้าก็ฟื้นแล้วท่านอ๋องอยู่ที่นี่เพื่อเฝ้าเ้าตลอดทั้งคืนท่านพ่อและท่านแม่ก็เป็ห่วงจนข่มตาหลับไม่ได้ เ้าฟื้นขึ้นมาก็ดีแล้วภายหน้าจงอย่าได้หัวแข็งเช่นนี้อีกเลยยอมแพ้ให้ท่านพ่อกับท่านแม่ตนบ้างจะเป็อะไรไปครั้งนี้เ้าเพียงแค่ถูกขังไว้ในห้องเก็บฟืนหากเป็พวกเราคงจะถูกเฆี่ยนตายเสียแล้ว”
กู้โยวหนิงฟังจบถึงกับต้องกลอกตา กู้เหรินอันคนนี้เหมือนแม่ไม่มีผิดคำพูดอาจจะดูน่าฟังแต่ฟังจากที่พูดแล้วไม่ต่างกับเขาเอาแต่ใจไม่ฟังใครอย่างไรอย่างนั้น
ครั้นฉู่อวี้สังเกตเห็นท่าทีของกู้โยวหนิงพลันรู้ว่าคำกล่าวของกู้เหรินอันไม่อาจเชื่อถือได้ ในขณะเดียวกันกู้ชิงซวงรีบร้อนเข้ามาข้างในหลังรู้ว่ากู้โยวหนิงฟืนแล้ว นางลืมกระทั่งคำนับฉู่อวี้และกู้ถิงรีบตรงไปยังเตียง จากนั้นร้องไห้ออกมาเมื่อเห็นใบหน้าซีดเซียวของกู้โยวหนิง
“โยวหนิงต้องลำบากเสียแล้ว มีตรงไหนที่ยังเ็ปอยู่หรือไม่เ้าอยากกินอะไรจงบอกพี่”
กู้โยวหนิงเม้มริมฝีปากพลางมองไปยังใบหน้าดั่งดอกสาลี่ต้องหยาดฝนของกู้ชิงซวงในตอนนี้ราวกับจิติญญาของเจี๋ยป่าวอวี้เข้าสิงเขาอีกหนเขาเอื้อมมือไปเช็ดน้ำตาบนดวงหน้ากู้ชิงซวง เอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนว่า“ท่านพี่ไม่ต้องร้องไห้แล้ว โยวหนิงไม่เป็อะไร ไม่เป็อะไรแล้วจริงๆ ขอรับท่านดูสิ ตอนนี้ข้าก็ยังดีอยู่ไม่ใช่หรือ ไม่ต้องร้องแล้ว หยุดร้องไห้ได้แล้ว”
กู้ชิงซวงเงยหน้าขึ้นมองเขา พยักหน้าทั้งน้ำตา “ถ้าเช่นนั้นก็ดีแล้ว”
ฉู่อวี้ที่นั่งอยู่ด้านข้างถึงกับมึนงงทันใดนั้นขมวดคิ้วเป็ปม เดินเข้าไปปัดมือที่กำลังจับกันอยู่ของคนทั้งสองออกกู้ชิงซวงสะดุ้งใ นางรู้ั้แ่เมื่อคืนวานว่าคนผู้นี้คือเหวินอ๋องหรือผู้ที่กู้โยวหนิงกำลังจะเข้าพิธีอภิเษกด้วย จึงรีบลุกขึ้นทำความเคารพเขาทันที
“คำนับเหวินอ๋องเ้าค่ะ”
ฉู่อวี้ยังมีแสดงสีหน้าไม่น่าดูนักเช่นเดิมมองพิจารณานางอยู่ครู่ใหญ่ ถึงยอมบอกให้นางลุกขึ้นเขาไม่มีความทรงจำใดเกี่ยวกับแม่นางชิงซวงผู้นี้สักนิดชาติที่แล้วเขาไม่เคยรู้มาก่อนว่ากู้โยวหนิงกับลูกพี่ลูกน้องจะมีไมตรีต่อกันแต่ชาติที่แล้วเขาไม่สนใจไยดีกู้โยวหนิงเพราะเช่นนั้นเื่ที่เขารับรู้เกี่ยวกับกู้โยวหนิงย่อมต้องน้อยนิดครั้นนึกได้ดังนั้น ฉู่อวี้อดไม่ได้ที่จะแสดงสีหน้าอ่อนโยนแล้วหันไปหากู้โยวหนิง“เ้าพักผ่อนและรักษาตัวให้ดีเถิด วันพรุ่งนี้ข้าจะมาหาเ้าอีกครั้ง”
กู้โยวหนิงพยักหน้าตอบเมื่อเห็นจากสีหน้าผู้คนในห้องก็รู้แล้วว่าพากันกลัวเหวินอ๋องหัวหดอดไม่ได้ที่จะแอบดีใจ เหวินอ๋องนี่เจ๋งจริงๆ!
ฉู่อวี้มองกู้โยวหนิงครู่หนึ่งแล้วส่งยิ้มให้เขาเมื่อหันหลังไปพลันเปลี่ยนสีหน้าเป็เหวินอ๋องผู้ดุดันดังเดิม เอ่ยออกคำสั่งว่า“หมอหลวงลู่ เ้าจงอยู่ที่นี่เพื่อดูแลคุณชายห้าตระกูลกู้”
หมอหลวงอายุน้อยในชุดราชสำนักที่ยืนอยู่ด้านข้างโค้งคำนับทันที “ขอรับ”
ฉู่อวี้หันไปทางองครักษ์ข้างกายที่ติดตามตนมาด้วย“พวกเ้าอยู่ที่นี่ คอยดูแลคุณชายห้าตระกูลกู้”
“ขอรับ”
องครักษ์จำนวนหนึ่งตอบรับด้วยน้ำเสียงแข็งขันทำให้กู้ถิงและฮูหยินแซ่หลี่ถึงกับเหงื่อตก สั่งให้องครักษ์มาอยู่ในจวนเช่นนี้คงกลัวว่ากู้โยวหนิงจะถูกรังแกอีกเป็แน่ แต่ถ้าเื่นี้แพร่งพรายออกไปผู้คนในจวนอัครเสนาบดีจะเอาหน้าที่ไหนไปพบผู้คนกัน
ฮูหยินแซ่หลี่มองไปยังสามีตนครู่หนึ่ง ส่งสายตาให้เขารีบออกหน้าโดยเร็ว
กู้ถิงเป็ถึงขุนนางใหญ่ของราชสำนักแม้ว่าเื่ในจวนจะจัดการได้ไม่ดีอย่างไรแต่นั่นไม่ได้หมายความว่าเขาจะเป็เพียงหญ้าอ่อนไม่เช่นนั้นแล้วคงไม่สามารถต่อกรกับอัครเสนาบดีฝ่ายขวาเป็เวลาหลายปีเช่นนี้ได้
กู้ถิงเดินออกมาแล้วโค้งคำนับ “ท่านอ๋อง หากทำเช่นนี้ดูจะไม่เหมาะสมเท่าใดนะขอรับ!”
ฉู่อวี้มองกู้ถิงเพียงชั่วครู่มุมปากกระตุกยิ้มเย็น “สั่งให้คนของจวนอ๋องมาอยู่ในจวนอัครเสนาบดีเช่นนี้แน่นอนว่าเป็เื่ไม่เหมาะสมทว่าเปิ่นหวางไม่วางใจอย่างยิ่งที่จะให้ว่าที่พระชายาอยู่ที่นี่เพียงลำพัง”
อะไรกันจะยังมีสิ่งใดไม่น่าไว้วางใจอีก มิใช่แค่ขังไว้ในห้องเก็บฟืนเท่านั้นเองหรือ? หากท่านไม่สบายใจนักเหตุใดจึงไม่พากลับจวนไปเสียก็สิ้นเื่! กู้ถิงขมวดคิ้วพลางลอบบริภาษในใจทว่าภายนอกกลับกล่าว “โยวหนิงมิได้เป็อะไรแล้ว ท่านอ๋องโปรดวางใจได้ขอรับ”
ฉู่อวี้ลอบยิ้มในใจกู้ถิงผู้นี้รู้จักใช้สี่ตำลึงปาดพันชั่ง1ได้ดีทีเดียวเคยได้ยินแต่แม่ใหญ่รังแกบุตรอนุ แต่ไม่เคยได้ยินมาก่อนว่าบิดาแท้ๆจะรังแกบุตรอนุเช่นกัน
“ได้ยินท่านอัครเสนาบดีฝ่ายซ้ายกล่าวเช่นนี้ เปิ่นหวางก็สามารถวางใจได้ชั่วคราว” ฉู่อวี้หันไปมองกู้โยวหนิงที่กำลังนั่งนิ่งอยู่บนเตียง ส่งยิ้มให้เขาครู่หนึ่งจากนั้นหันกลับมาหากู้ถิง “คนผู้นี้คือว่าที่พระชายาของข้า เขาจะพำนักอยู่ที่จวนแห่งนี้ชั่วคราวเท่านั้นใต้เท้าจงอย่าให้เขาได้รับความไม่เป็ธรรมใดๆ อีก”
“มิบังอาจมิบังอาจขอรับ!” กู้ถิงโค้งคำนับลงต่ำกว่าเดิมอีก
ฉู่อวี้ส่งเสียงฮึในลำคอเขารู้ว่าตนสามารถพากู้โยวหนิงไปอยู่ที่จวนคืนก่อนอภิเษกค่อยส่งตัวกลับมาให้พอเป็พิธีได้แต่ที่ทำเช่นนี้เพราะเขา้าจะออกหน้าแทนกู้โยวหนิง เป็การประกาศกับกู้ถิงอย่างเปิดเผยว่าข้ายังไม่รับเขาไปตอนนี้ และเขาจะอยู่ที่นี่ เ้าลองแตะต้องเขาแม้แต่นิดดูสิ!
----------------------------------
1 สี่ตำลึงปาดพันชั่ง เป็กระบวนท่าของวิชาต่อสู้เป็การปัดวิชาต่อสู้ต่างๆ ของฝ่ายตรงข้างให้พ้นไปจากตัวผู้ใช้ หรือรู้จักวิธีหลบหลีก
