เดิมทียังคิดว่าท่านอาจารย์กลับมาแล้ว ไม่นึกว่าเงยหน้าขึ้นกลับเห็นรอยยิ้มมืดครึ้มของอนุสี่
หลิ่วเฉิงซีปิดหนังสือในมือโดยพลัน หยัดกายลุกขึ้นยืนจะจากไป แต่กลับถูกอนุสี่ขวางทางเอาไว้ “คุณชายซีกำลังทำการบ้านอยู่หรือ? ฉลาดเฉลียวรู้ความถึงเพียงนี้ ไม่เหมือนกับที่นายท่านกล่าวเลยแม้แต่น้อย”
“...ท่านพ่อกล่าวอะไรกับเ้า?”
อนุสี่ถูกถามจนชะงัก เบนสายตาออกด้วยความกระอักกระอ่วน “ไม่มีอะไรหรอก คุณชายซีไม่ต้องใส่ใจ”
“คุณชายอย่างข้ากำลังถามเ้า ท่านพ่อกล่าวอะไรกับเ้า?!” หลิวเฉิงซีให้ความสำคัญกับตำแหน่งฐานะของตนในใจของท่านพ่อและท่านแม่เป็อย่างมาก
“เช่นนั้น อี๋เหนียงจะบอก คุณชายก็อย่าได้เสียใจไปเลย อย่างไรเสียอี๋เหนียงก็คิดว่านายท่านเพียงแค่พูดไปตามใจเท่านั้น”
หลิ่วเฉิงซีใบหน้ามืดครึ้ม มีท่าทางอดรนทนไม่ไหวอย่างชัดเจน อนุสี่จึงหัวเราะฮี่ๆ ออกมา “ตอนที่นายท่านกับข้าอยู่ด้วยกัน กล่าวว่าคุณชายดื้อรั้น หลังจากกลับจวนหากคุณชายก่อเื่อะไรก็ให้ข้าอดทนให้มาก ทั้งยังกล่าวว่ารู้สึกอับจนหนทางกับคุณชาย ทุกวันมักจะมีอาจารย์ไปบอกกล่าวกับเขาว่าคุณชายทำให้ผู้คนรอบข้างปวดหัวอยู่เสมอ”
“...ท่านพ่อ กล่าวเช่นนี้จริงๆ หรือ?”
อนุสี่ถอนหายใจเบาๆ “นายท่านกล่าวว่า ความจริงความสัมพันธ์ต่อฮูหยินก็ไม่ดีนัก ที่สำคัญคือกลัวว่าคุณชายจะเสียใจ จึงได้แสร้งทำท่าทางรักใคร่ออกมาต่อหน้า เขากล่าวว่าคนที่เขารักอย่างแท้จริงก็คือข้า และให้ความสำคัญกับเด็กในท้องของข้า กล่าวว่าเด็กคนนี้เกิดออกมา นิสัยจะต้องอ่อนโยนและฉลาดเหมือนข้าอย่างแน่นอน คงไม่กระทำความผิดซ้ำยังเอาแต่ใจ เฮ้อ แต่คุณชายวางใจเถิด รอบุตรของข้าเกิดมา นายท่านคงจะไม่สนใจอบรมแล้ว คุณชายก็สามารถเที่ยวเล่นได้อย่างเต็มที่ ไม่จำเป็ต้องกังวลว่านายท่านจะไม่พอใจอีก”
ความหมายของคำพูดนี้ของนางก็คือ รอให้บุตรของนางคลอดออกมาก่อน นายท่านจะทุ่มเททุกสิ่งทุกอย่างให้เด็กคนนี้ จะไม่สนใจเื่ของหลิ่วเฉิงซีอีกต่อไป
“เ้า...เ้าโกหก!” คุณชายน้อยผู้นี้ถูกทำให้โกรธเข้าจริงๆ แล้ว เขาถึงกับยื่นมือออกไปผลักอนุสี่อย่างแรง เหตุการณ์นี้ถูกอาจารย์ที่เพิ่งกลับมาเห็นเข้าพอดี “คุณชาย นั่นท่านกำลังทำอะไร?”
อี๋เหนียงผู้นี้กำลังตั้งครรภ์ เหตุใดจึงผลักเช่นนั้นได้เล่า? อาจารย์พลันมีท่าทางเข้มงวดจริงจัง ยังนึกไปว่าหลังจากที่นายท่านกลับมาคุณชายจะรู้ความมากขึ้น ไม่คิดว่ากลับกลายเป็ยิ่งร้ายแรงขึ้นได้
อนุสี่ประคองร่างกายให้มั่นคง ท่าทางพลันเปลี่ยนเป็ได้รับความอยุติธรรมอย่างน่าสงสาร “ท่านอาจารย์ เป็ข้าที่ไม่ดีเอง ไม่เกี่ยวกับคุณชายหรอกเ้าค่ะ”
หลิ่วเฉิงซีเห็นท่าทางไหลไปตามน้ำของนาง ผู้ที่ไม่ทราบยังคิดไปว่านางได้รับความอยุติธรรมมากน้อยเพียงใดกันแน่ “เ้าไสหัวไป! ไปหัวออกไปจากที่นี่ มิฉะนั้น มิฉะนั้นคุณชายอย่างข้าจะเผากระทั่งเรือนของเ้า!”
อะไรนะ?! อาจารย์พลันเบิกตากว้าง “พูดจาเหลวไหล! พูดจาเหลวไหล!”
ภายในห้องหนังสือ
“นายท่าน บัณฑิตชราอย่างข้าไร้ความสามารถ ไม่สามารถสั่งสอนคุณชายซีให้เดินบนเส้นทางที่ถูกต้องได้ ขอนายท่านโปรดเชิญอาจารย์ผู้เปี่ยมความสามารถท่านอื่นมาเถิดขอรับ”
นายท่านสองขมวดคิ้วแน่น “เฉิงซีกล่าวเช่นนั้นจริงหรือ?”
อาจารย์พยักหน้า เขายากจะเชื่อว่าคุณชายน้อยผู้หนึ่งจะมีความคิดชั่วร้าย ้าทำร้ายผู้อื่นเช่นนี้ วันหน้าไม่ทราบว่าจะแสดงท่าทางแบบไหนออกมาอีก
นายท่านสองสูดหายใจลึก “เด็กๆ ไปพาคุณชายซีมา!”
ตอนนี้เอง อวิ๋นซูได้พาหลิ่วเฉิงซีมารอด้านนอกแล้ว ใบหน้าอันดื้อรั้นของคุณชายน้อยไม่มีความสำนึกผิดเลยแม้แต่น้อย อวิ๋นซูทำเพียงแตะไหล่ของเขาเบาๆ ทันใดนั้นคุณชายน้อยเงยหน้าขึ้นมองดวงตาของนาง “พี่ซู ท่านก็คิดว่าเฉิงซีดื้อรั้นหรือขอรับ?”
อวิ๋นซูรู้สึกประหลาดใจที่จู่ๆ เขาก็ถามเช่นนี้ จึงส่ายหน้าเบาๆ “ไม่...”
เสียงประตูเปิดออก ข้ารับใช้เดินออกมาด้วยใบหน้าเคร่งเครียด แต่ไหนแต่ไรไม่เคยเห็นสีหน้าเข้มงวดเช่นนั้นของนายท่านมาก่อน เขาเดินมาเบื้องหน้าหลิ่วเฉิงซีแล้วกล่าวเสียงต่ำ “คุณชายซี นายท่านเรียกท่านขอรับ! อย่า...อย่าทำให้นายท่านไม่พอใจอีกเลยขอรับ!”
“เฉิงซี...” เสียงของฮูหยินดังขึ้นจากข้างหลัง หลิ่วเฉิงซีก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าวไม่ยอมหันกลับไป จึงไม่ได้เห็นความกังวลบนใบหน้าของนาง เงาร่างเล็กๆ นั้นพลันเลือนหายไปในห้องที่ปิดประตูสนิท
“ซูเอ๋อร์ เกิดอะไรขึ้นกับเฉิงซีกันแน่?”
อวิ๋นซูเล่าทวนคำที่ท่านอาจารย์กล่าวเมื่อครู่นี้อีกรอบ ฮูหยินรองกล่าวอะไรไม่ออก แม้ว่าปากของเฉิงซีจะกล่าวเช่นนี้ แต่นางเชื่อว่าเด็กคนนี้มีจิตใจงดงาม คงไม่ทำเช่นนั้นแน่ เพียงแค่เขายอมรับกับนายท่านดีๆ...
เมื่อคิดถึงตรงนี้ ภายในก็มีเสียงเอะอะดังออกมา ประตูพลันเปิดออก “ไม่ต้องสนใจข้า ไปรักถนอมเด็กในท้องของอนุสี่ให้ดีๆ เถอะ!”
หลิ่วเฉิงซีะโอย่างบ้าคลั่ง วิ่งน้ำตาไหลออกมาจากข้างใน ทะยานตัวพุ่งออกไปโดยไม่สนใจผู้อื่นที่ขวางทางอยู่
“เฉิงซี! เฉิงซี! เร็ว รีบไปพาคุณชายซีกลับมาเร็ว!” ฮูหยินใ นางเห็นรอยฝ่ามือบนแก้มของเฉิงซีได้อย่างชัดเจน จึงหันกลับไปมองอย่างยากจะเชื่อ นายท่านที่รักถนอมเฉิงซีมาตลอด เหตุใดจึงได้ลงมือทำโทษเขาเช่นนี้...
นายท่านรองยืนอยู่ตรงนั้นด้วยใบหน้าสับสน เมื่อเห็นสายตาผิดหวังของฮูหยินเขาพลันแข็งทื่อ ค่อยๆ ยกมือของตนขึ้นมา จ้องไปยังฝ่ามือร้อนผ่าว เขาคิดไม่ถึงเลยว่า ในเวลาเพียงพริบตาเดียวตนเองจะถึงกับ...
“เฉิงซี...”
ภายในจวนวุ่นวายขึ้นมาโดยพลัน “เร็วเข้า รีบตามหาคุณชายซีกลับมาเร็ว!”
“องครักษ์ที่ประตูบอกว่าไม่เห็นคุณชายซีออกไป จะต้องยังอยู่ในจวนอย่างแน่นอน!”
“ลองไปหาที่หอเก็บหนังสือ!”
ไม่มีใครสังเกตเห็นถึงเงาร่างที่ยืนอยู่ในมุมหนึ่ง อนุสี่มองผู้คนที่สับสนวุ่นวาย ใบหน้าปรากฏรอยยิ้มพึงพอใจออกมาหลายส่วน ทันใดนั้นมีเสียงหนึ่งดังขึ้นข้างหลัง “ท่าทางอนุสี่จะเป็ห่วงคุณชายซีมาก”
อนุสี่ใ หันกายไปเห็นใบหน้าสงบนิ่งราวสายน้ำของอวิ๋นซู สายตาของนางลึกล้ำห่างเหิน ราวกับสามารถมองผ่านไปจนเห็นทุกสิ่งทุกอย่างที่ซ่อนอยู่ในจิตใจของตนได้ อนุสี่อดไม่ได้ที่จะร่างกายสั่นเทา “เสี้ยนจู่ชอบยืนอยู่ข้างหลังผู้อื่นถึงเพียงนี้เชียวหรือเ้าคะ?”
“ไม่กระทำเื่ผิด ย่อมไม่กลัวผีมาเคาะประตู อนุสี่ไม่ได้ทำอะไรผิดย่อมไม่ถูกข้าทำให้ใ”
“...”
หย่งจี๋เสี้ยนจู่ผู้นี้ เหตุใดจึงรับมือยากเช่นนี้ มักจะรู้สึกว่านางสังเกตเห็นถึงอะไรบางอย่าง อนุสี่กักเก็บสีหน้า พยายามซ่อนท่าทางโเี้ เดินเฉียดไหล่ของนางไปโดยไม่มองอวิ๋นซูอีกแม้เพียงสายตา
ในมุมหนึ่งของชั้นลอยแห่งหนึ่ง หลิ่วเฉิงซีนั่งกุมแก้มอันร้อนผะผ่าวของตนเองอยู่ตรงนั้น ความรู้สึกเ็ปทะลักออกมาจากใจ
โตมาขนาดนี้แล้วท่านพ่อไม่เคยลงมือกับเขาเลย มาวันนี้ถึงกลับทำเพื่ออนุสี่ผู้นั้น จริงดังคาด รอให้เด็กในท้องของอนุสี่คลอดออกมา ท่านพ่อก็จะไม่รักตนเองแล้ว
“คุณชายซี...คุณชายซีอยู่ที่ใดขอรับ?”
“คุณชายซีรีบออกมาเถิด!”
ด้านล่าง เหล่าข้ารับใช้มองไปรอบๆ เสียงเรียกดังขึ้นเป็ระลอก
หลิ่วเฉิงซีมีท่าทางเ็า ทำเพียงนั่งขดตัวอยู่ตรงนั้นอย่าเงียบเชียบ น้ำตาที่ไหลออกมาแห้งเหือดอยู่บนแก้ม เนิ่นนานผ่านไปเขาจึงกอดแขนตัวเอง
เงาร่างมืดมนปกคลุมลงมา หลิ่วเฉิงซีขมวดคิ้วแน่น ถูกหาพบเร็วขนาดนี้เชียวหรือ? กำลังคิดจะะโให้คนผู้นั้นออกไป ไม่คิดว่าจะเจ็บแปลบบริเวณคอ ภาพตรงหน้ามืดลงแล้วหมดสติไป
“ซูเอ๋อร์ หาเฉิงซีพบหรือไม่?” ใบหน้าของฮูหยินรองเต็มไปด้วยเหงื่อ “ข้าหาสถานที่ที่เขาชอบไปซ่อนในยามปกติ แต่ก็ยังไม่พบ เ้าว่าเขาจะทำเื่โง่ๆ หรือไม่?”
“น้าสะใภ้รอง เฉิงซีไม่ได้อ่อนแออย่างที่พวกเราคาดคิด ในเมื่อไม่ได้ออกไปนอกจวน พวกเราลองหากันอีกครั้งจะต้องเจออย่างแน่นอนเ้าค่ะ” อวิ๋นซูปลอบ ในสมองเริ่มใคร่ครวญว่าหากนางเป็หลิ่วเฉิงซีจะไปซ่อนที่ไหน
อวิ๋นซูยกมือเช็ดเหงื่อบนแก้ม ทันใดนั้นการกระทำพลันชะงักค้าง บนมือของนางมีกลิ่นยาั้แ่เมื่อใดกัน?
นางแบฝ่ามือของตนเองออก กลิ่นนี้ยังคงอยู่ แต่ที่ทำให้นางสนใจก็คือ ในเวลาชั่วขณะตนเองมิอาจแบ่งแยกได้ว่าเป็ยาชนิดใด นี่แสดงให้เห็นว่านี่เป็ยาที่ถูกคนอื่นผสมขึ้น เกรงว่าจะต้องมาจากผู้ที่รู้วิชาแพทย์
ในจวนนอกจากท่านหมอแล้วยังมีผู้รู้วิชาแพทย์อีกหรือ? อวิ๋นซูยังไม่ทันได้คิดอะไรมาก ก็เห็นว่าบริเวณไม่ไกลมีควันสีเทาลอยขมุกขมัวบนท้องฟ้า
“ในจวนไฟไหม้ที่ใดกัน?” นางยื่นมือไปจับบ่าข้ารับใช้ที่ผ่านมาผู้หนึ่ง คนผู้นั้นชะงัก “ไม่มีขอรับ...” เขามองไปตามสายตาของอวิ๋นซู พลันเบิกตากว้าง “แย่แล้ว ไฟไหม้ที่ใดกัน!”
“อะไรนะ? ไฟไหม้?”
ทุกคนรีบตามไปยังทิศทางของควันไฟ พบว่าเป็เรือนของอนุสี่
“ฮูหยินรอง แย่แล้วเ้าค่ะ เรือนของอนุสี่ไฟไหม้!”
ฮูหยินรองที่กำลังตามหาหลิ่วเฉิงซีอย่างร้อนใจพลันตกตะลึง “เร็ว รีบไปดับไฟเร็วเข้า!” ความคิดแรกในสมองของนางก็คือ ไม่อาจให้เด็กในท้องของอนุสี่เกิดเื่ได้ นางยังต้องบอกกับนายท่าน!
แต่ไม่ทราบเพราะเหตุใด ไฟในเรือนของอนุสี่จึงยิ่งรุนแรง พริบตาเดียวควันไฟก็ฟุ้งกระจายไปทั่วฟ้า ทุกคนรู้สึกว่าเบื้องหน้าเต็มไปด้วยควัน เห็นเพียงรองเท้าที่วิ่งไปวิ่งมา
ใบหูเต็มไปด้วยเสียงร้องและเสียงสาดน้ำ ฮูหยินสองกุมจมูกของตน “อนุสี่? อนุสี่?!”
“ฮูหยินขอรับ ไม่เห็นเงาของอนุสี่เลย คงจะไม่ใช่ว่านางยังอยู่ในเรือนหรือขอรับ?”
หน้าผากของพ่อบ้านชราเต็มไปด้วยเหงื่อ มองไปยังไฟที่เผาไหม้รุนแรง หากอนุสี่ยังคงอยู่ในเรือน เช่นนั้นก็เป็เื่ร้ายมากกว่าดีแล้ว!
ฮูหยินรองขมวดคิ้วแน่น มองประกายไฟที่กำลังเต้นระริก ทันใดนั้นจึงแย่งถังไม้มาจากมือของข้ารับใช้ข้างกาย เทน้ำลงบนร่างของตัวเอง
“ฮูหยิน ท่านทำอะไรขอรับ?!” ทุกคนตกตะลึง ไม่รอให้พวกเขาได้ทันขวาง ฮูหยินก็พุ่งเข้าไปในเปลวเพลิงแล้ว
“น้าสะใภ้รอง!” อวิ๋นซูคิดไม่ถึงเลยว่าฮูหยินรองจะถึงกับทำเช่นนี้ เพื่อช่วยอนุสี่ กระทั่งชีวิตตนเองก็ไม่สนใจ!
“ยังมัวตะลึงอะไรอยู่! รีบเข้าไปช่วยฮูหยินเดี๋ยวนี้!” พ่อบ้านชราไหนเลยจะรู้ว่าจะเกิดเื่เช่นนี้ขึ้นได้ นายท่านรองได้ยินเสียงจึงตามมา “เกิดเื่อะไรขึ้น?” เขามองไปยังไฟที่ลุกท่วมฟ้า ท่าทางเต็มไปด้วยความใ
ดวงตาของอวิ๋นซูมืดครึ้ม หันไปมองบุรุษผู้ที่ยังไม่ได้สติกลับมา น้ำเสียงแฝงไปด้วยความเ็าหลายส่วน “ท่านลุงรอง น้าสะใภ้รองพุ่งเข้าไปในไฟเพื่อช่วยอนุสี่แล้วเ้าค่ะ”
อะไรนะ?!
นายท่านรองตกตะลึง นาง...
“นายท่าน! นายท่านเข้าไปไม่ได้นะขอรับ! ข้างในอันตราย!”
พ่อบ้านชราย่อมขวางนายท่านรองไม่ได้แน่นอนอยู่แล้ว เงาร่างสูงใหญ่พุ่งเข้าไปท่ามกลางทะเลเพลิงภายในเวลาชั่วพริบตา
ความร้อนแรงเผาไหม้จนฮูหยินรองลืมตาไม่ขึ้น “อนุสี่? อนุสี่เ้าอยู่ที่ใด!”
เกิดเสียงดังลั่น คานห้องที่ถูกเผาจนหักร่วงลงมาข้างกายของนาง กระตุ้นให้เพลิงลุกไหม้ นางพยายามอดกลั้นความหวาดกลัวในใจ กังวลแต่ว่าต้องปกป้องสายเืของสามีให้ได้
บนพื้นไม่ไกลมีเงาร่างร่างหนึ่งนอนอยู่ ในใจของฮูหยินสองพลันยินดี “อนุสี่?”
