ระหว่างการเดินทางขึ้นเหนือ พวกเขาเดินทางผ่านเทียนฉี่ หัวอี๋ โจ้วอี่จนสุดท้ายก็คือเหิงสุ่ย!
ตลอดเส้นทางนี้มีนักศึกษาเข้าร่วมเพิ่มขึ้นมากมายนับไม่ถ้วนทุกคนต่างสวมชุดศิษย์ขงจื๊อแขนยาวพื้นหลังสีฟ้าขาว คนกลุ่มนี้ค่อยๆกลายเป็ส่วนหนึ่งของขบวนหลัก เพียงไม่นานพวกชาวบ้านจึงถอยไปอยู่ส่วนสุดท้ายต่อมาเหล่าทหารรักษาพระองค์ก็ค่อยๆ ถอยไปอยู่ด้านหลัง ตอนนี้จึงเหลือเพียงเหล่านักศึกษานับหมื่นพวกเขาปกป้องเรือขนาดั์ด้วยสีหน้าจริงจัง ต่างมุ่งตรงไปข้างหน้า!
เดิมทีพวกเขาคิดว่าแม้องค์หญิงจะรับปากว่าเมื่อถึงเหิงสุ่ยแล้วเส้นทางน้ำจะเชื่อมต่อทั้งหมด ทว่าเมื่อมาถึงแล้วจริงๆ พวกเขาก็ต้องรำพึงรำพันอย่างอดไม่ได้ต้องใช้ผู้คนมากมายขนาดไหนจึงจะสามารถขุดเส้นทางน้ำที่ควรใช้เวลานานหนึ่งเดือนให้เสร็จสิ้นภายในเวลาเพียงเจ็ดแปดวัน?!
เบื้องหน้ายังมีคนงานกำลังลงมืออย่างขะมักเขม้นเนื่องจากเส้นทางยังไม่ได้ถูกเชื่อมต่ออย่างสมบูรณ์ ดังนั้นน้ำในคลองขุดจึงยังไม่ลึกเมื่อเรือั์แล่นมาถึงจุดนี้ ความเร็วของมันจึงชะลอลง
สิ่งที่ทำให้ฉางสี่รู้สึกไม่อยากเชื่อก็คือตอนที่พวกเขานั่งเรือผ่านเหิงสุ่ยนั้นเมื่อคนงานที่กำลังทำงานอยู่ด้านหน้าได้ยินข่าวนี้แล้วพวกเขาจึงเร่งมือยิ่งกว่าเดิม! ส่วนชาวบ้านที่คอยเก็บรายละเอียดอยู่ด้านหลังเมื่อเห็นเรือั์ลำนี้แล้วพวกเขาจึงรู้ได้ทันทีว่าองค์หญิงและองค์รัชทายาทมาแล้วพวกเขาถอยออกไปเพื่อเปิดทางให้กับเหล่านักศึกษา จากนั้นคุกเข่าคำนับด้วยสีหน้าจริงจัง!
“น้อมต้อนรับองค์รัชทายาท น้อมต้อนรับองค์หญิง!”
“น้อมต้อนรับองค์รัชทายาท น้อมต้อนรับองค์หญิง!”
ภาพนี้ทำให้เหล่านักศึกษาใอย่างยิ่งเนื่องจากเหตุการณ์์สร้างคลองขนส่ง นายอำเภอท้องถิ่นจึงแทบจะเรียกชาวบ้านทั้งเมืองมาร่วมขุดคลองขนส่งในส่วนสุดท้ายเป็เพราะมีผู้คนจำนวนมาก เมื่อพวกเขาคุกเข่าร้องะโจึงเกิดเป็เสียงดังสะท้อนไปทั่วฟ้าดิน! เป็ภาพยิ่งใหญ่ที่พวกเขาไม่เคยพบเคยเห็นมาก่อน!
มีนักศึกษาจำนวนไม่น้อยที่มีน้ำตารื้นขอบตาพวกเขารู้สึกว่าเชือกในมือของตนหนักขึ้นมาทันที เวลานี้มันไม่ใช่การลากเรือแล้วแต่เป็การช่วยเรียกร้องความยุติธรรม! ทุกคนต่างร่วมมือเพื่อความยุติธรรมมันเป็เหตุการณ์อันยิ่งใหญ่ยิ่งกว่าขบวนเสด็จของฮ่องเต้เสียอีก!
เรือที่แล่นไปเรื่อยๆ ก็เริ่มติดขัด เพราะบริเวณนี้เพิ่งเชื่อมต่อได้ไม่ถึงหนึ่งวันเนื่องจากนายอำเภอท้องถิ่นเริ่มขุดจากขอบทั้งสองด้านแล้วค่อยๆ ไล่เข้ามาถึงตรงกลางทว่าแม่น้ำหลงเถิงที่ขุดเข้ามาเพิ่งเสร็จได้ไม่นาน ตอนนี้น้ำในบริเวณนี้จึงต้องผันจากแม่น้ำด้านข้างเข้ามาก่อนดังนั้นเวลานี้พวกเขาจึงจำเป็ต้องลากเรืออย่างแท้จริง!
พวกนักศึกษาเ่าั้จะมีเรี่ยวแรงมากสักแค่ไหน? เรือจึงแล่นช้าลงทันที พวกชาวบ้านที่ติดตามมาตลอดทางเริ่มถูมือ! ในที่สุดพวกเขาก็มีโอกาสออกแรงแล้ว! นอกจากนี้เมื่อคนงานที่อยู่ริมสองฝั่งแม่น้ำเห็นภาพเช่นนี้พวกเขาจึงทยอยเข้ามาช่วยพวกนักศึกษาทั้งหลายลากเรือ!
พวกเขามีแรงเยอะมาก แค่เริ่มลงมือก็ช่วยลดภาระของพวกนักศึกษาได้ทันทีเรือจึงค่อยๆ เคลื่อนตัวอีกครั้ง!
พวกนักศึกษาจำนวนไม่น้อยจะมีฐานะร่ำรวยพวกเขาศึกษาคัมภีร์ของนักปราชญ์ ปกติจึงคิดดูถูกกลุ่มคนใช้แรงงาน ทว่าเวลานี้แม้จะมีคนผิวสีกระดำกระด่างเข้าใกล้ตนรวมทั้งคราบโคลนจากพวกเขาก็ทำให้ชุดสีฟ้าขาวของตนสกปรกตามไปด้วยแต่ถึงเป็เช่นนี้พวกเขาก็ไม่ได้ทำท่ารังเกียจแต่อย่างใด
นอกจากนั้นพวกชาวบ้านธรรมดาเหล่านี้ทั้งที่มือของพวกเขาถูกเชือกรัดจนกลายเป็สีม่วงแต่พวกเขากลับเอ่ยถามถึงมือที่มีตุ่มใสของเหล่านักศึกษาอย่างเป็ห่วงมีนักศึกษาบางคนถึงกับน้ำตาไหล โดยเฉพาะอย่างยิ่งนักศึกษาที่ฐานะทางบ้านไม่ดีพวกเขาคิดถึงบิดามารดาของตนอย่างอดไม่ได้
เกิดจากรากเดียวกัน ดื่มน้ำจากแหล่งเดียวกันมนุษย์ไม่ได้แบ่งแยกสูงต่ำ จิตใจเท่านั้นจึงเป็ตัวบ่งบอก
เวลานี้พวกเขาจึงเข้าใจว่าคำพูดของนักปราชญ์ในสมัยโบราณประโยคนี้มีความหมายเช่นไรนอกจากนี้พวกเขายังเข้าใจความหมายแฝงอันลึกซึ้งที่พวกเขาเคยไม่เข้าใจมาก่อน!
ขณะที่พวกเขาคิดว่าคงต้องลากเช่นนี้ไปจนถึงเมืองหลวงนั้นพลันมีคนขี่ม้าเข้ามา เขาชูธงขึ้นสูง ใบหน้าตื่นเต้นดีใจ! เขาควบม้าเข้ามาอย่างมีความสุข!
ขณะที่เขากำลังควบม้าเข้ามานั้นเขาก็ะโเสียงดังด้วยใบหน้าแดงจัด!
“น้ำมาแล้ว! น้ำมาแล้ว! คลองขนส่งเชื่อมต่อสมบูรณ์แล้ว! คลองขนส่งสำเร็จแล้ว!!”
คลองขนส่งสำเร็จแล้ว!
เมื่อมีผู้นำร้องะโ จึงมีคนจำนวนไม่น้อยที่ร้องะโตามกัน
“น้ำมาแล้ว! คลองขนส่งสำเร็จแล้ว! คลองขนส่งสำเร็จแล้ว!!”
ขณะที่ชาวบ้านกำลังร้องะโอย่างดีใจนั้น ทุกๆ คนก็กำลังคาดหวัง!
เสียงคลื่นน้ำไหลเข้ามาดังสนั่น!
มันเหมือนกับเสียงม้านับหมื่นทะยานไปข้างหน้า! ในขณะเดียวกันก็เหมือนเขื่อนหวงหลง! มันช่างใหญ่โตตระการตา ดูศักดิ์สิทธิ์และยั่งยืน!
น้ำเดิมก็คือของขวัญจาก์! ผู้คนต่างเคารพน้ำ! พวกเราไม่อาจต้านทานน้ำ! น้ำให้ชีวิตแต่ก็ไร้ชีวิตจิตใจ!
ทว่าพวกเขาทำสำเร็จแล้ว! การสร้างคลองขนส่งนอกจากเป็การเปลี่ยนแปลงน้ำแล้วยังเปรียบเสมือนว่าพวกเขาเอาชนะมันได้สำเร็จแล้ว! เวลานี้มนุษย์ตัวกระจิริดกำลังควบคุมธรรมชาติ! มันเป็ความสำเร็จที่ไร้เทียมทาน! ทำให้ผู้คนรู้สึกหลงใหล! ทำให้ผู้คนมัวเมา!
เมื่อสายน้ำไหลเข้ามา นักศึกษาริมฝั่งแม่น้ำต่างหลบไม่ทันพวกเขาถูกน้ำสาดกระเซ็นจนเปียกชื้น ทว่าพวกเขาไม่ได้โมโหแต่กลับหัวเราะออกมาเสียงดัง!
ผู้คนทั้งสองฝั่งแม่น้ำต่างร้องะโด้วยความยินดี! มันเป็เสียงแห่งความสุข เกรงว่าอาจได้ยินจนถึงเมืองหลวง!
มีคนชี้ไปที่แม่น้ำพร้อมกล่าวบทกวีอย่างตื่นเต้น “กระแสน้ำถาโถมเสียงโหมกระหน่ำดุจอัสนี คลื่นสูงสายลมพัด แม้ศิลาไม่อาจจม”
จากนั้นท่ามกลางเสียงอุทานของผู้คน! เรือั์พลันถูกคลื่นน้ำยกขึ้นสูง! ราวกับสัตว์ป่าที่กำลังดิ้นรนท่ามกลางกระแสน้ำ!
ผู้คนทั้งหลายต่างตื่นเต้น ทุกคนกระชับเชือกในมือแน่นดวงตาทั้งสองมองตรงไปเบื้องหน้า มันคือเมืองหลวง มุ่งหน้าต่อไป! ขึ้นไปทางทิศอุดร!
“ฝ่าา! พวกเขากลับมาแล้ว!”
มีคนกล่าวเสียงสั่น เมื่อกล่าวประโยคนี้จบแล้วเขาจึงรีบหลบไปอยู่ด้านข้างอย่างเงียบๆ อันที่จริงเขาอยากหายวับไปทันที!
ทว่าเดิมทีเขาคิดว่าฮ่องเต้จะโกรธจัด! คาดไม่ถึงว่าแม้จะผ่านมานานพอสมควรฮ่องเต้กลับนิ่งเงียบอย่างประหลาด
สองวันก่อนกงเซิ่งได้รับข้อมูลว่ากงเช่อและกงอี่โม่จะนั่งเรือั์กลับเมืองหลวง อีกทั้ง...ยังมีประชาชนนับไม่ถ้วนที่ตั้งใจขุดคลองทั้งวันทั้งคืนเพื่อให้เรือั์ลำนี้สามารถแล่นผ่านได้ตลอดทาง! ในที่สุดเช้าวันนี้ก็สามารถเชื่อมต่อถึงแม่น้ำหลงเถิงที่อยู่เมืองหลวงได้แล้ว! พวกเขานั่งเรือั์เข้าเมืองหลวง!
ยังมีนักศึกษานับไม่ถ้วนที่ช่วยลากเรือ! ไม่ว่าไปถึงบริเวณใดก็ได้รับเสียงตอบรับเป็อย่างดี
สามารถครองใจประชาชนเช่นนี้ มีอิทธิพลมากมายเช่นนี้มันไม่ได้ทำให้เขาหวาดระแวง แต่กลับทำให้เขาตกตะลึงมากกว่า!
กงเซิ่งคิดถึงตอนที่เขาได้ยินข่าวนี้ผู้ที่รายงานคิดว่ามีการแต่งเติมข้อมูลเข้าไป แต่เขาในเวลานั้นกลับตะลึงงันมีประโยคหนึ่งสะท้อนขึ้นในสมองของเขา!
“บุตรของเขาเหนือเขาไปแล้วจริงๆ!”
ความรู้สึกของเขามีความภูมิใจและความหวาดกลัวผสมเข้าด้วยกันราวกับว่าเขานั้นชราภาพแล้ว ไร้ประโยชน์แล้ว เขาอาจถูกแทนที่ได้ทุกเวลาตอนนี้เมื่อได้ยินว่าพวกเขากลับมาอย่างยิ่งใหญ่ความรู้สึกแรกของเขาไม่ใช่ความโกรธแต่เขากลับอยากหัวเราะ!
นี่ก็คือบุตรของเขา! นี่ต้องเป็ความคิดของสาวน้อยคนนั้นอย่างแน่นอน!
ทว่าเวลานี้ประตูตำหนักถูกเปิดออกสาวงามในชุดพระราชวังเดินกรีดกรายเข้ามา นางถือชามยาไว้ในมือร่างอรชรของนางราวกับต้นหลิวที่ถูกสายลมอ่อนๆ พัดพาเคลื่อนตัวเข้าไปหาฮ่องเต้
“ฝ่าาควรดื่มยาได้แล้วเพคะ”
มือขาวเนียนละเอียดของนางยกถาดขึ้น ทว่ากลับถูกกงเซิ่งโบกมือใส่
“ฝ่าา?”
“ข้าไม่อยากดื่ม”
สาวงามพลันกลอกตา จากนั้นจึงมีนางกำนัลรีบมารับชามยาพร้อมถอยออกไปอย่างรวดเร็วนางมองฮ่องเต้ชั่วครู่พร้อมคลี่ยิ้มอย่างอ่อนหวาน“ได้ยินว่าองค์รัชทายาทกลับเมืองหลวงแล้วฝ่าาทรงกังวลว่าจะจัดการอย่างไรกับองค์รัชทายาทหรือเพคะ?”
ขณะที่กล่าวประโยคนี้นางก็ไอเบาๆ สองสามครั้งท่าทางของนางดูอ่อนแอมากจริงๆ
“หลงเอ๋อร์เ้าไม่ต้องสนใจเื่นี้หรอก เ้าสุขภาพไม่ดีอย่ากังวลไปเลย” ดวงตากงเซิ่งพลันสะท้อนประกายสงสาร
