หากท่านพ่อท่านแม่ยังอยู่ยังคงมองและยิ้มให้เขา ชาติที่แล้วเขาคงจะได้รับความยุติธรรมไม่ต้องถูกพวกผู้ดีเ่าั้กลั่นแกล้งไม่ต้องมาเป็ชายาของหนานจิ้งหลงและถูกเขาใช้เป็เครื่องมือในาทางการเมือง และก็ไม่ต้องถูกผู้ชายที่ไร้หัวใจคนนั้นหลอกใช้จนตนเองต้องถูกส่งไปอยู่ตำหนักเย็นสุดท้ายก็ต้องตายเพราะดื่มยาพิษ
และวันนี้ก็คงไม่ต้องมานั่งแสดงละครเช่นนี้!
องค์หญิงลี่หยางมองใบหน้าที่ช่างน่าสงสารของเขานางดึงมือกลับมาและหันไปส่งสายตาให้เจียงสยงผู้เป็ลูกชายเจียงสยงเข้าใจทันทีว่ามารดาของตน้าอะไร
"อารู้ว่าเ้าเป็เด็กดีพื้นนั่นเย็นนักเ้าลุกขึ้นมาเถอะ"
เจียงลั่วอวี้ได้ยินดังนั้นก็เก็บอาการเศร้าโศกเอาไว้แต่เขายังคงไม่ลุกขึ้นยืนและพยายามฝืนยิ้มเพื่อให้ท่านย่าของเขาดีใจจากนั้นจึงยกแขนเสื้อขึ้นปาดน้ำตา
ทันทีที่แขนเสื้อถูกยกขึ้นก็ปรากฏให้เห็นเสื้อกระสอบที่เป็ชุดสำหรับไว้ทุกข์ซ่อนอยู่ด้านใน
ภาพที่เจินซื่อเห็นคือคนในตระกูลทั้งสามรุ่นที่แสดงความรักต่อกันนางรู้ว่าการที่เขาไม่ได้ขานเรียกผู้ใหญ่เพราะกำลังกลั้นน้ำตานี่ไม่ใช่ความไม่รู้ธรรมเนียมแต่เป็ความกตัญญู นางได้แต่อดกลั้นไฟแค้นในใจเอาไว้จนเมื่อนางยกชาขึ้นดื่มหางตาก็มองเห็นชุดไว้ทุกข์ที่ซ่อนอยู่ด้านในนางจึงะโออกไป
"เ้า...เ้ายังสวมชุดไว้ทุกข์อยู่อีกหรือ?!"
โดยธรรมเนียมของต้าหลงหากญาติผู้ใหญ่เสียชีวิตจะต้องใส่ชุดกระสอบเพื่อเป็การไว้ทุกข์
และหากมีญาติผู้ใหญ่เสียชีวิตลงลูกชายลูกสาวจะต้องไว้ทุกข์สามปีแต่เจียงลั่วอวี้ยังเด็กและยังไม่ได้รับสืบทอดตำแหน่งซ้ำยังต้องมาขออาศัยในจวนจวิ้นหวังหากสวมชุดไว้ทุกข์เข้ามาต่อให้สวมไว้ด้านในก็จะต้องถูกต่อว่าว่านำความอัปมงคลเข้ามาด้วยเจียงลั่วอวี้รู้เื่นี้มาจากชาติก่อน
แต่ว่าตอนนั้นเป็องค์หญิงที่เป็คนเห็นเื่นี้สร้างความไม่พอใจให้แก่นางมากและทำให้เจียงสยงดูถูกเขามองว่าเป็คนอกตัญญู
ดังนั้นครั้งนี้เขาต้องฉลาดขึ้นเขารู้ว่าท่านย่าไม่ได้กลัวสิ่งอัปมงคล ในทางกลับกันนางต้องให้ความสำคัญกับความกตัญญูยิ่งเขาแสดงความกตัญญูออกมาก่อนหน้าแล้วการใส่ชุดไว้ทุกข์ด้านในย่อมไม่เป็ปัญหา
แต่การกระทำของเจินซื่อนี่สิโหวกเหวกโวยวายเช่นนี้คงจะคิดว่านี่เป็โอกาสดีใช่ไหม?
เจียงลั่วอวี้กระหยิ่มใจรีบหดมือไปซ่อนไว้ทำราวกับกลัวเจินซื่อเขาแสร้งทำหน้าตาใและรีบยัดชุดไว้ทุกข์กลับเข้าไปด้านในตีหน้าเศร้าคุกเข่าอยู่บนที่เดิมแต่ในใจกลับมองเห็นได้ถึงความยืนหยัดในเจตนา
"ท่านย่าอภัยให้หลานด้วยหลานยังไม่ครบกำหนดไว้ทุกข์...ไม่กล้าเลิกใส่ชุดนี้ ถ้าท่านย่ากับท่านอาถือว่ามันไม่เป็มงคลข้าก็จะ...จะ..."
เจียงลั่วอวี้ก้มหน้าเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่แฝงไปด้วยความปวดร้าวในใจราวกับว่าถ้าท่านย่าท่านอาต่อว่าเขาก็จะพาน้องๆไปจากที่นี่แต่ท่านแววตาของผู้เป็ย่าที่นั่งอยู่บนตั่งมีแต่ความอ่อนโยนเมตตารวมถึงความพึงพอใจก็ได้ปรากฏขึ้นบนใบหน้า
"เด็กคนนี้นี่พูดอะไรโง่ๆไว้ทุกข์ให้พ่อแม่เป็เื่ธรรมดา ข้าจะไปถือสาอะไรกันคนในตระกูลเดียวกันทั้งนั้น เ้ารีบลุกขึ้นมาอาของเ้าก็บอกแล้วนี่ว่าพื้นนั่นมันเย็นเลิกคุกเข่าได้แล้วดูเ้าก็บอบบางเสียขนาดนี้ลมพัดทีเ้าก็แทบจะล้มลงไปแล้วเ้าเป็ถึงซื่อจื่อนะ...มานั่งกับย่านี่มาให้ย่าดูเ้าให้เต็มตาหน่อย"
เจียงลั่วอวี้ได้ยินดังนั้นก็รู้ว่าตนเองมาถูกทางแล้วรอยยิ้มอ่อนๆปรากฏบนใบหน้าเขาเงยหน้าและเตรียมลุกขึ้นยืนแต่ทันใดนั้นเองเขาก็แสดงท่าทีเกรงกลัวนางเจินซื่อที่อยู่ด้านข้างจึงได้แต่เม้มปากและส่งเสียงเบาว่า
"แต่เมื่อครู่...อาสะใภ้..."
