ภายในตำหนักเซียนยันต์กระบี่ บรรพชนยันต์กระบี่และเซียนเสวียนหนี่ว์กำลังนั่งดื่มชาสนทนากันในวิหารใหญ่ เซียนกระบี่หุ้นหยวนยืนอยู่ข้างๆ ในเวลาเดียวกันกับที่ลวี่เหลียงปลดปล่อยโจมตีอัสนีมารสายฟ้า สีหน้าทั้งสามคนพลันแปรเปลี่ยน ทันใดนั้นก็หายวับไปพร้อมกัน
………………
ตอนนี้ ภายในโถงศิลาลึกลับตลบอบอวลไปด้วยฝุ่นควัน สภาพระเกะระกะ แม้แต่ผู้เฒ่าที่อยู่บนแท่นตรงกลางก็ร่วงลงมาบนพื้นแล้ว
ขณะที่พลังอันน่ากลัวปรากฏขึ้น ถึงแม้ซั่งกวนอิ่งจะไม่ได้รับการกระทบกระเทือนใดๆ แต่นางก็ยังใช้ยันต์กายเทพ เพราะนางกำมุกแสงมารที่มีมารดาของลวี่เหลียงไว้ในมือ! ซึ่งสิ่งนี้ไม่อาจได้รับความเสียหายแม้แต่น้อย!
“ลวี่เหลียง! เ้าอยู่ไหน! ตอบข้าสิ!!!” น้ำเสียงของซั่งกวนอิ่งเปลี่ยนไป ด้วยฤทธิ์ของยาปราบเซียน ปราณดั้งเดิมของนางหายไปหมดสิ้น มองข้ามจิติญญาไปได้เลย ตอนนี้นางไม่ต่างจากคนธรรมดาทั่วไป
เป็ครั้งแรกที่ซั่งกวนอิ่งรู้สึกสับสนจนทำอะไรไม่ถูก นางในตอนนี้ไม่ใช่หญิงสาวสูงส่งอีกแล้ว ดูคล้ายหญิงสาวที่รอข่าวคราวความเป็ความตายของสามีเสียมากกว่า นางตกอยู่ในความสับสนและสิ้นหวังไม่มีที่สิ้นสุด
“ทะ...ที่นี่…โอ๊ย! หินก้อนนี้หนักชะมัด!” ไม่ไกลนัก เสียงแหบแห้งสบถด่าทอของลวี่เหลียงดังขึ้น แต่หูของซั่งกวนอิ่งที่ได้ยินเสียงนั้น แทบไม่แตกต่างจากเสียง์เลย
ฝุ่นควันค่อยๆ จางหายไป เผยให้เห็นลวี่เหลียงที่นั่งแหมะอยู่กับพื้น เขากำลังดิ้นรนดันหินที่ทับขาออก ในตอนนี้ปราณมารทั่วร่างสลายไป ไม่ต่างจากมนุษย์ธรรมดาคนหนึ่ง
ซั่งกวนอิ่งดีใจจนเก็บอาการสำรวมไว้ไม่อยู่ รีบเหาะไปข้างกายลวี่เหลียง พยุงเขาลุกขึ้นอย่างระมัดระวัง “เป็อย่างไรบ้าง ได้รับาเ็ไหม?”
ลวี่เหลียงกระพริบตาปริบๆ ใส่ซั่งกวนอิ่ง ส่งเสียงตอบกลับว่า “พวกเขามาแล้ว รักษาความลับข้าด้วย!” ในเวลาเดียวกัน เงาร่างสามสายพลันปรากฏอยู่ตรงหน้าทั้งสองคน เป็บรรพชนยันต์กระบี่นั่นเอง
มองดูสภาพเหตุการณ์เบื้องหน้า บรรพชนยันต์กระบี่ขมวดคิ้วแน่น กำลังจะเอ่ยปากพูด แต่ลวี่เหลียงชิงพูดก่อน “ผู้าุโทุกท่านไม่ต้องห่วงข้า ตอนนี้ตานหยวนเจินเหรินตัวจริงอยู่ใต้แท่นที่พังเสียหายกลางโถงศิลา ลมปราณของเขาอ่อนแอมาก รีบไปช่วยเขาก่อนเร็วเข้า!”
“อะไรนะ! ศิษย์น้องตานหยวน?” เซียนกระบี่หุ้นหยวนตกตะลึง เขารับรู้ได้ว่าที่นี่มีลมปราณสี่สาย สามคนกับหนึ่งอสูร หนึ่งในนั้นมีลมปราณที่อ่อนแอที่สุด ไม่ต่างจากิญญาแตกสลายเลย แต่ไม่มีใครคาดคิดว่าคนผู้นี้คือตานหยวนเจินเหรินที่ก่อนหน้านี้ยังยืนอยู่ด้วยกันกับพวกเขาในพิธีรับศิษย์!
หุ้นหยวนเจินเหรินทะยานเหาะไปโดยไม่ลังเล เขากับฝูหยวนเจินเหริน ตานหยวนเจินเหรินและเจิ้นหยวนเจินเหริน ต่างเป็ลูกศิษย์ที่บรรพชนยันต์กระบี่ถ่ายทอดวิชาให้ด้วยตัวเอง มิตรภาพของพวกเขาทั้งสี่ลึกซึ้งแน่นแฟ้น ยามนี้ได้ยินว่าตานหยวนเจินเหรินตกอยู่ในอันตรายถึงชีวิต เขาก็ไม่สนใจเื่อื่นอีกแล้ว
“ฮึ เป็ยาปราบเซียน ยานอกรีตนี่เอง!” คิ้วของบรรพชนยันต์กระบี่ขมวดแน่น จากนั้นก็พลิกฝ่ามือ หยิบยาเม็ดเปล่งแสงสีทองแวววาวสองเม็ดออกมา มอบให้ลวี่เหลียงกับซั่งกวนอิ่งพร้อมกัน “พวกเ้าสองคนกินยาเม็ดนี้ลงไป ตบะและปราณดั้งเดิมจะฟื้นฟูอย่างรวดเร็ว”
ลวี่เหลียงมองแวบเดียวก็จำได้ นี่เป็ยาถอนพิษที่าาโอสถเคยให้เขาในตอนนั้น ‘ยาเซียนจุติ’ หลังจากทั้งสองกินยาลงไป ก็เริ่มโคจรกำลังภายในทันที
จากนั้นครู่ใหญ่ ตบะและปราณดั้งเดิมของทั้งสองก็ฟื้นฟูอย่างสมบูรณ์ เวลานี้มีเงาร่างที่แผ่ลมปราณแข็งแกร่งเจ็ดสายปรากฏตัวอยู่ภายในโถงศิลา เป็เซียนนภาทั้งเจ็ดที่เหลือของตำหนักเซียนยันต์กระบี่
บรรพชนยันต์กระบี่กวาดสายตาเย็นเยียบมองกลุ่มคนที่เพิ่งมาถึง เอ่ยถามเสียงต่ำว่า “ตานหยวนล่ะ ทำไมถึงไม่อยู่?”
ทั้งเจ็ดคนต่างมองสบตากัน บุรุษหน้าดำวัยกลางคน สวมชุดนักพรตสีฟ้ากล่าวว่า “เรียนอาจารย์ ศิษย์พี่ตานหยวนั้แ่เริ่มเก็บตัวหลอมยาเมื่อพันปีก่อนก็ไม่ค่อยปรากฏตัว เมื่อครู่พวกเราได้ไปหาเขาแล้ว แต่เขาไม่อยู่ที่ห้องยา ดังนั้นจึงมีแค่พวกเราเจ็ดคนเท่านั้นที่มา”
“ฮึ! พันปีมานี้! เพื่อนร่วมสำนักของพวกเ้าถูกคนลอบสับเปลี่ยนตัว พวกเ้ายังไม่รู้อีกหรือ?!” ปราณบีบเค้นไร้ลักษณ์ขุมหนึ่งแผ่กระจายออกมาจากบรรพชนยันต์กระบี่ ทำให้เซียนนภาทั้งเจ็ดต่างหวาดกลัวจนไม่กล้าผ่อนลมหายใจ
“อาจารย์! ศิษย์น้องตานหยวนยังมีชีวิตอยู่! ข้าใช้ยาวัฏจักรทำให้ลมปราณของเขามั่นคงไม่สลายไป! ศิษย์น้องเจิ้นหยวน ตอนนี้ภายในร่างกายของเขายังมีผนึกต้องห้ามขนาดเล็กผนึกชีพจรอยู่ ต้องพึ่งเ้ารีบปลดผนึกโดยเร็ว!” เซียนกระบี่หุ้นหยวนประคองผู้เฒ่าท่านนั้นมาถึงเบื้องหน้าบรรพชนยันต์กระบี่ น้ำเสียงปีติยินดีอย่างยิ่ง
“ดี! เจิ้นหยวน เ้าไปดูก่อน หากลำบากใจอะไรค่อยมาปรึกษาข้า พวกเ้าที่เหลือกลับไปพร้อมกันเถอะ ข้ากับศิษย์น้องจะอยู่ที่นี่ ยังมีบางเื่ที่ต้องทราบรายละเอียดจากผู้เยาว์ทั้งสองคนนี้” น้ำเสียงของบรรพชนยันต์กระบี่ผ่อนคลายลงมาก เซียนนภาเ่าั้ต่างผ่อนลมหายใจเฮือกหนึ่ง
เหล่าเซียนนภาต่างคารวะบรรพชนยันต์กระบี่และเซียนเสวียนหนี่ว์ จากนั้นก็เหาะเหินจากไป แม้พวกเขาอยากรู้ต้นสายปลายเหตุของเื่ราว แต่เห็นได้ชัดว่าตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่เหมาะสม
บรรพชนยันต์กระบี่สะบัดมือหนึ่งครา ม่านแสงสีทองปกคลุมทั่วทั้งภายในโถงศิลา ขณะเดียวกันดวงตาจับจ้องลวี่เหลียง กล่าวชัดถ้อยชัดคำว่า “ข้ากางเขตแดนแล้ว ั้แ่นี้ไปเล่าความจริงทั้งหมดที่เกิดขึ้นที่นี่! หากมีความเท็จใดๆ ข้าทำให้เ้าิญญาแตกสลายได้ทุกเมื่อ!”
ตอนนี้ตบะและปราณดั้งเดิมของลวี่เหลียงกับซั่งกวนอิ่งฟื้นคืนเป็ปกติ มองดูแล้วตบะของลวี่เหลียงอยู่ในขั้นสร้างฐาน่ต้น นี่เป็สิ่งที่เขาพึงระมัดระวังเสมอ ถึงอย่างไรการปิดบังทุกอย่างทั้งหมดนั้นดูไม่ค่อยสมจริงนัก ตรงหน้าเป็ถึงเซียนอรหันต์ทองคำสองท่าน ไหนเลยจะถูกหลอกลวงได้ง่ายๆ มิสู้เปิดเผยออกมาสักนิดหน่อย ให้พวกเขารู้สึกว่าเป็ธรรมชาติ
“ขอรับ! ผู้าุโทั้งสองท่านโปรดฟังผู้เยาว์รายงานตามความเป็จริง…”ลวี่เหลียงโขกศีรษะหลายคราด้วยความเคารพ จากนั้นก็เริ่มอธิบายทุกอย่างหลังจากที่เขาเข้าสู่สนามฝึกฝน
ในคำบอกเล่าของลวี่เหลียง เขาได้สังหารหมีขนเหลืองตัวหนึ่งก่อน จากนั้นก็พบยาทลายอุปสรรคสองเม็ดในถ้ำของมัน ส่วนเขาก็ติดขัดอยู่ขั้นสร้างฐาน่สมบูรณ์พอดี จึงอาศัยยาทลายอุปสรรคเม็ดหนึ่ง ทะลวงผ่านขั้นสร้างฐานได้สำเร็จ!
จากนั้นก็มาถึงที่อยู่ของเสือตัวนั้น จึงเกิดเื่ราวทั้งหมดนี้ขึ้น แน่นอนว่าผู้กำจัดศัตรูคือซั่งกวนอิ่ง ส่วนวิธีสังหารศัตรูขั้นผันแปร่ปลายได้อย่างไรนั้น ลวี่เหลียงอธิบายว่า เขาบังเอิญได้ของวิเศษที่ะเิในครั้งเดียวมาหนึ่งชิ้น ว่ากันว่ามีอานุภาพการโจมตีเทียบเท่ากับเซียนนภา ครั้งนี้จำเป็ต้องใช้มัน ได้ผลไม่เลวทีเดียว
เกี่ยวกับเื่เขาาาอสูร ลวี่เหลียงไม่ปิดบัง แม้เสี่ยวเฮยบอกว่าเป็ของที่มีประโยชน์มหาศาล แต่ลวี่เหลียงรู้จักแยะแยะ ของชิ้นนี้แค่เห็นก็รู้ว่าไม่ใช่ของธรรมดา ด้วยระดับขั้นสร้างฐานอย่างเขา นอกจากนำหายนะมาใส่ตัวเองโดยไม่จำเป็แล้ว คาดว่าคงไม่ได้รับประโยชน์อันใดจากมัน มิสู้มอบให้เซียนอรหันต์ทองคำด้วยความซื่อสัตย์ จะได้ไม่ต้องกังวลใจอีก
เมื่อลวี่เหลียงหยิบเขาาาอสูรออกมา ดวงตาของเซียนอรหันต์ทองคำทั้งสองฉายแววเป็ประกาย สบตากันแวบหนึ่ง จากนั้นก็จับจ้องลวี่เหลียงด้วยแววตาอ่อนโยนแฝงความชื่นชมเป็อย่างยิ่ง
ลวี่เหลียงแอบดีใจ ดูท่าหมากกระดานนี้เดินถูกต้องแล้ว! โบราณกล่าวว่า ตีเหล็กต้องตีตอนร้อน! ลวี่เหลียงตัดสินใจเด็ดขาด หลังจากที่โขกศีรษะให้บรรพชนยันต์กระบี่ห้าครั้ง เขาเงยหน้าเอ่ยด้วยความบริสุทธิ์ใจว่า “ผู้เยาว์เป็คนหมู่บ้านซื่อจี้ เมืองชิงหลัวในแคว้นตี้ชิวแห่งอาณาจักรอู่ฟาง ครอบครัวมีแค่ท่านพ่อคนเดียว ครั้งนี้มาเพื่อเข้าตำหนักเซียนยันต์กระบี่ ไม่ทราบว่าตอนนี้การทดสอบที่สองยังเหลือเวลาอีกกี่วัน ท่านบรรพชนโปรดให้ผู้เยาว์ทำการทดสอบต่อไปได้หรือไม่! ข้ายังคงสังหารแค่สัตว์อสูรเท่านั้น ไม่มีทางรังแกผู้ฝึกเซียนขั้นหลอมปราณอย่างแน่นอน!”
“อาจารย์ ขอวอนให้ท่านช่วยเหลือเขา รับเข้าตำหนักเซียนยันต์กระบี่โดยตรงได้หรือไม่? หากไม่มีเขา ศิษย์เกรงว่าิญญาคงแตกสลายไปนานแล้ว” ในสมองของเซียนเสวียนหนี่ว์พลันแว่วเสียงสั่นเล็กน้อยของซั่งกวนอิ่ง
“เอ๋?” เซียนเสวียนหนี่ว์เหลือบมองศิษย์รักที่ใบหน้าแดงเรื่อด้วยแววตาที่ลึกซึ้ง แย้มยิ้มเ้าเล่ห์ พลางเบนสายตามองไปทางบรรพชนยันต์กระบี่
บรรพชนยันต์กระบี่กำลังจะตอบคำถามของลวี่เหลียง ทันใดนั้นก็หยุดชะงัก รอยยิ้มผุดขึ้นบนใบหน้า “ลวี่เหลียง ถ้าหากเมื่อครู่เ้า้าเข้าสำนักด้วยการแย่งเอาความดีความชอบของคนอื่นมาเป็ของตน แม้ข้าจะรับปากก็คงผิดหวังในตัวเ้า แต่เ้าอายุแค่นี้ยังรู้จักแยะแยะผิดถูก นอกจากนี้ เ้าอาจไม่รู้ประโยชน์ของเขาาาอสูร แต่กลับมอบมันออกมาโดยไม่ลังเล เห็นชัดว่าจิตใจของเ้ามีความเด็ดขาด”
บรรพชนยันต์กระบี่ไม่ได้รับเขาาาอสูรไว้ เขาเพียงพยักหน้าเบาๆ จากนั้นก็มองไปทางเซียนกระบี่หุ้นหยวน เอ่ยเสียงดังก้องว่า “หุ้นหยวน ั้แ่วันนี้ไปลวี่เหลียงคือศิษย์ของตำหนักเซียนยันต์กระบี่แล้ว การทดสอบหลังจากนี้ไม่จำเป็อีกต่อไป”
“ขอรับ ตามที่อาจารย์สั่ง! ลวี่เหลียง ั้แ่วันนี้ไปเ้าคือศิษย์ชุดขาวของตำหนักเซียน อีกสักครู่ข้าจะส่งกฎของสำนักให้เ้า จากนั้นเ้าค่อยเลือกอาจารย์” เสียงนุ่มนวลของเซียนกระบี่หุ้นหยวนดังแว่วมา ร่างกายลวี่เหลียงอดสั่นเทาไม่ได้ ในที่สุดก็สำเร็จแล้ว!
“ตามที่เ้าพูดเมื่อครู่ การฝึกฝนหลักของเ้าดูเหมือนจะเป็วิชากระบี่ ตอนนี้แสดงวิชากระบี่ที่แข็งแกร่งที่สุดของเ้าออกมา ข้าดูจบแล้วจะช่วยจำกัดขอบเขตการเลือกอาจารย์ของเ้า” เซียนกระบี่หุ้นหยวนยกมือขึ้น เสื้อผ้าขาดวิ่นของลวี่เหลียงพลันกลายเป็เสื้อคลุมสีขาวใหม่เอี่ยมที่มีสัญลักษณ์ของตำหนักเซียนยันต์กระบี่ทันที
ลวี่เหลียงเอาจริงเอาจัง ใช้ใจกระบี่สองกระบวนท่าพร้อมกัน เซียนกระบี่หุ้นหยวนได้ชมดูก็พยักหน้า กล่าวชมเชยว่า “ไม่เลว! ไม่คิดว่าอายุแค่นี้ก็เข้าใจในเจตจำนงกระบี่ ทั้งยังคิดค้นกระบวนท่าขึ้นเองด้วย! ผ่านไปอีกหน่อย ตำหนักเซียนของเราอาจมียอดฝีมือด้านกระบี่เกิดขึ้นอีกคน! ยังมีกระบวนท่าอื่นอีกไหม แสดงให้ดูพร้อมกันเลย”
ได้ยินคำชมของเซียนกระบี่หุ้นหยวน ถึงแม้ลวี่เหลียงจะอ่อนน้อมถ่อมตน แต่ก็อดดีใจไม่ได้ “ในเมื่อเป็เช่นนี้ ข้ายังมีวิชากระบี่อีกสองกระบวนท่า ผู้าุโทุกท่านเชิญชมดู!”
ระหว่างที่พูด ลวี่เหลียงเงื้อกระบี่เฟยหลิง ใช้กระบวนท่าหนึ่งอักษรและหลบวายุในวิชากระบี่กระบี่เซวียนหยวนพร้อมกัน จากนั้นก็หยุดมือยืนตัวตรง รอคอยการพิจารณาของเซียนกระบี่หุ้นหยวน
แต่ทว่าลวี่เหลียงยังมิทันรอให้เซียนกระบี่หุ้นหยวนได้กล่าวคำ ขณะที่เขาเงยหน้าขึ้นมองไปทางผู้าุโทั้งสาม รูม่านตาของเขาพลันหดลงทันที
ผู้าุโทั้งสามในเวลานี้ สีหน้าเซียนกระบี่หุ้นหยวนเต็มไปด้วยความประหลาดใจ ชี้นิ้วไปทางลวี่เหลียงอย่างตกตะลึง ไม่ได้เอ่ยวาจาใดๆ ออกมา บรรพชนยันต์กระบี่ที่อยู่ไม่ไกล ย่นคิ้วด้วยความโกรธเกรี้ยว ดวงตาดุดันราวกับพยัคฆ์ จับจ้องกระบี่เฟยหลิงในมือของลวี่เหลียงไม่วางตา ส่วนเซียนเสวียนหนี่ว์ก็ตัวสั่นระริก ลวี่เหลียงมองเห็นหยาดน้ำตาของนางที่คลอเบ้า พร้อมไหลรินออกมาได้ทุกเมื่อ!
