“นายท่าน ได้อย่างไรกัน...” ฮูหยินยื่นมือออกไปจับแขนของนายท่านรอง นี่ไม่ใช่คำที่สามีของนางจะสามารถกล่าวได้
นายท่านรองมองใบหน้าอันซีดเซียวของฮูหยินของตน เขาได้ตัดสินใจเรียบร้อยแล้ว จะไม่ยอมให้ฮูหยินได้รับความอยุติธรรมอีก ต่อให้ตนเองต้องแบกรับคำด่าทอของคนใต้หล้า ก็จะต้องให้ฮูหยินได้รู้ว่าแต่ไหนแต่ไรใจของเขาไม่เคยเปลี่ยน
“ท่าน ท่านจะโเี้กับข้าเช่นนี้จริงหรือ?” สายตาของอนุสี่เชือดเฉือนราวกับมีใบมีดพุ่งออกมา นายท่านรองหันไปมองนางอย่างไม่แยแส “เ้าบ่นข้าได้ ด่าว่าข้าได้ เดิมทีข้าคิดเอาไว้แล้วว่าหลังจากเ้าคลอดเด็กออกมา ก็จะส่งพวกเ้าไปใช้ชีวิตอยู่นอกจวน ดูแลเื่อาหารการกินและที่อยู่ของพวกเ้า ในเมื่อตอนนี้ไม่มีเด็กแล้ว เ้าก็ไม่มีความเกี่ยวพันอะไรอีก ข้าจะหาครอบครัวดีๆ ให้เ้าไปเริ่มต้นใช้ชีวิตใหม่”
ถึงกับพูดออกมาอย่างสง่างามเช่นนี้เลยเชียวหรือ? “ทำไม ทำไมท่านถึงได้โหดร้ายกับข้าเช่นนี้?”
บรรยากาศระหว่างทั้งสองนั้นเรียกได้ว่าแปลกประหลาด ทุกคนยิ่งรู้สึกประหลาดใจ ตกลงแล้วระหว่างพวกเขาทั้งสองเกิดอะไรขึ้นกันแน่
“ในเมื่อเป็เช่นนี้ มิสู้ให้ข้าตายเสียยังจะดีกว่า อย่างไรเสียข้าไม่มีตำแหน่งในใจของท่านเลยแม้แต่น้อย! พวกท่านคิดจะใช้มือเดียวปิดแผ่นฟ้าต่อผู้คนในเมืองหลวงหรือ? จะประกาศกับคนข้างนอกว่าข้าป่วยตายใช่หรือไม่ เหตุใดจึงต้องหลอกลวงเสแสร้งด้วย?” คำกล่าวนี้ของนางมุ่งเป้าไปทางฮูหยินรอง
“ฮึ คนเช่นเ้าช่างไม่รู้จักบุญคุณเอาเสียเลย หากฮูหยิน้าให้เ้าตาย เหตุใดฮูหยินจึงต้องพุ่งเข้าไปช่วยเ้าในทะเลเพลิงโดยไม่สนใจความปลอดภัยของตนด้วย?” ลวี่หลัวโพล่งออกมาอย่างอดไม่ไหวอีกต่อไป แต่ไหนแต่ไรไม่เคยพบเห็นสตรีที่ไร้หัวใจเช่นนี้มาก่อน
“ช่วยข้า? ข้ากลับ้าให้นางไม่ต้องเข้าไปช่วยเสียมากกว่า!” ถ้าเป็เช่นนี้ หลิ่วเฉิงซีก็จะถูกเผาตาย เด็กคนนี้ช่างโชคดีนัก
อวิ๋นซูย่อมฟังความหมายในคำพูดของนางออก นางค่อยๆ เดินไปยังข้างกายของฮูหยินรองแล้วจึงหัวเราะออกมาเบาๆ ครั้งหนึ่ง “ใช่แล้วน้าสะใภ้รอง ตอนแรกไม่ควรจะช่วยนางจริงๆ ในเมื่ออนุสี่คิดไม่ตกเช่นนี้ พวกเราก็มอบเส้นทางให้นางสายหนึ่งเถิด ดูว่านางอยากจะชนตรงไหนก็ให้ชนตรงนั้น”
“ซูเอ๋อร์...”
ฮูหยินรองเงยหน้าขึ้นอย่างประหลาดใจ กระทั่งนายท่านรองเองก็คิดไม่ถึงว่าอวิ๋นซูจะพูดคำเช่นนี้ออกมา
อนุสี่กัดฟัน ทำไม นางคิดว่าตนไม่กล้าหรือ? อย่างไรก็ตาม อวิ๋นซูกลับส่งสายตาบอกใบ้ว่าให้นางทำตามใจ
สตรีผู้นั้นยืนอยู่ตรงนั้นเนิ่นนานโดยไม่ขยับเขยื้อน ลวี่หลัวอดไม่ได้ที่จะหัวเราะเยาะ “ในเมื่ออนุสี่ไม่อยากมีชีวิตแล้ว ก็ปล่อยให้เืไหลหมดตัวเลยเถิด” แผลบนหน้าผากของนางไม่ตื้นเลย
ทันใดนั้น อนุสี่หัวเราะออกมาเบาๆ “หลิ่วซื่อซู หากไม่ใช่เพราะท่านพ่อของข้า ท่านจะมีชีวิตกลับมาได้อย่างไร?”
นี่...หมายความว่าอย่างไร?
นายท่านรองขมวดคิ้ว “ข้าสามารถรับปากดูแลชีวิตอีกครึ่งหนึ่งที่เหลือของเ้าได้ ไม่จำเป็ต้องกังวลใจ”
“ข้าย่ำแย่ถึงขนาดที่ท่านไม่เต็มใจจะมองข้าเลยเชียวหรือ?” น้ำเสียงของอนุสี่สั่นระริก ฮูหยินรองไม่อยากให้สามีของตนเป็คนลืมบุญคุณในสายตาของผู้อื่น นางกำลังคิดจะเปิดปากพูดอะไรบางอย่าง อวิ๋นซูกลับขวางนางเอาไว้
“งิ้วเช่นนี้ของอนุสี่ ไม่ทราบว่า้าแสดงถึงยามใดหรือเ้าคะ?”
“...เ้าหมายความว่าอย่างไร?”
ใช่แล้ว หย่งจี๋เสี้ยนจู่หมายความว่าอย่างไร
อวิ๋นซูแย้มยิ้ม ก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าวเข้าใกล้อนุสี่ “สุขภาพของอี๋เหนียงอ่อนแอเช่นนี้ คิดไม่ถึงเลยว่าเืจะมีไม่น้อย เดิมทีอวิ๋นซูยังกลัดกลุ้ม คิดว่าวิชาแพทย์ของตัวเองย่ำแย่จนไม่สามารถเปลี่ยนแปลงร่างกายของอี๋เหนียงให้ดีขึ้นได้ ที่แท้วิธีของอี๋เหนียงล้ำเลิศยิ่งนัก”
คำพูดของอวิ๋นซูทำให้ทุกคนยิ่งเพิ่มความสงสัย อนุสี่ใจสั่น หรือว่าเื่ของตนจะถูกพบแล้ว? ไม่ ทุกครั้งที่นางกินยาล้วนกระทำตอนกลางคืนที่ไร้ผู้คน ควรจะไม่มีใครเห็นถึงจะถูก
“ฮึ ที่แท้นี่ก็เป็วิธีการของบุคคลชั้นสูงแห่งเมืองหลวงอย่างพวกท่าน อย่างที่ข้าได้กล่าวไป พวกท่านคิดจะตีข้าให้ตายแล้วประกาศออกไปว่าข้าป่วยตาย”
“ในใจของอนุสี่เห็นว่าบุคคลชั้นสูงในเมืองหลวงอย่างพวกเราโง่เง่าเช่นนี้เลยเชียวหรือ?”
“...เ้าไม่ต้องมาเล่นละครตบตาผู้คนแล้ว! อยากจะพูดอะไรกันแน่?” อนุสี่กัดฟัน ท่าทางน่ากลัว
อวิ๋นซูส่งสายตาให้ ชุนเซียงจึงรีบหยิบผ้าผืนหนึ่งออกมาจากแขนเสื้อ “ไม่ทราบว่าอนุสี่รู้หรือไม่เ้าคะ ว่าสิ่งนี้คืออะไร?”
“...” นั่น นั่นคงจะไม่ใช่ผ้าที่นางใช้เช็ดถ้วยยาเมื่อคืนหรอกกระมัง?
“ขอเรียนถามท่านหมอ การแท้งของอนุสี่มีเืออกหรือไม่?”
“เอ๋? นี่ มะ ไม่...” อย่างไรเสียหญิงชายย่อมแตกต่าง ท่านหมอไหนเลยจะตรวจอย่างละเอียดได้ เขาเพียงจับชีพจรให้นางเท่านั้น
พริบตานั้นฮูหยินรองสังเกตเห็นถึงความไม่ชอบมาพากล ใช่แล้ว หากว่าแท้งบุตรก็ควรจะมีเืออกถึงจะถูก แต่เมื่อมองชุดกระโปรงของอนุสี่แล้ว...ลวี่หลัวได้รับสายตาบอกใบ้ จึงรีบเดินเข้าไปเปิดผ้าห่มของอนุสี่ ผ้าห่มยังคงสะอาดสะอ้าน มีเพียงรอยยับย่นจากการนอนเท่านั้น
คิดไม่ถึงเลยว่านางจะถึงกับไม่สังเกตเห็น อนุสี่ยังคงแสดงท่าทีแข็งกร้าว “ผู้ใดกล่าวว่าแท้งบุตรจะต้องมีเื? เ้า้ากล่าวอะไรกันแน่?”
“ไม่มีอะไรเ้าคะ เพียงแต่รู้สึกนับถืออนุสี่ ยาที่ทำให้ตั้งครรภ์ปลอมเช่นนี้ อวิ๋นซูเพียงแค่เคยได้ยินมาเท่านั้น ยังไม่เคยพบมาก่อน ครั้งนี้นับว่าได้เปิดหูเปิดตาแล้ว”
คำพูดนี้ทำให้ทุกคนเข้าใจกระจ่าง ความหมายของอวิ๋นซูคือ อนุสี่ไม่ได้ตั้งครรภ์ั้แ่แรก นางตั้งครรภ์ปลอม!
“เ้า...”
“ท่านลุงรอง น้าสะใภ้รอง ซูเอ๋อร์กำลังสงสัยว่าเหตุใดอนุสี่ดื่มยาสงบครรภ์เข้าไปแล้วยังไม่ดีขึ้น ยาสงบครรภ์นั้นต้องใช้กับผู้ตั้งครรภ์จึงจะเห็นผล คิดว่าท่านหมอเองก็คงสงสัยอย่างมากกระมัง?”
ท่านหมอพยักหน้า เพิ่งจะได้สติกลับมา
“ผ้าผืนนี้เป็ผ้าที่อนุสี่ใช้เช็ดร่องรอยของยาเมื่อคืน ซูเอ๋อร์ตรวจสอบอย่างละเอียดแล้วพบว่าเป็สิ่งเดียวกับยาที่ทำให้ตั้งครรภ์ปลอมซึ่งมีบันทึกเอาไว้ในหนังสือ คิดว่าอนุสี่กินยาตั้งครรภ์ปลอมนี้จึงทำให้เกิดชีพจรมงคลขึ้น เพียงแต่ผลของยาไม่ดีนัก จึงมีชีพจรที่ไม่มั่นคงเช่นนี้ออกมา ด้วยเหตุนี้ไม่ว่าจะกินยาสงบครรภ์มากเพียงใดก็ไม่มีประโยชน์ ในเมื่อเป็ครรภ์ปลอม จึงต้องพูดกับคนอื่นว่าแท้ง นี่จึงเป็สาเหตุที่ว่าเหตุใดอนุสี่จึงไม่มีเื” คำพูดของอวิ๋นซูทุกคำกังวานมีพลัง อนุสี่คิดไม่ถึงว่าจะมีคนรู้เื่ยาตั้งครรภ์ปลอมนี้ด้วย
ไม่เสียทีที่เป็คนแก้ปัญหาโรคระบาด ท่านหมอมากมายวินิจฉัยให้ตนเองก็ไม่พบข้อสงสัยใดๆ แต่ว่าตอนนี้ ตีให้ตายอนุสี่ก็ไม่ยอมรับ
“เื่ก็มาถึงขั้นนี้แล้ว เสี้ยนจู่พูดอย่างไรก็ต้องเป็อย่างนั้น ในเมื่อลูกของข้าไม่มีแล้ว บิดาของเขาก็ไม่สงสารเห็นใจเลยแม้แต่น้อย ข้าเองก็ไม่สนใจความเป็ความตายแล้ว! จะฆ่าจะแกงก็ตามใจเถิด!”
อวิ๋นซูถอนหายใจเบาๆ “อนุสี่ ซูเอ๋อร์กล่าวไปแล้วว่าหากท่าน้ารนหาที่ตาย เส้นทางสายนี้ก็จะเปิดกว้าง ท่านอยากชนตรงไหนก็สามารถชนได้ หรือว่าเืไก่ในเส้นผมของอนุสี่ใช้หมดไปแล้วเ้าคะ”
“...อะ อะไรนะ?”
เืไก่? นี่หมายความว่าอย่างไร?
ลวี่หลัวเข้าใจขึ้นมาโดยพลัน หย่งจี๋เสี้ยนจู่คงไม่พูดจามั่วซั่ว เืไก่ในเส้นผม? นางรีบพุ่งเข้าไป อนุสี่ใจนถอยหลังระรัว “เ้าจะทำอะไร? ปล่อยมือ เ้า!”
สาวใช้ผู้นี้เริ่มดึงผมหน้าม้าของอนุสี่ คิดไม่ถึงว่าจะสามารถดึงถุงเืเล็กๆ ถุงหนึ่งออกมาจากโคนผมของนางได้จริงๆ
“เ้า เ้าคนชั้นต่ำ เ้าถึงกับซ่อนเืไก่ไว้ในเส้นผม!” ในที่สุดอนุรองก็ได้สติกลับมาจากอาการตกตะลึง ดูท่าพวกนางล้วนถูกอนุสี่ผู้นี้จัดฉากเสียแล้ว ชนเสาฆ่าตัวตายอะไรกัน! นางก็แค่กระทบถุงเืไก่บนหัวของนางเบาๆ จนแตกก็เท่านั้น ช่างเป็วิธีการที่เลวทรามเหลือเกิน!
อนุสี่ถูกกดไว้บนพื้น นางเงยหน้าขึ้นจ้องมองไปยังใบหน้าสุขุมเยือกเย็นของอวิ๋นซูอย่างโเี้ “เ้าสงสัยข้านานแล้วหรือ?”
“ความจริงแล้วหาก้าจะเปิดโปงคำโกหกของท่าน ก็สามารถใช้วิธีอื่นได้ หาแม่นมสักคนมาตรวจสอบร่างกายของท่านก็รู้แล้วว่าท่านแท้งหรือไม่” ตรวจสอบร่างกายไม่เพียงแต่สามารถพิสูจน์ได้ว่านางเคยตั้งครรภ์หรือไม่ แล้วยังสามารถ...
ทันใดนั้นนายท่านรองคิดอะไรบางอย่างขึ้นได้ เขาเบิกตากว้างโดยพลัน “คงไม่ใช่ว่าเ้าก็หลอกข้า...”
อนุสี่สะอึก พูดอะไรไม่ออกแม้แต่คำเดียว คิดไม่ถึงว่าเสี้ยนจู่อายุน้อยผู้นี้จะฉลาดถึงเพียงนี้
“เด็กๆ!”
“นายท่าน นี่...” ฮูหยินรองไม่เข้าใจว่าเหตุใดจู่ๆ นายท่านจึงได้โมโหมากมายถึงเพียงนี้ สตรีบนพื้นรีบคลานขึ้นมา ในเมื่อเื่ราวเป็เช่นนี้แล้ว มิสู้...
“หยุดนาง! หากจะชน ก็รอพิสูจน์ร่างกายก่อนค่อยชน!”
อวิ๋นซูออกคำสั่ง ลวี่หลัวและชุนเซียงรีบเข้าไปกดสตรีผู้นั้นลงกับพื้นจนนางดิ้นไม่ได้
...
ภายในห้องของหลิ่วเฉิงซี ทั้งสองคนกำลังดูแลคุณชายน้อยบนเตียง
อวิ๋นซูเดินเข้ามาจากข้างนอก ท่าทางเช่นนั้นทำให้นายท่านรองรู้ได้โดยทันทีว่าตนตกหลุมพรางของนางเข้าจริงๆ เสียแล้ว! “น่ารังเกียจนัก...” ถึงกับใช้เื่เช่นนี้มาหลอกเขา!
“ซูเอ๋อร์...”
“น้าสะใภ้รองเ้าคะ อนุสี่ยังมีร่างกายบริสุทธิ์อยู่เ้าค่ะ”
อะไรนะ? นี่...นี่มันเป็ไปได้อย่างไร?
ทั้งสองมองไปยังนายท่านรองที่กำลังโมโห เขาสูดลมหายใจเข้าลึกๆ หลายครั้ง จึงจะสามารถเล่าเื่ราวที่เกิดขึ้นใน่นั้นออกมาได้
ที่แท้ในยามที่นายท่านรองเดินทางไปสนับสนุนชางหรงโหว ได้พบกับความวุ่นวายจากภัยพิบัติระหว่างทาง รถม้าของเขาถูกปล้นจนว่างเปล่า อีกทั้งความเหน็ดเหนื่อยจากการเดินทางไกลทำให้เขามีไข้สูง ตลอดเส้นทางท่านหมอคิดว่าเขาติดโรคระบาดจึงปฏิเสธที่จะตรวจรักษา โชคดีที่มีท่านหมอผู้หนึ่งผ่านทางมาช่วยเขาไว้ ซึ่งก็คือบิดาของอนุสี่ ยอมเสี่ยงอันตรายที่จะติดเชื้อดูแลเขาทั้งเช้าค่ำ สุดท้ายร่างกายของเขาจึงค่อยๆ แข็งแรงขึ้น
อย่างไรก็ตามมีเื่เหนือความคาดหมายเกิดขึ้น ทำให้ท่านหมอได้รับาเ็สาหัส อย่างไรเสียก็อายุมากแล้ว ท่านหมอจึงขอให้นายท่านรองดูแลบุตรสาวเพียงคนเดียวของเขา ซึ่งก็คืออนุสี่
เดิมทีนายท่านรองคิดจะให้เงินแก่อนุสี่ คิดไม่ถึงว่านางจะยืนกรานกลับเมืองหลวงกับเขา
ระหว่างทาง ณ โรงเตี๊ยมแห่งหนึ่ง นายท่านรองคิดว่าจะได้กลับเมืองไปพบหน้าภรรยาของตนก็ดีใจจนดื่มไปหลายถ้วย ไหนเลยจะรู้ว่าเมื่อตื่นขึ้นมา กลับพบอนุสี่นอนอยู่ข้างกายด้วยเสื้อผ้าอาภรณ์ที่ไม่เรียบร้อย
เื่ที่เกิดขึ้นหลังจากนี้ อวิ๋นซูกับฮูหยินรองต่างก็คาดเดาได้
ฮูหยินรองหัวเราะอย่างขมขื่น ที่แท้ก็เป็เช่นนี้ นายท่านจึงรู้สึกผิดต่อนางจนไม่ทราบว่าควรจะเริ่มเล่าจากตรงไหน
“ตอนนั้นข้าตำหนิตนเองที่ดื่มเหล้าจนกระทำเื่ผิดพลาด ทั้งยังไม่รู้ว่าควรจะอธิบายกับฮูหยินอย่างไร ดังนั้น...” แต่ว่าเขาไม่ควรสงสัยในความเชื่อใจที่ฮูหยินมีต่อตนเองเลยจริงๆ ตอนนี้นายท่านรองกำลังคิดว่า หากว่าเขาบอกฮูหยินของตนไปแต่แรก นางจะต้องให้อภัยตนเองอย่างแน่นอน และไม่ทำให้เฉิงซีต้องมาพบกับเื่เช่นนี้
“ไม่ทราบว่าท่านลุงรองคิดจะจัดการกับนางอย่างไรเ้าคะ?” ในที่สุดอวิ๋นซูก็ทราบที่มาของอนุสี่ ที่แท้บิดาของนางเป็หมอ ดังนั้นจะรู้วิชาแพทย์ก็เป็เื่ปกติ
“ข้าไม่อยากเห็นหน้านางอีก!”
“นายท่าน จะอย่างไรท่านหมอผู้นั้นก็เคยช่วยชีวิตท่านเอาไว้...” ฮูหยินรองไม่้าสนองคุณด้วยความแค้น
นายท่านรองลังเลครู่หนึ่ง หากไม่ใช่เพราะนาง เฉิงซีจะตกอยู่ในอันตรายได้อย่างไร คงจะให้นางอยู่ในจวนต่อไปไม่ได้แล้ว “เด็กๆ รีบเก็บของแล้วส่งนางกลับไปที่บ้านเกิด!”
