“เช้าวันนี้ตอนที่อาตมามาตักน้ำให้พระอาจารย์ลุงทั้งหลาย พบว่าในบ่อน้ำมีหนูตายอยู่หลายตัวอย่างน่าประหลาด” เมื่อพระคิดถึงภาพนั้น ก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกขนลุก
“...หนู?” หลิ่วอวิ๋นฮว๋าขมวดคิ้ว หรือว่าเป็เพราะตนเองวางยา?
“ดังนั้นน้ำในบ่อนี้จึงไม่อาจดื่มได้ สีกาสามารถไปตักน้ำที่น้ำพุได้ขอรับ”
“...นี่ คงต้องทำเช่นนั้นแล้ว”
กำลังคิดจะหันกายเดินจากไป พระรูปนั้นก็ะโเรียกนาง “สีกา สีหน้าของสีกาท่านนี้ดูไม่ค่อยดี ้าให้อาตมาเรียกท่านหมอหรือไม่?” พวกเขามองไปยังหลิ่วอวิ๋นชิงด้วยความกังวล รอยยิ้มบนใบหน้าของหลิ่วอวิ๋นฮว๋าแข็งค้างอยู่บ้าง “ไม่จำเป็ ขอบพระคุณมากเ้าค่ะ”
อย่างไรก็ตาม หลิ่วอวิ๋นชิงราวกับไม่ได้ยินคำพูดของพวกเขา เงียบสงบประดุจไม่มีตัวตนอย่างไรอย่างนั้น
“น้องสาวของผู้น้อยมีนิสัยเงียบขรึม หากทำอะไรผิดพลาดไป หวังว่าพระอาจารย์น้อยทั้งหลายจะให้อภัย” หลิ่วอวิ๋นฮว๋ากล่าวจบก็รีบพาหลิ่วอวิ๋นชิงเดินไปจากสายตาของพวกเขา
นิสัยเงียบขรึม? พระทั้งหลายยิ่งเกิดความสงสัย พวกเขาจำได้ว่าคุณหนูห้าของจวนชางหรงโหวผู้นี้ ดูเหมือนจะไม่ได้มีนิสัยเช่นนั้น?
ภายในเรือน
“คุณชายสาม เหตุใดคุณหนูรองจวนชางหรงโหวต้องทำเช่นนี้ด้วย?” เ้าอาวาสได้ยินคำพูดของพระทั้งหลายพลันมีความคิดเหมือนเฟิ่งหลิงทุกประการ หลิ่วอวิ๋นฮว๋าเห็นวันนี้ว่าไม่มีความเคลื่อนไหว จะต้องไปตรวจสอบอีกครั้งอย่างแน่นอน เพียงแต่เ้าอาวาสไม่เข้าใจ วัดเทียนฝูและอวิ๋นฮว๋ามีความแค้นลึกล้ำอะไรต่อกัน เหตุใดนางจึงได้วางยาพิษในวัดครั้งแล้วครั้งเล่า
“ไต้ซือเคยได้ยินว่า เหนือมีตระกูลอวิ๋น ใต้มีตระกูลอู่หรือไม่?”
สีหน้าของเ้าอาวาสพลันเปลี่ยนไป การแสดงออกบนใบหน้าของเฟิ่งหลิงก็ยิ่งลึกล้ำมากขึ้น “ดูแล้วท่านเ้าอาวาสคงจะเคยได้ยินมาก่อน”
“พะ พวกเขามาที่แคว้นเฉินได้อย่างไร...”
“เื่นี้ข้าเองก็อยากรู้เช่นกัน”
เ้าอาวาสหันกายไป ในมือหมุนลูกประคำไม่หยุด หรือว่าคนเ่าั้ทราบว่าคุณชายสามอยู่ที่แคว้นเฉิน?
“ไต้ซือ พิษของยาชนิดนี้ไม่ปกติ ครั้งนี้คุณหนูรองไม่ประสบความสำเร็จ ยากที่จะรับประกันได้ว่าจะไม่มีครั้งหน้า” เฟิ่งหลิงนับว่าได้ประจักษ์ชัดถึงความเหี้ยมโหดของหลิ่วอวิ๋นฮว๋า น้ำบ่อนี้อาจจะเชื่อมต่อถึงแม่น้ำใกล้ๆ หากว่านางทำสำเร็จ คงจะมีผู้บริสุทธิ์จำนวนมากตายอยู่ภายใต้น้ำมือของนาง
โชคยังดี สิ่งที่นางไม่รู้ก็คือ เพื่อที่จะรักษารสหวานของน้ำในบ่อ ใต้บ่อน้ำที่ถูกพิษของวัดเทียนฝูมีฝาบ่อปิดกั้นอยู่ฝาหนึ่ง หากว่า้าตักน้ำจะต้องใช้ตะขอเกี่ยวฝาบ่อน้ำขึ้นมา เนื่องจากตอนนั้นเป็ตอนกลางคืน เมื่อฟ้ามืด หลิ่วอวิ๋นฮว๋าย่อมมองไม่เห็นฝาบ่อ ดังนั้นเมื่อนางหยดพิษลงไปจึงไม่ได้ปนเปื้อนถูกน้ำในบ่อ แต่ไปถูก้าของฝาบ่อแทน วันนี้ยามเช้าในตอนที่พระออกไปตักน้ำจึงพบหนูตาอยู่บนฝาบ่อ
“ไม่นานก็จะเป็วันเกิดของชางหรงโหว พวกคุณหนูรองควรจะกลับไปได้แล้ว”
เฟิ่งหลิงขมวดคิ้ว ในมือของหลิ่วอวิ๋นฮว๋ายังมียาพิษที่อันตรายถึงเพียงนั้นอยู่ ต้องปล่อยให้นางนำกลับไปที่จวนชางหรงโหวหรือ? คนที่นางจะใช้ด้วยคือใครกันแน่?
“คุณชายสาม ท่าน...”
“ดูแล้ว ข้าจำเป็ต้องกลับไปด้วยกันกับพวกนาง”
……
บนถนนเล็กๆ ท่ามกลางป่า เงาร่างร่างหนึ่งราวกับกำลังมองหาอะไรบางอย่าง สมควรตาย วันนี้ไม่ได้อะไรเลย ไม่เห็นร่องรอยของสัตว์ป่าใดๆ เลย
หลิ่วอวิ๋นฮว๋ากำมือที่อยู่ในแขนเสื้อแน่น เดิมทีคิดว่าจะทำเป็ครั้งสุดท้ายแล้วจะวางมือ ไหนเลยจะรู้ว่าผลลัพธ์กลับล้มเหลว ยาตัวนี้นางจำเป็ต้องมั่นใจว่าจะไม่มีข้อผิดพลาด สามารถวางยาในสัตว์และผักได้ ก็ไม่ได้แสดงให้เห็นว่าจะมีผลต่อร่างกายของคน หรือมีผลมากน้อยเพียงใด จะสามารถเอาชีวิตได้ในทันทีหรือไม่?
ทุกครั้งนังสารเลวนั่นจะสามารถเปลี่ยนเื่ร้ายกลายเป็ดีได้ตลอด นางจำเป็จะต้องระมัดระวังให้มาก ไม่ใช่ว่านางไม่เชื่อมั่นในบุรุษชุดดำผู้นั้น ถึงแม้ว่าท่านยายจะกล่าวว่าสามารถเชื่อใจในความสามารถของเขาได้อย่างแน่นอน แต่หลิ่วอวิ๋นฮว๋ากลับกลัวเสียขึ้นมาแล้ว กลัวความโปรดปรานที่์มีต่ออวิ๋นซูจะทำให้การเดิมพันครั้งสุดท้ายของนางล้มเหลว
หลิ่วอวิ๋นฮว๋ากัดฟัน ไม่สามารถตำหนินางได้ว่าไม่อกตัญญูและจิตใจโเี้ นางล้วนถูกบีบบังคับ! หากว่าไม่มีหลิ่วอวิ๋นซู วันนี้ท่านย่าก็คงไม่ลำเอียง นางก็จะไม่ต้องเดินบนเส้นทางสายนี้!
“สีกา! สีกา!” ด้านหลังมีเสียงะโเรียกเสียงหนึ่งดังขึ้น หลิ่วอวิ๋นฮว๋าหันกลับไปอย่างไม่สบอารมณ์ เห็นพระรูปหนึ่งวิ่งเข้ามา
“พระอาจารย์น้อยเรียกข้ามีอะไรหรือเ้าคะ?” ในตอนนี้นางไม่มีเวลาว่างมาสนใจคนเหล่านี้
“สีกา เ้าอาวาสสั่งอาตมาให้มาตามท่านขอรับ ดูเหมือนว่าจะมีเื่สำคัญ”
เื่สำคัญ? หลิ่วอวิ๋นฮว๋าขมวดคิ้ว หรือว่าเ้าอาวาสจะพบอะไรเข้าแล้ว?
ภายในห้องฟุ้งกระจายไปด้วยกลิ่นกำยานที่ทำให้จิตใจสงบ เ้าอาวาสนั่งขัดสมาธิอยู่บนเบาะสานทรงกลม ในมือหมุนลูกประคำ หลับตาเบาๆ มองไม่ออกว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่
เสียงเคาะประตูดังขึ้นเบาๆ หลิ่วอวิ๋นฮว๋าเดินเข้ามาจากข้างนอก “ท่านเ้าอาวาสเ้าคะ?”
เ้าอาวาสลืมตาขึ้น ภายในดวงตาอัดแน่นไปด้วยประกายแห่งความอบอุ่น “คุณหนูรอง หลายวันมานี้อยู่บนูเาคุ้นชินแล้วหรือไม่?”
“...ขอบพระคุณไต้ซือเ้าค่ะ วัดเทียนฝูแห่งนี้เป็สถานที่ที่เงียบสงบ สามารถกล่อมเกลาจิติญญาได้ดีที่สุดเ้าค่ะ” หรือว่า้าจะให้นางไป? ดูแล้วเขาคงจะสังเกตเห็นถึงอะไรบางอย่างเข้าแล้ว
“เป็เช่นนี้ก็ดี ฮูหยินผู้เฒ่าชางหรงโหวกำชับมาเป็อย่างมาก ครั้งนี้คุณหนูรองมาเพื่อขอพรที่วัด ด้วยเหตุนี้อาตมาจึงได้นำคัมภีร์เหล่านี้มาจากหอคัมภีร์ คุณหนูรองคัดเสียหนึ่งรอบ พุทธองค์จะต้องรับรู้ได้ถึงความจริงใจของคุณหนูรองอย่างแน่นอน”
“...พวกนี้?!” หลิ่วอวิ๋นฮว๋ามองกองคัมภีร์ที่วางซ้อนกันอยู่นั้น มากมายถึงเพียงนี้หากจะคัดต้องใช้เวลาเท่าใดกัน?
เ้าอาวาสยิ้มพลางพยักหน้า “คัมภีร์เหล่านี้ล้วนเป็คัมภีร์ที่อาตมาเก็บรักษาไว้อย่างดี” ท่าทางเช่นนั้นเรากำลังบอกหลิ่วอวิ๋นฮว๋าว่าไม่จำเป็ต้องขอบคุณเขา
คัมภีร์ที่เก็บรักษาไว้อย่างดีจะเอาออกมาทำไม?! หลิ่วอวิ๋นฮว๋าลอบตำหนิ แต่ว่านางกลับไม่สามารถพูดอะไรได้ สูดหายใจลึกๆ ทำท่าจะยื่นมือออกไปหยิบ ไม่คิดว่าเพิ่งจะหยิบขึ้นมาได้นิดเดียวก็หล่นลงไปอย่างแรง ช่างมากมายเหลือเกิน!
“อู้ซวี่ เข้ามาช่วยคุณหนูรองยกคัมภีร์!”
“...” หลิ่วอวิ๋นฮว๋าลอบจ้องเ้าอาวาสครั้งหนึ่ง จากนั้นจึงหันกายมาคารวะ “ขอบพระคุณเ้าอาวาสมากเ้าค่ะ” จากนั้นจึงออกไปจากห้องโดยมีพระรูปนั้นคอยช่วย
ไม่นาน เฟิ่งหลิงก็เข้ามาจากด้านนอก “ไต้ซือให้คุณหนูรองหลิ่วคัดคัมภีร์หรือ?” สายตาของเขาเจือไปด้วยประกายขบขัน เ้าอาวาสยิ้มบางๆ แล้วพยักหน้า
“พระอาจารย์ฉลาดยิ่ง” เฟิ่งหลิงกล่าวชมออกมาจากใจ ต้องคัดคัมภีร์มากมายถึงเพียงนั้น เกรงว่าหลิ่วอวิ๋นฮว๋าจะไม่มีเวลา “ออกล่า” ข้างนอกอีก
เมื่อกลับมาถึงในเรือน พระรูปนั้นก็ช่วยยกคัมภีร์กองนั้นเข้ามา “สีกา วางไว้ตรงนี้ได้หรือไม่ขอรับ?”
“ท่านวางตามใจเถิด” หลิ่วอวิ๋นฮว๋าตอบกลับไปประโยคหนึ่งอย่างไม่สบอารมณ์ เดินไปข้างโต๊ะแล้วรินชาขึ้นดื่มถ้วยหนึ่งด้วยตัวเอง ขมวดคิ้วอย่างกังวลใจ
พระรูปนั้นเห็นว่าสีหน้าของนางไม่ดีจึงไม่กล้าพูดจาให้มากความ วางคัมภีร์เอาไว้แล้วถอยออกไปอย่างเงียบงัน
เนิ่นนานผ่านไป หลิ่วอวิ๋นฮว๋าจึงหยิบขวดสีดำใบนั้นออกมาจากในแขนเสื้อ จ้องมองอย่างล้ำลึก ดวงตามืดครึ้ม
ยามมืดอันเงียบงัน ภายในป่ามีเสียงสัตว์ร้องออกมาเป็ระยะ
เสียงขลุ่ยอันแปลกประหลาดดังขึ้น หลิ่วอวิ๋นฮว๋าพลันตื่นขึ้นจากบนเตียง เสียงนี้?!
เงาร่างบอบบางวิ่งเหยาะๆ เข้าไปในป่า นางมาถึงสถานที่ที่ได้พบกับบุรุษชุดดำในครั้งก่อนด้วยอาการหอบหายใจ เห็นเงาร่างที่น่าหวาดผวานั้นจริงดังคาด
“...ผู้าุโ เรียกอวิ๋นฮว๋ากะทันหันเช่นนี้ มีเื่สำคัญอะไรหรือเ้าคะ?”
บุรุษชุดดำลดขลุ่ยในมือลง ค่อยๆ หันไป แววตาของเขาทำให้หลิ่วอวิ๋นฮว๋าต้องสั่นสะท้าน
“คุณหนูรองไม่ไว้ใจผู้ชราเช่นข้า หรือไม่ไว้ใจยาพิษที่ผู้ชราปรุงขึ้นอย่างพิถีพิถัน?”
คิดไม่ถึงว่าเพียงคำเดียวของเขาก็กระทบถูกความคิดของตน หลิ่วอวิ๋นฮว๋ารีบย่อกายลงไม่กล้าสบตา ในสมองพลันนึกถึงคำพูดของฮูหยินผู้เฒ่าเวยหย่วน จะอย่างไรก็ไม่อาจผิดใจกับคนตรงหน้านี้ได้อย่างเด็ดขาด “ไม่ อวิ๋นฮว๋าไม่ได้มีเจตนาเช่นนั้นเ้าค่ะ”
“ไม่มี? หรือว่าศัตรูของพวกเ้าก็คือสัตว์ในป่า? หรือจะเป็พระชราในแปลงผักเ่าั้?!”
เขาถึงกับรู้ทุกอย่างเชียวหรือ?! ชั่วขณะนั้นหลิ่วอวิ๋นฮว๋าไม่ทราบว่าควรจะพูดอะไรดี
“ผู้ชราใช้เวลามากมายอย่างยากลำบากจึงจะสามารถฝึกฝนการปรุงยาพิษเช่นนี้ออกมาได้ เ้าถึงกับกล้าใช้แบบนี้เชียวหรือ?!” ทันใดนั้นเสียงหนึ่งผสานไปกับสายลมเย็นๆ เบื้องหน้า ขาทั้งสองของบุรุษชุดดำผู้นั้นเคลื่อนลอยไปตามลม หลิ่วอวิ๋นฮว๋าใจนถอยหลังไปหลายก้าว บนร่างกายของคนผู้นั้นอัดแน่นไปด้วยกลิ่นคาวเือันเข้มข้น!
ความรู้สึกอันตรายเอ่อล้นไปทั้งใจ หลิ่วอวิ๋นฮว๋าในยามนี้ไม่สนใจสิ่งใดอีกต่อไปแล้ว โถมตัวลงคุกเข่าเสียงดัง “ผู้าุโโปรดระงับความโกรธ! ผู้าุโปลดระงับความโกรธเ้าค่ะ! ล้วนเป็เพราะนังสารเลวนั่น ทุกครั้งนางสามารถเปลี่ยนร้ายกลายเป็ดีได้! นาง...นางยังรู้วิชาแพทย์ ข้ากังวลว่ากระทั่งพิษนี้นางก็จะสามารถแก้ได้ ดังนั้น ดังนั้นจึงได้เสี่ยงอันตรายทดสอบยาพิษ ไม่ได้มีเจตนาที่จะล่วงเกินผู้าุโอย่างเด็ดขาดเ้าค่ะ!”
บุรุษชุดดำมองสตรีบนพื้นที่อ้อนวอนไม่หยุด นี่จึงทำให้เขาเก็บสายตาเย็นเยียบของตนเองกลับมา
“ฮึ นอกจากตระกูลอวิ๋นแห่งแคว้นอี้ มิฉะนั้นพิษของข้าก็ไม่มีผู้ใดสามารถแก้ได้!”
ตระกูลอวิ๋นแห่งแคว้นอี้? หลิ่วอวิ๋นฮว๋าเงยหน้าขึ้นอย่างระมัดระวัง ไม่ทราบว่าบุรุษชุดดำทะยานไปไกลหลายเมตรั้แ่เมื่อใด
“ศัตรูของเ้า หรือว่าจะเป็คนตระกูลอวิ๋น?”
“ไม่ๆๆ เป็...เป็น้องสาวชั่วช้าของข้าเองเ้าค่ะ”
บุรุษชุดดำแค่นเสียงครั้งหนึ่งอย่างไม่พอใจ วิชาแพทย์ของตระกูลอวิ๋นนั้นลึกซึ้ง พวกเขามีตำราแพทย์ที่ครบครันที่สุดในใต้หล้า ในหมู่ตำราเ่าั้มีตำราที่สามารถยับยั้งวิชาพิษของตระกูลอู่อยู่ด้วย หากว่าทั้งสองตระกูลขัดแย้งกัน ตระกูลอวิ๋นก็จะชนะอยู่ยกหนึ่ง ดังนั้นนอกจากคนของตระกูลอวิ๋น ก็มิต้องเกรงกลัวผู้อื่น
รอบด้านไร้ซึ่งเสียงอยู่เนิ่นนาน หลิ่วอวิ๋นฮว๋ารวบรวมความกล้ามองไปอีกครั้งหนึ่ง ในสายตาไหนเลยจะยังมีเงาร่างของบุรุษชุดดำผู้นั้นอยู่อีก นางนั่งลงบนพื้นอย่างไร้เรี่ยวแรง ความรู้สึกกดดันเมื่อครู่ทำให้นางหายใจไม่ออก เกือบจะคิดว่าตนเองต้องตายอยู่ที่นี่เสียแล้ว เป็ดั่งที่ท่านยายกล่าวไว้จริงๆ คนผู้นี้ไม่สามารถล่วงเกินได้โดยเด็ดขาด!
เมื่อคิดถึงตรงนี้ นางก็กุมขวดยาเล็กๆ สีดำในแขนเสื้ออย่างระมัดระวัง ยังดีที่นางใช้ไปไม่มาก ในสถานการณ์เช่นนี้ไม่สามารถร้องขอจากผู้าุโท่านนั้นได้อีกขวดหนึ่งอย่างเด็ดขาด
เดิมทีคิดจะลุกขึ้นยืน ทว่าหลิ่วอวิ๋นฮว๋าพบว่าขาทั้งสองของตนเองสั่นอย่างรุนแรง นางพยายามสงบอารมณ์ของตนลง พยุงกิ่งไม้ข้างๆ ค่อยๆ ลุกขึ้นมา
ภายในมุมมืด ดวงตาดำมืดคู่หนึ่งจ้องมองฉากนี้ไม่วางตา เขามาทันเวลา มาทันได้ยินข่าวที่มีประโยชน์พวกนั้นพอดี
ตระกูลอวิ๋นแห่งแคว้นอี้?
...
หลังจากผ่านไปสองวัน หลิ่วอวิ๋นฮว๋าก็ประพฤติตัวเรียบร้อยอย่างเหนือคาด อยู่คัดคัมภีร์ภายในห้องของตน
พระลูกวัดกำลังทำความสะอาดอยู่นอกเรือน เขาหันกายไปแต่กลับถูกการปรากฏตัวอย่างกะทันหันของคนผู้หนึ่งทำเอาใ “สะ สีกา...”
หลิ่วอวิ๋นชิงมีสีหน้าเหนื่อยล้า ทำเพียงยืนอยู่ตรงนั้นอย่างมึนงง
“สีกา มีเื่อะไร้าให้อาตมาช่วยเหลือหรือไม่?”
สตรีตรงหน้าเงียบอย่างแปลกประหลาด ดวงตาของนางขยับเล็กน้อย แต่กลับไม่ได้ตอบ
หรือว่าร่างกายจะไม่สบาย? หรือจะมีบางคำที่ยากจะเอ่ยปากขอ? พระลูกวัดคิดในใจ จากนั้นจึงพาหลิ่วอวิ๋นชิงไปยังสถานที่ที่หลิ่วอวิ๋นฮว๋าอยู่
“สีกา ดูเหมือนสีกาท่านนี้จะหลงทางอยู่ด้านนอกขอรับ...”
พระลูกวัดเกิดความสงสัยในใจ อดไม่ได้ที่จะมองหลิ่วอวิ๋นชิงให้มากขึ้นอีกครั้ง
หลิ่วอวิ๋นฮว๋าที่เพิ่งจะเปิดประตูออก รีบดึงนางเข้ามา “โถ่ น้องสาวไม่ระวังเลยจริงๆ ขอบพระคุณพระอาจารย์น้อยมากเ้าค่ะ!” เสียงปิดประตูดังขึ้น นางขมวดคิ้วมองสตรีข้างกายอย่างไม่พอใจ หลิ่วอวิ๋นชิงเงยหน้าขึ้นอย่างมึนงง อ้าปากน้อยๆ
สองวันมานี้ตนเองไม่ได้ไปเรียกนางให้ตื่น ยังคิดว่าจะหลับอยู่ตลอด คิดไม่ถึงว่าจะตื่นขึ้นมาด้วยตัวเองได้
หลิ่วอวิ๋นฮว๋าแย้มยิ้มเล็กน้อย “หิวแล้วหรือ?”
นางหยิบหมั่นโถวสองลูกบนโต๊ะยัดเข้าไปในอ้อมอกของหลิ่วอวิ๋นชิง อีกฝ่ายเดินไปกินอีกด้านหนึ่งอย่าเงียบๆ
ยังนึกว่านางจะกลายเป็หุ่นเชิดแล้วเสียอีก ที่แท้ก็ยังรู้จักหิว หลิ่วอวิ๋นฮว๋ามองปฏิกิริยาของหลิ่วอวิ๋นชิงอย่างพึงพอใจ ดูแล้ว ไม่ได้ให้นางกินยาสองวันก็ไม่มีผลกระทบอะไรมากมาย เช่นนี้ก็ดี ต่อจากนี้จะได้มีงิ้วสนุกๆ ให้ขึ้นแสดง...
