อย่างไรก็ตาม สายตาหวาดกลัวที่นางคาดหวังกลับไม่ได้ปรากฏออกมา หลิ่วอวิ๋นฮว๋ามองใบหน้าของอวิ๋นซูอย่างละเอียด ในยามนี้นางยังสามารถใจเย็นได้อีกหรือ?
“ดียิ่ง ข้าอยากจะเห็นนัก เมื่อมีดเล่มนี้เฉือนลงไปบนใบหน้าของเ้า ยังจะปากแข็งได้เช่นนี้อีกหรือไม่!”
บนใบหน้าของนางแย้มรอยยิ้มโเี้ มือที่กุมมีดปรากฏเส้นเืขึ้น เมื่อคิดถึงความอยุติธรรมที่ตนเองได้รับในระยะนี้ อีกทั้งความพยายามในหลายปีมานี้ของนางที่ต้องล้มเหลวลง รวมกับหนี้แค้นของน้องสามและท่านแม่ ทั้งหมดจะต้องแย่งชิงคืนมาจากร่างของนังสารเลวนี่ให้ได้!
“อวิ๋นฮว๋า เ้า...”
ชางหรงโหวยังมีแรงพูดอยู่ หลิ่วอวิ๋นฮว๋าหันไปอย่างโเี้ “ท่านหุบปากเสีย!”
อะไรนะ?!
“ท่านพ่อ น้องสามตายอย่างอนาถถึงเพียงนั้น ท่านกลับไม่สนใจ ท่านแม่… ท่านแม่ก็เสียสติเพราะการตายของน้องสาม!”
สายตาของชางหรงโหวมืดครึ้มลง เขารู้เพียงว่าสตรีตรงหน้าจึงจะเรียกว่าบ้าคลั่งอย่างแท้จริง “บิดาอบรมสั่งสอนเ้ามาหลายปี หรือว่าเคยสั่งสอนให้เ้าไม่รู้จักแยกแยะถูกผิดเช่นนี้หรือ?”
น้ำเสียงของเขาอ่อนแรง ไม่พบเห็นท่าทางดุดันในยามปกติแม้เพียงครึ่งส่วน
“ถูกผิด? ท่านพ่อ คนที่ไม่รู้จักแยกแยะถูกผิดก็คือท่าน! ฮ่ะๆ ฮ่าๆๆ...”
จู่ๆ หลิ่วอวิ๋นฮว๋าพลันหัวเราะออกมา น้ำตาสายหนึ่งไหลลงมาจากหาตาของนาง
เสียงหัวเราะนี้เมื่อทุกคนได้ฟังพลันรู้สึกเสียดแทงยิ่ง
สายตาของฮูหยินรองเต็มไปด้วยความกังวล นางขมวดคิ้ว เดิมทีคิดจะขยับร่างไปจับขาหลิ่วอวิ๋นฮว๋าเพื่อขวางการก้าวเดินของนาง ต่อให้ต้องตายก็ตาม นางรู้ว่าอวิ๋นซูเข้าใจวิชาแพทย์ ควรจะมีโอกาสรอดอยู่บ้าง
ภายใต้สถานการณ์เช่นนี้ นางยังคงคิดจะช่วยอวิ๋นซู
คิดไม่ถึงว่าสตรีตรงข้ามผู้มีใบหน้าย่ำแย่เช่นเดียวกับนางจะส่งสายตาแปลกประหลาดมาให้ ราวกับจะบอกว่าไม่ให้ฮูหยินรองเคลื่อนไหวบุ่มบ่าม
นี่...หมายความว่าอย่างไร? การเคลื่อนไหวของฮูหยินสองชะงักค้าง หรือว่าอวิ๋นซูมีวิธีการแล้ว?
“องครักษ์เล่า? องครักษ์?” ฮูหยินผู้เฒ่ากล่าวเสียงแหบแห้ง
“ท่านย่าเ้าคะ หลายปีมานี้การสั่งสอนที่ท่านมีต่ออวิ๋นฮว๋าย่อมไม่เสียเปล่า หาก้าให้องครักษ์เหล่านี้ถอนตัวไปนั้นง่ายมาก! จวนโหวของพวกเรา้ามีความสุขกันในครอบครัว ไม่้าให้คนนอกอยู่ด้วย ท่านว่าองครักษ์เ่าั้ยังจะอยู่ที่นี่อีกหรือ?”
“...เ้า...”
หลิ่วอวิ๋นฮว๋ายิ้มอย่างลำพองใจ นางไม่ใช่สตรีไร้เดียงสาเฉกเช่นกาลก่อนอีกต่อไปแล้ว เป็พวกเขาที่สั่งสอนนาง การกระทำเื่ราวใดๆ ต้องสะอาดหมดจด อีกทั้งคนที่ท่านยายส่งมาจะปรากฏตัวในเร็วๆ นี้
เมื่อถึงตอนนั้น นางจะใช้ไฟเผาทุกสิ่งทุกอย่างที่นี่ ผู้ใดก็ไม่สามารถหาหลักฐานได้!
ทันใดนั้น ท่าทางของหลิ่วอวิ๋นฮว๋าพลันเปลี่ยนไป มีดในมือของนางตกสู่พื้นจนเกิดเสียงดังกังวาน
ทุกคนมองไปอย่างสงสัย พบว่านางใช้มือกุมท้องของตน อีกมือหนึ่งพยุงโต๊ะเอาไว้ไม่ให้ล้มลงไป ความรู้สึกเ็ปอันรุนแรงเช่นนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร “ข้า...นี่...” เืสีดำทะลักไหลออกมาจากปากของนาง
นี่เป็ไปไม่ได้! นางกินยาแก้พิษไปก่อนแล้วชัดๆ!
ลมเย็นสายหนึ่งปะทะเข้ามา จมูกได้กลิ่นหอมจางๆ อวิ๋นซูยืนขึ้น ค่อยๆ เดินไปเบื้องหน้านาง
“เ้า เ้ายังมีเรี่ยวแรง...ยืนขึ้นได้?”
อวิ๋นซูยื่นมือออกไป หยิบจอกเหล้าที่วางอยู่ข้างกายหลิ่วอวิ๋นฮว๋าขึ้นมา แล้วยกขึ้นดื่ม ใบหน้าค่อยๆ เปลี่ยนเป็แดงเรื่อ
“เ้า เ้าไม่ได้ถูกพิษ?”
“ผิดแล้ว ข้าเองก็กินอาหารเหล่านี้เข้าไป ย่อมต้องถูกพิษ” เมื่อครู่หลิ่วอวิ๋นฮว๋าจ้องมองมาที่ตนเองอยู่ตลอด หากตนเองไม่กิน เกรงว่าในใจของนางคงกระวนกระวายเป็อย่างยิ่งกระมัง?
“เช่นนั้น...” หรือว่ายานั้นไม่ได้ผล?
ในตอนนี้ ทุกคนรู้สึกว่าแขนขาค่อยๆ มีเรี่ยวแรงขึ้นมา พวกเขาสามารถหยัดกายขึ้นได้แล้ว กลับเป็หลิ่วอวิ๋นฮว๋าที่เ็ปจนต้องล้มลงกับพื้น ในปากส่งเสียงร้องออกมาอย่างเ็ปเป็ระยะ
“ซูเอ๋อร์ นี่มันเกิดอะไรขึ้น?” สายตาของฮูหยินผู้เฒ่าเต็มไปด้วยความสงสัย
“ท่านย่าเ้าคะ ท่านพี่วางยาในอาหาร ข้าย่อมทราบ ดังนั้นข้าจึงได้ใส่ยาแก้พิษลงไปในอาหารก่อนหน้านี้แล้ว”
“ไม่ เ้า เ้ากล่าวไร้สาระอันใด เหตุใดเ้าจึงได้...มะ มียาถอนพิษได้?!” ผู้าุโชุดดำผู้นั้นกล่าวอย่างชัดเจนว่า มีเพียงคนตระกูลอวิ๋นแห่งแคว้นอี้เท่านั้นจึงจะสามารถแก้พิษได้! หลิ่วอวิ๋นฮว๋าไม่เชื่อ! “หรือว่า เ้ารู้จักกับคนตระกูลอวิ๋น?”
อวิ๋นซูไม่ได้ตอบคำถามของนาง “ไม่กล่าวไม่ได้ว่า วิธีการของท่านพี่ฉลาดมากจริงๆ”
เมื่อกล่าวถึงหลิ่วอวิ๋นฮว๋า สายตาของทุกคนพลันเปลี่ยนไปเ็าหาที่เปรียบ
“ซูเอ๋อร์ ตกลงเกิดอะไรขึ้นกันแน่?” ชางหรงโหวนั่งยืดกายขึ้น ไม่มองไปยังใบหน้าของอวิ๋นฮว๋าอีกแม้แต่น้อย
“หรือท่านพ่อไม่เห็นว่าท่าทางของพี่ห้าแปลกประหลาดเป็อย่างยิ่ง?”
ชางหรงโหวหันมองไปทางหลิ่วอวิ๋นชิง เขาเพียงรู้สึกว่าสายตาของนางดูเลื่อนลอยไร้จิติญญา
“ท่านพี่ยังรู้จักเหลือทางถอยไว้ให้ตนเองสายหนึ่ง ควบคุมพี่ห้าให้ไปวางยา หากว่าเื่นี้ล้มเหลวและถูกเปิดเผย ท่านพี่ย่อมผลักความผิดทุกอย่างให้พี่ห้า ต้องทราบว่าหุ่นเชิดไม่สามารถเปิดปากอธิบายได้ ต้องทำให้ท่านย่าและท่านพ่อลำบากแล้วเ้าค่ะ หากไม่ทำเช่นนี้ ท่านพี่จะยอมรับจากปากได้อย่างไร”
หลิ่วอวิ๋นฮว๋านับว่าเข้าใจกระจ่างแล้ว หากว่านางรู้มาก่อนว่าตนเองจะวางยาพิษ และขัดขวางการรับประทานอาหารของทุกคน เมื่อแผนล้มเหลว หลิ่วอวิ๋นซูก็จะเบนเข็มมาทางนาง เช่นนั้นก็ทำได้เพียงโยนความผิดทุกอย่างให้หลิ่วอวิ๋นชิงที่ไม่สามารถเปิดปากอธิบายได้ก็ใช้ได้แล้ว
“ฮ่าๆ นังคนอำมหิต ท่านพ่อ ท่านย่า พวกท่านดูเอาเถิด นี่ก็คือคนที่พวกท่านรักถนอม!” หลิ่วอวิ๋นฮว๋ายิ้ม เพื่อที่จะเก็บซ่อนแผนการของตน นางถึงกับยอมให้ทุกคนถูกพิษอย่างโเี้ ทนรับความเ็ปเช่นนั้น
หลิ่วอวิ๋นฮว๋ารู้สึกเพียงว่าเรี่ยวแรงในร่างกายถูกขจัดออกไปจนเกลี้ยง แผ่นหลังของนางมีเหงื่อเย็นซึมออกมา
“ท่านพี่ ยาพิษที่พวกเราโดน เ็ปเพียงแค่พริบตาเดียวเท่านั้น แต่พิษที่ท่านพี่โดนนั้น กลับเ็ปจนกว่าลมหายใจจะขาดห้วง”
“เ้า...หมายความว่าอย่างไร?”
ความจริงแล้ว่เวลาสองวันที่อวิ๋นซูอยู่ในเรือนนั้น นางสามารถปรุงยาแก้พิษออกมาได้แล้ว ก่อนที่หลิ่วอวิ๋นชิงจะวางยาพิษ นางก็นำยาแก้พิษผสมลงไปในอาหารเ่าั้ เมื่อยาทั้งสองผสมกัน กลับไม่สามารถแก้ผลของพิษนั้นได้ทั้งหมด ดังนั้นในตอนที่ถูกพิษจึงเ็ปอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นผลของยาแก้พิษจึงสำแดงฤทธิ์ ทำให้ไม่เป็อันตรายถึงชีวิต
“ท่านพี่ทราบหรือไม่ว่า กินยาแก้พิษเข้าไปสองครั้งจะมีผลอย่างไร?”
ในสมองของหลิ่วอวิ๋นฮว๋าเกิดเสียงดังสนั่น มองไปทางอวิ๋นซูอย่างยากจะเชื่อ
“ท่านพี่สามารถรับประทานอาหารที่เต็มไปด้วยพิษกับพวกเราได้อย่างใจกว้างเช่นนี้ เห็นได้ชัดว่าได้กินยาถอนพิษไปก่อนแล้ว ท่านทราบหรือไม่ว่ายาพิษชนิดนี้หากกินยาถอนเข้าไปสองครั้ง ก็เท่ากับว่าไร้ผล” อวิ๋นซูไม่ได้คิดจะให้โอกาสหลิ่วอวิ๋นฮว๋า อย่างไรก็ตาม ครั้งนี้เป็ความโเี้ของนางที่ทำร้ายตัวนางเอง
นับว่าทุกคนฟังจนเข้าใจกระจ่างแล้ว หลิ่วอวิ๋นฮว๋ากินยาแก้พิษเข้าไปก่อน เมื่อไปผสมเข้ากับยาแก้พิษของอวิ๋นซู จึงเท่ากับไม่ได้กิน ในตอนนี้ทุกคนไม่มีผู้ใดที่ถูกพิษ มีเพียงนางเท่านั้น
“ฮึ! งูพิษจิตใจชั่วช้า! จวนชางหรงโหวของพวกเราเลี้ยงดูสตรีอย่างไรออกมากันแน่!” ฮูหยินผู้เฒ่าอดไม่ได้ที่จะกล่าวออกมาอย่างโกรธแค้น
ท่าทางของหลิ่วอวิ๋นฮว๋าแข็งค้างลงไปในชั่วพริบตา อย่างไรก็ตามกลับถูกแทนที่ด้วยความอัปลักษณ์อย่างรวดเร็ว นางกุมท้องของตนพลางกรีดร้องออกมาอย่างเ็ป สุดท้ายจึงทนไม่ไหว เริ่มกลิ้งไปมาบนพื้น
“อะ...เอายาแก้พิษมาให้ข้า...”
“ไม่ ไม่ต้องให้!” น้ำเสียงของชางหรงโหวเต็มไปด้วยความโกรธ ทุกคนพลันหันไปมอง
พบว่าบนใบหน้าของบุรุษผู้เคร่งขรึมถึงกับเจือไปด้วยกลิ่นอายแห่งการฆ่าฟัน “วันนี้จะเป็วันที่จวนชางหรงโหวของพวกเราทำความสะอาดจวน!”
“ฮ่าๆ...ฮ่าๆ...” น้ำตาของหลิ่วอวิ๋นฮว๋าทำให้เครื่องประทินผิวบนใบหน้าของนางเปรอะเปื้อน นางรู้นานแล้วว่าท่านพ่อไร้ความรู้สึก ไร้น้ำใจต่อตนเอง
อนุห้าไม่ได้มองไปยังหลิ่วอวิ๋นฮว๋าที่อยู่บนพื้นอีก นางทำเพียงกอดคุณชายสิบในอ้อมอกอย่างปวดใจ ยากที่จะจินตนาการว่า หากคุณชายสิบได้รับพิษเข้าไป ร่างกายเล็กจ้อยเช่นนี้จะสามารถรับความเ็ปนั้นได้อย่างไร
คุณหนูรองช่างโเี้ยิ่งนัก!
หลิ่วอวิ๋นฮว๋าหัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่ง นางเบนสายตาอันแดงก่ำจ้องมองไปทางอวิ๋นซูอย่างโเี้ดุดัน “เ้า เ้าคิดว่าเ้าชนะแล้วหรือ? ข้า...ท่านยายจะไม่ปล่อยเ้าไว้แน่! ไม่อย่างเด็ดขาด...”
“ฮึ ข้าอยากจะดูนัก จวนแม่ทัพเวยหย่วนจะทำอะไรจวนชางหรงโหวของข้าได้!” เสียงปังดังขึ้น ชางหรงโหวตบฝ่ามือลงบนโต๊ะ ถ้วยชามจำนวนมากแตกกระจาย
หลิ่วอวิ๋นฮว๋าชักกระตุกอย่างแรงไปทั้งร่าง นางขดตัวเป็วงนอนล้มอยู่บนพื้น มองไปยังท้องฟ้ายามค่ำคืนอันมืดครึ้ม
เงาร่างสง่างามร่างหนึ่งเดินเข้ามา ในหัวของนางส่งเสียงหึ่งๆ นางเริ่มสูญเสียความสามารถในการได้ยิน มิสามารถฟังได้อย่างชัดเจน
“หากท่านพี่กล่าวถึงความสัมพันธ์กับตระกูลอู่ออกมา ก็จะสามารถหลีกเลี่ยงการตายนี้ได้”
ความหมายของนางก็คือ นางมีวิธีช่วยตนเองหรือ? นิ้วมือของหลิ่วอวิ๋นฮว๋าขยับ ทันใดนั้น นางกัดฟันอดกลั้นแล้วหัวเราะออกมา “ฮ่าๆๆ ข้าไม่้ายาแก้พิษของเ้า ฮ่าๆๆ...ครั้งนี้ยาพิษฆ่าเ้าไม่ได้ ไม่เป็ไร ยังมีครั้งหน้า ครั้งต่อไป!” อั่ก...
เืไหลทะลักออกมาจากปาก ย้อมใบหน้าของนางจนเป็สีดำ เส้นผมลู่ลงแนบใบหน้า ท่าทางน่าหวาดผวายิ่งนัก
หลิ่วเฉิงซีซุกใบหน้าของตนเองเข้าสู่อ้อมกอดของฮูหยินผู้เฒ่าไม่กล้าหันไปมองอีก ญาติผู้พี่ท่านนี้ช่างน่ากลัวเหลือเกิน!
“ฮ่าๆ...แค่กๆ...”
ในจวนเต็มไปด้วยบรรยากาศหนักอึ้ง ชางหรงโหวสามารถยืนขึ้นได้แล้ว เขาเดินก้าวยาวๆ ไปทางร่างของหลิ่วอวิ๋นฮว๋า แล้วจึงชักกระบี่ออกมาจากเอวโดยพลัน
“ท่านโหว!”
ทุกคนร้องเรียกเสียงต่ำ ท่านโหว้าจบชีวิตของหลิ่วอวิ๋นฮว๋าหรือ?
มือที่กุมกระบี่ของเขาพลันหยุดลง มองไปยังสตรีที่กำลังเผชิญหน้ากับความตาย
หลิ่วอวิ๋นฮว๋าราวกับสามารถรับรู้ได้ถึงเจตนาฆ่าฟัน จึงลืมตาขึ้นมาด้วยความรู้สึกตัวอันพร่าเลือน สบตากับชางหรงโหว
ใบหน้าของบุรุษเข้มแข็งเด็ดเดี่ยวลึกล้ำยากคาดเดา สุดท้ายเขาจึงวางกระบี่ในมือลงไป ทุกคนถอนหายใจ ไม่ว่าจะอย่างไรพวกเขาก็ไม่อยากเห็นชางหรงโหวส่งบุตรีของตนไปสู่ความตายด้วยมือของเขาเอง
“ปล่อยให้นางไปเช่นนี้จะทำให้นางสบายเกินไป! ปล่อยให้นางรับผลที่นางก่อไปเถิด!”
“...”
ยามนี้ทุกคนกลับไม่แน่ใจว่าชางหรงโหวจิตใจอำมหิตหรือใจอ่อนกันแน่
อวิ๋นซูสูดหายใจลึก คิดไม่ถึงว่าในตอนนี้หลิ่วอวิ๋นฮว๋าจะยังมีความหยิ่งทะนงอยู่หลายส่วน นางเพียง้าทราบว่า เหตุใดคนของตระกูลอู่ถึงได้ติดต่อกับคนของแคว้นเฉิน และหลิ่วอวิ๋นฮว๋าหาพวกเขาพบได้อย่างไร ครั้งนี้มีผู้ใดควบคุมอยู่เื้ัหรือไม่
ท่ามกลางสถานการณ์อันตึงเครียด จุดเล็กๆ อันแปลกประหลาดเช่นนี้มากพอที่นางจะให้ความสำคัญ
สุดท้ายหลิ่วอวิ๋นฮว๋าดิ้นรนอยู่ครู่หนึ่ง กระอักเืเสียออกมาแล้วจึงไม่ขยับเขยื้อนอีก รอบข้างเงียบสงัดอย่างแปลกประหลาด ผู้ใดก็คิดไม่ถึงว่าค่ำคืนที่เดิมทีครึกครื้นมีความสุข จะกลายสภาพเป็เช่นนี้ไปได้
ชางหรงโหวกุมกระบี่นั่งลงข้างโต๊ะกลม จากคำพูดของหลิ่วอวิ๋นฮว๋า ไม่นานจวนแม่ทัพเวยหย่วนก็จะส่งคนมา
เขาอยากจะเห็นนัก เมื่อพบว่าพวกเขายังไม่ตาย จวนแม่ทัพเวยหย่วนจะกล้าทำให้จวนชางหรงโหวของเขาอาบยอมไปด้วยเืไม่!
