ฉู่อวี้ใเมื่อได้ยินเสียงร้อง กู้โยวหนิงจึงฉวยโอกาสนี้ดึงมือตนออกมาและกระถดตัวไปหลบอยู่ปลายเตียงอย่างรวดเร็วเขามองฉู่อวี้ด้วยสายตาหวาดระแวงคล้ายกับแมวถูกเหยียบหางไม่มีผิด
ฉู่อวี้ไม่อาจกลั้นขำได้เมื่อเห็นท่าทีเช่นนั้นยื่นมือออกไปหาพลางกล่าว “เ้าจะส่งเสียงดังอะไรกัน มา ให้ข้าดูว่าเ้ายังเจ็บอยู่หรือไม่”
กู้โยวหนิงตัวสั่นรีบร้อนเอามือทั้งสองข้างไปซ่อนด้านหลัง ดวงตาคู่สวยมองไปยังฉู่อวี้และเอ่ยด้วยเสียงสั่นเครือ “ไม่ๆ...ไม่เจ็บแล้วขอรับ”
ฉู่อวี้ไม่ขยับเขยื้อน เอาแต่หรี่ตาจ้องกู้โยวหนิงนึกอยากจะจับเ้าลูกแมวป่าตัวน้อยไปซ่อนไว้ไม่ให้ผู้ใดได้เห็นทั้งนั้น
ทันใดนั้นก็มีเสียงคนรับใช้หญิงเอ่ยแทรกขึ้นว่าท่านอ๋องน้อยจากจวนอวิ๋นชินอ๋องมาขอพบฉู่อวี้จัดระเบียบอาภรณ์ของตนเล็กน้อยจากนั้นหันกลับไปมองลูกแมวยังที่ซ่อนตัวอยู่ปลายเตียงแล้วเอื้อมมือไปคว้าตัวเขาออกมา
“อ๊ากกก”
ท่านอ๋องน้อยได้ยินเสียงร้องดังขึ้นอีกครั้งยังดีที่เมื่อครู่เขาได้ยินมาก่อนแล้วหนหนึ่งไม่เช่นนั้นเป็อันต้องสำลักน้ำชาอีกรอบอย่างแน่นอน เขาวางถ้วยน้ำชาลงมองไปยังเฉิงกุ้ยที่อยู่ข้างกาย “นี่ พระชายาคนใหม่หน้าตาเป็เช่นไรกัน?”
เฉิงกุ้ยรู้ว่าท่านอ๋องน้อยหมายถึงสิ่งใดรีบตอบกลับด้วยใบหน้ายิ้มแย้มว่า“ปากของข้าน้อยนั้นไร้ค่าเกินกว่าจะบรรยายความงามของพระชายาได้แต่ท่านอ๋องน้อยโปรดสังเกตความเปลี่ยนแปลงของท่านอ๋องใน่ไม่กี่วันนี้ด้วยตนเองเถอะขอรับ”
คำกล่าวของเฉิงกุ้ยไม่ผิดสักนิดยามนี้ทั้งเมืองฉางอันต่างพูดกันให้ทั่วอัครเสนาบีดีฝ่ายซ้ายช่างเป็ผู้ที่เยี่ยมยอดยิ่งนักถึงได้มีบุตรเป็พระชายาที่ทำให้เหวินอ๋องลุ่มหลงจนหัวปักหัวปำเช่นนี้
สถานที่ใช้ต้อนรับผู้คนของจวนคือเรือนรับรองเซวี่ยฮุ้ยเรือนรับรองเซวี่ยฮุ้ยตั้งอยู่ท่ามกลางสวนดอกไม้ในจวนเมื่อหันหน้าเข้าหาสวนดอกไม้จะเห็นศาลาตั้งเด่นเป็สง่า้ามีป้ายสลักด้วยใจความว่า ‘ดอกไม้โอนอ่อนตามสายลมท่ามกลางหิมะโปรยปรายในคืนจันทร์กระจ่าง’ด้านหลังมีระเบียงทางเดินทอดยาว ทั้งยังมีม่านประดับจับจีบเป็ชั้นๆ เดินถัดไปอีกนิดคือสวนดอกไม้ที่กำลังผลิบานอย่างงดงามบริเวณสุดเขตสวนดอกไม้ปูพื้นด้วยหยกขาวจนสุดทาง เมื่อเงยหน้าขึ้นก็จะพบกับเรือนรับรองเซวี่ยฮุ้ย
ฉู่อวี้พากู้โยวหนิงเดินมาถึงสวนดอกไม้เอ่ยอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ยว่า “เหิงเอ๋อร์คือบุตรกำพร้าบิดาที่เกิดจากเสด็จพี่ใหญ่ของข้าในบรรดาพี่น้องทั้งหมด ถือว่าเขาสนิทชิดเชื้อกับข้ามากที่สุด”
กู้โยวหนิงงุนงงอยู่ครู่หนึ่งเหวินอ๋องพูดเื่พวกนี้กับเขาทำไม? คงไม่ได้นับเขาเป็คนกันเองหรอกใช่ไหม?ถึงกู้โยวหนิงจะยังคงหวาดระแวงเหวินอ๋องอยู่ แต่เมื่อดูจากสถานการณ์ในตอนนี้ต่อให้ฮ่องเต้จะทรงละเว้นเหวินอ๋อง แต่มีหรือที่องค์รัชทายาทจะปล่อยเขาไปในวันหน้าหากองค์รัชทายาทได้ขึ้นครองบัลลังก์คาดว่าสิ่งแรกที่จะทำคงหนีไม่พ้นกำจัดเหวินอ๋องและในตอนนี้เขามีฐานะเป็พระชายาเหวินอ๋อง ความสัมพันธ์ของเขากับเหวินอ๋องแม้จะไม่สามารถเรียกได้ว่าเข้าขั้นดีแต่ก็ถือว่าเป็คนที่ต้องร่วมเป็ร่วมตายด้วยกันเสียแล้ว “ท่านอ๋องน้อยคือหลานแท้ๆขององค์รัชทายาท ท่านไม่กลัวว่า...”
ฉู่อวี้ส่ายหน้า“เด็กผู้นี้ไม่เหมือนกับพวกเขา”
กู้โยวหนิงมองหน้าฉู่อวี้ครู่หนึ่งแล้วค่อยๆพยักหน้า “หากท่านอ๋องมีแผนการอยู่แล้วก็ถือว่าดีขอรับ”เนื่องจากเขายังไม่รู้ว่าเหวินอ๋องจะเลือกเดินหมากอย่างไร เพราะฉะนั้น คำบางคำเก็บไว้ได้ก็ควรจะเก็บเอาไว้ก่อนแต่ไหนแต่ไรมาเื่ราวภายในราชสำนักก็มีมักจะซับซ้อนวุ้นวายอยู่แล้วตอนนี้เขายังถูกบังคับให้เดินลุยน้ำขุ่นอย่างนี้อีกสิ่งที่สำคัญที่สุดคือการเอาตัวรอดจากเงื้อมมือศัตรูให้ได้
ครั้นฉู่อวี้ได้เห็นท่าทีเมินเฉยของกู้โยวหนิงภายในใจพลันเกิดเป็ความรู้สึกปวดร้าวและลอบถอนหายใจออกมาเขารู้ว่าในยามนี้กู้โยวหนิงยังคงปิดกั้นตนเองแม้จะเห็นเขาคอยเเสดงท่าทีขุ่นเคืองตน แต่เมื่อเอ่ยถึงเื่เช่นนี้คราใด โยวหนิงกลับหลีกเลี่ยงการออกความคิดเห็นอยู่เสมอ
ช่างเถอะ เื่ราวสกปรกภายในราชสำนักเช่นนั้นให้โยวหนิงรับรู้แต่น้อยก็ถือว่าเป็เื่ที่ดีเช่นกันไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นเขาหวังเพียงให้กู้โยวหนิงมีความสุขอยู่ตลอดเวลาเท่านั้น
ฉู่เหิงคิดว่าการปรากฏตัวของกู้โยวหนิงในชีวิตของเสด็จอาตนช่างดูไม่สมเหตุสมผลเอาเสียเลยจริงๆเสด็จอามีตำแหน่งเป็ถึงชินอ๋องแต่กลับถูกบังคับให้อภิเษกพระชายาบุรุษและกู้โยวหนิงผู้ที่เป็ถึงคุณชายสูงส่งรูปงามแต่กลับถูกบังคับให้อภิเษกกับท่านอ๋องผู้โเี้ทั้งสองควรจะเป็ดั่งน้ำกับไฟที่ไม่ลงรอยกันจึงจะถูก ไฉนเลยเขาถึงเห็นฉู่อวี้แสดงท่าทีคล้ายชาติที่แล้วมีสิ่งที่ติดค้างต่อกู้โยวหนิงเสียอย่างนั้นด้วยประการนี้จึงทำให้ผู้คนรับรู้ว่าเหวินอ๋องผู้เปรียบดั่งเทพสังหารที่ลงมือเข่นฆ่าศัตรูในสนามรบอย่างบ้าคลั่งเห็นชีวิตผู้อื่นเป็ดั่งมดตัวหนึ่ง วันหนึ่งจะยังมีด้านอ่อนโยนและแสดงความรักใคร่ต่อคนผู้หนึ่งได้ถึงเพียงนี้
ทั้งสามนั่งดื่มน้ำชาอยู่ในโถงใหญ่กู้โยวหนิงคอยมองฉู่อวี้และฉู่เหิงสลับไปมาคิดหาเหตุผลว่าทำไมพวกเขาทั้งสองถึงได้มาเป็พันธมิตรกันได้
ฉู่เหิงคือบุตรกำพร้าที่เกิดจากพระโอรสองค์โต พี่ชายแท้ๆ ขององค์รัชทายาทและเป็พระโอรสที่เกิดจากฮองเฮา ถ้าให้กล่าวตามหลักความเป็จริงแล้ว ท่านอ๋องน้อยผู้นี้ควรจะคอยประจบเอาใจอาแท้ๆของตัวเองไม่ใช่เหรอ นั่นอาแท้ๆ ของเขาเชียวนะเวลานี้ที่การแช่งชิงอำนาจในราชสำนักกำลังลุกเป็ไฟต่อให้เหวินอ๋องจะมีอำนาจควบคุมกำลังทหาร แต่ดูก็รู้ว่ายังคงด้อยกว่าฝั่งนั้นถ้าท่านอ๋องน้อยคนนี้คิดจะเลือกฝั่งเสียแล้วเขาไม่มีเหตุผลอะไรที่ต้องเลือกอยู่ฝั่งฉู่อวี้เลยด้วยซ้ำ
ถ้าอย่างนั้นเขามีเหตุผลอะไรกันแน่?
กู้โยวหนิงไม่เข้าใจเขาคิดใคร่ครวญพลางก้มหน้าลงเป่าน้ำชา อย่าบอกนะว่า...
เขาเงยหน้ามองอาหลานทั้งสองที่สนิทสนมอย่าบอกนะว่ามีความลับของเชื้อพระวงศ์ที่ไม่อาจให้ใครรับรู้ได้?
สาเหตุที่ทำให้อาหลานแท้ๆ ต้องโกรธเคืองกันต้องไม่ใช่เื่เล็กแน่นอนกู้โยวหนิงขมวดคิ้วคู่งามพลางลูบคางตนเองไปมาสายตามองสลับไปมาระหว่างคนทั้งสองอย่างใคร่รู้ ทำเอาฉู่เหิงเกิดอาการหวาดกลัวและมองเขาด้วยสายตาหวาดระแวงอยู่หลายครั้ง ฉู่อวี้เองก็อดไม่ได้ที่จะระบายรอยยิ้มออกมาเ้าตัวดีมีท่าทีเช่นนี้ คงหนีไม่พ้นกำลังคิดอะไรอยู่เป็แน่
ถูกต้องกู้โยวหนิงกำลังจินตนาการถึงเื่โศกนาฏกรรมในวังหลังอยู่หลายต่อหลายเื่เลยทีเดียว
อย่างแรกอ๋องน้อยเข้าร่วมการแย่งชิงบัลลังก์ในครั้งนี้ไม่ใช่เพราะ้าบัลลังก์ เพราะถึงอ๋องน้อยจะเป็หลานชายคนโตแต่บิดาของเขาก็สิ้นใจไปแล้ว ถ้าบิดาของอ๋องน้อยยังมีชีวิตอยู่คงจะดูสมเหตุสมผลแต่นี่บิดาของเขาไม่อยู่แล้วก็เท่ากับถูกตัดโอกาสไปหนึ่งชั่วอายุคนผู้ใต้บังคับบัญชาของพระโอรสองค์ใหญ่ล้วนกลายเป็คนขององค์รัชทายาทในปัจจุบันเื่นี้ก็ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับอ๋องน้อยสักนิด
ถ้าอย่างนั้นเป็เพราะอะไรกัน?
ผู้หญิง?
กู้โยวหนิงพยักหน้าให้กับความคิดตนเองโศกนาฏกรรมในวังหลังจะขาดเื่ผู้หญิงไปได้อย่างไร
ข้อหนึ่งองค์รัชทายาทลักลอบมีอะไรกับแม่ของอ๋องน้อย
ข้อสององค์รัชทายาทลักลอบมีอะไรกับภรรยาของอ๋องน้อย
ข้อสามองค์รัชทายาทลักลอบมีอะไรกับลูกสาวของอ๋องน้อย
กู้โยวหนิงคิดไปคิดมาจึงตัดข้อสุดท้ายออกไปท่านอ๋องน้อยปีนี้พึ่งจะอายุสิบห้าปี ยังไม่มีลูกสาวสักหน่อยข้อสองก็ต้องตัดทิ้งเพราะต่อให้ท่านอ๋องน้อยจะมีอนุชายาหลายนางแต่ก็ยังไม่ได้อภิเษกพระชายา เช่นนั้นก็เหลือแค่ข้อสุดท้ายกู้โยวหนิงใจสั่นระรัวให้กับสิ่งที่ตนกำลังจินตนาการ อดไม่ได้ที่จะลอบถอนหายใจออกมาเชื้อพระวงศ์นี่รสนิยมไม่ปกติเสียจริง องค์รัชทายาทเกิดหลงรักมารดาของท่านอ๋องน้อยจึงตัดสินใจลงมือสังหารพี่ชายแท้ๆ ของตัวเอง จากนั้นคนน้องก็แต่งพี่สะใภ้ที่เป็ม่ายเพื่อเป็การดูแล
ที่แท้ก็เป็โศกนาฏกรรมวังหลังและเื่ราวความรักที่น่าเศร้าอย่างนี้นี่เองเพื่อผู้หญิงอันเป็ที่รักถึงกับยอมลงมือฆ่าพี่ชายตัวเองแต่ลูกชายของพี่กลับมารู้ความจริงเข้า จึง้าจะแก้แค้นให้บิดา ทั้งคู่ไม่อาจยืนอยู่ฝ่ายเดียวกันได้จนนำพามาซึ่งบุญคุณความแค้นของคนทั้งสองนี่เอง!
กู้โยวหนิงถอนหายใจเฮือกใหญ่กำลังจะยกจอกน้ำชาขึ้นดื่ม แต่ถูกฉู่อวี้ฉวยปลายคางและเอ่ยถามขึ้นว่า“เ้ากำลังกระซิบกระซาบสิ่งใดอยู่ผู้เดียวหรือ กระทั่งใบหน้ายังแดงก่ำเช่นนี้”
!!!
กู้โยวหนิงรีบปัดมือเขาออก ยกมือขึ้นกุมหน้าตนไว้แล้วเบิกตาโตทันใด“ไม่ได้คิด ไม่ได้คิดขอรับ ข้าไม่คิดอะไรทั้งนั้น!”
ฉู่อวี้กลับไปนั่งหลังตรงมองเขาแล้วยกยิ้มราวกับไม่ยิ้มแสดงท่าทีว่าไม่เชื่อในสิ่งที่กู้โยวหนิงกล่าวสักนิดทางด้านฉู่เหิงมองเขาทั้งรอยยิ้มไม่ต่างกัน คิดในใจว่าพระชายาช่างแกล้งสนุกนักมิน่า เสด็จอาถึงได้จับไม่ยอมปล่อยเช่นนี้ ไม่เพียงหน้าตางดงามเท่านั้นลักษณะนิสัยใจคอยังน่าเย้าแหย่เสียเหลือเกิน เมื่อครู่เพิ่งจะพึมพำผู้เดียวไม่หยุดทว่าผ่านไปประเดี๋ยวเดียว ใบหน้าแดงระเรื่อกลับเปลี่ยนไปอีกอารมณ์อย่างรวดเร็วช่างน่าเอ็นดูจนทำให้ผู้พบเห็นอยากจะกอดไว้แนบอกแล้วรังแกแรงๆเมื่อรังแกจนร้องไห้จึงค่อยเข้าไปปลอบและเอาอกเอาใจ
“เดือนหน้าคือวันประสูติขององค์รัชทายาทถึงยามนั้นจะมีการเชื้อเชิญเหล่าองค์ชายทุกพระองค์ เสด็จอาจะเข้าร่วมหรือไม่ขอรับ?” ฉู่เหิงละสายตาออกจากสายตาสื่อรักของสองสามีภรรยา (กู้โยวหนิง:เหวินอ๋องต่างหากที่ส่งสายตาเช่นนั้นมาให้ข้าฝ่ายเดียว!)
มือของฉู่อวี้กำลังม้วนเส้นผมของกู้โยวหนิงเล่นไปมาเมื่อได้ยินฉู่เหิงกล่าวเช่นนั้นพลันนึกขึ้นได้ในวันที่ห้าเดือนหน้าคือวันประสูติขององค์รัชทายาทเพื่อให้ผู้คนยกย่องว่าเขาเป็ผู้ที่ใจซื่อมือสะอาดหากหลีกเลี่ยงได้มักจะหลีกเลี่ยงโดยการไม่จัดพิธีฉลองวันประสูติทว่าในปีนี้กลับจัดพิธีฉลองอย่างเอิกเกริกแม้แต่เสด็จพ่อเองยังถูกเชื้อเชิญให้เข้าร่วมด้วยเช่นกันและแจ้งเกี่ยวกับการจัดพิธีในครั้งนี้ว่า ‘เพราะ้าพบหน้าคร่าตากันผู้ที่เชิญมาจึงมีเพียงพี่น้องและเชื้อพระวงศ์ใกล้ชิด ไม่อนุญาตให้มอบสิ่งของมีค่าแต่หาก้าแสดงน้ำใจ อนุญาตให้มอบแค่เพียงดอกไม้เท่านั้น’หลังเต๋อเซิงฮ่องเต้ทรงได้ยินเช่นนั้น พระพักตร์แสดงออกถึงความอ่อนโยนตรัสชมเชยองค์รัชทายาทว่าเป็ผู้ที่รู้จักนึกถึงพวกพ้องน้องพี่และยังรู้จักมัธยัสถ์ด้วย
เมื่อฉู่อวี้นึกถึงเื่พวกนั้นพลันรู้สึกว้าวุ่นใจชาติที่แล้วเขาพาถังซู่อวิ๋นไปร่วมพิธีฉลองวันประสูติขององค์รัชทายาท ต้องคอยมองคนพวกนั้นเยาะเย้ยถากถางตนจนเกือบจะเกิดเหตุวิวาทกับองค์ชายเจ็ด หนนี้เขาไม่มีทางพาถังซู่อวิ๋นไปด้วยอย่างแน่นอนแต่ก็ไม่อยากพากู้โยวหนิงไปพบกับสายตาเยาะเย้ยถากถางเช่นนั้นเขาจึงส่ายหน้าพลางตอบกลับไปว่า “ข้าคงไม่เข้าร่วม”
กู้โยวหนิงรู้สึกได้ถึงความหนักใจของฉู่อวี้เมื่อรอให้ฉู่เหิงกลับไปถึงกล่าวกับเขาว่า“การจัดพิธีฉลองวันประสูติขององค์รัชทายาทครั้งนี้องค์รัชทายาท้าแสดงให้ฝ่าาทรงเห็นว่าเขามีความสนิทสนมกับเหล่าองค์ชายมากเพียงใดหากท่านอ๋องไม่เข้าร่วม เกรงว่าฝ่าาจะคิดเป็อื่นได้นะขอรับ”
“ข้าไม่อยากเห็นหน้าเขา” ฉู่อวี้ยกยิ้มมองผู้ที่อยู่เบื้องหน้าความรู้สึกหมองมัวจางหายไปเกือบสิ้น ยื่นมือไปเกี่ยวเส้นผมของเขาไว้บนนิ้ว
“จะเป็อะไรไปขอรับในเมื่อท่านอ๋องไม่อยากเห็นหน้าพวกเขา ก็แค่ทำให้แผนชั่วของพวกเขาไม่สำเร็จเป็พอขอรับ”
ฉู่อวี้หันหน้ากลับมามองเขาด้วยความสนใจทันที“จะทำเช่นไรไม่ให้แผนชั่วของพวกเขาสำเร็จเล่า?”
กู้โยวหนิงหัวเราะอย่างคนเ้าเล่ห์“ในเมื่อองค์รัชทายาทอยากจะเป็ผู้ที่ใสซื่อมือสะอาดไม่้ารับของมีค่าจากผู้ใด จึงจะรับแค่เพียงดอกไม้เท่านั้นแต่เขาไม่รู้สักนิดว่าแม้แต่ดอกไม้เองก็ยังมีทั้งสูงค่าและด้อยค่าเช่นกันและยิ่งไปกว่านั้นยังมีดอกไม้ล้ำค่าด้วยนะขอรับ”
ฉู่อวี้ยกยิ้มเ้าตัวดีช่างมีความคิดผิดแปลก ดูฉลาดปนเ้าเล่ห์อยู่ตลอดเวลาเสียจริง “ถ้าเช่นนั้นแล้วดอกไม้ใดที่ล้ำค่ากัน?”
“ดอกโบตั๋นขอรับดอกโบตั๋นได้รับการขนานนามว่าเป็าาแห่งมวลดอกไม้ งดงามล้ำค่ายิ่งนักองค์รัชทายาท้าแสดงให้เห็นว่าเขาเป็ผู้ที่ซื่อตรงทั้งยังมัธยัสถ์ทว่าพวกเราจะไม่ให้เขาทำสำเร็จเด็ดขาด เพราะเช่นนั้นจึงต้องนำาาดอกไม้ที่ควรจะเป็ของจักรพรรดิเพียงผู้เดียวไปมอบให้องค์รัชทายาทอีกทั้งฝ่าายังทรงประทับอยู่ที่นั่นด้วยเช่นกันดูท่าว่าเขาคงจะต้องรู้สึกไม่ต่างจากการนั่งบนเก้าอี้ที่เต็มไปด้วยหนามแหลมอย่างแน่นอน”
