คนที่อยู่ตรงหน้าผู้นี้แต่งกายเหมือนผู้เฒ่าที่นั่งอยู่บนแท่น หากมองอย่างละเอียด อวัยวะทั้งห้าของทั้งสองคนมีความคล้ายกันมาก แต่ลักษณะท่าทางของผู้เฒ่าที่นั่งอยู่บนแท่นนั้นเซื่องซึม ใบหน้าซูบ หลังค่อม ส่วนคนที่อยู่ข้างๆ ท่าทางกระฉับกระเฉง หลังตรงแข็งแรง ลักษณะแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง
“คนที่อยู่บนแท่นต่างหากคือผู้าุโตำหนักเซียนที่แท้จริง! เขาคงถูกเ้าลวงมาที่นี่นานแล้ว!” ลวี่เหลียงจับจ้อง ‘ตานหยวนเจินเหริน’ ที่เพิ่งปรากฏตัวผู้นี้ด้วยสายตาเย็นเยียบ “อีกอย่าง แม้ข้ามองตบะของเ้าไม่ออก แต่ไม่ใช่ขั้นเซียนนภาแน่นอน! มิเช่นนั้น การโจมตีเมื่อครู่ข้าคงิญญาแตกสลายไปแล้ว!”
“ฮึ เด็กอย่างเ้ากลับมีความคิดถี่ถ้วนนัก! ถูกต้อง หน้ากากพันไหมของข้า เลียนแบบได้แค่ตบะกับหน้าตาเท่านั้น ไม่อาจเพิ่มพูนความสามารถได้ แต่ถึงเ้าจะอยู่ขั้นปฐมมาร่สมบูรณ์ ตบะของข้าในตอนนี้อยู่ขั้นผันแปร่ปลาย สามารถฆ่าเ้าได้ง่ายดายนัก!” ‘ตานหยวนเจินเหริน’ มีท่าทางโอหังอวดดี ขณะเดียวกัน ร่างกายพลันเลือนราง พอมองเห็นชัดเจนขึ้น ก็กลายเป็อีกคนไปแล้ว
เป็ชายสวมชุดสีดำ รูปร่างอ้วนเตี้ยคนหนึ่ง ใช้คำว่าหัวหมูใบหูโตมาบรรยายคงไม่แตกต่างนัก ดวงตาเล็กๆ รูปสามเหลี่ยมคู่หนึ่ง ตอนนี้กำลังฉายแววเ้าเล่ห์ชั่วร้าย แสงสีฟ้าที่โจมตีลวี่เหลียงเมื่อครู่หวนกลับถึงมือเขาแล้ว ที่แท้เป็สว่านยาวเปล่งแสงสีฟ้าจางๆ
“นี่คือโฉมหน้าที่แท้จริงของเ้าหรือ? ฮ่าๆ เ้าปีศาจหมู เป็หมูกลับชาติมาเกิดหรือไงกัน?” ลวี่เหลียงเผยสีหน้าเยาะเย้ย น้ำเสียงดูถูกเหยียดหยาม
ทั้งสองฝ่ายต่างคนต่างตะลึงงัน ไม่ว่าใครก็ดูออกว่าความสามารถของทั้งสองคนต่างกันราวฟ้ากับเหว! ในสถานการณ์ความเป็ความตายแบบนี้ ลวี่เหลียงยังมีกะจิตกะใจยั่วโมโหอีกฝ่าย หากไม่ใช่มีไพ่ตายใบสุดท้าย ก็คงแสร้งทำเป็มีฝีมือมีความสามารถเข้าข่มอีกฝ่าย
ซั่งกวนอิ่งจ้องมองลวี่เหลียง รู้สึกสับสน คล้ายไม่เข้าใจคนที่อยู่ตรงหน้าผู้นี้ยิ่งขึ้นไปอีก
“เ้าหนู จะตายอยู่แล้วยังปากดีอีกหรือ? ถ้าหากตอนนี้เ้ายอมเช็ดหยดเืบนเขาาาอสูรออกแล้วมอบมันให้ข้า เ้าก็จะได้ไปจากที่นี่ เป็ทางรอดของพวกเ้าทั้งสองคน! มิเช่นนั้น…” สายตาของชายร่างอ้วนชุดดำฉายแววโกรธเกรี้ยว เห็นได้ชัดว่าถูกคำพูดของลวี่เหลียงยั่วยุ แต่ก็ไม่กล้าประมาท ถึงอย่างไรสำหรับมันแล้ว เขาาาอสูรสำคัญที่สุด
หลังจากที่การโจมตีสังหารลวี่เหลียงเมื่อครู่ล้มเหลว ในใจชายร่างอ้วนชุดดำมีข้อกังขาเล็กน้อย ว่ากันตามเหตุผลแล้ว ระดับขั้นปฐมมาร่สมบูรณ์ ไม่มีเวลาแม้แต่จะต้านทาน เมื่อถูกโจมตีย่อมหนีไม่พ้นจุดจบิญญาแตกสลาย แต่ลวี่เหลียงล่ะ? ก่อนอื่นล่าถอยด้วยความเร็วที่ประหลาดยิ่ง จากนั้นยังใช้กระบวนท่าต้านทานไว้ได้ ถึงแม้สุดท้ายจะถูกทุบร่วงลงกองอยู่บนพื้น แต่เห็นได้ชัดว่าได้รับาเ็เพียงเล็กน้อยเท่านั้น
“ท่าร่างของเ้าหนูนี่แปลกมาก ระดับความแข็งแกร่งทางร่างกายไม่ธรรมดา เป็วิชาหลอมกายเฉพาะของเผ่ามาร คาดว่าเป็ระดับที่ค่อนข้างสูงเลยทีเดียว หากเขาปลงตกยอมตายพร้อมกับทำลายเขาาาอสูรด้วย ภารกิจของข้ามิต้องสูญเปล่าหรอกหรือ!” ชายร่างอ้วนชุดดำกังวลใจ ดังนั้นถึงแม้คำพูดของลวี่เหลียงจะไม่น่าฟัง เขาก็ต้องกลั้นโทสะ ใช้ทั้งไม้แข็งไม้อ่อนหว่านล้อมด้วยความอดทน
“พูดแบบนี้ ถ้าข้ามอบเขาาาอสูรให้เ้า เ้าก็จะปล่อยพวกเราไปจากที่นี่อย่างปลอดภัยหรือ?” ลวี่เหลียงขมวดคิ้วแน่น มือจับปลายคาง ท่าทางครุ่นคิดจริงจัง
แต่ซั่งกวนอิ่งกลับร้อนใจอย่างมาก! ทำไมเ้าหมอนี่ประเดี๋ยวก็องอาจกล้าหาญ ประเดี๋ยวก็โง่เง่าเต่าตุ่น! เห็นได้ชัดว่าสถานการณ์ตรงหน้าอันตรายมาก! กล้าเปิดเผยโฉมหน้าที่แท้จริงให้เรารู้ ก็แสดงว่าเขาไม่คิดที่จะปล่อยเราให้รอดไปจากที่นี่แน่นอน
ขณะที่ซั่งกวนอิ่งกำลังจะเอ่ยเตือน ลวี่เหลียงแอบบีบมือของนางเบาๆ พลางพยักหน้าเล็กน้อย
“หืม? มือเล็กๆ เรียบเนียน อ่อนนุ่มจัง!” ถึงแม้ลวี่เหลียงเพียงแค่้าบอกนางเป็นัยๆ แต่พอกุมมือนางแล้ว สติของเขาก็ล่องลอยไปโดยไม่อาจควบคุมได้
ส่วนใบหน้างามของซั่งกวนอิ่งพลันปรากฏเป็สีแดงระเรื่อ ั้แ่พ่อแม่ของนางตายจากไป นางก็อยู่กับป้ามาตลอด แต่เล็กจนโตไม่เคยััแม้แต่มือของเด็กผู้ชาย แต่วันนี้ ไม่ใช่แค่มือเท่านั้น…ยามนี้ นางเข้าใจความหมายของลวี่เหลียงแล้ว รีบก้มหน้าลงไม่สนใจอะไรอีก
“เ้าหนู ข้าจะบอกให้รู้ไว้! เขตแดนต้องห้ามของที่นี่ปิดกั้นลมปราณภายในนี้และปิดกั้นการตรวจสอบจากภายนอกทั้งหมด หากข้าฆ่าพวกเ้าก่อนแล้วค่อยเอาเขาาาอสูรไปก็เป็วิธีที่ไม่เลวเลยทีเดียว! หากไม่ใช่เพราะการลบหยดโลหิตบนเขาาาอสูรนั้นค่อนข้างยุ่งยาก ข้าก็ี้เีเอ่ยวาจาไร้สาระกับเ้า! เ้าคิดดีหรือยัง!” ชายร่างอ้วนชุดดำเริ่มอดทนไว้ไม่ไหว แต่จู่ๆ แววตาพลังเปล่งประกาย “เอ๋ ลมปราณของเ้าเหตุใดถึงกลับไปอยู่ขั้นปฐมมาร่ต้นแล้ว? ฮ่าๆ ข้ารู้แล้ว เ้าก็ใช้วิธีหรือของวิเศษบางอย่างเพิ่มตบะให้สูงขึ้นใช่ไหม!”
ตอนนี้เวลาล่วงเลยหนึ่งก้านธูป เป็ไปตามคาด ลมปราณของลวี่เหลียงเริ่มลดฮวบลง พริบตาเดียวก็อยู่ขั้นปฐมมาร่ต้นแล้ว
“โอ้ เ้าพูดถูก ข้าขอพิจารณาสักครู่ ถึงอย่างไรเ้าก็ไม่ต้องกังวลว่ามีใครค้นพบที่นี่อยู่แล้ว แต่เ้าอย่าได้คิดไม่ซื่อเชียว ถ้าข้าต้องสิ้นลมจริงๆ ก่อนตายก็จะะเิไปพร้อมกับเขาาาอสูรด้วย ชีวิตต่ำต้อยของข้าอย่างมากก็แค่พังพินาศไปพร้อมกัน!”
“ได้! ให้เวลาเ้าอีกหนึ่งก้านธูป เ้าต้องให้คำตอบข้า! มิเช่นนั้นเ้าก็เตรียมตัวตายเถอะ!” กลัวสิ่งใดต้องเจอสิ่งนั้น ชายร่างอ้วนชุดดำสีหน้าราบเรียบ ฝืนเอ่ยประโยคนี้ลอดออกมาจากซอกฟัน
ลวี่เหลียงคลี่ยิ้มบางๆ ดูเหมือนทั้งหมดจะอยู่ในการควบคุมของเขา จากนั้นเขาหมุนกายกลับไป ล้วงไข่มุกเม็ดหนึ่งออกมา เป็มุกแสงมารที่มีซากิญญาของมารดานั่นเอง
ลวี่เหลียงจ้องมองจดจ่อกับซากิญญาที่เคลื่อนไหวไปมา จากนั้นก็เอ่ยแ่เบาว่า “ท่านแม่ วางใจเถอะ ข้ายังรอให้เราได้อยู่พร้อมหน้า ไม่มีทางตายง่ายๆ แบบนี้แน่!”
ลวี่เหลียงเงยหน้ามองซั่งกวนอิ่ง ท่าทียิ้มแย้มก่อนหน้านี้เปลี่ยนไป เขามอบมุกแสงมารใส่มือของนางด้วยความตั้งใจ ขณะเดียวกันก็ถ่ายทอดเสียงว่า “ท่านเซียนซั่งกวน ในนี้มีซากิญญาหนึ่งสายของท่านแม่ข้า ถ้าหากข้ามีอันเป็ไป รบกวนเ้าใช้ยันต์กายเทพแผ่นนั้น ปกป้องท่านแม่ของข้าด้วย แม้ข้าต้องตาย ก็จะไม่ลืมบุญคุณของท่านเซียน!”
“เอ๋? ทะ...ท่านแม่ของเ้า?” ซั่งกวนอิ่งรับไข่มุกมา ใบหน้าพลัน ‘แดงเรื่อ’ อีกครั้ง ทันใดนั้นนางก็รู้สึกว่า ซากิญญาที่ล่องลอยไปมานี้ ดูเหมือนกำลังสังเกตนางอย่างละเอียด ความรู้สึกแบบนี้แปลกจริงๆ แต่นางก็ไม่อาจปฏิเสธได้
“เ้าจะไปสู้ตายกับมันงั้นหรือ? มีไพ่ตายอะไรที่ยังไม่ใช้อีกไหม? เ้า…เ้าอย่าโง่นักเลย ไม่ไหวก็มอบเขาาาอสูรให้เขาไป พวกเราค่อยๆ คิดวางแผนทีละก้าว!” หลังจากที่ใจลอยไปครู่หนึ่ง ไม่รู้ทำไมจู่ๆ จิตใจซั่งกวนอิ่งพลันสับสน คำพูดและท่าทางจริงจังของลวี่เหลียงในตอนนี้ ทำให้นางหวนคิดถึงคนโง่งมกับรอยยิ้มซื่อๆ คนนั้น
“วางใจเถอะ ความจริงข้ามีไพ่ตาย แต่ใช้ได้ครั้งเดียวเท่านั้น และข้าก็ไม่เคยใช้มาก่อนด้วย ไม่รู้ว่าจะมีผลลัพธ์อย่างไร แต่ข้าจะพยายาม ในเมื่อกำจัดเขาไม่ได้ ก็ต้องทำลายเขตแดนต้องห้ามของโถงศิลานี้ให้ได้ ข้าเชื่อว่าขอเพียงเขตแดนต้องห้ามถูกทำลาย ด้วยการรับรู้ระดับเซียนอรหันต์ทองคำ ต้องสังเกตเห็นว่าที่นี่เกิดอะไรขึ้นแน่นอน แบบนี้เ้าก็จะได้รับการช่วยเหลือ” ลวี่เหลียงยิ้มตาหยี ถ่ายทอดเสียงออกไปอย่างผ่อนคลาย
“เอ๋? ไพ่ตายสุดท้ายของเ้าไม่แน่นอน? เ้า…เ้าอย่าตายนะ!” จู่ๆ ภายในใจของซั่งกวนอิ่งมีความรู้สึกที่ต่างออกไป เป็ความรู้สึกหนักอึ้งที่ไม่เคยมีมาก่อน! ถึงแม้ตอนนั้นจะร้องไห้แทบขาดใจเมื่อแยกจากท่านป้า แต่ก็ไม่ใช่ความรู้สึกที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออกเช่นตอนนี้
“เ้าก็เห็นแล้ว พวกเราไม่มีทางเลือก ดังนั้นเ้าช่วยภาวนาให้ข้าเถอะ ถ้าโชคดี พวกเราก็ได้ออกไปจากที่นี่พร้อมกัน! จริงสิ ยังมีอีกเื่ที่สำคัญมาก! ถ้าเผื่อว่าพวกเราหนีออกไปได้จริงๆ ไม่ว่าเจอใครก็ตามรวมทั้งอาจารย์ของเ้า เ้าช่วยรักษาความลับของข้าได้ไหม?” แววตาลวี่เหลียงสงบนิ่ง ราวกับเผยความเชื่อมั่นและความห้าวหาญออกมา!
“ข้ารับปากเ้า! ข้ายินดีสาบานด้วยชีวิต เื่ที่เกิดขึ้นในวันนี้ เื่เกี่ยวกับเ้า ข้าไม่มีทางบอกใครเด็ดขาด!” หยาดน้ำตาของซั่งกวนอิ่งเริ่มคลอเบ้า นางคาดไม่ถึงว่าเวลานี้ลวี่เหลียงยังคิดหาวิธีให้นางมีชีวิตรอดต่อไป!
เอ่ยวาจาออกมาโดยไม่ลังเล ซั่งกวนอิ่งรับปากทันที! ตอนนี้นางรู้สึกว่าถ้าลวี่เหลียงอยากเป็คู่ฝึกเต๋ากับตน นางก็ไม่ปฏิเสธ!
ลวี่เหลียงถอนหายใจด้วยความโล่งอก ใบหน้าดูโง่งมดังเดิม จากนั้นเขาก็หมุนกาย เหาะทะยานไปทางชายร่างอ้วนชุดดำที่อดทนจนเกือบถึงขีดจำกัด
“เอาล่ะ หวังว่าเ้าจะรักษาคำพูด ตอนนี้ข้ามอบเขาาาอสูรให้เ้า และลบหยดเืของข้าออกไปแล้ว แต่ว่าเ้าอาศัยอะไรทำให้ข้าเชื่อเ้า ถึงอย่างไรก็ต้องให้ผลประโยชน์กับข้าบ้าง!”ลวี่เหลียงเหาะช้าๆ สายตาระแวดระวังคอยจับจ้องตาสามเหลี่ยมคู่นั้นของชายร่างอ้วนชุดดำ
“นับว่าเ้าอ่านสถานการณ์ออก! ส่วนเื่ผลประโยชน์ ข้ามียาทลายอุปสรรคคุณภาพสูงห้าเม็ดมอบให้เ้า หากข้าไม่น่าไว้ใจจริงๆ คงไม่ยอมมอบของที่มีมูลค่ามหาศาลเช่นนี้ให้เ้าแน่!” จนถึงตอนนี้ ชายร่างอ้วนชุดดำเพิ่งถอนใจด้วยความโล่งอก เดิมทีเขายังกลัวว่าลวี่เหลียงจะดื้อรั้นยอมตาย หรือยอมรับปากโดยไม่มีเงื่อนไขใดๆ เช่นนั้น เขาต้องขบคิดพิจารณาว่า เ้าหนูคนนี้กำลังเล่นตลกอะไรอยู่หรือไม่?
แต่ตอนนี้ เ้าหนูนี่เสนอเงื่อนไข ทั้งยังสุขุมรอบคอบ ท่าทางมีความจริงใจ! ไม่กลัวเ้าเสนอเงื่อนไข แต่กลัวเ้าไม่เสนอมากกว่า! เขารู้สึกเสียดายยาทลายอุปสรรคคุณภาพสูงห้าเม็ดอย่างยิ่ง แต่เทียบกับการที่ได้เขาาาอสูรกลับมา แน่นอนว่าคุ้มค่ายิ่งกว่า
ตนเองต้องคอยควบคุมตบะเพื่อปะปนเข้าตำหนักเซียนยันต์กระบี่ ทั้งยังอยู่ในที่ที่น่าอึดอัดนี้เกือบพันปี ทุกอย่างก็เพื่อความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ในวินาทีนี้! คุ้มค่าแล้ว!
ชายร่างอ้วนชุดดำโบกมือ ขวดเล็กๆ ใบหนึ่งลอยไปทางลวี่เหลียง เขาคิดดีแล้ว ก็แค่ยาคุณภาพสูงห้าเม็ด? ถึงเวลาเมื่อเขาาาอสูรอยู่ในมือ ก็กำจัดพวกเขาทิ้งซะ!
ลวี่เหลียงยื่นมือออกไปรับพร้อมใช้จิตตรวจสอบดู จากนั้นก็โยนขวดลงไปให้ซั่งกวนอิ่ง เขาค่อยๆ เหาะต่อไปช้าๆ ขณะเดียวกันก็หยิบเขาาาอสูรที่เปล่งประกายแสงสีฟ้าออกมา
เวลานี้เอง ชายร่างอ้วนชุดดำได้คลายความระมัดระวังลง ในสมองของเขาถูกความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ครอบงำ ั้แ่รับภารกิจจากอาจารย์ กระทั่งต่อมาแปลงเป็ตานหยวนเจินเหริน คอยฟูมฟักเขาาาอสูรอยู่ที่นี่เกือบพันปี! ทั้งหมดก็เพื่อวินาทีนี้! เขาจินตนาการถึงตอนที่เขากลับไปพร้อมความสำเร็จ แววตาชื่นชมของอาจารย์ สายตาที่เคารพของพี่น้องร่วมสำนัก แล้วยังมีของวิเศษและเงินทองที่จะเป็ของเขาในตอนนั้น…
ทันใดนั้นก็เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลัน! เห็นเพียงรอบตัวลวี่เหลียงมีปราณสีดำเข้มข้น พริบตาเดียวพลันหายวับไปจากที่เดิม ต่อมาเขายืนอยู่ข้างหลังขายร่างอ้วนชุดดำห่างกันไม่ถึงหนึ่งจั้ง! ปีกสีดำขลับด้านหลังเขา ตอนนี้ได้แผ่กระจายลมปราณทรงพลังอันน่าสะพรึงออกมา
เหงื่อเย็นเยียบของชายร่างอ้วนชุดดำไหลย้อยในทันที! เขาสังหรณ์ใจว่า ลมปราณที่น่ากลัวขุมนั้น อย่างน้อยต้องอยู่ระดับขั้นเซียนนภาขึ้นไป หากถูกโจมตีเข้า ิญญาต้องแตกสลายอย่างไม่ต้องสงสัย!
แต่น่าเสียดายที่ทุกอย่างสายไปแล้ว เขาที่ดีใจจนสมองเลอะเลือน ไม่มีเวลาเพียงพอที่จะหลบหนี ได้แต่ฝืนเอาของวิเศษที่ปกป้องร่างกายได้ออกมาต้านทานเต็มกำลัง
‘ฟิ้ว!’ สายฟ้าสีเงินอานุภาพขั้นเซียนนภาสายหนึ่งทะลุผ่านอากาศออกไป พริบตาเดียว ทั่วทั้งโถงศิลาเต็มไปด้วยลมปราณอันน่าสะพรึง จากนั้นก็บังเกิดเสียงดังสนั่นกึกก้อง เพดานโถงศิลาซึ่งเดิมทีมืดสนิท ตอนนี้ได้ปริแตกออกจนมองเห็นท้องฟ้าสีคราม
เขตแดนต้องห้ามพลันสลายหายไปไม่อาจทนรับอานุภาพทรงพลังเช่นนี้ได้อีก ทว่าลวี่เหลียงกับชายร่างอ้วนชุดดำก็หายตัวไปท่ามกลางลมปราณอันน่าสะพรึงขุมนี้ด้วย
