เมื่อเหลยซื่อเล่าจบ หลิ่วอวิ๋นฮว๋าเบิกตากว้างอย่างยากที่จะเชื่อ “เหตุใดญาติผู้น้องถึงได้ก่อความผิดใหญ่หลวงเช่นนี้? หากท่านพ่อทราบจะต้องโกรธท่านแม่แน่!”
“เ้าโง่นั่นถูกท่านย่าของเ้าส่งกลับจวนแม่ทัพไปแล้ว! ไม่ใช่แค่บิดาของเ้าที่จะโกรธข้า ท่านลุง ท่านป้า ท่านตา ท่านยายของเ้า ล้วนเพ่งเล็งมาที่ข้าทั้งหมด!”
เหลยซื่อโมโหจนแทบจะหายใจไม่ออก ร่างกายของนางที่เพิ่งจะดีขึ้นเล็กน้อย ตอนนี้เริ่มรู้สึกเวียนหัวตาพร่าขึ้นมาอีกแล้ว!
“ท่านแม่ อย่าโกรธเลยเ้าค่ะ สุดท้ายคนที่ทำผิดคือญาติผู้น้อง พวกเราโยนความผิดทั้งหมดไปให้ญาติผู้น้องเสีย คิดหาวิธีพูดให้ดีก็ไม่มีปัญหาแล้วเ้าค่ะ! สมน้ำหน้าแล้วที่ถูกตี! เหตุใดจึงไม่ตีให้ตายไปเสีย ช่างเถิด เช่นนี้ท่านลุงจะต้องมาคิดบัญชีกับนังสารเลวนั่นแน่ๆ!”
“นังนั่นมีอุบายแพรวพราว นางให้สาวใช้ตีญาติผู้น้องของเ้าจนไม่ได้สติ ทำให้เขาไม่มีทางแก้ต่างให้ตัวเองได้ ทั้งยังมีองครักษ์มากมายเป็พยาน เกรงว่าต่อให้เขาฟื้นแล้ว จะมีอีกสิบปากก็ไร้ความหมาย!”
หลิ่วอวิ๋นฮว๋านึกถึงใบหน้าเรียบเฉยไม่สนใจผู้ใดของอวิ๋นซู ไฟโทสะในใจก็ยิ่งโหมกระหน่ำ “ท่านแม่เ้าคะ มีนังสารเลวนั่นอยู่นานขึ้นวันหนึ่ง ข้าก็นอนไม่หลับแล้ว!”
“แม่ก็เช่นเดียวกับเ้า!”
“ต้องคิดหาวิธีทำให้ท่านย่าอยู่ห่างจากมันเสีย เช่นนี้พวกเราก็จะมีโอกาส!”
คำพูดของหลิ่วอวิ๋นฮว๋า เหลยซื่อเคยคิดมานานแล้ว ทว่าครั้งนี้ถูกอวิ๋นซูพลิกกระดานกลับมาได้ ควรจะทำเช่นไรเล่า? ยิ่งไปกว่านั้น ตอนนี้ข้างกายของนังสารเลวก็มีสาวใช้ที่ฉลาดมีไหวพริบอยู่สองคน สองคนนั้นเคยเป็คนในเรือนผู้หยินผู้เฒ่า คงไม่มีทางซื้อตัวมาได้แน่
“ยังมีนังแพศยาอนุห้าอีกคน ตั้งครรภ์ขึ้นมาก็คิดว่าตนเป็ที่โปรดปรานของนายท่าน! นับวันยิ่งไม่เห็นฮูหยินใหญ่อย่างข้าอยู่ในสายตา!”
“เช่นนั้นก็กำจัดไปพร้อมกับนังสารเลวนั่นเลยดีไหมเ้าคะ!” หลิ่วอวิ๋นฮว๋ากล่าวอย่างโเี้
เหลยซื่อเดินไปข้างหน้าต่าง ลมเย็นพัดปะทะใบหน้า ปลุกสมองของนางให้กระจ่างชัด
“หลังจากผ่านคืนนี้ไป องครักษ์ที่คุ้มครองเรือนไผ่มีแต่จะมากขึ้น พวกเราลงมือได้ไม่ง่ายเช่นนั้น”
“เช่นนั้นลงมือนอกจวนก็ได้แล้วมิใช่หรือเ้าคะ?!”
นอกจวน? ดวงตาของเหลยซื่อสว่างวาบ ใช่แล้ว หาทางให้นังเด็กสารเลวกับอนุห้าออกไปนอกจวน พวกเขาก็จะมีโอกาสลงมือ “อนุห้าตั้งครรภ์แล้ว ท่านย่าย่อมไม่ให้นางออกไปเดินแน่ ต่อให้ได้ออกไป ข้างกายก็จำเป็ต้องมีองครักษ์ติดตามไปกับนาง จะทำอย่างไรถึงจะทำให้พวกนางออกไปนอกจวนได้เล่า?”
ภายในห้องตกสู่ความเงียบงันชั่วขณะหนึ่ง ท่าทางของหลิ่วอวิ๋นฮว๋าพลันเปลี่ยนไป “ท่านแม่เ้าคะ วันเซ่นไหว้บรรพบุรุษใกล้จะถึงแล้วมิใช่หรือเ้าคะ?”
เซ่นไหว้บรรพบุรุษ? ใช่แล้ว เหตุใดนางจึงคิดไม่ถึงกัน หากเซ่นไหว้บรรพบุรุษ ไม่ว่าจะเป็ใครล้วนต้องออกไปจากจวนโหว ระหว่างทางมิใช่โอกาสลงมือที่ดีที่สุดของพวกนางหรอกหรือ?
...
“เซ่นไหว้บรรพบุรุษหรือ? รึ” เช้าวันต่อมา ฮูหยินผู้เฒ่าพบว่าเหลยซื่อรออยู่ที่ห้องโถงั้แ่เช้า
เหลยซื่อแย้มยิ้มอย่างนอบน้อม น้ำเสียงอ่อนหวาน “เ้าค่ะท่านแม่ เมื่อวานข้าฝันถึงเหล่าบรรพบุรุษของชางหรงโหว พวกท่านกล่าวว่าคิดถึงลูกหลานของพวกเรานัก วันเซ่นไหว้บรรพบุรุษก็ใกล้จะถึงแล้ว บางทีนี่อาจเป็การชี้แนะของเหล่าบรรพบุรุษ ว่าท่าน้าให้พวกเราไปเยี่ยมเยียนก่อนล่วงหน้าก็เป็ได้เ้าค่ะ”
“มีเื่เช่นนี้ด้วยหรือ?” ฮูหยินผู้เฒ่าขมวดคิ้วอย่างสงสัย เหลยซื่อรู้สึกร้อนตัว ทว่าใบหน้ากลับยิ้มสู้ “เ้าค่ะ งานพระราชพิธีเฉลิมฉลองก็ใกล้เข้ามาแล้ว พวกเราแคว้นเฉินมีเื่น่ายินดีเช่นนี้ หากไปเซ่นไหว้บรรพบุรุษใน่เวลานั้น แล้วได้ยินไปถึงในวังคงไม่ค่อยดีนัก อีกทั้งคุณชายใหญ่ก็ต้องร่วมแข่งขันแข่งม้าระหว่างสองแคว้น พวกเราก็ถือโอกาสเซ่นไหว้บรรพบุรุษ ขอพรให้พวกท่านคุ้มครองคุณชายใหญ่เพื่อความรุ่งโรจน์ของแคว้นเฉิน นอกจากนี้ก็ขอให้เืเนื้อชางหรงโหวในครรภ์ของอนุห้าปลอดภัยด้วยเลยเ้าค่ะ”
นางกล่าวมาถึงส่วนนี้แล้ว ต่อให้ฮูหยินผู้เฒ่าไม่เชื่อคำของตน ทว่าหากกล่าวถึงเื่ที่นางใส่ใจมากที่สุด เชื่อว่านางจะต้องหวั่นไหวแน่นอน
ฮูหยินผู้เฒ่าใคร่ครวญครู่หนึ่ง คิดว่าคำพูดของเหลยซื่อนับว่ามีเหตุผล ่นี้จวนโหวเกิดเื่มากมาย หากไปไหว้บรรพบุรุษก่อนก็สามารถขอให้บรรพบุรุษคุ้มครองจวนโหวให้ราบรื่นในทุกเื่ได้
“อืม เื่นี้ยกให้เ้าจัดการแล้วกัน บอกนายท่านรอง นายท่านสามด้วย”
“เ้าค่ะท่านแม่”
ไม่นาน เื่ที่จวนชางหรงโหวกำลังจะไปเซ่นไหว้บรรพบุรุษก็รู้กันไปทั่วทั้งจวน
ภายในเรือนไผ่ อวิ๋นซูกำลังครุ่นคิดเื่ที่ได้ยินมาเมื่อสักครู่ เหลยซื่อเสนอให้ไปเซ่นไหว้บรรพบุรุษด้วยตนเอง หรือตนจะคิดมากเกินไป? รู้สึกว่าทุกการตัดสินใจของนางคล้ายกับมีกับดักซ่อนอยู่
“นี่เป็ครั้งแรกที่คุณหนูได้ร่วมการเซ่นไหว้บรรพบุรุษใช่หรือไม่เ้าคะ?” ชุนเซียงรินน้ำชาให้อวิ๋นซู คิดว่าคุณหนูของตนกำลังตื่นเต้น “พอดีเลยเ้าค่ะ พวกเราก็ถือโอกาสนี้ทำให้พี่น้องทุกคนรู้จักคุณหนูเสียใหม่”
ในคำพูดของนางแฝงความหมายลึกซึ้ง ต้องทราบว่าอวิ๋นซูในวันนี้ไม่เหมือนเมื่อก่อนแล้ว เมื่อก่อนคุณหนูหกเป็ผู้มีดวงชะตาแข็งต้องอยู่โดดเดี่ยว จึงถูกส่งออกไปเลี้ยงดูนอกจวนชางหรงโหว ซึ่งไม่ต่างกับการละทิ้ง ไม่มีความเกี่ยวข้องอะไรกับจวนโหว ทว่าตอนนี้อวิ๋นซูเป็ดั่งไข่มุกในมือฮูหยินผู้เฒ่า เชื่อว่าคนในตระกูลจะต้องมองนางใหม่ ไม่มีผู้ใดที่จะดูถูกนางได้ตามใจชอบอีกเด็ดขาด
“ชุนเซียง มีคนไปเท่าไร?”
“มีคนบ้านหลักของพวกเรา แล้วยังมีบ้านรองและบ้านสามเ้าค่ะ” ชุนเซียงคิดว่าอวิ๋นซูอยู่ข้างนอกมาหลายปี เกรงว่าจะไม่เข้าใจเื่ราวของจวนชางหรงโหวมากนัก
อวิ๋นซูเบนสายตาขึ้นมอง “ข้ามีลูกพี่ลูกน้องฝั่งท่านพ่อมากเลยหรือ?”
ชุนเซียงยิ้ม ทว่านางไม่รู้สึกว่าคำถามของคุณหนูมีอะไรผิดแปลก คุณหนูเติบโตในหมู่บ้านชนบท คงทราบเพียงเื่ในจวนชางหรงโหวเท่านั้นกระมัง ด้วยเหตุนี้จึงอธิบายอย่างใจเย็น “ท่านผู้เฒ่าโหวที่เสียชีวิตไปแล้วมีบุตรชายสามคนที่เกิดจากภรรยาเอก ที่เหลืออีกหลายคนล้วนเป็คุณหนูที่เกิดจากอนุภรรยา ตอนนี้ล้วนแต่งออกไปหมดแล้ว ดังนั้นครั้งนี้จึงมีคนของบ้านนายท่านรองและบ้านนายท่านสามไปเซ่นไหว้บรรบุรุษด้วยกันเ้าค่ะ”
สตรีที่แต่งออกไปแล้ว ย่อมเป็คนของครอบครัวอื่น “วันหน้าหากมีโอกาส คุณหนูคงจะได้พบกับท่านป้าท่านน้าทั้งหลายเ้าค่ะ”
ฮูหยินผู้เฒ่าไม่มีบุตรสาว มีเพียงบุตรชายสามคน นางพยักหน้าอย่างเข้าใจ นี่มันความบังเอิญหรือ? บุตรที่เกิดจากอนุภรรยาไม่มีผู้ชายสักคนเดียว เป็เพราะเมื่อตอนนั้นฝีมือของฮูหยินผู้เฒ่าสูงส่ง หรือเป็เพราะความบังเอิญจริงๆ
ว่ากันว่าอนุภรรยาของท่านโหวผู้เฒ่าล้วนไม่อยู่ในโลกนี้แล้ว อย่างไรก็ตาม เื่นี้ไม่เกี่ยวกับนาง สิ่งที่นางต้องทำก็คือเตรียมพร้อมสำหรับการเซ่นไหว้บรรพบุรุษที่กำลังจะมาถึง
“ชุนเซียง เ้ารู้หรือไม่ว่าในเรือนของท่านแม่มีใครบ้างที่เป็คนสนิทของนาง?”
...
วันนี้ยามค่ำคืน ภายในเรือนไผ่มีข้ารับใช้จากจวนของเหลยซื่อเพิ่มมาสองคน
พวกเขาคุกเข่าอยู่บนพื้นอย่างเคารพ ยิ้มอย่างประจบสอพลอ “ไม่ทราบว่าคุณหนูหกเรียกผู้น้อยมา มีอะไรจะสั่งหรือขอรับ?”
บนที่นั่งเ้าบ้าน ทุกท่าทางการเคลื่อนไหวของอวิ๋นซูล้วนเจือกลิ่นอายความสูงศักดิ์ ท่าทางเรียบเฉยอีกทั้งท่วงท่าอันงามสง่า ทำให้ข้ารับใช้ทั้งสองคนบนพื้นอดไม่ได้ที่จะประหลาดใจ นี่เป็ครั้งแรกที่พวกเขาได้สังเกตคุณหนูหกในระยะใกล้เช่นนี้ วันนี้เมื่อดูแล้ว พวกเขาพบว่าคุณหนูหกมีความเป็คนในครอบครัวชั้นสูงยิ่งกว่าคุณหนูรองเสียอีก
อวิ๋นซูมองชุนเซียงที่อยู่ข้างๆ อย่างเรียบเฉย สาวใช้ผู้นั้นหยิบถุงเงินออกมาจากแขนเสื้อสองถุงแล้วส่งให้ถึงมือข้ารับใช้ทั้งสอง
ั์ตาของพวกเขาพลันสว่างวาบ จากน้ำหนักของถุงเงินในมือ ต่อให้เป็ในเรือนของฮูหยิน พวกเขาก็ไม่เคยได้รับรางวัลมากเช่นนี้มาก่อน
“ขอบคุณคุณหนูหก! ขอบคุณคุณหนูหก! พวกเราจะบุกน้ำลุยไฟเพื่อคุณหนูหกแน่นอนขอรับ!”
อวิ๋ยซูยิ้มบางๆ “ข้าไม่้าให้พวกเ้าไปบุกน้ำลุยไฟหรอก ได้ยินว่าพวกเ้าเป็ลูกพี่ลูกน้องกันหรือ?”
“ตอบคุณหนูหก ใช่ขอรับ พวกเราเป็คนจากซูซาน ถูกขายมาที่จวนโหวสิบกว่าปีแล้วขอรับ” คนที่ตอบคือคนพี่ มือของเขากำถุงเงินแน่น ในใจวาดฝันอย่างงดงาม เจริญแล้ว เขาเจริญแล้ว! คนในเรือนคุณหนูหกคงจะได้รับรางวัลเช่นนี้บ่อยๆ ช่างน่าอิจฉานัก
“ได้ยินว่าครั้งนี้ท่านแม่เป็คนเสนอให้ไปเซ่นไหว้บรรพบุรุษ พวกเ้ารู้สาเหตุหรือไม่?”
“ตอบคุณหนูหก บ่าว...บ่าวไม่ทราบชัดเจนนัก เพียงแต่เมื่อคืน คุณหนูรองอยู่ในห้องของฮูหยินเป็เวลานาน จนดึกมากแล้วถึงจะออกมา ตอนที่เข้าไปสีหน้าดูไม่ค่อยดีนัก ทว่าตอนออกมากลับยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ บ่าวคิดว่าแปลกมาก จึงจับตาดูอีกครู่หนึ่งขอรับ”
“ที่แท้ก็เป็เช่นนี้ ั้แ่วันนี้เป็ต้นไป หากพวกเ้าได้ยินหรือเห็นอะไรในเรือนฮูหยิน ต้องรีบมารายงานข้า ข้าย่อมไม่ทำให้พวกเ้าลำบากแน่”
ข้ารับใช้ทั้งสองสบตากัน รีบค้อมศีรษะลงอย่างสำนึกบุญคุณ “ขอบคุณคุณหนูที่ไว้ใจบ่าวขอรับ”
“แน่นอน หากพวกเ้ากล้าบอกผู้อื่นแม้แต่ครึ่งคำ ข้าย่อมมีวิธีที่จะทำให้พวกเ้าพูดไม่ได้ และฮูหยินผู้เฒ่าก็ไม่เชื่อพวกเ้า” น้ำเสียงของอวิ๋นซูพลันเ็าขึ้นสามส่วน
“บ่าวไม่กล้าขอรับ บ่าวไม่กล้า ตอนนี้คุณหนูหกเป็คนสำคัญในจวนโหว ต่อให้บ่าวจะกล้าหาญกว่านี้สิบเท่าก็ไม่กล้าขายคุณหนูหรอกขอรับ! ยิ่งไปกว่านั้น คุณหนูเห็นความสำคัญของพวกเรา พวกเราสองพี่สองสามารถทำงานให้คุณหนูได้ นับเป็สิริมงคลไปชั่วชีวิต!”
สีหน้าของอวิ๋นซูปรากฏความอบอุ่นขึ้นหลายส่วน นางแย้มยิ้ม “ข้ารู้ว่าพวกเ้าไม่มีญาติและไม่มีศัตรูในเมืองหลวง ปกติท่านแม่ก็ระมัดระวังตัวเป็พิเศษ ชีวิตของพวกเ้าก็ค่อนข้างลำบาก ที่ข้าให้เป็เศษเงินแก่พวกเ้าก็เพราะเวลาใช้จะได้สะดวก ทั้งยังป้องกันไม่ให้ผู้อื่นล่วงรู้ วันหน้าพวกเ้าก็สามารถนำไปแลกเป็เงินพวงได้ เช่นนี้หากใช้ออกไปก็จะไม่ถูกผู้อื่นสงสัย”
คำพูดของนางเตือนสติสองพี่น้องได้โดยพลัน ปกติทำงานในเรือนฮูหยิน พวกเขาล้วนถูกผู้อื่นรังแก ในมือจะไปมีเงินมากมายขนาดนี้ได้อย่างไร หากพวกเขา้าใช้ เกรงว่าจะใช้ได้เพียงนอกจวน ทั้งยังต้องระวังว่าจะถูกคนพบเห็น
คุณหนูหกคิดละเอียดรอบคอบจริงๆ เมื่อคิดไปถึงข้ารับใช้คนสนิทของฮูหยินที่หยิบยืมบารมีเ้านายมาทำท่าทางดูถูกเหยียดหยามพวกเขา สองพี่น้องก็ตัดสินใจได้ ในเมื่อฮูหยินไม่เห็นความสำคัญของพวกเขา วันหน้าพวกเขาจะทำงานให้คุณหนูหกแทน! ฮึ เขาไม่เชื่อว่าเงินรางวัลที่ได้รับจะน้อยไปกว่าคนพวกนั้น! ต่อให้ทำเพื่อความมั่งคั่งของตนเอง พวกเขาก็จะไม่ขายเื่คุณหนูหกออกไป
“บ่าวเข้าใจขอรับ บ่าวจะกระทำด้วยความระมัดระวังอย่างแน่นอน!”
“อืม พวกเ้าไปได้”
เมื่อเห็นบ่าวรับใช้ทั้งสองเดินจากไป อวิ๋นซูก็ไม่ได้พูดอะไร ทำเพียงจิบชาในถ้วยของตนอย่างเงียบๆ
“คุณหนูเ้าคะ ข้ารับใช้สองคนนี้รับเงินของพวกเราไปแล้ว เพื่อรักษาชีวิตจะต้องปิดปากให้สนิทแน่นอนเ้าค่ะ”
“ชุนเซียง คนที่เ้าเลือกข้าย่อมวางใจ ข้าเพียงกำลังคิดเื่อื่นอยู่” อวิ๋นซูทราบว่าชุนเซียงคิดระแวงสองคนนั้นเพื่อตน
สองคนนี้อยู่ในเรือนเหลยซื่อมาหลายปี แต่เหลยซื่อกลับไม่มองพวกเขาแม้เพียงหางตา สิ่งที่เหลยซื่อให้ความสำคัญก็คือคนสนิทเ่าั้ สำหรับทั้งสองที่ถูกขายมาเป็บ่าวรับใช้ั้แ่เด็ก เป็เพียงข้ารับใช้ที่ถูกใช้แรงงาน ผลประโยชน์ใดๆ ล้วนมิอาจฉกฉวย ส่วนข้ารับใช้ที่ได้รับความโปรดปรานเ่าั้ก็กดขี่รังแกพวกเขาไม่น้อย ทว่าครั้งนี้ตนให้โอกาสพลิกชีวิตแก่พวกเขา หรือยังจะต้องกลัวว่าพวกเขาจะขายตนเองที่เป็เทพเ้าโชคลาภออกไปอีก?
วันหน้า ในจวนของเหลยซื่อก็มีหูมีตามากขึ้นอีกสองคู่ หาก้าแอบฟังเื่ราวอะไรก็สะดวกขึ้นแล้ว
