มีเสียงฝีเท้าดังขึ้นรอบทิศ ที่นี่มีทหารจำนวนมากคอยเฝ้าสังเกตการณ์อยู่! เขาเคลื่อนตัวอย่างรวดเร็วหลบเข้าในกระโจมเล็กๆกระโจมหนึ่ง สตรีด้านในทำท่าจะกรีดร้องจึงถูกกงเจวี๋ยตีจนสลบไป จากนั้นลากเข้าไปในมุมมืด
เสียงฝีเท้าดังเข้ามาอย่างรวดเร็ว บุรุษโเี้ผู้หนึ่งเปิดกระโจมแล้วเอ่ยถาม“คนด้านใน! เห็นคนน่าสงสัยหรือเปล่า?!”
“ไม่” สตรีนางหนึ่งใจนก้มหน้าลง
เมื่อเห็นนางทำท่าหวาดกลัวขี้ขลาดเช่นนี้คนผู้นั้นจึงไม่คิดจะซักถามต่อ เขาเดินไปที่กระโจมถัดไป
กงเจวี๋ยตั้งใจฟังเสียงอยู่ชั่วครู่เมื่อมั่นใจว่าอีกฝ่ายเดินห่างออกไปแล้วเขาจึงลุกขึ้นยืนพร้อมลากสตรีนางหนึ่งออกมาจากใต้เตียง
โหลวเย่มีการแบ่งชนชั้นอย่างชัดเจนสามารถแยกได้จากเสื้อผ้าที่สวมใส่ หากเป็ชาวบ้านทั่วไปจะสวมได้เพียงสีน้ำเงินสีเขียวเข้ม สีเทา หรือสีดำ หากระดับสูงขึ้น เสื้อผ้าก็จะมีสีสันมากยิ่งขึ้นส่วนสีที่สูงค่าที่สุดก็คือสีทอง ซึ่งเป็สีของดวงอาทิตย์
เมื่อสักครู่เขาปล่อยผมปิดบังใบหน้า เนื่องจากเขาอายุยังน้อยยังไม่ได้มีรูปร่างสูงใหญ่สง่างามเหมือนในภายหลังเมื่อเขาคลุมทับด้วยเสื้อผ้าของสตรีแล้ว หากมองจากภายนอกก็ดูสวยงามมีเสน่ห์ส่วนชุดที่เขาสวมเป็ชุดสีม่วงอ่อน
ทว่าสตรีเบื้องหน้ากลับพักในกระโจมที่ไกลที่สุดเห็นได้ชัดว่านางต้องเป็นางคณิกาอย่างแน่นอน
ั์ตาของกงเจวี๋ยราวกับเปลวเพลิงที่ส่องสว่างเป็ระยะๆเขายกยิ้มมุมปากเล็กน้อยพร้อมมองสตรีเบื้องหน้าด้วยความนัยบางอย่าง
นางค่อยๆ ได้สติกลับคืนมายังไม่ทันร้องะโก็ถูกกงเจวี๋ยอุดปากไว้ เขาส่งยิ้มอย่างไร้เดียงสาที่สุดดวงตาสีหยกน้ำหมึกคู่นั้นปรากฏเป็แสงระยิบระยับท่ามกลางแสงคบไฟภายในกระโจม
“เรามาทำข้อตกลงแลกเปลี่ยนกันไหม?”
......
การขุดคลองขนส่งยังคงดำเนินต่อไปทว่าเนื่องจากข่าวลือเริ่มรุนแรงขึ้นเรื่อยๆแม้กระทั่งคนที่ไม่คิดเล็กคิดน้อยอย่างกงอี่โม่ก็เริ่มรู้สึกเป็กังวล
นางใช้ดินปืนอย่างระมัดระวังมากขึ้นเรื่อยๆ มีการลดปริมาณลงอีกทั้งยังแสดงต่อหน้าผู้คนเป็ระยะๆทำให้ผู้คนจำนวนจำนวนมากเดินทางมาชมอย่างตื่นเต้นแต่สุดท้ายต้องกลับไปอย่างผิดหวัง พวกเขาคิดว่าข่าวลือเป็การกล่าวเกินจริง
ทว่าสิ่งที่ต้องทำก็ยังต้องทำต่อไปนางกวาดตามองเรือลำใหญ่เบื้องหน้า ในใจรู้สึกยินดียิ่งนัก! กงเซิ่งน่าจะชอบเรือเหล็กที่ถูกหุ้มด้วยโลหะอันสวยงามเช่นนี้ใช่ไหม?
นางมองบนเรือที่มีทุกอย่างครบครันนางลูบปลายคางพร้อมครุ่นคิดว่ายังมีอะไรที่ต้องเพิ่มเติมอีกหรือไม่หรือว่าควรทำหัวัอันน่าเกรงขามไว้ที่หัวเรือดี? ดูเหมือนว่าผู้ที่เป็ฮ่องเต้มักชอบัใช่ไหม?
เมื่อคิดได้เช่นนี้จึงลงมือทันที กงอี่โม่ทำด้วยตัวเอง นางแกะสลักรูปจำลองเพื่อให้นายช่างนำไปทำต่อให้สำเร็จถึงตอนนั้นเรือัอันหรูหราลำนี้จะกลายเป็ของขวัญวันเกิดบุรุษผู้นั้นน่าจะไม่เคยได้รับของขวัญเช่นนี้อย่างแน่นอน!
ทว่าบรรยากาศด้านนอกกลับอึมครึมขึ้นเรื่อยๆ
สุดท้ายในบ่ายวันหนึ่งขุนนางที่กงเช่อไว้ใจมากผู้หนึ่งเดินเข้ามาหากงอี่โม่ ท่าทางของเขาเคร่งเครียดขณะที่วิ่งเข้ามานั้นก็แทบสะดุดล้มอยู่หลายครั้ง!
“แย่แล้ว!”
“ทำไมหรือ?”
กงอี่โม่วางรูปจำลองในมือของตนลง นางมองเขาพร้อมขมวดคิ้วเล็กน้อย
คนผู้นั้นขยับปาก แต่กลับนึกไม่ออกว่าควรกล่าวอย่างไรดีเขาจึงเอ่ยเพียง “ท่านรีบไปดูที่ริมแม่น้ำเถิด!”
เมื่อได้ยินเช่นนี้ กงอี่โม่จึงรีบตามเขาไปทันทีสุดท้ายนางรู้สึกว่าเขาเดินช้าไป นางจึงใช้วิชาตัวเบามุ่งหน้าไปที่ริมแม่น้ำก่อนมีคนจำนวนไม่น้อยรวมตัวอยู่ที่นั่น
“ว่ากันว่าตอนที่พระเ้าอู๋สร้างคลองอวี้หลงในตอนแรกวันที่สร้างสำเร็จนั้นมีการวางกระถางสัมฤทธิ์สามขาไว้ใต้น้ำตอนนี้กระถางถูกขุดขึ้นมาแล้วหรือ?”
“นั่นสิ ว่ากันว่า้ามีตัวอักษรอยู่ด้วยนะ!”
“อักษรอะไร?”
เสียงวิพากษ์วิจารณ์มากมายดังลอยเข้าหูกงอี่โม่ขณะที่นางกำลังฝ่าฝูงชนนั้น กงเช่อก็อยู่ที่นั่นอยู่แล้วกระถางสามขาวัตถุโบราณที่ถูกกล่าวถึงนั้นถูกคลุมอยู่ดูเหมือนกงเช่อเตรียมยกมันออกไป
ทว่ายกออกไปตอนนี้แล้วจะมีประโยชน์อันใด?
กงอี่โม่ก้าวขึ้นไปด้านหน้าเพราะความใกงเช่อจึงห้ามนางไว้ไม่ทัน ทำให้นางเปิดผ้าคลุมออกด้านในเป็กระถางสัมฤทธิ์สามขาที่มีสนิมขึ้นเป็รอยด่าง ตัวกระถางมีสามด้านแบ่งเป็หัววัว หัวแพะ และหัวสุกร ความหมายก็คือสัตว์ที่ถูกสังเวยสามชนิดส่วนใต้หัววัวมีตัวอักษรขนาดใหญ่สะดุดตายิ่งนัก!
“ผู้สร้างคลองขนส่งปกครองใต้หล้า!”
คำต้องห้ามปรากฏขึ้นท่ามกลางสายตาของผู้คนอีกครั้งทำให้เกิดเสียงอุทานดังอื้ออึง!
กงอี่โม่เหลือบมองพร้อมขมวดคิ้วแน่น นางพลันหัวเราะออกมา“นี่ก็คือสิ่งที่พระเ้าอู๋้าใช้ประโยชน์จากชัยชนะในการสำรวจทางเหนือเพื่อรวบรวมใต้หล้าให้เป็หนึ่งเดียวหลังจากสร้างคลองขนส่งสำเร็จดังนั้นจึงมอบสิ่งนี้เป็เครื่องสังเวยเทพแห่งสายน้ำ! แล้วเพราะเหตุใดจึงต้องคลุมไว้ด้วยล่ะ?”
คำพูดของกงอี่โม่ทำให้ผู้คนเริ่มกระซิบกระซาบ เมื่อสักครู่พวกเขาคิดว่า์กำลังชี้ทาง้าให้องค์รัชทายาทเป็ผู้สืบทอดบัลลังก์! ทว่าเมื่อได้ยินกงอี่โม่กล่าวเช่นนี้พวกเขากลับรู้สึกว่านี่คือสิ่งที่พระเ้าอู๋ปรารถนาในเวลานั้น
สีหน้าของกงเช่อดีขึ้นเล็กน้อย ทว่าก็ยังคงซีดมากเขากับกงอี่โม่สบตากัน ในใจต่างคิดว่าชาวบ้านจะคิดเื่นี้อย่างไรไม่ใช่สิ่งสำคัญแต่สิ่งสำคัญก็คือผู้ที่ส่งข่าวถึงหูฮ่องเต้จะถ่ายทอดข้อมูลเกี่ยวกับเื่นี้เช่นไร
ยามค่ำคืน ดวงจันทร์กระจ่าง ดวงดาราริบหรี่
“ท่านพี่รัชทายาท ท่านวางแผนจะจัดการเื่นี้อย่างไร?”
กงอี่โม่ไม่เข้าใจจริงๆ เนื่องจากในความคิดของนางเื่นี้เป็เพียงเื่เล็กๆ เื่หนึ่งเท่านั้นทว่าสำหรับคนที่นี่แล้วกลับเป็ความผิดร้ายแรง!
กงเช่อขมวดคิ้วเล็กน้อย เวลานี้เขาตัดสินใจแล้วเขาจะรีบเดินทางกลับเมืองหลวง ก่อนอื่นเขาจะเดินทางไปตามเส้นทางน้ำถึงตรงสวีหยวนจากนั้นค่อยขี่ม้ากลับไป
เื่นี้อาจเป็เื่เล็กหรือเื่ใหญ่ได้ทั้งนั้นเขาจำเป็ต้องไปอธิบายเื่นี้ต่อหน้าพระพักตร์อีกทั้งเขาไม่ได้เจอเสด็จแม่มานานแล้ว เขาคิดว่าหากเขาสามารถกลับไปอธิบาย ‘เหตุการณ์พระเ้าอู๋’ตามคำกล่าวของกงอี่โม่ต่อหน้าเสด็จพ่อได้ทันเวลา เสด็จพ่อจะต้องเข้าใจได้มากขึ้น
ความคิดของเขาก็มีเหตุมีผลเช่นกันอีกทั้งกงอี่โม่ก็ไม่ได้มีวิธีที่ดีกว่านี้ ดังนั้นนางจึงเห็นด้วยส่วนนางจะอยู่ที่นี่เพื่อขุดคลองขนส่งต่อไป
ทว่าเห็นได้ชัดว่าอีกฝ่ายไม่้าปล่อยพวกเขาไปอย่างง่ายดาย
กงอี่โม่ยังไม่ทันเข้านอนกลับมีเสียงฝีเท้าที่ก้าวอย่างร้อนใจดังลอยมานางลุกขึ้นนั่งอย่างว่องไว จากนั้นนางจึงได้ยินเสียงร้องไห้
“มีอะไรหรือ?” ขณะที่นางเดินออกมาก็เจอกับผู้ที่เข้ามารายงานนางพอดี
“แย่แล้ว! องค์รัชทายาทถูกลอบสังหารอาการสาหัส!”
ประโยคนี้ราวกับระฆังเตือนภัยที่เคาะเสียงดังอยู่ข้างหูของนาง
นางรีบเดินเข้าไปด้านใน ภายในห้องเต็มไปด้วยผู้คนคนส่วนใหญ่ก็คือหมอหลวงที่ร่วมเดินทางมากับขบวนในครั้งนี้
“สถานการณ์เป็อย่างไรบ้าง?” กงอี่โม่สอบถามหมอหลวงที่กำลังจับชีพจร
“สถานการณ์ไม่ค่อยดีนัก กระบี่แทงทะลุปอดหากไม่ทานยาตันต้าหวนเพื่อรักษาชีวิตให้ทันเวลา องค์รัชทายาทจะเป็อันตรายถึงชีวิต!” หมอหลวงสวี่ขมวดคิ้ว เขาส่ายศีรษะพร้อมกล่าวขึ้น
ทั้งๆ ที่ผู้ติดตามเป็ขุนนางใกล้ชิด ทว่าเมื่อออกจากจวนแล้วกลับถูกลอบสังหารนั่นก็หมายความว่าต้องมีคนทรยศอย่างแน่นอนเพียงแต่เวลานี้ไม่ใช่เวลาที่จะไต่สวนความผิด กงอี่โม่จึงรีบเรียกคนผู้หนึ่งเข้ามาบุคคลผู้นี้คือสหายองค์รัชทายาทที่เรียนหนังสือร่วมกันมาเขาเป็บุคคลที่น่าไว้ใจอย่างยิ่ง
“เ้ารีบเดินทางกลับเมืองหลวงผ่านทางบกทันทีให้รีบทูลเื่ที่องค์รัชทายาทถูกลอบสังหาร ห้ามชักช้าเด็ดขาด!”
“พ่ะย่ะค่ะ!”
กงอี่โม่มองเื้ัของเขาที่เดินจากไปเมื่อคิดทบทวนแล้วก็ยังรู้สึกไม่เหมาะสมนางจึงเรียกใครอีกคนให้เข้ามาพร้อมกำชับอีกครั้ง นางส่งคนกลับเมืองหลวงไปสองคนคนหนึ่งเดินทางผ่านทางน้ำ คนหนึ่งเดินทางผ่านทางบก
ทว่าถึงจะเป็เช่นนี้นางก็ยังไม่สบายใจ นางนอนไม่หลับตลอดคืน ได้แต่เฝ้ากงเช่อจนฟ้าสว่าง
