ทันใดนั้นอากาศบริสุทธิ์ปะทะเข้ามา อวิ๋นซูเบิกตามอง เงาร่างคนหลายสิบคนยืนอยู่ไม่ไกล ทั้งเด็กเล็กคนชราล้วนมีครบ ท่าทางของพวกเขาไม่ค่อยเหมือนโจรมากนัก ดูเหมือนชาวบ้านธรรมดาทั่วไป
“พี่ใหญ่กลับมาแล้ว...์ เหตุใดพี่ใหญ่ถึงได้เืไหลเยอะเช่นนี้?”
ทุกคนเข้ามารุมล้อม พวกเขาห่วงใยโจรที่ได้รับาเ็สาหัสผู้นั้นดุจคนในครอบครัว ตอนนี้สายตาของบุรุษพร่ามัว “พานางไป...รักษา...ให้เด็กๆ ...”
เป็ดั่งที่นางคิดจริงๆ พยายามทุกวิถีทางเพื่อพาตนเองมาโดยไม่สนใจว่าจะาเ็ นั่นก็เพื่อรักษาโรค! เกรงว่าเป็เพราะโจรเหล่านี้ได้ยินว่าเมืองหยูมีหมอผู้หนึ่งที่สามารถรักษาโรคห่าได้ โจรผู้นั้นจึงได้คิดวิธีเสียสละเืเนื้อเช่นนี้ออกมา
มีไม้สูงสิบเมตรมาทำเป็รั้ว โจรจำนวนมากยืนป้องกันอยู่ที่นั่น อวิ๋นซูถูกพาไปที่เรือนเล็กๆ แห่งหนึ่ง เมื่อเปิดประตูเข้าไป กลิ่นเหม็นเปรี้ยวเข้มข้นลอยปะทะเข้ามา
อาศัยแสงสว่างจากดวงอาทิตย์มองไปยังห้องมืด กองหญ้าบนพื้นมีเด็กสี่คนนอนอยู่ ร่างของพวกเขาเต็มไปด้วยตุ่มเล็กใหญ่ มีเสียงไอแว่วมาเป็ระยะ
“รีบเข้าไป!” ผู้เยาว์ด้านหลังผลักอวิ๋นซู คิดไม่ถึงว่าสตรีตรงหน้าจะหันกายมากะทันหัน ใบหน้าไร้ซึ่งความหวาดกลัว “นำน้ำอุ่นมาหลายๆ อ่าง แล้วนำผ้าสะอาดมาให้ข้าด้วย!”
ผู้เยาว์คนนั้นพลันตกตะลึง มองสายตาเ็าเข้มงวดของอวิ๋นซู ท่าทางอวดดีพลันอ่อนลง
ไม่นานก็มีคนนำน้ำมา เดิมทีคิดจะเดินเข้าไป ทว่าเสียงสุขุมเยือกเย็นนั้นกลับดังขึ้นอีกครั้ง “ไม่ต้องเข้ามา! มิเช่นนั้นพวกเ้าจะติดเชื้อไปด้วย!”
ติดเชื้อ? ดวงตาของผู้เยาว์หลายคนปรากฏความหวาดกลัว หรือพวกเขาเป็โรคห่าจริงๆ?
อวิ๋นซูแย่งผ้าสะอาดมาอุดจมูกของตนเอาไว้ผืนหนึ่ง ใช้น้ำเช็ดไปตามคราบสกปรกบนร่างของเด็กๆ พวกเขาร้องออกมาอย่างเ็ป “อย่าเกา! ถ้าเกาจนแตกขึ้นมาแล้วจะยุ่ง!”
แต่ว่าเด็กสี่คนนี้จะมีกะจิตกะใจไปอดทนที่ไหนกัน หางตาเอ่อล้นไปด้วยรอยน้ำตา มือทั้งสองเกาลงไปบนร่างของตนเป็ระยะๆ
“ข้าเอง!”
ไม่ทราบว่าบุรุษหมวกน้ำเงินยืนอยู่ตรงประตูเมื่อไร เขาฉีกเสื้อของตนออกมาส่วนหนึ่ง มัดมือของเด็กทั้งสี่เอาไว้
“เ้าไม่กลัวติดเชื้อหรือ?” อวิ๋นซูปรายตามองน้อยๆ
“ไม่กลัว!”
น้ำเสียงของเขาแน่วแน่ สายตาไม่สั่นไหวเลยแม้แต่น้อย
อาการป่วยของเด็กทั้งสี่ยังไม่พัฒนาไปถึงขั้นที่แก้ไขไม่ได้ “มีกระดาษกับพู่กันหรือไม่?”
กระดาษสีเหลืองแผ่นหนึ่งถูกส่งเข้ามา อวิ๋นซูรับพู่กันมาจากมือของบุรุษผู้นั้นเขียนใบสั่งยาลงไป “ในนี้เป็ยาสองเทียบ เทียบหนึ่งต้มให้เป็น้ำ เช็ดตามร่างกายของเด็กทั้งสี่ อีกเทียบหนึ่งใช้น้ำสามถ้วยเคี่ยวจนเป็หนึ่งถ้วย ให้พวกเขากินหลังอาหารสามมื้อ”
บุรุษผู้นั้นรับไปอย่างตกตะลึง เห็นอวิ๋นซูหันกายจะจากไป พลันเข้าไปขวางแล้วกล่าวเสียงเย็น “เท่านี้ก็คิดจะไปแล้วหรือ?”
ไม่คิดว่า สตรีนางนั้นกลับหันมาช้าๆ “พวกเขาติดเชื้อโรคห่า! ไม่แน่ว่าข้างนอกก็มีคนติดเชื้อแล้ว ข้าจำเป็ต้องไปตรวจ หากไม่อยากให้หมู่บ้านของพวกเ้ากลายเป็หมู่บ้านแห่งความตายในอีกไม่กี่วันข้างหน้า ทางที่ดีก็ให้ข้าได้เคลื่อนไหวอิสระเสีย”
บนร่างของนางพลันปรากฏกลิ่นอายความเ็าออกมา น้ำเสียงที่ต่อต้านได้ยากนั้นทำให้บุรุษตกตะลึง ถึงกับก้าวห่างออกมาจากนางก้าวใหญ่
เจอผีเข้าแล้ว! เมื่อครู่ตนเองถึงกับลืมตอบสนอง
“แค่กๆ ...อย่าออกไป แผลของเ้ายังไม่ได้พันผ้าให้ดีๆ เลย” บนเตียง สตรีใบหน้าซีดขาวนางหนึ่งช่วยโจรจัดการแผลบนร่าง
“ข้าเป็ห่วงเด็กๆ เพียงอยากจะไปดูเสียหน่อย...”
เพิ่งจะกล่าวจบ สตรีนางนั้นไอออกมาอย่างรุนแรง “เหมยกู เ้าเป็อะไรไป? ไม่สบายตรงไหนหรือ?” หัวหน้าโจรนั่งลงอย่างร้อนใจ ปากแผลบนร่างพลันฉีกขาดจนเ็ป
สตรีผู้นั้นพยายามทำสีหน้ายิ้มแย้ม “คงเพราะถูกลมเย็นกระมัง ถ้าท่านอยากไปดู เช่นนั้นให้ข้าประคองท่าน...”
นอกห้อง ทุกคนกำลังเข้าแถวรอให้อวิ๋นซูวินิจฉัย โจรผู้นั้นประหลาดใจอยู่บ้าง ไม่คิดว่าหมอที่ถูกจับตัวมาจะให้ความร่วมมือเช่นนี้
“เป็สตรีอายุน้อยหรือ?” เหมยกูขมวดคิ้วเบาๆ แม่นางที่อายุน้อยถึงเพียงนี้ถูกจับตัวมา เกรงว่าในใจคงหวาดกลัวมากกระมัง อย่างไรก็ตาม ในตำแหน่งของนางสามารถมองเห็นใบหน้าด้านข้างอันเรียบเฉยของอวิ๋นซูได้พอดี “ตัวร้อนหรือไม่? มีอาการเวียนศีรษะตาพร่า...”
นางถามทุกคนอย่างอดทน ท่าทางไม่เหมือนคนที่ถูกบังคับมาเลยแม้แต่น้อย
“พี่ใหญ่ สั่งยาให้เด็กๆ เรียบร้อยแล้ว นางบอกว่า...” บุรุษหมวกน้ำเงินยืนข้างหลังโจร
“บอกว่าอะไร?!”
“บอกว่าเป็โรคห่า!”
หา? โรคห่า! เหมยกูหน้าเปลี่ยนสี นี่จะทำอย่างไรดี ในหมู่บ้านมีคนมากถึงเพียงนี้ ่นี้โรคห่าระบาด พวกเขาออกไปจากที่นี่น้อยมาก เหตุใดจึงติดโรคได้อีก?
ร่างกายของหัวหน้าโจรโอนเอน เขาเบิกตาโพลงราวกับคิดอะไรขึ้นมาได้ “เป็...เป็ข้า! เป็ข้าตอนที่ออกไปปล้น พาโรคห่ากลับมา...” นอกจากคำอธิบายเช่นนี้เขาก็คิดอย่างอื่นไม่ออก
“พี่ใหญ่อย่าพูดเช่นนี้เลย หากไม่ออกไปปล้น ทุกคนคงหิวตายไปแล้ว!”
“นางบอกว่ามีทางรักษาหรือไม่? รักษาได้หรือไม่?!”
“สั่งยาเรียบร้อยแล้ว นอกจากนั้นก็ไม่ได้พูดอะไร เพียงกังวลว่าคนอื่นในหมูบ้านจะ...”
เมื่อมองแถวยาวดุจั ร่างกายของหัวหน้าโจรก็โอนเอนอีกครั้ง “พี่ใหญ่!”
“ท่านหมอ!”
ร่างสูงใหญ่ร่างหนึ่งบดบังแสงอาทิตย์บนศีรษะของนาง ด้านหลังมีกลิ่นคาวเืจางๆ โชยมา อวิ่นซูหันกลับไปจึงพบใบหน้าอันเคร่งขรึมของโจรผู้นั้นกระตุกเบาๆ “้ายาอะไร เ้าพูดมา! มากน้อยเพียงใดข้าก็จะออกไปแย่งชิงกลับมา!”
“...” อวิ๋นซูเงียบไปครู่หนึ่ง “เ้าแย่งชิงยามาจากผู้อื่น เช่นนั้นคนข้างนอกก็ต้องตาย”
“...ข้าไม่สน ข้าเพียง้าให้คนในหมู่บ้านรอด! พูดจาไร้สาระให้มันน้อยๆ หน่อย! รักษาพวกเขาอย่างสุดความสามารถเสีย!”
แม้อวิ๋นซูจะไม่เห็นด้วยกับการกระทำของเขา แต่หมู่บ้านแห่งนี้มีคนมาก หากสถานการณ์โรคระบาดไม่ได้รับการควบคุม ผลสุดท้ายก็ไม่อาจคาดเขาได้ ในเมื่อถูกนางพบที่นี่แล้ว ก็ไม่มีเหตุผลที่จะต้องนิ่งดูดาย
ไม่ว่าจะเป็ราษฎรเจียงหนานหรือจะเป็คนในหมู่บ้านแห่งนี้ล้วนแต่เป็ชีวิตที่บริสุทธิ์
“ฮึ ถึงกับกล้าทำท่าทีแข็งกร้าวในหมู่บ้านของพวกเรา คนผู้นั้นช่างดูแคลนพวกเราเกินไปแล้ว!”
“ฟังจากคำพูดของมัน ดูเหมือนจะมาจากเมืองหลวง ไม่รู้ว่ามีเื้ัอะไร...”
“ฮ่าๆ ไม่ว่าจะมีเื้ัอะไรก็ถูกพี่ใหญ่จับมาเหมือนอย่างเคย! เ้าดูท่าทางปากแข็งนั่นสิ น่าแค้นใจนักที่ร่างกายของมันแข็งแรงไม่น้อย!”
โจรสองคนเดินมาเบื้องหน้าอวิ๋นซู บทสนทนาเช่นนี้ตกเข้าสู่การได้ยินของนาง ทั้งยังระแวงมากขึ้น คนที่มาจากเมืองหลวงหรือ?
“แค่กๆ ...แค่กๆ ...แม่นางอวิ๋น หิวแล้วกระมัง กินโจ๊กเสียหน่อย...” เหมยกูยกตะกร้าเดินมาข้างกายอวิ๋นซู สองวันมานี้ อวิ๋นซูได้ข้อมูลมาไม่น้อย หมู่บ้านแห่งนี้เป็หมู่บ้านที่ผู้ลี้ภัยสร้างขึ้นมาเอง ส่วนใหญ่ล้วนเป็ชาวบ้านธรรมดาเช่นเหมยกู อวิ๋นซูทราบว่านางเป็สตรีที่อ่อนโยนมากคนหนึ่ง
เด็กสี่คนที่ติดโรคห่านั้น มีลูกชายของนางกับหัวหน้าโจรอยู่ด้วย
ก่อนหน้านี้หลายวัน นางต้องดูแลเด็กๆ ที่ป่วยทั้งยังเป็ห่วงสามีที่ด้านนอกว่าวันนี้จะปลอดภัยกลับมาหรือไม่ ใบหน้าซูบผอมมักจะแขวนไปด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน ในใจของอวิ๋นซูรู้สึกนับถือนางอยู่บ้าง สตรีที่มีความจิตใจแข็งแกร่ง มีหลายส่วนที่ควรค่าแก่การเรียนรู้จากนาง
“ขอบคุณเ้าค่ะ”
“แม่นางอวิ๋นวางใจเถิด รอจนรักษาพวกเด็กๆ เสร็จแล้ว ข้าจะพูดกับสามีให้ปล่อยเ้ากลับไปอย่างปลอดภัย...” ในน้ำเสียงของเหมยกูแฝงไปด้วยการขออภัย
อวิ๋นซูเงียบไปครู่หนึ่ง “สองวันที่ข้าจากมานี้ ไม่ทราบว่ามีคนป่วยที่ข้ารักษามากน้อยเพียงใดต้องสูญเสียชีวิต”
เมื่อคำพูดนี้ถูกกล่าวออกมา สีหน้าของเหมยกูพลันเปลี่ยนสี สายตาของนางเปล่งประกายคลุมเครือ ท่าทางจะทราบว่าหนทางที่พวกเขากระทำนั้นไม่ถูกต้อง ต่อต้านจวนขุนนาง แย่งชิงผลประโยชน์ของผู้อื่นเพื่อรักษาผลประโยชน์ของตน
“แค่กๆ ...แค่กๆ ...” นางเริ่มไออีกครั้ง กุมหน้าอกตนเองพลางขมวดคิ้ว เ็ปจนน้ำตาแทบจะไหลออกมา
อวิ๋นซูราวกับคิดอะไรบางอย่างได้ “เหมยกู ยื่นมือมาให้ข้า” ดูเหมือนนางจะยังไม่เคยให้ตนตรวจโรคมากก่อน
เหมยกูส่ายศีรษะเบาๆ “เพียงแค่ต้องลมหนาว ไม่ร้ายแรงหรอก”
ลมหนาว? ถูกลมหนาวจนไม่สบายในอากาศเช่นนี้เป็เื่ที่ประหลาดมาก อวิ๋นซูถอนใจ กับคนที่มีนิสัยใส่ใจผู้อื่นมากกว่าตนเองเช่นนาง เดิมทีก็ควรจะชมเชย แต่เมื่อคิดกลับกัน หากตนเองเกิดอะไรขึ้นมา จะมีผู้ใดดูแลคนข้างกายแทนนางได้?
อวิ๋นซูดึงมือเหมยกูให้นางนั่งลง นิ้วชี้และนิ้วกลางแตะลงไป เนิ่นนานผ่านไปจึงขมวดคิ้ว “รู้สึกตัวร้อนเวียนหัวหรือไม่?”
เหมยกูส่ายหน้าพลางหัวเราะเบาๆ “ข้าไม่เป็ไรจริงๆ แม่นางอวิ๋นไม่ต้องกังวลไปเ้าค่ะ”
อย่างไรก็ตาม อวิ๋นซูกลับไม่ปล่อยมือนาง เลิกแขนเสื้อของนางขึ้น แขนอันหยาบกร้านแม้จะไม่เรียบเนียน แต่ก็ไม่ปรากฏสิ่งที่ดูเหมือนตุ่มฝีหรืออะไรประเภทนั้น นี่มันประหลาดมาก เมื่อดูจากชีพจรของนาง คล้ายกับโรคห่ายิ่งนัก เหตุใดกลับไม่มีอาการที่ปรากฏบ่อยที่สุดของโรคกัน?
หรือว่า เป็ตนเองที่วินิจฉัยผิด?
“แม่นางอวิ๋น เวลาไม่เช้าแล้ว ข้าควรจะไปทำอาหารกลางวันแล้ว...”
เหมยกูขอบคุณน้ำใจของนาง พยายามหยัดกายยืนขึ้นเดินผ่านข้างกายของอวิ๋นซูไป เด็กทั้งสี่กินยาของตนไปสองวันแล้ว ไข้สูงก็ค่อยๆ ลดลงแล้ว นี่เป็สถานการณ์ที่ดี แต่ตอนนี้ปฏิกิริยาของเหมยกูกลับทำให้อวิ๋นซูรู้สึกจิตใจไม่สงบ
ที่นางกังวลที่สุดก็คือจะมีโรคชนิดใหม่ปรากฏขึ้น และอาจจะส่งผลกระทบในวงกว้างยิ่งขึ้น
อย่างไรก็ตาม ไม่นานกลับเกิดความวุ่นวายขึ้นภายในห้อง
“แย่แล้ว! เหมยกูสลบไปแล้ว!”
อวิ๋นซูรีบยืนขึ้นวิ่งไปยังทิศทางของห้องอาหารเล็ก คนผู้นั้นถูกผู้อื่นรุมล้อม เมื่อเห็นอวิ๋นซูก็รีบเปิดทางให้
“แม่นางอวิ๋น รีบมาดูเร็ว! เหมยกูไม่รู้ว่าเหตุใดถึงได้เป็ลมไปแล้ว!”
ท่านป้าตบหน้าเหมยกูเบาๆ อย่างกระวนกระวายใจ พลันนั้นมีเสียงเอะอะ เืสีแดงสดไหลออกมาจากจมูกของเหมยกู
“เร็ว พานางไปในเรือน!”
เมื่อหัวหน้าโจรได้ยินก็รีบพุ่งทะยานเข้ามาในห้อง “นี่มันเกิดอะไรขึ้น เหตุใดจู่ๆ เหมยกูถึงสลบไปเช่นนี้?”
เขาะโใส่อวิ๋นซู แต่สตรีน้อยข้างเตียงกลับไม่ได้รับผลกระทบจากเขาเลยแม้แต่น้อย จับชีพจรให้เหมยกูอีกครั้ง
ไม่ผิดจากที่คาดจริงๆ ชีพจรที่คล้ายคลึงกับโรคห่ามากเช่นนี้ เมื่อจับที่หน้าผากของนาง ความร้อนพุ่งสูงขึ้นในฉับพลัน! นี่อธิบายได้ว่าพิษโรคระบาดได้ซ่อนอยู่ในร่างกายนานแล้ว ในที่สุดตอนนี้ก็ะเิออกมา อาการป่วยเกิดอย่างฉับพลันจนรับมือไม่ทัน!
“เตรียมน้ำอุ่น! ต้มยามาอีกเทียบหนึ่ง!”
“เหมยกู! เหมยกู! เ้าตื่นเถิด ข้ากลับมาแล้ว!” อย่างไรเสียโจรก็ร่างกายแข็งแรงกำยำ แผลบนร่างของเขาพันผ้าเอาไว้ให้ดีแล้ว พักผ่อนเพียงหนึ่งวันก็สามารถพาโจรผู้อื่นออกปล้นได้อีกครั้ง ทันใดนั้น เขาจับแขนอวิ๋นซูแน่น “ไม่ว่าเ้าจะใช้วิธีใดก็ตาม ต้องช่วยเหมยกูให้ฟื้นให้ได้ หากนางเป็อะไรไป ข้าจะส่งเ้าไปเป็เพื่อนนาง!”
