เสียงพูดนั้นไม่ดังไม่เบาแต่ก็ดังพอให้ไป๋ิ่อวี้ได้ยินสตรีผู้มีหน้าตางดงามในวัยกลางคนที่กำลังรอข่าวและเร่งเท้าออกมาที่ประตูใหญ่พร้อมขบวนสาวใช้มากมายก็ได้ยินด้วยเช่นกัน สีหน้าของนางเครียดขึ้นก่อนจะหันไปพูดกับสาวใช้คนสนิทว่า
"หลิวซันพาคนไปมากมาย ทำงานกันเยี่ยงไรทำไมเ้าบ้านั่นถึงกลับมาพร้อมรถม้าของซื่อจิ่อ"
สาวรับใช้คนสนิทมีอายุแก่กว่าสตรีนางนั่นไม่มากนักถึงจะแสดงอาการนอบน้อมแต่ก็ยังมีสีหน้าสงสัย นางตอบด้วยเสียงแ่เบาว่า"เรียนพระชายา พวกหลิวซันออกไปจัดการเ้านั่นแต่เช้าตรู่จนบัดนี้ก็ยังไม่กลับมา ข้าน้อยก็ไม่รู้ว่าเกิดอะไรผิดพลาดขึ้น..."
สตรีดังนั้นได้ยินคำตอบก็รู้แล้วว่าหลิวซันทำงานพลาดนางโกรธจนเืขึ้นหน้า เดินช้าลงพลางสบถด่าด้วยเสียงทุ้มต่ำ"พวกมันทำงานแค่นี้ยังไม่สำเร็จ เลี้ยงเสียข้าวสุก!หาซื่อจื่อไม่เจอยังพอจะอภัยได้นี่ถึงขนาดปล่อยให้เ้านั่นกลับเข้าจวนมาพร้อมซื่อจื่อ จะยั่วโมโหข้าใช่ไหม!"
สาวรับใช้คนสนิทสังเกตเห็นอารมณ์ที่พลุ่งพล่านก็หยุดฝีเท้าลงนางพูดปลอบว่า "พระชายา อย่าทรงกริ้วไปเลยเพคะ ซื่อจื่อกำลังรอท่านอยู่ด้านนอกเดี๋ยวถ้าท่านออกไปเห็นเ้านั่นก็อย่าโกรธเกรี้ยว จะเสียสุขภาพจิตเสียเปล่าๆ"
สตรีนางนั้นเข้าใจเจตนาของคำพูด นางจึงใจเย็นลงนางรู้ว่านางต้องไม่ทำให้ซื่อจื่อจับพิรุธอะไรจากนางได้นางจึงพยายามทำสีหน้าเป็ปกติ ฝืนยิ้มต้อนรับทั้งที่ไม่เต็มใจ
"ช่างมัน ครั้งนี้กำจัดมันไม่ได้ ก็รอครั้งหน้ายังไงก็ต้องมีโอกาสอีก ก็แค่เสียดายแผนการที่วางไว้แต่ทำไม่สำเร็จนางแซ่ไป๋คนนั้นคงจะกำลังดีใจเป็แน่"
สาวรับใช้คนสนิทเห็นว่านางใจเย็นลงก็วางใจ รีบปลอบต่อไปว่า "พระชายาอย่าเกรี้ยวโกรธเื่สำคัญที่ต้องทำตอนนี้คือไปพบซื่อจื่อก็ทำเป็ไม่เห็นเ้านั้นแล้วกันเ้าค่ะ"
สีหน้าและน้ำเสียงของสตรีนางนั้นกลับเป็ปกติเหมือนเมื่อตอนที่เดินผ่านออกมาจากประตูชั้นกลาง"ถ้าพวกหลิวซันคนใดคนหนึ่งกลับมาแล้ว เรียกมันมาพบข้าด้วย"
"เ้าค่ะ พระชายา"
สาวรับใช้คนสนิทขานรับ นางหรี่ตาลงและเงยหน้าขึ้น รอยยิ้มบนหน้าชัดเจนขึ้นนางและขบวนสาวใช้ที่ใจเต้นไม่เป็ระส่ำพากันเดินอ้อมฉากหินที่กั้นทางเดินไปสู่ประตูบานใหญ่สีแดง
นางเดินมาถึงธรณีประตู มองไปไม่ไกลก็เห็นร่างคนสองคนยืนอยู่คนที่สูงกว่ามองเห็นหน้าไม่ชัด แต่คิดว่าต้องเป็ซื่อจื่อที่หลุดจากแผนการของนางส่วนอีกคนที่กำลังก้มหน้าก้มตา แน่นอนว่าต้องเป็เ้าคนสองเพศของนางแซ่ไป๋เป็แน่!
เมื่อครู่นางหายโกรธไปได้ส่วนหนึ่ง อย่างน้อยก็สามารถทำสีหน้าเป็ปกติแต่พอมาเห็นภาพตรงหน้า นางก็กลับรู้สึกโกรธจนแทบทนเก็บอาการไม่ไหวดีที่สาวรับใช้คนสนิทแอบสะกิดนาง นางจึงมีสติขึ้น
แต่แล้วก็มีเงาสีครามพุ่งมาตรงร่างนาง นางไม่รู้ว่าถูกอะไรชนเข้ามันเร็วและแรงจนนางล้มหงายหลังลงไปกับพื้น แถมยังมาทับร่างนางไว้ทำเอาบรรดาสาวใช้พากันกรีดร้องด้วยความใ
นางรู้สึกว่าท้ายทอยนางจะกระแทกเข้ากับพื้นหินที่แข็งปังตอนที่ร่างของนางกำลังร่วงลงสู่พื้น หูของนางก็ได้ยินเสียงที่ไม่คุ้นหู
"อาสะใภ้"
