เหวินอ๋องผู้องอาจห้าวหาญและฉลาดปราดเปรื่อง กลับถูกพระชายาของตนใช้เท้าถีบลงจากเตียงในคืนเข้าหอมิหนำซ้ำยังโดนบริภาษตามหลังอีกว่า คนอันธพาลจิตวิปลาส
ฉู่อวี้ถูกถีบจนต้องผงะถอยหลังไปหลายก้าวกว่าจะสามารถกลับมายืนได้อย่างมั่นคงหลังกลับมาทรงตัวได้เป็ปกติ จึงหันไปมองกู้โยวหนิงที่กอดเสาเตียงพลางจ้องมองตนด้วยสายตาหวาดกลัว
“ทะๆๆ ทะๆๆท่าน...” กู้โยวหนิงตื่นใจนพูดไม่รู้ความ ได้แต่ชี้นิ้วมาทางฉู่อวี้อยู่อย่างนั้น
ฉู่อวี้ยกยิ้มเดินเข้าหาราวกับเมื่อครู่ไม่มีอะไรเกิดขึ้น “ข้าทำไมหรือ?”
“ทะ...ท่านเข้าใกล้ข้าขนาดนั้นทำไม!”กู้โยวหนิงกอดเสาเตียงไว้แน่นสีหน้าท่าทางราวกับถูกอันธพาลโรคจิตลวนลามอย่างไรอย่างนั้น
“แล้วเหตุใดข้าจึงจะเข้าใกล้เ้าไม่ได้เล่า เ้าคือพระชายาของข้าคือภรรยาของที่เพิ่งจะผ่านพิธีอภิเษกสมรสกับข้า คืนนี้เ้ากับข้าต้องเข้าห้องหอร่วมกันถึงจะถูก”ฉู่อวี้ยังจงใจกล่าววาจากลั่นแกล้งกู้โยวหนิงอีกว่า“ยังไม่รีบผลัดอาภรณ์ให้สามีอีก?”
“หา? ผลัดอาภรณ์? สามี? เข้าหอ!” กู้โยวหนิงอ้าปากค้างผ่านไปครู่ใหญ่กว่าจะได้สติกลับมา “เข้าหออะไรของท่านไม่ใช่ว่าท่านยังมีชายารองกับอนุชายาอยู่หรืออย่างไร ท่านไปหาพวกนางก็ได้!”
“ได้อย่างไรกันข้าจะใจดำปล่อยให้เ้าเฝ้าห้องหออันอ้างว้างเพียงลำพังได้อย่างไร” ฉู่อวี้เผยยิ้มร้ายกาจก่อนจะย่างกรายเข้าประชิด“จะมีพระชายาผู้ใดใจจืดใจดำเช่นเ้านึกไม่ถึงว่าเ้าจะผลักไสข้าให้ไปหาหญิงอื่นได้ลงคอ”
“ไม่เป็อะไรขอรับๆ ข้าชอบอยู่คนเดียว จริงๆ นะขอรับ ท่านรีบไปเถอะตอนนี้ท่านยังไม่มีทายาท ควรรีบมีสักคนสองคนได้แล้วท่านกับข้าอยู่ด้วยกันไปก็ไม่อาจมีบุตร อีกอย่างนะท่านอ๋องการแต่งงานของเราเป็เพียงการแสดงละคร ท่านเคยให้สัญญากับกระหม่อมแล้วพวกเราคือพันธมิตรกันนะขอรับ!”
กู้โยวหนิงหน้าแดงก่ำยามมองใบหน้าหล่อเหลากำลังเคลื่อนเข้าใกล้ตนอีกหนกะพริบตาปริบๆ หัวใจเต้นแรงอย่างไม่ยอมหยุด
ฉู่อวี้หรี่ดวงตาเมื่อเห็นกู้โยวหนิงตื่นตระหนกราวกับนกน้อยเห็นคันธนูเขายื่นมือออกไปดึงคนผู้นั้นเข้าหาตน กู้โยวหนิงไม่มีกระทั่งเวลาให้ตื่นใทันใดนั้นก็ถูกฉู่อวี้คร่อมทับร่าง เส้นผมสีดำดุจหมึกสยายลงบนเตียงยามคนผู้นี้สวมอาภรณ์สีแดงสดยิ่งขับให้ดวงหน้าเรียวเล็กงามหยดย้อยมากกว่าเดิมไม่ต่างจากดอกบัวสีชาดเปี่ยมเสน่ห์เย้ายวนภายใต้แสงจันทร์ช่างบริสุทธิ์ล้ำค่าเกินกว่าจะทำการดูิ่ได้
ความปรารถนาในแววตาของฉู่อวี้เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆทว่าผู้ที่อยู่ใต้ร่างกลับไม่ล่วงรู้สักนิดว่าเขาต้องทนอดกลั้นอย่างยากลำบากเพียงใดมิหนำซ้ำยังพยายามดิ้นรนขัดขืนอยู่อย่างนั้นเ้าตัวดีรู้จักเพียงการจ้องมองสตรีไปวันๆ แต่กลับไม่เคยเข้าใจอะไรสักอย่างไม่รู้แม้กระทั่งว่าการดิ้นรนขัดขืนอย่างไร้เดียงสาเช่นนี้ยิ่งถือเป็การยั่วยวนผู้อื่น
“อย่าขยับ!” ฉู่อวี้กระซิบด้วยเสียงแหบพร่าจากนั้นก็ใช้แขนทั้งสองข้างตระกองกอดกู้โยวหนิงไว้แน่นจดจ้องผู้ที่อยู่ในอ้อมกอดไม่วางตา มีหลายครั้งหลายคราที่เขาเกือบจะทนไม่ไหวหากไม่ใช่เพราะ้าทะนุถนอมผู้ที่ทำหน้ามุ่ยราวกับเด็กเล็กและกำลังตื่นใจนตัวสั่นผู้นี้เกรงว่าตอนนี้ฉู่อวี้คงไม่อาจหักห้ามใจเสียแล้ว
ผ่านไปครู่หนึ่ง ฉู่อวี้ถึงค่อยๆ ถอยหายใจออกมาอย่างอ่อนแรง ช่างเถอะกู้โยวหนิงยังเด็กนัก ต่างจากตนที่มีชีวิตมาถึงสองภพสองชาติเขาเอื้อมมือไปสางผมที่ยุ่งเหยิงให้กู้โยวหนิงกู้โยวหนิงเม้มปากพลางเบี่ยงหน้าหนีไปอีกทาง ทว่าฉู่อวี้กลับเชยคางให้ใบหน้าแดงก่ำนั้นหันกลับมา
ลมหายใจที่ปะปนด้วยกลิ่นสุรารินรดอยู่บนใบหน้าของกู้โยวหนิงตามด้วยเสียงทุ้มต่ำแหบพร่าที่เอ่ยถามขึ้นว่า “หลบอะไรกัน?”
“ไม่ได้หลบขอรับ...” กู้โยวหนิงคิดจะเบี่ยงหน้าหลบอีกครา ทว่าถูกฉู่อวี้เชยคางไว้เช่นเดิมทำได้เพียงขมวดคิ้วพลางเอ่ยโน้มน้าวอีกครั้ง “ท่านอ๋อง ท่านจงไปหา...”
“เ้าเรียกข้าว่าอะไรนะ?”ฉู่อวี้หรี่ตาลง “ลืมที่ข้าเคยบอกเ้าอีกแล้วหรือ?”
กู้โยวหนิงหลุบตาลง ไม่ยอมปริปากเอ่ยคำใด
ฉู่อวี้ยกยิ้มมุมปากหลังมองเขาเพียงชั่วครู่“เรียกข้าว่าพี่หก แล้วข้าจะปล่อยเ้าไป”
กู้โยวหนิงเงยหน้ามองเขาด้วยความประหลาดใจลอบคิดในใจว่าเหวินอ๋องคงดื่มไปเยอะถึงได้เป็อย่างนี้ ตามใจเขาไปเถอะเพราะถ้าท่านอ๋องเกิดง้างคันธนูขึ้นมา ถึงตอนนั้นเขาจะอ้างเหตุผลอะไรก็คงไร้ประโยชน์กู้โยวหนิงชั่งใจอยู่ครู่หนึ่ง ท้ายที่สุดก็เอ่ยด้วยเสียงแ่เบา “พี่หก...”
……
ฉู่อวี้หัวเราะปล่อยเขาออกจากอ้อมกอดและนอนแผ่หลาลงบนเตียง หันหน้ามามองเขาด้วยแววตาอ่อนโยน“ภายหน้าเ้าต้องเรียกข้าเช่นนี้ ตอนนี้นอนเสียเถอะ วันพรุ่งนี้ยังต้องเข้าวังอีก”
กู้โยวหนิงรีบหยักหน้ารับ หลังฉู่อวี้ปิดเปลือกตาลง เขาจึงค่อยๆ ขยับไปอยู่ฝั่งด้านในของเตียงอย่างระมัดระวังเพราะเกรงว่าสัญชาตญาณสัตว์ป่าของเหวินอ๋องจะปะทุขึ้นมาอีกนอกจากนั้นยังหยิบเอาผ้าห่มมาพันรอบตัวของตนอย่างหนาแน่น
ชั่วครู่ถัดมาฉู่อวี้ก็ค่อยๆลืมตาขึ้น แววตาขบขันยามมองดักแด้ที่นอนหลับอยู่ข้างตน จากนั้นก็คว้าทั้งคนและผ้าห่มเข้าสู่อ้อมกอดอดไม่ได้ที่จะถอนหายใจออกมาอีกครา ในเมื่อรักและคิดจะอยู่กับคนผู้นี้ไปชั่วชีวิตถ้าเช่นนั้นก็คงต้องค่อยๆ เป็ค่อยๆ ไป
