หลังจากงานเลี้ยงบ้านตระกูลอู่เลิกรา เย่ฝานกลับไปยังอะพาร์ตเมนต์ของตน เขาปิดประตูลงกลอนไม่ออกไปไหน กักตัวฝึกปราณอย่างหนัก
หลังจากงานเลี้ยงวันเกิดผ่านพ้นไป ชื่อเสียงของเย่ฝานกลับโด่งดังยิ่งกว่าเดิม เื่ราวของเขาถูกเล่าลือในวงกว้าง
“ถิงถิง เย่ฝานทำเกินไปจริงๆ ไอ้โรคจิตนั่นกล้าบอกว่าเธอเป็ผู้หญิงหยาบคาย และยังบอกกับคนอื่นว่าเธอเป็หญิงสำส่อนอีก” เจียงโหยวหม่านพูดอย่างนึกโมโห
เฉียนอวี้เป็คนปากสว่าง มักจะเปิดเผยเื่ของผู้อื่น มีครั้งหนึ่งเขาดื่มจนเมาในวงเหล้า แล้วเผลอพูดถึงเื่ราวการแต่งงานของเลี่ยวถิงถิงกับเย่จื้อเจ๋ออย่างเมามัน
เขาบอกกับคนอื่นๆ ว่าเย่ฝานเป็บุคคลที่มีความสามารถ แต่ถ่อมตัวไม่โอ้อวดตนเอง ยังบอกอีกว่าเย่ฝานมีสายตาแหลมคม ผู้หญิงหยาบคายและสำส่อนอย่างเลี่ยวถิงถิงไม่อยู่ในสายตาของเย่ฝานสักนิด
เมื่อเขาสร่างเมา กว่าจะรู้ตัวก็สายไปเสียแล้ว เพราะข่าวที่ออกมาจากปากเขาได้แพร่สะพัดไปทั่ว
ในสังคมชั้นสูงเมื่อเกิดข่าวลือขึ้นเื่หนึ่งก็จะถูกเล่าต่อๆ กันอย่างสนุกปาก เื่การแต่งงานของเลี่ยวถิงถิงและเย่จื้อเจ๋อเป็ที่พูดถึงมากในแวดวงตระกูลดังแห่งเมืองชาง เดิมทีเื่นี้ก็เป็ที่จับตามองอยู่แล้ว พอมีข่าวแบบนี้หลุดออกมาอีก ผู้คนจึงยิ่งนินทากันสนุกปาก
หูอวี่ฉินมองเจียงโหยวแวบหนึ่งก่อนเอ่ยว่า “เอาล่ะเสี่ยวโหยว เธอหยุดพูดได้แล้ว คำพูดแบบนี้จำเป็ต้องพูดออกมาไหม ปัญญาอ่อน!” หูอวี่ฉินด่าเจียงโหยวเบาๆ "ถิงถิง เธออย่าไปสนใจเลย แค่คำพูดของทายาทเศรษฐีที่เหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อคนหนึ่ง ไม่น่าเชื่อถือหรอก"
“่นี้เย่ฝานดูผิดปกติ ดูแปลกไป” เลี่ยวเหอไปสืบเสาะเื่ของซ่งป๋อฮุยและพรรคพวก ทำให้ได้รู้ว่าก่อนหน้านั้นซ่งป๋อฮุยถูกผีสิง และเป็เย่ฝานที่เป็คนรักษาเขาจนหาย เื่ผีสางเทวดาพวกนี้เป็เื่เชื่อถือไม่ได้ แต่ไม่เชื่อเลยก็ไม่ดีเช่นกัน
เย่ฝานไปเกี่ยวพันกับพวกซ่งป๋อฮุยยังพอเข้าใจได้ แต่สิ่งสำคัญมันอยู่ที่คนเอาใจยากอย่างโจวจิ่นจือ ซึ่งดันไปสนใจคนอย่างเย่ฝานเสียได้
…
ณ บ้านตระกูลเย่
“ไอ้คนสารเลว ฉันจะทำให้มันเห็นดีสักวันหนึ่ง” เย่อิ้งหลันพูดออกมาด้วยน้ำเสียงโกรธจัด
หวังเสี่ยวเฟยกำหมัดแน่น ความรู้สึกมากมายประดังเข้ามาในจิตใจ อุตส่าห์ทำให้เย่ฝานถูกขับไล่ออกจากบ้านแล้วแท้ๆ ยังก่อเื่วุ่นวายเดือดร้อนมาถึงพวกเขาจนได้ อาจเป็เพราะเขาหมดหนทางอื่นแล้ว ทำให้ตอนนี้อยากพูดอะไรก็กล้าพูดออกมาทั้งหมด
เื่ราวที่เย่ฝานก่อไว้ ทำให้ชีวิตรักของเย่จื้อเจ๋อกับเลี่ยวถิงถิงเปลี่ยนไปไม่เหมือนเดิม
คำพูดว่าผู้หญิงสำส่อนของเย่ฝาน ทำให้มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์และเสียงหัวเราะเยาะในหมู่ผู้คนไปทั่ว
แน่นอนว่าเื่ราวทั้งหมดไม่เกี่ยวข้องกับเย่ฝานเลยแม้แต่น้อย หลังจากกลับจากงานเลี้ยง เย่ฝานก็ขังตัวเองอยู่ในห้องเพื่อฝึกพลังปราณอย่างแข็งขัน
เย่ฝานฝึกพลังปราณโดยพึ่งพาพลังจากโสมโลหิตและเต่ากักพลัง หลังจากมุมานะมาสิบกว่าวัน ในที่สุดโอกาสที่จะทำให้เขาทะลวงไปสู่อีกขั้นก็มาถึง
พลังปราณไหลเข้าสู่ร่างกายของเย่ฝานเป็ระลอก เขาดูดซับพลังปราณรอบกายอย่างบ้าคลั่ง
เย่ฝานดูดซับพลังปราณเข้าไปอย่างรวดเร็ว ทันใดนั้นเสียงเคาะประตูหน้าห้องก็ดังขึ้นรัวๆ เย่ฝานเลือกที่จะไม่ลุกไปเปิดประตู แต่เสียงเคาะประตูกลับยิ่งดังขึ้นเรื่อยๆ “พังประตูเข้าไป” เสียงสั่งการของหญิงสาวดังลอดเข้าไปถึงหูของเย่ฝาน
ประตูถูกพังเข้ามา เย่ฝานลืมตาขึ้น ั์ตาเต็มไปด้วยความเกรี้ยวกราด
“พวกสารเลว!” เกิดประกายอำมหิตขึ้นในดวงตาของเย่ฝาน ในอาณาจักรของผู้ฝึกตน การบุกรุกเข้าไปในถ้ำฝึกตนของผู้อื่นถือเป็โทษมหันต์ ระหว่างเข้าฌานฝึกฝนพลังปราณหากถูกขัดขวางกลางคัน อาจทำให้าเ็สาหัส สิ่งที่ฝึกมาทั้งหมดจะสูญสลายไป
ตอนแรกเย่อิ้งหลันพาลูกน้องมาเพื่อจะหาเื่เย่ฝาน แต่เมื่อมองเห็นั์ตาแดงก่ำของเย่ฝาน เธอก็รู้สึกใกลัวจนอยากหันหลังกลับกลางคัน
“เย่ฝาน ไอ้คนระยำ แกกล้าทำให้พี่ถิงถิงเสื่อมเสียเหรอ” เย่อิ้งหลันด่าเย่ฝาน
พอเย่ฝานขยับตัว เพียงชั่วพริบตาก็มายืนอยู่เบื้องหน้าของเย่อิ้งหลัน ฝ่ามือของเย่ฝานพุ่งไปบีบคอของเย่อิ้งหลันโดยไม่ลังเล
“นายจะทำอะไร ฆ่าคนมันผิดกฎหมายนะ" เย่อิ้งหลันะโออกมา
ชายฉกรรจ์กลุ่มหนึ่งที่ติดตามเย่อิ้งหลันมา เห็นสถานการณ์เช่นนั้นจึงรีบพุ่งตัวใส่เย่ฝาน เย่ฝานซึ่งตอนนั้นกำลังฝึกพลังปราณขั้นที่สอง ทำให้พลังของเขาเพิ่มขึ้นมาก แต่ละคนโดนเย่ฝานใช้เท้าเตะ เพียงอึดใจเดียวชายฉกรรจ์เ่าั้ต่างถูกเตะกระเด็นออกไปนอกห้อง
เย่ฝานตบหน้าของเย่อิ้งหลันทั้งสองข้าง แล้วโยนหล่อนออกไปนอกห้อง จากนั้นก็ก่นด่าอย่างเกรี้ยวกราดว่า “ครั้งหน้าถ้ายังกล้ามารบกวนฉันอีกล่ะก็ ฉันจะจับเธอแก้ผ้าแล้วเอาไปโยนทิ้งที่สี่แยกไฟแดงตรงถนนใหญ่”
เย่ฝานตบแก้มของเธออีกหนึ่งฉาด เย่อิ้งหลันทนไม่ไหวถึงกับปล่อยโฮออกมา
เฉียนอวี้เข้ามาถึงหน้าห้องเย่ฝาน ภาพที่เห็นคือชายฉกรรจ์จำนวนหนึ่งที่ลงไปนอนกองอยู่ที่พื้น กับเย่อิ้งหลันที่ร้องไห้ฟูมฟายปานจะขาดใจ
เฉียนอวี้ขมวดคิ้วมองไปทางเย่ฝานแวบหนึ่ง เย่ฝานเอามือเท้าเอว ส่งสายตาให้เฉียนอวี้ เขาจึงเดินตามเย่ฝานเข้าไปในห้องอย่างรู้กัน
“คุณชายเย่ คุณตบเย่อิ้งหลันอีกแล้วเหรอครับ?” เฉียนอวี้ถามด้วยน้ำเสียงสั่นเทา
“ฉันไม่เปิดประตูให้เธอ เธอก็เลยพังประตูห้องของฉันเข้ามา ยัยนี้ช่างกล้านัก ได้ยินว่าในต่างประเทศสามารถยิงผู้ที่มาบุกรุกบ้านได้ น่าเสียดาย! ที่นี่กลับทำอย่างนั้นไม่ได้ ถ้าฆ่าคนตายจะยุ่งยากเปล่าๆ” เย่ฝานพูดอย่างเสียดาย
เฉียนอวี้หัวเราะแห้งๆ แล้วคิดในใจ ถ้าในประเทศนี้ฆ่าคนแล้วไม่ผิดกฎหมาย เย่ฝานคงตั้งใจจะฆ่าคนจริงๆ หรือเนี่ย?
“คุณชายเย่ สมุนไพรที่คุณให้ผมไปหา ผมหามาได้แล้วครับ” เฉียนอวี้กล่าว
ในงานเลี้ยงวันเกิดคราวนั้น เย่ฝานตรวจร่างกายให้กับซ่งป๋อฮุยโดยไม่คิดค่าตอบแทน แค่ให้พวกเขาช่วยหาสมุนไพรให้เท่านั้น
“อืม ใช้ได้ เป็เงินเท่าไรล่ะ”
เฉียนอวี้รีบโบกมือปฏิเสธแล้วพูดว่า “ไม่เป็ไรครับ สมุนไพรเพียงแค่นี้จะเก็บเงินจากคุณได้ยังไงกัน!”
เฉียนอวี้รู้ดีว่าใบสั่งยาที่เย่ฝานเขียนให้กับคุณชายบ้านตระกูลไป๋นั้น แม้แต่หมอแผนจีนาุโยังชื่นชม หมอท่านนั้นมีสมญานามว่าหมอหลวงและจะรักษาให้กับคนชั้นสูงเท่านั้น
ประตูถูกผลักออกช้าๆ เฉียนอวี้รู้สึกกลัวจนขนลุก ใครกล้าผลักประตูเข้ามากันนะ? หรือจะเป็ผู้บุกรุกอีก ซวยแล้ว ซวยแล้ว! เ้าหมอนี้คงจะถูกเตะจนกระเด็นออกไปนอกห้องแน่ๆ
