ภายในห้อง เสียงไอดังออกมาอย่างรุนแรงมากขึ้น
“เหมยกูได้สติแล้วหรือ?”
มือหยาบกระด้างคู่หนึ่งเปิดประตูออก หัวหน้าโจรใช้มือปิดปากของตน “แค่กๆ ...ยังไม่...” สีหน้าของเขาเหมือนกับเหมยกูยิ่งนัก ในใจของอวิ๋นซูขรึมลง กระทั่งบุรุษแข็งแรงเช่นนี้ก็ยังติดโรคได้
“นี่เป็ยาของท่าน” นางนำถ้วยยาสองถ้วยในมือยื่นออกไป โจรผู้นั้นทำเพียงมองแวบหนึ่ง ไม่กล่าวอะไรออกมา ทั้งสองต่างรู้อยู่แก่ใจ อย่างไรก็ตามหัวหน้าโจรผู้นั้นไม่มีความกระวนกระวายใจแม้เพียงครึ่งส่วน สำหรับเขาแล้ว หากภรรยาของตนไม่มียาที่รักษาได้ เช่นนั้นอีกไม่นานตนก็จะตามนางไป ไม่มีอะไรต้องเสียดาย
เพียงแต่... “สภาพของตงเอ๋อร์ยังดีอยู่ใช่หรือไม่?” เขายังเป็ห่วงลูกเพียงคนเดียวของพวกเขา
อวิ๋นซูพยักหน้าเบาๆ ประตูค่อยๆ ปิดลง ปิดกั้นคู่สามีภรรยาที่ร่วมเป็ร่วมตายด้านในออกจากโลกภายนอก
...
ภายในเมืองหยู ขบวนเดินทางของชางหรงโหวได้ตามมาถึงแล้ว ทว่าไม่คิดว่าจะได้รับข่าวว่าอวิ๋นซูถูกโจรจับตัวไป
สายตาคมกริบของเขามองไปยังจี้จิ่นที่อยู่ไม่ไกล บุรุษรูปงามมีสีหน้าเหนื่อยล้า คิ้วเข้มของเขาขมวดแน่น สายตาไม่มีความยโสโอหังเฉกเช่นในอดีต กลับเจือไปด้วยความกังวลอย่างล้ำลึก เขาไม่อาจข่มตานอนมาสองวันแล้ว ส่งคนไปตามหาหมู่บ้านโจรทั่วทุกทิศแต่กลับไม่ได้อะไรกลับมาเลยสักอย่าง เดิมทีคิดว่าจะต้องพบเบาะแสร่องรอยอยู่บ้าง ไม่คิดว่าโจรกลุ่มนี้จะระมัดระวังรอบคอบถึงเพียงนี้ พวกเขานำคนไปไว้ที่ใดกันแน่ ตอนนี้ยังมีชีวิตอยู่หรือไม่?
เมื่อคิดถึงตรงนี้ จี้จิ่นรู้สึกเ็ปใจ ล้วนเป็เพราะตนเองประมาท จึงทำให้คุณหนูหกต้องตกอยู่ในสถานการณ์เช่นนี้!
บุรุษบนหลังม้ายกเท้าะโลงมา เดินตรงไปยังทิศทางของจี้จิ่น เหล่าหมอหลวงที่ตามหลังมาพากันลงจากรถม้า ไม่คิดว่าเมื่อถึงเมืองหยูจะได้เห็นสภาพที่ท่านโหวและท่านเสนาบดีเผชิญหน้ากันอีกครั้ง
ได้ยินเสียงชิ้งดังขึ้น ชางหรงโหวชักกระบี่ออกมาจากเอว คนไม่น้อยดวงตาสั่นไหว หรือท่านโหวจะมีโทสะ คิดจะฆ่าท่านอัครมหาเสนาบดีเพื่อคลายโทสะ? นี่ไม่ได้กระมัง...แม้จะกล่าวว่าปวดใจเพราะสูญเสียลูกสาว แต่ท่านอัครมหาเสนาบดีก็เป็ข้าราชการในราชสำนัก!
เขาเดินมาถึงเบื้องหน้าของจี้จิ่น มองไปยังบุรุษอายุน้อยผู้นี้ สายตาของอีกฝ่ายไม่ได้หลบเลี่ยง ทั้งยังมีท่าทางราวกับรอฟังคำพูดของเขา
มือที่กุมกระบี่ของชางหรงโหวยกสูงขึ้น ตวัดกลางอากาศส่งเสียงดังออกมา ประกายสีเงินวูบวาบ ทุกคนพลันตกตะลึง ทว่าสุดท้ายกระบี่เล่มนั้นกลับชี้อยู่ที่คอของนายอำเภอ
“อา...ท่านโหวโปรดไว้ชีวิตด้วย! ท่านโหวโปรดไว้ชีวิตด้วย...” นายอำเภอไม่คิดว่าชางหรงโหวจะเปลี่ยนวิถีกระบี่ ขาทั้งสองข้างอ่อนแรงจนคุกเข่าลงไป
เสียงเย็นเยียบดังขึ้นจากเหนือศีรษะ “เหตุใดเมืองหยูมีโจรปรากฏตัวจึงไม่รายงานราชสำนัก ถูกปล้นเสบียงก็ไม่รายงานราชสำนัก? อธิบายเหตุผลดีๆ ให้ท่านโหวอย่างข้าฟังเสียหน่อย”
ชางหรงโหวกับอัครมหาเสนาบดีไม่เหมือนกัน บางทีเมื่อก่อนอาจจะไม่ฟังเหตุผลเลยแม้แต่น้อย สีหน้าของนายอำเภอเฉินพลันซีดขาว เหงื่อไหลซึมออกมาราวสายฝน “ผู้น้อย...ผู้น้อย...”
เขาจพูดได้อย่างไรว่าเป็เพราะกังวลว่าราชสำนักจะตำหนิที่เขาทำงานไม่เรียบร้อย ดังนั้นจึงปิดบังเื่นี้ไว้? เดิมทีคิดจะลอบส่งทหารไปโจมตีพวกโจร ไม่คิดว่าโจรพวกนี้จะเ้าเล่ห์ถึงเพียงนี้ บีบบังคับจนเขาต้องปิดประตูเมืองเพื่อป้องกัน ทั้งยังสูญเสียเสบียงบรรเทาทุกข์ เมื่อเื่ไปถึงพระกรรณของฝ่าาจะต้องทรงมีโทสะเป็แน่ เมื่อฝ่าาผิดหวังกับตน เช่นนั้นยังจะมีอนาคตอะไรให้พูดอีก
ตอนนั้นเอง มีทหารเข้ามารายงาน
“เรียนท่านโหว นอกประตูเมืองมีชายน่าสงสัยผู้หนึ่งปรากฏตัวขอรับ”
บุรุษน่าสงสัย? ชางหรงโหวโบกมือครั้งหนึ่ง เดินไปยังทิศทางของประตูเมืองโดยไม่มองนายอำเภอที่ร้อนตัวผู้นั้นอีก จี้จิ่นได้ยินก็รีบพาคนกลุ่มหนึ่งตามไป
“เปิดประตูเมือง!” ด้านล่างประตูเมือง เฟิ่งซีที่ใบหน้ามีรอยแผละโอย่างกระวนกระวาย ตอนนี้เขารู้เพียงแค่ว่า หากโจรเ่าั้รู้ว่าอวิ๋นซูเป็คนปล่อยตนเองออกมา คุณหนูหกจะต้องมีอันตรายมากเป็แน่ เขาจำเป็ต้องแข่งกับเวลารีบพาทหารไปช่วยคุณหนูหก
บุรุษร่างกำยำออกคำสั่งให้ทหารออกไปจากในประตูเมือง ชางหรงโหวมองบุรุษแต่งกายด้วยชุดผ้าป่านหยาบตรงหน้า “ผู้ที่มาเป็ใคร?”
เสียงนี้ ใบหน้านี้ เฟิ่งซีจำได้ในทันที “ท่านโหว!”
ชางหรงโหวขมวดคิ้ว “เ้าคือ...”
“เร็วเข้า! คุณหนูหกยังอยู่ในหมู่บ้านโจร พวกเรารีบตามไปช่วยนางเถิดขอรับ!”
“...”
คนทั้งหมู่บ้านตื่นใ คนไม่น้อยต่างได้ยินเสียงพี่ใหญ่ของพวกเขาไออย่างรุนแรง พลันกังวลว่าโรคของเหมยกูติดไปสู่เขาแล้วหรือไม่ หากพี่ใหญ่เป็อะไรไป วันหน้าจะมีผู้ใดคอยนำพวกเขาอีก?
เพล้ง! ภายในห้องมีเสียงหนึ่งดังขึ้น อวิ๋นซูที่อยู่ด้านนอกรู้สึกจิตใจมืดครึ้มลงหลายส่วน ไม่นานมีบุรุษอายุน้อยหลายคนมาล้อมเอาไว้ “พี่ใหญ่? พี่ใหญ่?”
อย่างไรก็ตาม ภายในห้องกลับไม่มีการตอบกลับ
“พังประตูเสีย!”
พวกเขาถือขวานมา สับลงไปที่ประตูอย่างรุนแรงหลายครั้ง จากนั้นถึงใช้เท้าถีบประตูห้องให้เปิดออก
ในอากาศฟุ้งกระจายไปด้วยกลิ่นยา บนพื้น ภาชนะทั้งหมดแตกเป็ชิ้นๆ ทั้งยังมียาหกอยู่เล็กน้อย
โจรผู้นั้นโค้งตัวลงพลางสั่นไม่หยุด
ทุกคนค่อยๆ เข้าไปใกล้ ไม่นานก็พบเหมยกูที่ถูกเขากอดเอาไว้ในอ้อมอกอย่างแ่า มือที่ไร้สัญญาณของชีวิตตกอยู่ข้างๆ ใบหน้าซีดขาวราวกระดาษ
อวิ๋นซูเห็นพลันรู้ได้ทันทีว่าเหมยกูจากไปแล้ว ยาเ่าั้ของตนไม่ได้ผลจริงๆ หรือ? ในใจเกิดความรู้สึกเศร้าโศกที่ไม่สามารถช่วยนางได้ สถานการณ์โรคระบาดที่พบใหม่นี้ช่างรับมือยากยิ่งนัก!
...
“เหมยกู! ตื่นเถิด! เ้ารีบตื่นเร็ว!” เสียงของโจรผู้นี้สั่นเทา ทันใดนั้น เขาหันมามองอวิ๋นซูด้วยใบหน้าโเี้อัปลักษณ์ “รีบช่วยนาง! เร็ว! มิเช่นนั้นข้าจะฆ่าเ้า!”
ทุกคนทราบดีว่าพี่ใหญ่ของพวกเขาเศร้าโศกเพราะสูญเสียภรรยา อวิ๋นซูไม่กล่าวอะไร ทำเพียงยืนอยู่ตรงนั้น นางไม่ใช่เทพเซียนผู้ยิ่งใหญ่ ไม่มีอำนาจคืนชีพคนตาย เื่สำคัญที่สุดในตอนนี้ จำเป็ต้องรีบจัดการเื่งานศพของเหมยกู เนื่องจากคนที่ตายด้วยโรคระบาดจะมีความสามารถในการแพร่เชื้อเช่นเดียวกัน เมื่อศพเริ่มเน่า ความสามารถในการแพร่เชื้อก็ยิ่งมากขึ้นหลายเท่า!
บุรุษหลายคนสบตากัน คิดจะลากโจรผู้นั้นออกมา ทว่าอวิ๋นซูกลับห้ามเสียงดัง “อย่าแตะต้องเขา!”
อะไรนะ? ทุกคนพลันตกตะลึง ไม่เข้าใจความหมายของนาง ไม่คิดว่าตอนนี้เอง หัวหน้าโจรผู้นั้นเริ่มไอออกมาอย่างรุนแรง ทั้งยังกระอักเืเสียออกมา
“เอ๋? นี่มัน...”
“เขาติดเชื้อมานานแล้ว” เมื่ออวิ๋นซูกล่าวคำนี้ออกมา หลายคนนั้นพลันถอยหลังโดยไม่รู้ตัว “นี่ เป็ไปได้อย่างไร...” พี่ใหญ่ร่างกายแข็งแรงมากแท้ๆ เหตุใดจึงติดโรคระบาดได้?
“นี่จะทำอย่างไรดี?” พวกเขามองไปยังสตรีน้อยตรงกลางพร้อมๆ กัน อวิ๋นซูขมวดคิ้ว “หลายวันนี้ยาที่ให้เขาดื่มดูเหมือนจะมีผลไม่มาก ข้า้าเวลาคิดค้นยาใหม่”
เวลา? เกรงว่าพี่ใหญ่จะรอเวลาไม่ไหวแล้ว
“ไม่! พวกเ้าไม่ต้องมาช่วยข้า!” ทว่าบุรุษผู้โศกเศร้าไร้ซึ่งความหวังกลับยกมือขึ้นห้ามพวกเขา สายตาราวกับคนตายเบนขึ้นมอง ไร้ซึ่งความหวังใดๆ ในการมีชีวิตอยู่อีก
“พี่ใหญ่ หากกระทั่งท่านยังเกิดเื่ ตงเอ๋อร์จะทำอย่างไร?”
ตงเอ๋อร์...เขาหัวเราะอย่างขมขื่น ตอนที่เหมยกูยังอยู่ เขาไม่สามารถอยู่ข้างกายเป็เพื่อนนางได้ หรือกระทั่งนางตายแล้ว ก็ยังต้องให้นางไปสู่น้ำพุเหลืองคนเดียวอีก? “ช่วยเ้าช่วยข้าดูแลตงเอ๋อร์ให้ดี แค่กๆ ...แค่กๆ ...” ไหล่ของเขาสั่นอย่างแรง เืกระเด็นไปบนใบหน้าของเหมยกู ใบหน้าเหี้ยมโหดของโจรผู้นี้กลับมีความอ่อนโยนปรากฏขึ้น เช็ดหน้าให้นางเบาๆ
“สามีจะตามไปอยู่เป็เพื่อนเ้าเร็วๆ นี้แล้ว อีกไม่นาน...”
“แย่แล้ว! แย่แล้ว! ทหารกลุ่มใหญ่อยู่นอกโพรง พวกเราถูกล้อมไว้แล้ว!” ตอนนี้เอง เสียงสัญญาณเตือนภัยในหมู่บ้านดังขึ้น ทุกคนตกตะลึง นี่เป็ไปได้อย่างไร? พวกเขากระทำการระมัดระวังมาตลอด หรือมีคนเปิดเผยที่อยู่ของพวกเขา? พริบตานั้น หลายคนมองไปยังอวิ๋นซูอย่างสงสัย ที่นี่มีเพียงนางคนเดียวที่เป็คนนอก
ไม่ถูก หลายวันนี้นางตรวจและรักษาโรคอยู่ในหมู่บ้านตลอด มีพวกเขาจับตาดู ไม่ได้เหยียบออกไปจากโพรงเลยแม้แต่ครึ่งก้าว นี่มันเป็ไปได้อย่างไร?
เสียงอาวุธดังแว่วมา พริบตาเดียว เหล่าทหารก็พุ่งเข้ามาถึงหน้าประตูแล้ว
“พี่ใหญ่ พี่รีบไปเร็ว!”
บุรุษผู้หนึ่งะโเสียงดัง แต่หัวหน้าโจรผู้นั้นกลับไม่ตอบสนองเลยแม้แต่น้อย
เสียงดังเอะอะแว่วเข้าหูไม่หยุด พี่ใหญ่และเด็กทั้งสี่ไม่คิดหนี ทว่าอย่างไรอีกฝ่ายก็เป็ทหาร เป้าหมายของพวกเขามีเพียงจับกุมโจร ไม่ทำร้ายผู้บริสุทธิ์
อวิ๋นซูถือโอกาสนี้ยืนอยู่บนที่สูง ไม่นานก็เห็นบุรุษที่พุ่งมาข้างหน้าสุด
ในมือของเฟิ่งซีถือกระบี่ยาว กล้าหาญไร้ที่เปรียบ เขาในตอนนี้ไม่มีพันธนาการใดๆ ในใจคิดเพียง้าทำคำมั่นของเขาให้สำเร็จ ช่วยสตรีที่มีบุญคุณต่อเขาออกมาให้ได้
“ซูเอ๋อร์!” ชางหรงโหวที่ตามหลังเขามาติดๆ เห็นอวิ๋นซูในที่สูง ไม่คิดว่าดาบโค้งเล่มหนึ่งจะพาดวางบนคอของอวิ๋นซู
“ถอยไป! ถอยไปให้หมด! มิเช่นนั้นข้าจะฆ่านาง!” คนผู้นั้นจับอวิ๋นซูเอาไว้ พริบตาเดียวทหารทั้งหมดพลันหยุดโจมตี โจรถอยหลังไปด้วยแววตาระมัดระวัง ผู้ใดล้วนไม่กล้าเคลื่อนไหว
“ไป!” บุรุษผู้นั้นผลักอวิ๋นซูอย่างหยาบคาย ไม่ใจอ่อนเพราะการดูแลของนางในหลายวันมานี้เลยแม้แต่น้อย
อวิ๋นซูถูกควบคุมเคลื่อนไหว นางมองลงไปยังคนด้านล่าง ในแววตาของเฟิ่งซีเต็มไปด้วยความอันตราย ทว่าเขากลับเห็นมือของอวิ๋นซูโบกไปมา ราวกับกำลังบอกให้พวกเขารอโอกาส
อัครมหารเสนาบดีพากองกำลังเข้ามา ไม่นานก็เห็นอวิ๋นซูที่ถูกจับเป็ตัวประกัน เขาสูดลมหายใจลึก ทำสัญญาณมือให้ทุกคนอย่าทำอะไรบุ่มบ่าม
ยังดีที่นางยังมีชีวิตอยู่ จี้จิ่นไม่ทราบว่าเหตุใดตนถึงได้รู้สึกยินดีเช่นนี้ จิตใต้สำนึกของเขาถึงกับกลัวว่าเมื่อเข้าไปในถ้ำแล้วจะเห็นศพของอวิ๋นซู หากเป็เช่นนั้นเขาคงจะโทษตัวเองไปชั่วชีวิต
“ถอยไปให้หมด! ให้พวกเราออกไป! มิเช่นนั้นข้าจะฆ่านาง!”
ดาบโค้งกดลึกเข้าไปส่วนหนึ่ง อวิ๋นซูรู้สึกถึงััอันเย็นเยียบได้อย่างชัดเจน
“อย่าฆ่าพี่อวิ๋น! พี่ลู่อย่าฆ่าพี่อวิ๋น!” ทันใดนั้น เด็กชายคนหนึ่งพุ่งออกมาจากในมุม บุรุษพลันตกตะลึง “ตงเอ๋อร์?! รีบกลับมา!”
ชางหรงโหวสายตาว่องไวการกระทำรวดเร็ว พริบตาเดียวก็ลากเด็กชายผู้นั้นขึ้นมาบนหลังม้า “ปล่อยนาง มิเช่นนั้นข้าจะฆ่าเด็กคนนี้!”
“เ้า...” บุรุษผู้นั้นโกรธจนพูดอะไรไม่ออก วิธีตาต่อตาฟันต่อฟันเช่นนี้ทำให้ผู้คนยากจะรับได้
โจรในห้องราวกับได้ยินเสียงร้องไห้ของตงเอ๋อร์ พลันนั้นจึงตามออกมา สายตาเต็มไปด้วยเื “ปล่อยลูกข้า!”
อวิ๋นซูใ นี่ไม่ดีแล้ว เขาติดโรคระบาด หากััถูกคนจำนวนมากมีความเป็ไปได้ว่าจะแพร่ไปในวงกว้าง!
นิ้วมือขยับเบาๆ เข็มเงินสามเล่มปรากฏในมือโดยพลัน บุรุษข้างหลังยังไม่ทันได้ตอบสนองก็รู้สึกเจ็บบริเวณเอว ชั่วขณะนั้นความรู้สึกชาแผ่ซ่านไปทั่วทั้งร่าง “เ้า...เ้า...”
คนที่ทนรับเข็มสามเล่มได้มีไม่มาก อวิ๋นซูคว้าโอกาสนี้ทะยานลงไปข้างล่าง หัวหน้าโจรถูกทำให้โกรธ ไล่ตามหลังไปติดๆ “ข้าจะให้เ้าไปอยู่เป็เพื่อนเหมยกู!”
เสียงฉึกดังขึ้น ธนูยาวดอกหนึ่งปักทะลุไปถึงกระดูก หัวหน้าโจรผู้นั้นร่างกายแข็งทื่อ ก้มหน้าลงมองลูกธนูที่ปักอยู่บนร่างของตน เขาหันไปมองภายในห้อง สายตาเต็มไปด้วยความอาวรณ์
