เสื้อผ้าของหลิ่วอวิ๋นหลี่ถูกชายตาเดียวกระชากอย่างแรง ส่วนหน้าของชุดรับแรงกระชากไม่ไหว พริบตาเดียวก็ฉีกขาด ความเอิบอิ่มปะทุออกมาดึงดูดสายตาเหล่าโจรจนพร่าเลือน
“ปล่อยข้า ข้าไม่ใช่หลิ่วอวิ๋นซู ข้าคือหลิ่วอวิ๋นหลี่ ในรถม้าด้านล่างถึงจะเป็หลิ่วอวิ๋นซูที่พวกเ้าต้องจัดการ พวกเ้าจับคนผิดแล้ว รีบปล่อยข้าเสีย มิฉะนั้นข้าจะทำให้พวกเ้าตายโดยไร้ที่ฝัง!” ผมอันยุ่งเหยิงตกลงมาปรกหน้า ใบหน้าของนางทั้งเขียวทั้งแดง ดูแล้วช่างอนาถยิ่งนัก อาภรณ์บนร่างในยามนี้ถูกฉีกจนมิอาจปิดบังร่างกายได้อีก
“อะไรนะ? จะทำให้พวกข้าตาย?” บุรุษหัวโล้นได้ยินก็หัวเราะเสียงดัง สายตาของเขากวาดไปมายังหน้าอกของอวิ๋นหลี่อย่างเหี้ยมเกรียม หยาบโลนอย่างถึงที่สุด “ข้าว่าเ้าคิดอยากจะทำให้พวกเรามึนเมาในความฝันจนตายสิท่า! ฮ่าๆ!”
กล่าวจบ ชายหัวโล้นก็เดินเข้าไปฉุดแขนของหลิ่วอวิ๋นหลี่ จากนั้นออกแรงฉุดกระชาก เสียงเสื้อผ้าถูกฉีกขาดดังขึ้นในอากาศอีกครั้ง
หลิ่วอวิ๋นหลี่ก้มหน้าลงมอง เสื้อผ้าตรงแขนของนางถูกฉีกทิ้งไปแล้ว ใบหน้าของนางพลันแดงก่ำด้วยความโกรธ สมควรตาย โจรูเาพวกนี้ถึงกับกล้าทำลายความบริสุทธิ์ของนาง นางไม่อยากมีชีวิตอยู่แล้ว หากเป็เช่นนี้ต่อไป นางขอตายเสียยังจะดีกว่า!
เมื่อคิดถึงตรงนี้ หลิ่วอวิ๋นหลี่พลันกัดฟันอย่างเด็ดเดี่ยว ไม่ นางตายไม่ได้ ความโชคร้ายทั้งหมดในวันนี้ของนางล้วนเกิดจากหลิ่วอวิ๋นซู นางต้องอยู่ต่อไป!
“อย่าแตะต้องข้า ข้าไม่ใช่หลิ่วอวิ๋นซูจริงๆ ไม่เชื่อพวกเ้าก็ไปถามเหลยซื่อได้ นางเป็พยานให้ข้าได้” หลิ่วอวิ๋นหลี่ร้องไห้ดังหยาดฝนบนดอกแพร์1 น้ำตาของนางหยดลงบนรอยแผลบนใบหน้า สร้างความเ็ปสุดทน ทว่านางยังคงกัดฟันทนต่อไป “เป็พยาน? ฮ่าๆ น่าขัน! เ้าคิดว่าท่านปู่จะเชื่อเ้าหรือ? เ้าเด็กสารเลว หากกล้าพูดอีก เชื่อหรือไม่ว่าท่านปู่จะจับเ้าเปลือยตอนนี้เลย!” ชายหัวโล้นสูดน้ำลายอย่างแรง มือใหญ่โตของเขาจับยึดลงไปบนแขนอีกข้างหนึ่งของหลิ่วอวิ๋นหลี่ ตามมาด้วยการชุดกระฉากอย่างแรง
หลิ่วอวิ๋นหลี่ใ เสื้อผ้าของนางถูกฉีกไปอีกชิ้นหนึ่งแล้ว แก้ไขสถานการณ์ไม่ได้แล้ว ไม่ทันได้คิดอะไรให้มากความ นางก็ชูมือซ้ายขึ้นตบไปที่ใบหน้าของชายหัวโล้นแล้วสะบัดออกอย่างแรง
ชายตาหัวโล้นสนใจเพียงดึงหลิ่วอวิ๋นหลี่จึงไม่ทันรับมือการตบอย่างกะทันหันของนาง พลันนั้นจึงถูกนางตบเข้าอย่างจัง
“นังอัปอักษณ์ ไว้หน้าให้แล้วยังรนหาที่! กล้าตบท่านปู่เ้าหรือ? ฮึ พี่น้องทั้งหลาย มา จับนางเปลือยเสีย ข้าจะดูว่าจะยังจะกล้าต่อต้านอีกหรือไม่!” ชายหัวโล้นโกรธขึ้นมาแล้ว เขาบีบคอหลิ่วอวิ๋นหลี่ สายตาเหี้ยมเกรียมราวกับ้ากลืนนางลงท้องทั้งเป็
“พวกเ้าดู สตรีของจวนโหวช่างไม่เหมือนใคร กระทั่งโกรธก็ยังมีเอกลักษณ์ ดูผิวนี้สิ ดูใบหน้านี้สิ ช่างเป็ของชั้นเลิศ!” คำว่าสตรีของจวนโหวที่ชายตาเดียวกล่าว เป็การจุดไฟความปรารถนาของเหล่าโจรให้ลุกโชน
ใช่แล้ว สตรีของจวนโหว หากไม่ใช่เพราะโอกาสอันหาได้ยากยิ่งในครั้งนี้ พวกเขาจะได้ฉกฉวยที่ไหนกัน คิดแล้วเืร้อนๆ ก็พลันเดือดพล่าน ตอนนี้ขอเพียงเป็บุรุษปกติคนหนึ่ง ล้วนต้องสูญเสียสติสัมปชัญญะไปทั้งนั้น
“มา ให้ท่านปู่ััหน่อย!” เ้าค่อมทำปากเบี้ยวเดินเข้ามา เชยคางหลิ่วอวิ๋นหลี่ขึ้นแล้วบีบอย่างแรง นางเจ็บจนใบหน้ายับย่น
“ยังพูดไร้สาระอะไรอยู่อีก ปล่อยให้หมด ให้ข้าก่อน!” ชายหัวโล้นที่ถูกตบไปครั้งหนึ่งก้าวยาวๆ เข้ามา ฉีกเสื้อผ้าของตนทิ้งในพริบตา ดวงตาทั้งสองเปล่งประกาย ย่างเท้าไปทางหลิ่วอวิ๋นหลี่อย่าหื่นกระหาย
เมื่อเห็นชายหัวโล้นเข้ามาใกล้ตน หลิ่วอวิ๋นหลี่จึงมีใจคิดอยากจะตายขึ้นมา จบแล้ว จบสิ้นแล้ว คราวนี้นางจบสิ้นจริงๆ แล้ว
ตอนที่พวกโจรคิดว่าหลิ่วอวิ๋นหลี่จะร้องไห้นั้น นางพลันะโเสียงดัง “น้องสาวข้ายังอยู่ในรถม้า พวกเ้าไปหานางสิ นางสวยกว่าข้ามาก!”
พวกชายหัวโล้นและชายตาเดียวได้ยินก็ชะงักไปครู่หนึ่ง หือ? ไม่ถูกสิ ก่อนหน้านี้เหลยซื่อไม่ได้บอกว่าในรถม้ามีอีกคน หรือว่าพวกเขาจะจับผิดตัวจริงๆ? ฮึ ไม่สนหรอก! ไม่มีเหตุผลที่ต้องปล่อยเนื้อที่มาจ่อถึงปากอย่างนางให้หนีไป อย่างมากก็แค่ทำผิดก็ปล่อยให้ผิดไปเถิด รอให้พวกพี่ชายเสพสุขให้เสร็จสมก่อนค่อยว่ากัน!
เสียงะโของหลิ่วอวิ๋นหลี่เสียดแทงหูเป็อย่างมาก ดังสะท้านจนหลิ่วอวิ๋นเหยาที่กำลังหลับฝันอยู่ไกลๆ ตื่นขึ้นมา
อวิ๋นเหยาตื่นมาก็ถูกทำให้ใจนตัวสั่น ดวงตาของนางสั่นระริก ขดตัวกอดขาเป็ก้อน
ที่นี่เกิดอะไรขึ้นกันแน่ เหตุใดนางเหมือนจะได้ยินเสียงพี่สี่เล่า นางรวบรวมความกล้า เลิกผ้าม่านรถม้าขึ้น ทว่าในขณะที่นางมองไป พวกโจรูเากำลังบีบบังคับหลิ่วอวิ๋นหลี่ทั้งกำลังจะย่ำยีนาง
หลิวอวิ๋นเหยากัดฟันอย่างไม่อยากจะเชื่อ หลับตาลงอย่างหวาดกลัว
“จริงๆ นะ น้องสาวข้าสวยกว่าข้า! พวกเ้า พวกเ้าอย่า...ไปหานางสิ! ไปหานาง! นางอยู่ในรถม้า!”
อะไรนะ?! ใบหน้าของหลิ่วอวิ๋นเหยาขาวซีด พี่สี่...พี่สี่ถึงกับพูดเช่นนี้ออกมา นางทำได้อย่างไร...นางทำได้อย่างไร? ตนเป็น้องสาวร่วมมารดาของนาง! นางไม่คิดถึงความสัมพันธ์พี่น้องเลยหรือ?!
ในที่สุดคนและม้าของตระกูลโหวมาถึงตีนเขา เส้นทางที่ตีนเขาราบเรียบอยู่ไม่น้อย ด้วยเหตุนี้พวกเขาจึงเริ่มเร่งความเร็วขึ้น
ทว่าตอนนี้เอง ไม่ทราบว่าเป็ผู้ใดที่ะโขึ้นมา “คุณหนูหกไม่อยู่แล้ว!”
ฮูหยินผู้เฒ่าที่อยู่ด้านหน้าสุดได้ยินก็รีบบอกให้คนขับรถม้าหยุดรถ รถม้าข้างหลังเองก็หยุดลงตามๆ กัน
คนของจวนโหวต่างออกมาในพริบตา เหลยซื่อที่ยามนี้ใบหน้าซีดเซียวเดินมารายงานฮูหยินผู้เฒ่า “ฮูหยินผู้เฒ่าเ้าคะ อวิ๋นซูไม่อยู่แล้ว”
“เป็ไปได้อย่างไร? รีบตามหาให้ข้าเดี๋ยวนี้!” ใบหน้าของฮูหยินผู้เฒ่าหนักแน่น
นางเพิ่งกล่าวจบ ทุกคนในที่นั้นต่างวุ่นวายกันขึ้นมา เพียงพริบตา คนจวนโหวเริ่มออกตามหาหลิ่วอวิ๋นซูไปทั่วทั้งสี่ทิศ
ภายในรถม้า หลิ่วอวิ๋นซูยิ้มบางๆ คนด้านนอกล้วนะโเรียกชื่อนาง นางจึงสวมเสื้อคลุม ยกม่านขึ้นแล้วเดินออกไป
เท้าเพิ่งจะเหยียบลงพื้น เหลยซื่อที่อยู่ไม่ห่างจากนางพลันตกตะลึง นี่มันเป็ไปได้อย่างไร? นังเด็กสารเลวนี่ไม่ใช่ว่าโดนจับตัวไปหรือ เหตุใดจึงยังอยู่ที่นี่? เช่นนั้นคนในรถม้าคันนั้นเป็ใครกัน?
ใบหน้าของเหลยซื่อไม่น่ามองยิ่งนัก นางส่งสายตาไปยังสาวใช้อย่างร้อนรน จากนั้นจึงมองไปยังหลิ่วอวิ๋นซูอย่างเย็นเยียบ ก่อนจะรีบไปรายงานฮูหยินผู้เฒ่า
เมื่อเหตุการณ์พลิกผันไปเช่นนี้ ทุกคนจึงได้รู้ว่าคนที่หายไปไม่ใช่คุณหนูหกหลิ่วอวิ๋นซู แต่เป็คุณหนูสี่และคุณหนูเจ็ด
จวนโหวมีคนหายไปสองคน นี่เป็เื่ใหญ่มาก
ฮูหยินผู้เฒ่ารีบส่งหลิ่วอวิ๋นเฟิงและกำลังคนจำนวนหนึ่งล่วงหน้าขึ้นไปบนเขา ส่วนคนที่เหลือกระจายไปตามหาพวกนางสองคนทั่วบริเวณ
หลิ่วอวิ๋นเฟิงพาคนบุกขึ้นไปบนเขาอย่างร้อนใจ ตลอดทางเขาเอาแต่ขมวดคิ้วไม่พูดไม่จา ย้อนคิดไปถึงเส้นทางที่ผ่านมา สถานที่ใดกันที่จะทำให้คนหลงไปผิดทางได้มากที่สุด สมองของหลิ่วอวิ๋นเฟิงพลันสว่างวาบ เขาคิดออกแล้ว ทางแยกบริเวณกลางูเา ใช่ ต้องเป็ที่นั่นแน่ๆ ที่สองคนนั้นหายตัวไป
เมื่อคิดถึงตรงนี้ หลิ่วอวิ๋นเฟิงจึงเรียกเหล่าข้ารับใช้ให้มุ่งหน้าไปยังปากทางแยกอย่างเร่งรีบ
จริงดังคาด หลิ่วอวิ๋นเฟิงเดินไปตามทางแยกได้ไม่นาน เขาก็ได้ยินเสียงร้องไห้ของสตรีอยู่ไม่ไกล
ลมูเาพัดมา สถานการณ์ดูเหมือนจะไม่ถูกต้องนัก หลิ่วอวิ๋นเฟิงไม่กล้าคิดอะไรมาก จับบังเหียนแน่นพาคนมุ่งไปยังทิศทางของเสียงร้องไห้นั้นอย่างบ้าคลั่ง
ราวหนึ่งเค่อ2 คนและม้าของจวนโหวก็ตามมาถึงรังของโจรูเา
หลิ่วอวิ๋นเฟิงพบหลิ่วอวิ๋นหลี่ในสภาพเสื้อผ้าฉีกขาดจนมิอาจปกปิดร่างกายได้ ทั้งเนื้อตัวเขียวบ้างแดงบ้าง ผมเผ้าอันยุ่งเหยิงถูกผมพัดกระจายประบ่า นางถูกชายตาเดียวโอบอุ้มอยู่ในมือในสภาพไร้เรี่ยวแรง ไม่มีการดิ้นรนเลยแม้แต่น้อย ราวกับนอนตายไปแล้วก็มิปาน
ส่วนหลิ่วอวิ๋นเหยาที่อยู่ไม่ไกลกำลังร้องไห้ด้วยใบหน้าหวาดผวา มือทั้งสองของนางจับรถม้าแน่น ข้างหลังมีบุรุษหัวโล้นยืนฉุดดึงนาง
เมื่อเห็นฉากนี้ โทสะของหลิ่วอวิ๋นเฟิงแล่นพล่านไปยังสมอง เขาก้าวทะยานไปข้างหน้า พุ่งไปทางชายหัวโล้นและชายตาเดียวอย่างรุนแรง “กำเริบเสิบสาน! พวกเ้ากล้าแตะต้องคนของจวนชางหรงโหวหรือ”
หลิ่วอวิ๋นหลี่พลันเงยหน้าขึ้น แววตาของนางเลื่อนลอยท่าทางมึนงง ยามนี้เมื่อเห็นหลิ่วอวิ๋นเฟิงก็ยิ้มออกมาอย่างโง่งม ท่าทางเช่นนั้นไม่ต่างอะไรจากคนบ้า ส่วนอวิ๋นเหยาเมื่อเห็นเขาก็ตาเหลือกและสลบไป
“พี่น้องทั้งหลาย หยิบอาวุธไปฆ่ามันซะ ไป!” ชายตาเดียวโยนหลิ่วอวิ๋นหลี่ทิ้ง เขาหยิบดาบเล่มใหญ่ออกมาจากข้างหลัง กล่าวออกมาอย่างโเี้
ชายหัวโล้นเองก็ไม่ยอมด้อยกว่า รีบแสดงอาวุธของเขาออกมาชี้ไปยังใบหน้าของหลิ่วอวิ๋นเฟิง “อย่าคิดว่าพวกเ้าคนมากกว่าเล่า ข้าจะจัดการพวกเ้าให้หมด!”
กล่าวจบ ชายหัวโล้นะโไปทางเหล่าพี่น้องด้านหลังที่อยู่ไม่ไกล “พี่น้องทั้งหลาย ออกมาให้หมด”
มีการเคลื่อนไหวเกิดขึ้น ไม่ทันไร ด้านหลังของชายหัวโล้นก็มีบุรุษห้าคนปรากฏตัวออกมา ในมือของพวกเขาถือดาบและกระบี่ เมื่อเห็นคนของจวนโหวก็ยกอาวุธพุ่งเข้าไปราวเสียสติ
เสียงอาวุธปะทะกันดังขึ้น หลิ่วอวิ๋นเฟิงเองก็ไม่รอช้า ถือกระบี่แทงไปยังชายตาเดียว
ดาบใหญ่ของชายตาเดียวหนักราวสิบจิน เขาตวัดดาบไปในอากาศทำให้เกิดเสียงเสียดแทงหู เล็งเป้าไปยังคอของศัตรู ทว่าใน่เวลาแห่งความเป็ความตาย หลิ่วอวิ๋นเฟิงค้อมกายไปด้านหลังอย่างว่องไว หลบการโจมตีของชายตาเดียวไปได้อย่างฉิวเฉียด กำกระบี่แทงไปยังชายตาเดียวอย่างแรง
เขาหลบไม่ทันแล้ว ถูกกระบี่ของหลิ่วอวิ๋นเฟิงแทงเข้าที่ท้อง
“อั่ก!” ชายตาเดียวกระอักเืสดๆ ออกมา ทรุดเข่าลงบนพื้น
ยามนี้พวกโจรูเากำลังสู้กับคนจวนโหวอย่างดุดัน เพียงไม่นาน บนพื้นมีบุรุษห้าหกคนล้มอยู่อย่างระเกะระกะ สีแดงสดอาบย้อมพื้นโคลน กลิ่นคาวเืฟุ้งกระจายไปตามสายลม
ท่ามกลางคมดาบคมกระบี่ เสียงกรีดร้องดังขึ้นไม่ขาดสาย
ไม่นาน คนอื่นๆ ของจวนโหวก็ได้ยินเสียงจึงตามมาถึงที่นี่
เหลยซื่อพาฮูหยินผู้เฒ่าวิ่งไปข้างหน้า เมื่อนางเห็นสภาพตรงหน้าก็พลันตกตะลึงถึงขีดสุด นางไม่ได้มองผิดไปใช่หรือไม่ เหตุใดเื่ราวจึงกลายเป็เช่นนี้
จบแล้ว ครั้งนี้นางก็ทำผิดพลาดซ้ำสอง หรือว่าจะถูกกับดักของนังสารเลวนั่นเล่นงานอีกแล้ว?
ฮูหยินผู้เฒ่าเหนื่อยจนหอบ ข้างกายของนางมีหลิ่วอวิ๋นซูตามมา
เมื่อเห็นว่าทุกคนในจวนโหวตามมาแล้ว ใบหน้าของพวกโจรยิ่งซีดเซียว ชายตาเดียวถูกฆ่า ชายหัวโล้นตัวสั่นระริก ะโไปยังลูกน้องที่เหลือ “รีบไปช่วยหัวหน้าเร็ว!”
ทว่าคำพูดของชายหัวโล้นเพิ่งจะออกมาจากปาก ฮุยหลางไม่ทราบว่าะโออกมาจากตรงไหน เขารวดเร็วมาก เร็วจนทำให้ผู้อื่นไม่ทันได้ตอบโต้
เขากำลังเลือกคน เครื่องประดับบนกายของหลิ่วอวิ๋นฮว๋าทำให้ดวงตาของเขาสว่างวาบ พุ่งเข้าไปอย่างเร็ว
หลิ่วอวิ๋นฮว๋าที่ตอบสนองไม่ทันกรีดร้องออกมา ดึงหลิ่วอวิ๋นซูข้างกายเข้ามาด้วยใบหน้าหวาดกลัวแล้วผลักออกไปอย่างแรง
ฮูหยินผู้เฒ่าตกตะลึง “อวิ๋นฮว๋าเ้าทำอะไร?!”
อวิ๋นซูไม่ทันตั้งตัว ร่างของนางถูกผลักไปข้างหน้า ฮุยหลางคว้าโอกาสเอาไว้ พริบตาเดียวก็มาอยู่ข้างกายหลิ่วอวิ๋นซู มือใหญ่ๆ จับแขนของนางแน่น พลิกตัวเองไปอยู่ด้านหลังของนาง ชักดาบสั้นที่ส่องประกายเย็นเยียบขึ้นมาจากเอวจ่อไปยังคอของนาง จากนั่นจึงะโออกมาอย่างดุดัน “คนจวนโหวฟังให้ดี รีบถอยไปเสีย ให้พวกเราไป มิฉะนั้นข้าจะฆ่านาง!”
กล่าวจบ ดาบสั้นของฮุยหลางก็เขยิบเข้าใกล้คอของหลิ่วอวิ๋นซู จิตสังหารอันเข้มข้นจู่โจมเข้าสู่จิตใจของนาง
ทุกคนต่างสูดหายใจเย็นะเืโดยพลัน
***************************
1 หยาดฝนบนดอกแพร์ เป็การเปรียบเปรยใบหน้ายามร้องไห้ของสตรี
2 1 เค่อ เท่ากับเวลาประมาณ 15 นาที
