หลิ่วอวิ๋นชิงเดินอย่างเหม่อลอยไปยังเรือนของตน ห้องสำนึกตนไม่ใช่สถานที่สำหรับคนจะเข้าไปอยู่ได้เลยจริงๆ ในยามกลางคืนอากาศหนาวเย็นถึงขีดสุด อีกทั้งท่านย่ายังให้คนจับตาดูอย่างใกล้ชิด ไม่อนุญาตให้ผู้ใดส่งเสื้อกันหนาวหรือผ้าห่มมาให้ ทั้งยังจับตามองว่านางคุกเข่าคัดคัมภีร์หรือไม่ เมื่อผ่านไปหนึ่งคืน นางรู้สึกว่าขาทั้งสองข้างราวกับไม่ใช่ขาของตน กระทั่งตอนที่ยืนขึ้นยังรู้สึกถึงความหนาวเย็นแล่นพล่านอยู่บนหัวเข่า
ท่านย่าให้อภัยนางแล้วหรือ? เหตุใดจึงได้ปล่อยนางออกมากะทันหัน นางยังคัดคัมภีร์ไปไม่ถึงสิบจบเลยด้วยซ้ำ หลิ่วอวิ๋นชิงคิดว่าท่านย่าไม่ใช่คนที่จะคุยด้วยง่าย จู่ๆ เกิดให้อภัยนางง่ายดายเช่นนี้กลับจะทำให้นางร้อนใจเสียมากกว่า
ยืนอยู่หน้าประตูเรือนของตน หลิ่วอวิ๋นชิงรู้สึกว่ารอบด้านเงียบงันยิ่งนัก น้องแปดและน้องเก้าควรจะอยู่ที่ห้องเรียนกระมัง? เช่นนั้นอี๋เหนียงเล่า นางจะเป็ห่วงตนหรือไม่?
เมื่อคิดถึงคำกำชับสั่งสอนของอี๋เหนียงในกาลก่อน หลิวอวิ๋นชิงรู้สึกไม่ค่อยอยากเข้าไปนัก นางกลัวว่าจะเห็นสายตาตำหนิของอี๋เหนียง ผู้ใดจะคิดว่าเื่ราวจะกลับกลายเป็เช่นนี้ นางเห็นบุรุษผู้หนึ่งแอบเข้าไปในเรือนไผ่จริงๆ ไม่คิดเลยว่าหลิ่วอวิ๋นซูจะถึงกับทำเื่ประเภทแต่งกายเป็บุรุษเช่นนี้
นางยังเป็คุณหนูแห่งจวนโหว หากข่าวลือแพร่ออกไปจะไม่ทำให้ผู้คนต้องหัวเราะหรอกหรือ? ท่านย่าไม่ตำหนิสักนิด กลับมีโทสะกับนางที่ถูกหลอกเสียได้
ช่างเถิด หากพูดกับอี๋เหนียงดีๆ นางคงจะหายโกรธแล้วกระมัง อย่างไรเสียตนก็เป็บุตรธิดาของนาง ได้รับความลำบากเช่นนี้ ควรจะเรียกหาถามไถ่เสียหน่อย
เมื่อคิดถึงตรงนี้ หลิ่วอวิ๋นชิงก็สูดลมหายใจลึกแล้วเดินเข้าไป “อี๋เหนียง...”
ภายในห้องเงียบงัน ไม่มีเสียงตอบกลับแม้แต่น้อย
หรืออี๋เหนียงไม่อยู่? จะออกไปหาใครมาช่วยหรือไม่? ในใจของหลิ่วอวิ๋นชิงรู้สึกรอคอย นางทราบว่าอี๋เหนียงของตนขี้ขลาดไม่กล้ามีปัญหา หากอี๋เหนียงออกไปขอร้องให้ผู้อื่นช่วยเหลือเพราะตนเองจริงๆ เช่นนั้นก็ไม่ต้องสงสัยตำแหน่งของนางในใจอี๋เหนียงอีก
อย่างไรก็ตาม เมื่อนางเดินลึกเข้าไปในห้อง บนตั่งมีสตรีนอนหลับตาอย่างสงบ ทำให้หัวใจของหลิ่วอวิ๋นชิงพลันรู้สึกเ็า
นางยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น มองใบหน้าแดงเรื่อของอนุสี่ เืในกายราวกับจะจับกันเป็ก้อน มือที่อยู่ในแขนเสื้อกำแน่น นางกระทั่งได้ยินเสียงหัวใจเต้นของตนเอง
ที่หลิ่วอวิ๋นชิงไม่ทราบก็คือ ชาสงบใจที่ชุนเซียงรินให้อนุสี่นั้นมีฤทธิ์ทำให้คนจิตใจสงบ ช่วยให้นอนหลับสนิท ด้วยเหตุนี้จึงได้นอนหลับลึกกระทั่งมีคนเรียกก็ไม่ตื่น
จากความหวังเป็ความผิดหวัง นางได้คิดถึงสิ่งเลวร้ายที่สุดเอาไว้แล้วว่าหลังจากกลับมาจะถูกอี๋เหนียงตำหนิ แต่ไม่คิดเลยว่าสถานการณ์จะเป็เช่นนี้ อี๋เหนียงของนางกินอิ่มนอนหลับ ไม่สนใจความเป็ความตายของตนเลยสักนิด!
ความโกรธแค้นและความไม่พอใจของหลิ่วอวิ๋นชิงพลันปะทุเพิ่มขึ้นในพริบตา นางค่อยๆ เดินเข้าไป “อี๋เหนียง” น้ำเสียงเ็าดังขึ้น ทว่าเรียกแล้วสตรีบนตั่งกลับไม่ตื่น
อี๋เหนียงหลับสบายเช่นนี้! ทั้งๆ ที่เมื่อคืนนางเองไม่อาจข่มตานอนได้! นางกลั้นน้ำตาเอาไว้ หลิ่วอวิ๋นชิงก้มตัวลงจับแขนของอนุสี่แน่น “อี๋เหนียง! อี๋เหนียง!” นางไม่ควบคุมแรงเลยแม้แต่น้อย ครู่เดียวอนุสี่ลืมตาขึ้นด้วยความเ็ป สิ่งที่เข้าสู่สายตาคือใบหน้าเล็กๆ ที่มีประกายน้ำตาของหลิ่วอวิ๋นชิง
“อวิ๋นชิง? เ้า เ้ากลับมาจริงๆ หรือ?” ท่าทางของนางมีความงุนงงอยู่หลายส่วน เนื่องจากอนุสี่ทราบดีว่าแม้คุณหนูหกไปขอร้องก็ไม่แน่ว่าฮูหยินผู้เฒ่าจะรับปาก ไม่คิดเลยว่าจะเกินความคาดหมายไปมาก ไม่ทันไรหลิ่วอวิ๋นชิงก็ถูกปล่อยตัวออกมาแล้ว
อย่างไรก็ตามท่าทางเช่นนี้อยู่สายตาของหลิ่วอวิ๋นชิง ยิ่งทำให้นางโกรธแค้น อี๋เหนียงไม่หวังว่าจะเห็นนางถึงเพียงนี้เชียว?! “อี๋เหนียงหลับแล้ว”
อนุสี่ไม่ได้ฟังความหมายในคำพูดของนาง หยัดกายขึ้นมองสำรวจนางอย่างตื่นเต้น “ออกมาได้ก็ดีแล้ว หิวหรือไม่? ข้าจะไปเรียกบ่าวไพร่มาทำอาหารร้อนๆ ให้เ้า...”
“ไม่จำเป็ กินไม่ลงแล้ว!” หลิ่วอวิ๋นชิงสะบัดแขนของอนุสี่ ในสายตาของนาง อี๋เหนียงถูกตนเองเห็นเข้าจึงรู้สึกผิดก็เท่านั้น
กินไม่ลง? “ที่นั่นไม่สบายหรือ?” อนุสี่พบว่าสีหน้าของหลิ่วอวิ๋นชิงไม่ค่อยดีนัก แต่ทว่าสตรีน้อยนางนั้นกลับหันหลังไป หลบสายตาของนาง “จะไม่สบายได้อย่างเ้าคะ? ที่ห้องสำนึกตนนั้นดีมาก!”
อนุสี่ขมวดคิ้ว เล่นตัวอีกแล้ว! หรือนางยังไม่รู้ตัวว่าตนเองผิดที่ตรงไหน?
“อวิ๋นชิง ครั้งนี้เ้าต้องขอบคุณพี่หกของเ้า!”
“อะไรนะ? ให้ข้าขอบคุณนาง? หากไม่ใช่เพราะนางหลอกข้า ท่านย่าจะทำโทษข้าได้อย่างไร? อี๋เหนียง ท่าน ท่าน...” หลิ่วอวิ๋นชิงผิดหวังยิ่งนัก นางหมุนตัวเปิดประตูออกไป เหลือไว้เพียงอนุสี่ที่มีสีหน้างุนงง
บริเวณมุมโค้ง ใบหน้าของผู้เยาว์สองคนปรากฏความยินดี ในมือของพวกเขาอุ้มกระต่ายสองตัวอย่างระมัดระวัง ทันใดนั้นคนผู้หนึ่งโผล่ขึ้นมาแทรกชนระหว่างพวกเขาทั้งสอง เสียงเล็กๆ ะโร้อง “อา กระต่ายน้อย!”
หลิ่วอวิ๋นชิงหยุดเดินแล้วหันมามอง เห็นน้องชายร่วมมารดาทั้งสองของนางกำลังก้มร่างเล็กๆ ลูบกระต่ายขาวตัวน้อยที่ถูกนางชนร่วง ใบหน้าทั้งสองเงยขึ้นพร้อมๆ กัน ท่าทางราวกับจะร้องไห้ “พี่ห้า ท่านกลับมาได้อย่างไร...”
ความจริงพวกเขาอยากจะถามว่าเหตุใดต้องวิ่งเร็วขนาดนั้น ทว่าคำพูดกลับติดอยู่ที่ปาก เมื่อหลิ่วอวิ๋นชิงได้ฟังจึงเข้าใจไปอีกอย่าง
“เฮอะ พวกเ้าเองก็ไม่อยากให้ข้ากลับมาหรือ?”
ท่าทางน่าหวาดกลัวเช่นนั้นทำให้คุณชายน้อยทั้งสองใ พวกเขากอดกระต่ายน้อยไว้ในอ้อมอกอย่างระมัดระวัง “ไม่ ไม่ใช่ขอรับ...”
“ผู้ใดเป็คนให้กระต่ายแก่พวกเ้า?” ตอนนี้ถึงกับไม่อยู่ในห้องเรียน จะต้องหนีออกมาเล่นเป็แน่!
“เป็ เป็ท่านย่าให้พวกเราขอรับ”
ท่านย่า? หลิ่วอวิ๋นชิงยากจะอธิบายอารมณ์ของตนในตอนนี้ นางรู้สึกเหมือนถูกทุกคนทอดทิ้ง ท่านย่าทำโทษนางรุนแรงถึงเพียงนี้ ทว่าตอนนี้น้องชายทั้งสองไม่ไปห้องเรียนกลับไม่สนใจไม่ถามไถ่ มิหนำซ้ำยังมอบกระต่ายน้อยน่ารักให้พวกเขาอีก!
คุณชายน้อยทั้งสองเห็นว่าสีหน้าของพี่ห้าดูผิดปกติจึงก้าวถอยหลังไปอย่างหวาดกลัว สุดท้ายจึงวิ่งหนีไปไม่เห็นแม้แต่เงา ลมเย็นพัดมา โทสะในใจของหลิ่วอวิ๋นชิงในยามนี้เจือไปด้วยความโดดเดี่ยว นางรู้สึกว่าจวนโหวที่กว้างใหญ่แห่งนี้ไม่มีสักคนที่เข้าใจนาง
ทำไม หรือมีเพียงตนที่รู้สึกว่าไม่ยุติธรรม? มีแต่หลิ่วอวิ๋นซูคนเดียวที่ได้รับความรัก ไม่มีใครรู้สึกโกรธเลยหรือ?
นางเดินก้มหน้าอย่างเศร้าสร้อยไปบนทางหิน ท่ามกลางป่าไผ่ผืนนั้น กลิ่นหอมหวนเข้มข้นโชยอยู่ในอากาศ ทั้งยังมีเสียงหัวเราะอย่างเบิกบาน
หลิ่วอวิ๋นชิงรู้สึกอารมณ์เสียยิ่งนัก นางมองไปยังโรงครัวในซุ้มประตูโค้ง เห็นควันลอยอยู่จางๆ เงาร่างของสาวใช้วุ่นวายอยู่รางๆ ท้องจึงส่งเสียงร้องออกมา ั้แ่ถูกขังอยู่ในห้องสำนึกตนก็ยังไม่มีอาหารตกถึงท้องเลยสักครึ่งคำ ทว่าเรือนไผ่กำลังตุ๋นเนื้อหอมๆ นางกระทั่งสามารถจินตนาการได้ถึงภาพอบอุ่นเบิกบานที่กำลังจะเกิดขึ้นหลังจากนี้
เสียงเอะอะเบาลง ภายในมีเสียงชุนเซียงแว่วออกมา
“คุณหนูบอกว่าฮูหยินผู้เฒ่าไม่ค่อยอยากอาหาร ไปตักเนื้อตุ๋นนั่นออกมาเสียหน่อย ในอาหารผสมยาสมุนไพรเอาไว้ เชื่อว่าฮูหยินผู้เฒ่าจะต้องอยากอาหารมากขึ้นแน่นอน!”
จะส่งเนื้อตุ๋นให้ท่านย่า? เพื่อแย่งชิงความโปรดปราน อวิ๋นซูยอมเปลืองสมองเพื่อเอาใจถึงเพียงนี้ มุมปากของหลิ่วอวิ๋นชิงยกยิ้มเ็า ทันใดนั้นนางพลันคิดอะไรขึ้นมาได้ ใช่แล้ว ในเมื่อตัวนางไม่ได้ดี เช่นนั้นผู้อื่นก็อย่าหวังว่าจะอยู่อย่างสงบเลย!
...
“อี๋เหนียง ท่านเห็นกระต่ายน้อยของข้าหรือไม่?”
“อี๋เหนียงขอรับ กระต่ายของข้าหายไปแล้ว!”
คุณชายแปดและคุณชายเก้าพากันเข้ามาในห้องของอนุสี่ ใบหน้าเล็กๆ ทั้งสองปรากฏความร้อนใจอย่างเห็นได้ชัด
“กระต่ายที่ท่านย่าให้พวกเ้าหายไปแล้วหรือ?” อนุสี่ยืนขึ้นด้วยความกระวนกระวาย แม้จะกล่าวว่าเป็เพียงกระต่ายสองตัว แต่นั่นเป็รางวัลที่ฮูหยินผู้เฒ่ามอบให้ ตอนนี้เป็่เวลาที่เปราะบาง ไม่ใช่ว่านางคิดมาก แต่เื่นี้ไม่คิดมากคงไม่ได้ หากทำหายไปแล้วจริงๆ เื่นี้สามารถเป็ได้ทั้งเื่ใหญ่และเื่เล็ก
“เ้าพวกหาลองหาให้ดีอีกรอบ!”
“ขอรับ!” คุณชายน้อยทั้งสองหยักหน้า กลับไปตามหาตามทางที่เคยผ่านมา
เงาร่างเล็กๆ ทั้งสองก้มเอวะโเรียกอยู่ในพุ่มไม้ บริเวณไม่ไกลกันนั้น หลิ่วอวิ๋นชิงจัดแขนเสื้อเล็กน้อยแล้วเดินออกมา “น้องแปดน้องเก้า พวกเ้ากำลังหาอะไรอยู่?”
ทั้งสองเงยหน้าขึ้น ดวงตาแดงระเรื่อดูแล้วน่าสงสารยิ่งนัก “พี่ห้า พวกเราหากระต่ายน้อยไม่เจอแล้วขอรับ”
“ไม่เจอแล้ว? เมื่อครู่มิใช่ว่าพวกเ้ายังอุ้มอยู่เลยหรือ?”
“พวกเราไปหยิบแครอทให้กระต่ายน้อยที่โรงครัว พริบตาเดียวก็ไม่เห็นแล้ว!”
หลิ่วอวิ๋นชิงทรุดกายลง “นี่จะทำอย่างไรดี กระต่ายที่ท่านย่ามอบให้เป็รางวัลถูกพวกเ้าทำหายเสียแล้ว จะต้องถูกทำโทษแน่ๆ ถึงตอนนั้นจะต้องถูกขังอยู่ในห้องสำนึกตนมืดๆ หนาวๆ เหมือนพี่ห้า ไม่มีอาหารให้กินด้วย!”
เมื่อทั้งสองได้ฟังก็ใจนน้ำตาไหลทะลักออกมา “ไม่เอา พวกข้าไม่อยากเข้าไปในห้องสำนึกตน ฮือๆ ...”
หลิ่วอวิ๋นชิงถอนใจเบาๆ จู่ๆ ทำท่าทางราวกับคิดอะไรขึ้นมาได้ “เอ๋ เมื่อครู่เดินผ่านเรือนไผ่ได้กลิ่นหอมด้วย วันนี้เรือนน้องหกตุ๋นเนื้อ ถ้าอย่างไรพวกเ้าลองไปหาดูที่นั่นเสียหน่อยดีหรือไม่? ไม่แน่ว่ากระต่ายน้อยอาจจะหิวก็ได้”
คุณชายน้อยทั้งสองสบตากัน พลันรีบจูงมือกันวิ่งไปยังทิศทางของเรือนไผ่อย่างกระวนกระวาย
ถนนนอกเรือนไผ่ คุณชายแปดและคุณชายเก้าวิ่งเข้าไปในสภาพเหงื่อท่วมหัว ทันใดนั้นรอยสีแดงสดบนพื้นพลันดึงดูดความสนใจของพวกเขา
“นี่มัน...” ทั้งสองหยุดเท้า เดินเข้าไปใกล้อย่างช้าๆ ในพงหญ้าข้างถนนหิน ขนกระต่ายสีขาวกระจุกหนึ่งสั่นไหวเบาๆ ไปตามแรงลม สีแดงสดบาดตานั้นทำให้คุณชายน้อยทั้งสองตกตะลึง พลันนึกถึงคำพูดของหลิ่วอวิ๋นชิงขึ้นมาได้ วันนี้เรือนไผ่ตุ๋นเนื้อ!
“คุณชายทั้งสอง เข้าไปไม่ได้ขอรับ” องครักษ์ตรงประตูขวางเด็กน้อยผู้กระวนกระวายใจทั้งสองเอาไว้ เมื่อเห็นท่าทางจริงจังขององครักษ์ เด็กน้อยทั้งสองจึงหดศีรษะ “พี่หกอยู่ข้างในหรือไม่?”
“ไม่อยู่ขอรับ”
“...เช่นนั้น วันนี้เรือนไผ่ตุ๋นเนื้อหรือ?”
องครักษ์สบตากัน “ใช่ขอรับ”
เมื่อคำนี้หลุดออกมา เด็กน้อยทั้งสองพลันร้องไห้ออกมาเสียงดังลั่น ต่างพากันหันหลังใช้มือทั้งสองข้างปิดตาอย่างเสียใจ ทำให้องครักษ์ใ คุณชายทั้งสองเป็อะไรไป?
ภายในเรือนฮูหยินผู้เฒ่าฟุ้งกระจายไปด้วยกลิ่นหอมเข้มข้น “ท่านย่าเ้าคะ เนื้อตุ๋นน้ำแดงนี้ใส่สมุนไพรลงไปเล็กน้อย ทั้งช่วยบำรุงและยังช่วยให้อยากอาหารด้วยเ้าค่ะ”
วันนี้ฮูหยินผู้เฒ่าให้อวิ๋นซูมาทานอาหารกลางวันที่เรือน นางนำเนื้อตุ๋นมาจากเรือนไผ่โดยเฉพาะ ฮูหยินผู้เฒ่ายิ้มอย่างดีใจ “อืม แค่ได้กลิ่นก็รู้แล้วว่าต้องรสชาติดี!”
นางหยิบตะเกียบคีบขึ้นมา ก้มหน้ากัดไปคำหนึ่ง พลันเบิกตาโพลง “รสชาตินี้มัน...อร่อยจริงๆ! เนื้อก็ไม่เหนียว ฮ่าๆ ฝีมือของสาวใช้พวกนี้ดีขึ้นทุกวันจริงๆ”
ตอนนี้เอง ด้านนอกมีเสียงร้องไห้ดังเข้ามา “ท่านย่าขอรับ! ท่านย่า! พี่หก พี่หกเอากระต่ายน้อยของพวกเราไปทำเนื้อตุ๋นแล้ว!”
“แค่กๆ ...” พริบตานั้น ฮูหยินผู้เฒ่าใจนไอออกมาสองครั้ง อะไรนะ เนื้อตุ๋น?
