เขาเอ่ยอย่างสุขุมแต่น้ำเสียงกลับแฝงไปด้วยความอันตราย รัศมีอำนาจของฮ่องเต้แผ่กระจายทั่วร่าง
“แน่นอนเพคะ! หม่อมฉัน้าฟ้องร้องต่อพระองค์!” กงอี่โม่เงยหน้ามองตรงไปยังฝ่ายตรงข้ามพลางกล่าวเสียงดังก้อง
คำพูดของนางทำให้ผู้คนโดยรอบแสดงสีหน้าหลากหลายออกมาและกงเชิ่งเองก็เงียบไปหนึ่งอึดใจ เมื่อเห็นผู้คนมากมายด้านล่างนั่นจึงเอ่ยถามอย่างเยือกเย็น
“เ้า้าฟ้องร้องผู้ใด?”
กงอี่โม่เผยรอยยิ้มบางแม้นางรู้สึกเหนื่อยล้าแต่กลับขยับกายโค้งคำนับอย่างอ่อนช้อยหนึ่งครั้ง
“ข้ามี 3 ข้อฟ้องร้อง ขอพระองค์ทรงเป็ผู้ตัดสิน!”
“…พูดมา!”
ราวกับนางมิได้หวาดกลัวต่อพระราชอำนาจที่แผ่กระจายจนเสียดเข้าไปในกระดูกแม้แต่น้อยกงอี่โม่มองไปยังผู้คนมากมายเหนือกำแพง คนเ่าั้จ้องเขม็งมาที่นางด้วยสายตามาดร้ายดั่งว่าเสียงที่ออกมาจากปากนางไม่ใช่แค่คำพูด แต่เป็ใบมีดอันคมกริบ
“ข้อแรก ฟ้องร้องเหล่าองค์ชาย!”สายตาของนางเลื่อนไปตกอยู่บนร่างของเหล่าองค์ชายที่มี่อายุต่างๆกันไปบริเวณด้านหลังของกลุ่มขุนนาง แต่ก็เพียงเหลือบมองเท่านั้น มิได้ให้ความสำคัญอันใด
“นับั้แ่สร้างคลองขนส่งเสร็จมีคนมากมายจ้องจะลอบกัดนับไม่ถ้วน! โดยเฉพาะตระกูลของเหล่าองค์ชายทั้งหลาย! ข้ามุ่งมั่นตั้งใจอยู่หน้างาน ทุ่มเททั้งกายใจ ทำงานหามรุ่งหามค่ำแต่ผู้คนมากมายกลับคิดฉกฉวยโดยไม่ลงมือทำ เพียงเพราะไม่อยากอยู่นอกความโปรดปรานของพระองค์ช่างน่ารังเกียจเสียจริง!”
นางไม่ได้เจาะจงไปยังผู้ใดทว่าน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเกลียดชังนั้นทำให้ผู้คนโดยรอบต่างพากันรู้สึกหวาดหวั่น
แต่ในเวลานี้ประชาชนกำลังจับตามอง ต่อให้องค์ชายทั้งหลายจะโกรธแค้นสักเพียงไร ก็ไม่อาจแสดงออกมาได้! เพราะเกรงว่าหากเอ่ยไปในตอนนี้มิแคล้วต้องถูกบัณฑิตด้านล่างโจมตีด้วยคำพูดและปลายปากกาเป็แน่ดังนั้นเหล่าองค์ชายจึงทำได้แค่จ้องเขม็งไปยังกงอี่โม่ด้วยสายตาอาฆาต!
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ฮ่องเต้ก็อดคิดไม่ได้ว่าระหว่างครึ่งปีที่สร้างคลองขนส่งองค์ชายทั้งหลายต่างพากันยักยอกเงินคงคลัง และเหล่าสนมก็พากันเห็นดีเห็นงามพระองค์มิรู้จะกล่าวคำใดเลยจริงๆ หากไม่ใช่เพราะพระองค์สนับสนุนโครงการนี้อย่างแข็งขันเกรงว่าในยามนี้คลองขนส่งคงสร้างเสร็จแค่เพียงครึ่งเท่านั้น
เมื่อใคร่ครวญถึงตรงนี้กงเชิ่งพาลรู้สึกรังเกียจขึ้นมาอย่างไร้เหตุผล
“ข้อสอง ฟ้องร้องขุนนาง!”
ไม่รีรอท่าทีตอบรับจากกงเชิ่งกงอี่โม่ใช้นิ้วมือเรียวสวยชี้ตรงไปยังผู้คนบนกำแพงด้วยดวงหน้าเรียวแสนซีดเซียวพลางยิ้มเยาะเย้ย
“องค์รัชทายาทถูกลอบสังหารจนแทบเอาพระชนม์ไม่รอดแต่ข่าวที่พระองค์รับรู้คือรัชทายาทหลีกเลี่ยงการกลับเมืองหลวงส่วนการลอบสังหารก็เป็เพียงละครฉากหนึ่งเท่านั้นและพระองค์ยังประกาศราชโองการสามฉบับบีบบังคับให้รัชทายาทกลับเมืองหลวง จนเกือบสิ้นพระชนม์ระหว่างทาง! ในฐานะขุนนาง ไม่มีแม้แต่จะคิดทำการใดเพื่อประชาชนไม่เคยคิดค้นพัฒนาสิ่งใหม่วิธีการและความคิดไม่ต่างอะไรกับการกระทำของสตรีขี้อิจฉา ใส่ร้ายป้ายสีเพียงเพื่อกำจัดคนเห็นต่าง การกระทำเช่นนี้ จะร่ำเรียนตำราไปเพื่ออะไรกัน!”
นางยิ้มเย็นทุกคำพูดล้วนแต่เหน็บแนมผู้ฟังทั้งสิ้น! ขุนนางข้างกายฮ่องเต้บ้างก็เผยอาการอับอายบ้างก็หน้าซีดขาวราวกระดาษและยิ่งกว่านั้นคือบางพวกที่โกรธแค้นเพราะถูกทำให้เสื่อมเสียเกียรติ!
“ล้วนเป็การสาดโคลน!ทุกคำพูดของเ้าไม่ใช่เพื่อแก้ต่างแทนองค์รัชทายาทแต่้าให้องค์รัชทายาทพ้นผิด! จึงได้ขุดกระถางสามขา‘ผู้สร้างคลองขนส่งปกครองใต้หล้า’ ขึ้นมาจากนั้นอ้างถึงการลอบสังหารเพื่อหวังปลิดพระชนม์! ผู้ใดจะรู้ได้ว่าองค์รัชทายาทไม่ถูกช่วยเหลือจากคนใกล้ตัวและเพราะคำทำนายอย่าง ‘เจ๋อซื่อ*’ จึงกล้าขัดพระราชโองการอย่างนั้นหรือ?”
“เ้าเอาแต่พูดว่าองค์รัชทายาทตกอยู่ในอันตรายนี่พระองค์ก็กลับมาอย่างปลอดภัยแล้วมิใช่หรือ?” สายตาโกรธแค้นจากขุนนางใหญ่จ้องมายังกงอี่โม่
คำพูดของเขาช่างเถรตรงไม่เพียงกล่าวว่ากงเช่อหลอกลวง แต่การที่กงอี่โม่อยู่ที่นี่ก็เพื่อช่วยแก้ต่างให้กงเช่อพ้นผิดเท่านั้น
กงอี่โม่หัวเราะดังก้อง!
“ฝ่าา…พระองค์ก็คิดเช่นนี้ด้วยหรือ?”
กงเชิ่งอ้าปากคล้ายจะพูดแต่กลับไม่มีเสียงใดเล็ดลอดออกมาจากรายงานของฉางสี่ เขาอาจเข้าใจรัชทายาทผิดไปจริงๆแต่กระถางสามขานั่นก็เหมือนกับหนามที่ยอกอกเขาอยู่ตลอดเวลา
“ผู้สร้างคลองขนส่งปกครองใต้หล้า…”กงอี่โม่พึมพำพลางลูบปลายคางเรียวเบาๆ จากนั้นจึงหัวเราะเสียงดัง“พวกท่าน…อยากให้ข้าเป็จักรพรรดินีหรือไม่?”
ประโยคนี้ถือเป็การก่อฏผู้คนโดยรอบตะลึงจนใจร่วงไปถึงตาตุ่ม!
ไม่รอให้ฉางสี่พูดอันใดเพิ่มกงอี่โม่หมุนกายหนึ่งรอบบนดาดฟ้าเรือพลางมองดูตัวเอง พร้อมเอ่ยต่อ
“ไม่รู้มาก่อนเลยว่าข้าก็มีพร์ในการเป็จักรพรรดิ”
“บังอาจ!”
กงเชิ่งฟาดมือลงไปด้วยใบหน้าถมึงทึง!ใครกันที่มอบความกล้าให้นางกล่าววาจาเช่นนี้ต่อหน้าผู้คนทั่วหล้า?! เขาคิดแม้กระทั่งให้ฉางสี่สังหารกงอี่โม่เสียเดี๋ยวนี้ ไม่ให้นางกล่าววาจาเพ้อเจ้อสร้างความวุ่นวายได้อีก!
แต่กงอี่โม่กลับเงยหน้ามองตรงไปยังฮ่องเต้“หรือมันไม่จริง? ฝ่าาพระองค์ยังไม่ทราบอีกหรือเพคะว่าความคิดสร้างคลองขนส่งเป็ของหม่อมฉัน?”
คำพูดของนางทำให้กงเชิ่งหน้าม้านซ้ำกงอี่โม่ยังหัวเราะเสียงเย็นพลางชี้นิ้วไปทางขุนนางที่เพิ่งพูดไปเมื่อครู่“ไม่ใช่เขาหรอกหรือที่พูดว่า ‘ผู้สร้างคลองขนส่งปกครองใต้หล้า’?”
ในเมื่อนางเป็ผู้ริเริ่มทั้งยังเป็ผู้ควบคุมโครงการนี้ คำทำนายนี้มิใช่กล่าวถึงนางหรือ?
ขุนนางบางส่วนไม่อาจยอมรับได้ ขุนนางฝ่ายซ้ายจึงก้าวออกมาพูดเสริมทันที“เ้าไม่จำเป็ต้องพูดจาหว่านล้อมผู้คนเพื่อล้างผิดให้องค์รัชทายาทหรอก!องค์รัชทายาทเป็ผู้สร้างคลองขึ้นมาแต่กลับไม่รู้ว่าได้ความรักจากประชาชนไปมากน้อยแค่ไหน? ผู้คนด้านล่างล้วนเป็ข้อพิสูจน์แล้ว! ในเมื่อองค์รัชทายาทเป็ผู้สร้างคลองทั้งยังเป็ที่รักของประชาชน คำทำนายจะไม่หมายถึงองค์รัชทายาทได้อย่างไร?”
เมื่อกล่าวจบเขาถึงเพิ่งรู้ตัวว่าพลั้งปากไปแต่ไม่ทันที่จะได้พูดแก้ไขเพื่อปกปิดความผิด กงอี่โม่ก็มองปราดไปที่เขา และหัวเราะเสียงดังด้วยความโอหัง!เสียงหัวเราะของนางก้องไกลให้ผู้คนได้ยินโดยทั่วกัน!ทำให้ผู้คนที่ได้ยินล้วนรู้สึกหวาดหวั่น
“เ้าเข้าใจผิดแล้ว!”
เมื่อกล่าวจบกงอี่โม่จึงะโขึ้นไป้าครู่เดียวก็ะโถึงด้านหน้าของรั้วไม้บนเสากระโดงเรือ!
สายลมพัดพาเรือนผมของนางปลิวไสวมองแล้วราวกับนางกำลังโผบิน แต่นางกลับยืดตัวตรงอย่างสง่างาม!ยืนหยัดมั่นคงอยู่บนหัวเรือ!
ผู้คนมากมายร้องะโด้วยความใต่างพากันหวาดกลัวว่านางจะร่วงลงมา แต่กงอี่โม่กลับแหงนหน้าหัวเราะขึ้นฟ้าชายเสื้อโบกสะบัดพริ้วไหวไปมา พลางชูมือขึ้นแล้วะโก้อง!
“พวกท่านจงดูให้ดี! ผู้คนเหล่านี้!มารวมกันที่นี่เพราะข้า! ข้านี่แหละคือผู้สร้างคลองขนส่งข้าต่างหากคือผู้ที่ได้ความรักจากประชาชน! ผู้สร้างประโยชน์แก่บ้านเมืองชื่อเสียงขจรไปทั่วทุกทิศ! ข้ากงอี่โม่อยู่ที่นี่แล้ว! ผู้ใดกล้าท้าทาย?!”
วาจาของนางดุจเสียงฟ้าร้องสั่นะเืขวัญแผ่พลังโถมใส่ราวคลื่นั์! ผู้คนมากมายพาลตกตะลึงยิ่งไปกว่านั้นคือรู้สึกหวาดกลัว!
เสียงตอบรับท่วมท้นราวน้ำหลาก!
ประชาชนและเหล่าบัณฑิตต่างพากันคุกเข่าค้อมศีรษะแสดงความเคารพพร้ะโกนเสียงดัง
“ขอสาบานว่าองค์หญิงทรงงานจริง!ตายหมื่นครั้งยืนยันคำเดิม!!”
“ตายหมื่นครั้งยืนยันคำเดิม!!”
ราวกับคำปฏิญาณอันทรงพลังทำให้ผู้คนบนกำแพงเกิดความรู้สึกเลื่อมใส แม้กระทั่งผู้ที่เกลียดนางก็อดรู้สึกนับถือไม่ได้!
ทว่ากงอี่โม่เสียสติไปแล้วหรือถึงจะเพื่อช่วยกงเช่อให้พ้นผิดก็มิควรยึดเอาความผิดร้ายแรงถึงขั้นปะาชีวิตไว้กับตัวเลย
กงเชิ่งที่ได้เห็นพลังตอบรับกงอี่โม่ด้วยตาของตนเองพลันเกิดความรู้สึกตกตะลึงและหวาดกลัวอยู่ลึกๆเขาคิดไม่ถึงเลยว่าสตรีแค่คนเดียว ไม่เพียงได้รับความชื่นชมจากประชาชน แต่ยังได้รับการยอมรับจากบัณฑิตมากมายขนาดนี้!
สิ่งที่บัณฑิตเหล่านี้ดูถูกที่สุดคือสตรีเหตุใดกงอี่โม่จึงมีพลังและเสน่ห์ที่ทำให้พวกบัณฑิตต่างพากันโค้งคำนับให้นาง?
เขามองสำรวจกงอี่โม่ น้ำเสียงกลับแฝงความสั่นเครือเล็กน้อย
“เช่นนั้นข้อสามเล่า?”
สายตาของกงอี่โม่สบเข้ากับเขาเพียงชั่วครู่เห็นชัดว่านางยังเด็กนัก ดวงหน้าเต็มไปด้วยความอ่อนเยาว์แต่สิ่งที่นางเผยออกมากลับดูไม่เข้ากันกับความเศร้าโศกที่อยู่ลึกลงไปถึงกระดูกเลยแม้แต่น้อย...
“ข้อสาม ข้าขอฟ้องร้องพระองค์!”
____________________________________________________________________
* 泽世 เจ๋อซื่อ หมายถึง มรดกตกทอดจากบรรพบุรุษ ส่วนใหญ่กล่าวถึง สถานะ ตำแหน่ง อำนาจหรือทรัพย์สิน
