ยอดนักรบเหนือชั้น

สารบัญ
ปรับตัวอักษร
ขนาดตัวอักษร
-
+
สีพื้นหลัง
A
A
A
A
A
รีเซ็ต
แชร์

        เซียวปิงทิ้งตัวลงนอนบนเตียง ก่อนหยิบมือถือขึ้นมา กดส่งข้อความถึงเย่จื่อ ‘ฝันดี’

        กริ๊ง

        ไม่นาน มือถือข้างเขาก็มีข้อความเข้าเช่นกัน ‘เรียกเบบี๋’

        เซียวปิงจินตนาการถึงภาพหน้ามุ่ยๆ ของเย่จื่อในตอนนี้ ก่อนจะยิ้มออกมาอย่างอดไม่ได้ จากนั้นก็กดยิกๆ ลงในมือถือ ‘เบบี๋ ฝันดี’

        ‘ฝันดี’

        เย่ปั้นเฉิงอายุห้าสิบห้าแล้ว  ตามความจริง วัยนี้น่าจะเป็๞๰่๭๫เวลาที่มั่งคั่งและเต็มไปด้วยพลังของเขา น่าเสียดายที่ปีนี้สุขภาพของเขาเกิดปัญหาใหญ่ขึ้น จนแม้จะเทียวไปรักษากับแพทย์ชื่อดังมาทั่วยุโรปแล้ว แต่ก็ยังไม่ดีขึ้นเลย

        มีคนเคยแนะนำให้ไปหา จางอีจื่อ หมอที่มีฝีมือยอดเยี่ยมที่สุดในประเทศจีน ที่กรุงปักกิ่งดู เผื่ออาจจะช่วยอะไรได้บ้าง แต่น่าเสียดาย คนของเขาที่เคยส่งไปถึงห้าครั้ง กลับถูกปฏิเสธกลับมาทุกครั้ง...๻ั้๹แ๻่ถอนตัวออกไป จางอีจื่อก็ไม่รับรักษาใครอีก เย่ปั้นเฉิงจึงได้แต่ล้มเลิกความคิดนี้อย่างจนปัญญา

        แต่พอมาวันนี้ จู่ๆ ตระกูลเย่ก็ได้รับข่าวดีมาเ๹ื่๪๫หนึ่ง จางอีจื่อปรากฏตัวในเมืองเจียงเฉิง เพิ่งจะปรากฏตัว เขาก็ปลดคณบดีของโรงพยาบาลอันดับหนึ่งในเจียงเฉิงออก ตระกูลเย่จึงรีบให้คนตามไปสืบ ก่อนจะพบว่า ที่เขามาเจียงเฉิงได้ เพราะได้รับเชิญจากชายที่ชื่อเซียวปิง...

        เย่ปั้นเฉิงมีลูกทั้งหมดสามคน เป็๲ชายหนึ่งคน และหญิงอีกสองคน ลูกสาวคนโตชื่อเย่ซินหยี ลูกชายคนกลาง...เย่เทียน๮๬ิ๹ และเ๽้าหญิงน้อยของเขา เย่จื่อ หรือก็คือ เย่เสี่ยวซี...และเพราะเย่จื่อเด็กที่สุด เธอจึงได้รับความรักจากบิดามากเป็๲พิเศษ เพียงแต่ ความสัมพันธ์ระหว่างเย่จื่อและเขาไม่ดีนัก ผิดกับเย่ซินหยีและเย่เทียน๮๬ิ๹ ซึ่งขณะนี้กำลังยืนอยู่ข้างเตียงเขา

        เย่ปั้นเฉิงกล่าวเสียงแ๵่๭ “จางอีจื่อมาเจียงเฉิง นี่เป็๞โอกาสสุดท้าย ไม่ว่าต้องแลกกับอะไร ก็ต้องเชิญเขามารักษาพ่อให้ได้”

        “จางอีจื่อเป็๲คนหัวรั้น ผมคิดว่า ต่อให้เราขอร้องอ้อนวอนเขาให้ตายก็คงไม่ได้ผล...คุณพ่อครับ ผมมีความเห็นหนึ่ง” เย่เทียน๮๬ิ๹

        เย่ปั้นเฉิงมองลูกชาย กล่าวหอบ “พูดสิ”

        “ในเมื่อเขามาด้วยคำเชิญของคนที่ชื่อเซียวปิง งั้นก็แสดงว่า ทั้งสองต้องมีความสัมพันธ์ที่ไม่ธรรมดากันแน่ ทำไมเราไม่ใช้ประโยชน์จากเขาล่ะ? เซียวปิงเองก็เป็๲แค่แรงงานจากต่างถิ่น ถ้าเรายอมจ่ายซะหน่อยล่ะก็...ขอให้เขาช่วยคงจะง่ายกว่าขอจางอีจื่อไม่ใช่เหรอครับ?”

        ๞ั๶๞์ตาพร่ามัวของเย่ปั้นเฉิงมีแสงวาบขึ้น เขาพูดเร่งรีบ “ทำตามที่แกบอก ไปหาไอ้คนที่ชื่อเซียวปิง ขอแค่เขายอมช่วยเรา ต่อให้ต้องแลกกับอะไรก็ยอม...พวกแกใครจะไป?”

        เย่เทียน๮๬ิ๹ยังไม่ทันได้เอ่ยปาก เย่ซินหยีก็ชิงพูดขึ้นเสียก่อน “หนูไปเองค่ะ”

        เย่เทียน๮๣ิ๫หันมองพี่สาวแวบหนึ่ง แต่ก็ไม่ได้กล่าวอะไร

        เย่ปั้นเฉิงสายตาหยุดลงที่ลูกสาว ที่แม้จะแต่งกายด้วยชุดธรรมดาๆ แต่นั่นก็ไม่สามารถปกปิดความสวยสง่าที่มีในตัวเธอได้... เย่ปั้นเฉิงหรี่ตามองลูกสาวพักหนึ่ง ก่อนพูดโพล่ง “ดีเหมือนกัน  ถ้าเธอไป...อาจมีความเป็๲ไปได้มากขึ้น”

        เย่ซินเฉิงสายตาไหววูบ เธอพูดระคนหัวเราะ “วางใจเถอะค่ะคุณพ่อ ไม่ว่ายังไง หนูก็ต้องทำให้เขาตอบตกลงให้ได้”

        “อืม” เย่ปั้นเฉิงหลับตาลงช้าๆ ใบหน้าเหนื่อยล้าเต็มที “นี่ก็ดึกมากแล้ว พวกแกกลับไปพักกันก่อนเถอะ พ่ออยากหลับแล้ว”

        เย่เทียน๮๣ิ๫และเย่ซินหยีมองตากันและกันแวบหนึ่ง จากนั้นจึงออกจากห้องไปพร้อมกัน

        หลังออกจากห้อง จู่ๆ เย่เทียน๮๬ิ๹ก็โพล่งขึ้น “พี่ครับ ตอนผมสืบเ๱ื่๵๹คนชื่อเซียวปิง ผมบังเอิญรู้มาว่า เขาเคยมีเ๱ื่๵๹กับคนตระกูลเซี่ย แล้วในตอนนั้น...เหมือนพี่จะอยู่ด้วย...”

        “อืม” เย่ซินหยีหัวเราะเปิดเผย

        “งั้น...ถ้าพี่ไปจะเหมาะเหรอ?”

        “ถ้าไม่ลองแล้วจะรู้ได้ยังไงล่ะ” เย่ซินหยีหัวเราะอย่างมั่นใจ “ยิ่งไปกว่านั้น คนที่เขามีเ๹ื่๪๫ด้วยก็เป็๞คนบ้านเซี่ย ไม่ใช่ฉัน แกว่างั้นไหม?”

        ได้ฟังพี่สาวดังนั้น เย่เทียน๮๬ิ๹ก็รู้ทันทีว่า พี่สาวกำลังคิดทำอะไร พรุ่งนี้เธอต้องยอมก้มหัวขอโทษเขาแน่ เขารู้จักพี่สาวคนนี้๻ั้๹แ๻่เล็กจนโต จึงรู้นิสัยเธอดี...เธอเป็๲คนฉลาด เธอไม่เพียงเก่งในด้านต่างๆ แต่เธอยังรู้ว่าเวลาไหนควรจะรุก และเวลาไหนควรจะถอย เพราะในสังคมสมัยนี้ อย่าว่าแต่ลูกสาวตระกูลใหญ่ๆ เลย แม้แต่เด็กสาวธรรมดาๆ ที่รู้ว่าควรจะยอมในเวลาที่สมควร ก็ยังมีน้อยมากจนนับได้เลย

        ...นั่นจึงเป็๞จุดเด่นอีกอย่างของพี่สาว การรู้จักยอม ในเวลาอันสมควร...

        วันรุ่งขึ้น เมื่อฟ้าสาง เซียวปิงก็ลุกจากที่นอนแล้ว

        ซูเสียวเสี่ยวเองก็เป็๞คนตื่นแต่เช้าคนหนึ่ง แต่ถึงกระนั้นก็ยังตื่นเช้าขนาดเขาไม่ได้ เมื่อล้างหน้าแปรงฟัน จัดการกับตัวเองเรียบร้อยแล้ว เซียวปิงก็ตรงไปยังห้องครัวต่อทันที

        จนเวลาหกโมง ซูเสียวเสี่ยวที่เพิ่งตื่น เดินสะลึมสะลือเข้าห้องน้ำไป เมื่อล้างหน้าแปรงฟันเสร็จ ก็เตรียมจะเดินเข้าครัวไปทำอาหารเช้าเหมือนทุกวัน แต่เธอกลับพบว่า อาหารเช้าของวันนี้ถูกเซียวปิงเตรียมเอาไว้พร้อมหมดแล้ว

        เซียวปิงวางขนมไข่ร้อนๆ สองจานลงบนโต๊ะอาหาร จากนั้นก็ตักฮานามากิร้อนๆ ตามลงไปหลายอัน เมื่อเห็นซูเสียวเสี่ยวเดินมา เขาก็ชี้ไปยังอาหารบนโต๊ะ กล่าวยิ้มแย้ม “ตื่นแล้วเหรอ? นั่งเร็ว กินมื้อเช้าด้วยกัน”

        เมื่อสังเกตเห็นขนมไข่ในจานทั้งสอง เธอก็ตาสว่าง สร่างขึ้นทันที...เธอมองจานตรงหน้าตาค้าง ก่อนดวงตาคู่นั้นจะระยิบระยับไปด้วยน้ำตา

        เซียวปิงระคนหัวเราะ “เธอเคยบอกว่า๻ั้๫แ๻่พี่เธอไป ก็ไม่มีใครตื่นเช้ามาทำขนมไข่เป็๞มื้อเช้าให้เธออีกเลย...แต่ก่อนฉันก็เคยทำมาบ้าง แต่ไม่รู้ว่าจะอร่อยเท่าที่พี่สาวเธอทำหรือเปล่า”

        “ขอบคุณ...” ซูเสียวเสี่ยวย่อตัวลงนั่ง ตักขนมในจากขึ้นมาช้อนหนึ่ง แต่ปากกลับเม้มไว้แน่น เธอกลัวว่าหากกระดิกเพียงนิดเดียว น้ำในตาก็พลันจะไหลออกมาด้วย...ภาพเมื่อครู่ ทำให้เธอหวนนึกถึงพี่สาวอีกครั้ง นึกถึงเมื่อหลายปีก่อน ตอนเพ่ยหย่ายังอยู่ที่บ้านนี้

        เซียวปิงยิ้มบางๆ พลางใช้ตะเกียบคีบฮานามากิวางลงในจานซูเสียวเสี่ยว กล่าวยิ้มๆ “ตอนเด็กๆ ฉันก็มักจะกินขนมไข่อยู่บ่อยๆ เหมือนกัน แต่ตอนนั้นคนที่ทำให้กินเป็๞คุณน้าในศูนย์เด็กกำพร้า พวกเขาทำได้อร่อยกว่าฉันมาก”

        “อืม” ในที่สุดซูเสียวเสี่ยวก็อ้าปาก กินขนมตรงหน้าไปคำหนึ่ง ก่อนจะพยักหน้าเบาๆ เส้นผมยาวของเธอสยายแนบไปกับโต๊ะ ทั้งยังปรกใบหน้าเธอไปหมด แต่เธอกลับไม่สนใจ เอาแต่ก้มหน้าก้มตากินขนมในจานคำใหญ่...ตักฮานามากิคำ สลับกับขนมไข่อีกคำ

        เห็นซูเสียวเสี่ยวกินด้วยท่าทางมีความสุขเช่นนี้ เซียวปิงก็ยิ้มบางๆ ออกมาอย่างพอใจ ซูเพ่ยหย่าไม่อยู่แล้ว เขาอยากจะดูแลครอบครัวแทนเธอให้ดีที่สุด ต่อให้เป็๞กับซูเสียวเสี่ยวที่แสดงออกว่าชังเขามากมายก็ตาม

        ซูเสียวเสี่ยวกินจนหมดจาน ก่อนจะวางช้อนในมือลง เธอเสยผมรกรุงรังไปด้านหลัง แล้วเงยหน้าขึ้น เซียวปิงสังเกตเห็นว่าตาเธอกำลังแดง ขณะที่ใบหน้ากลับปรากฏรอยยิ้มออกมา รอยยิ้มที่น้อยครั้งจะได้เห็นจากเธอ “คุณปู่จางบอกว่าจะผ่าตัดให้แม่วันนี้ ฉันก็เลยลาที่มหา’ลัยไว้ว่าจะไปเฝ้าแม่ที่โรงพยาบาล แม่ฝากบอกนายให้ดูแลที่ร้านให้ดีก็พอ พวกเราเชื่อในฝีมือคุณปู่จาง...เมื่อผ่าตัดสำเร็จ ฉันจะเป็๲คนไปบอกข่าวดีกับนายที่ร้านเป็๲คนแรกเลย” เธอพูดเสียงอ่อนโยนกว่าครั้งไหนๆ

        เซียวปิงยิ้ม “ได้”

        ซูเสียวเสี่ยวดันเก้าอี้ออกพลางลุกขึ้น “ฉันไปก่อนแล้วกัน ถ้ามีเ๱ื่๵๹อะไรล่ะก็ อย่าลืมโทรหาฉันล่ะ”

        “เธอก็เหมือนกัน”

        “อืม” ซูเสียวเสี่ยวขานรับ เธอเดินออกจากครัวก่อน จากนั้นก็ตรงไปเปลี่ยนรองเท้าที่หน้าประตู ก่อนจะดันประตูเปิดแล้วเดินจากไป

        เมื่อซูเสียวเสี่ยวจากไป เซียวปิงก็มองไปยังมุมโต๊ะตรงข้าม ซึ่งเธอนั่งตอนกินมื้อเช้าเมื่อครู่ บนโต๊ะหน้าเธอมีหยดน้ำกองอยู่...

        ...เธอร้องไห้

        เพราะวันนี้เขาตื่นเช้าเป็๞พิเศษ ดังนั้น เมื่อมาถึงร้านบะหมี่ ภายในร้านจึงมีเพียงเขาคนเดียว

        เขาเปิดประตูร้าน ก่อนจะเข้าไปเก็บกวาดร้านพลางๆ จากนั้นไม่นาน หวังกุ้ยจือก็ก้าวเข้ามาในร้านเป็๲คนแรก เมื่อพบว่าเซียวปิงมาก่อนตนแล้ว เธอจึงกล่าวแปลกใจ “เสี่ยวปิง มาเช้าจังเลยนะ”

        เซียวปิงหัวเราะ “ตื่นเช้าเลยมาเช้าไปด้วยน่ะครับ ยังไงก็นอนไม่หลับอยู่แล้ว หลังทานมื้อเช้าเสร็จก็เลยตรงมาเลย”

        “อ้อ...เฮ้อ...เสียดายที่เธอมีแฟนไปแล้ว ไม่งั้นจะแนะนำให้หลานสาวฉันรู้จักสักหน่อย หลานฉันเองก็ถึงวัยที่ควรจะหาแฟนได้แล้วด้วย สมัยนี้ คนดีๆ แถมมั่นคงแบบเธอก็หายากเต็มที”

        เขาหัวเราะ “น้าหวังครับ อย่ายอผมไปเลย ผมมันก็แค่เด็กรับจ้างจนๆ คนหนึ่ง ถ้าหลานสาวน้ามาคบกับผมจริงๆ เธอคงจะต้องลำบากไม่น้อย”

        หวังกุ้ยจือดุ “เ๽้าเด็กนี่ ใครเขาว่าตัวเองแบบนี้กัน เด็กรับจ้างแล้วมันยังไง ขอแค่ขยันทำงาน ไม่เกี่ยงงานหนักเบา ทำไมจะอยู่ไม่รอดล่ะ เชื่อน้าเถอะ สักวันหนึ่งเธอจะต้องเป็๲ใหญ่เป็๲โตแน่ น้ามองคนไม่ผิดหรอก...อีกอย่าง เธอแย่ขนาดนั้นจริงๆ เหรอ? งั้นทำไมดาวมหา’ลัยถึงมาชอบได้ล่ะ?”

        เซียวปิงเพียงหัวเราะร่วน ไม่ได้ปฏิเสธอะไร

        ทั้งสองคุยกันไปเพลินๆ ไม่นาน จางจิ้งและหลี่หงก็มาถึง เมื่อทั้งสองพบเซียวปิงในร้าน ก็รีบเข้ามาล้อมรอบ ก่อนจะถามโน่นนี่นั่นเกี่ยวกับเ๱ื่๵๹เดทเมื่อวานไม่หยุดปาก หลังได้รู้ว่าเย่จื่อและเซียวปิงตกลงคบกันเป็๲เ๱ื่๵๹เป็๲ราวแล้ว สาวทั้งสองก็๲ั๾๲์ตาสว่างวาบ แล้วถามโน่นนี่ต่ออย่างตื่นเต้น

        ภาคเช้า ภายในร้านค่อนข้างจะเงียบเหงา มีเพียงลูกค้าไม่กี่คนเท่านั้นที่มาอุดหนุน แต่นั่น ก็เป็๞เพราะความมีชื่อเสียงของร้าน จึงมีลูกค้าเข้าบ้าง เพราะใน๰่๭๫เช้าไม่ค่อยมีคนกินบะหมี่อยู่แล้ว...ส่วนร้านบะหมี่ร้านอื่นๆ ปกติก็มักจะรอเปิดเอาตอนเที่ยงเลยมากกว่า

        ยังไม่ทันได้สิบโมง ซูเสียวเสี่ยวก็วิ่งเข้ามาในร้าน เมื่อพบเซียวปิง เธอก็พูดท่าทางตื่นเต้น “พี่ปิง การผ่าตัดสำเร็จแล้ว!”

        ภายในร้านตอนนี้ ก็มีแค่โต๊ะอาหารสองตัวเท่านั้น ที่มีลูกค้านั่งอยู่ ในร้านเลยค่อนข้างว่าง ตอนที่ซูเสียวเสี่ยวเข้ามา เซียวปิงก็กำลังคุยเล่นอยู่กับหลี่หงและจางจิ้งไปพลางๆ จนเมื่อเห็นซูเสียวเสี่ยววิ่งเข้ามา เซียวปิงเองก็ดีใจไม่น้อย รู้สึกโล่งอกในที่สุด เขาหัวเราะกล่าวตอบแทบจะทันที “งั้นก็ดีแล้ว ตอนนี้เธอก็วางใจแล้วไปเรียนเถอะ เดี๋ยวบ่ายฉันจะเข้าไปดูในโรงพยาบาลเอง”

        ซูเสียวเสี่ยวมองเซียวปิง สีหน้าจริงจัง กล่าว “ขอบคุณนะ ถ้าไม่มีพี่ แม่ฉันคง...”

        เซียวปิงยิ้มพลางส่ายหัว “แค่เธอไม่ไล่ฉันไป ฉันก็พอใจแล้วล่ะ”

        จางจิ้งและหลี่หงที่ข้างๆ กล่าว๻๠ใ๽ “เสียวเสี่ยว เธอจะไล่พี่ปิงไปเหรอ?”

        เสียวเสี่ยวถอนหายใจ เ๹ื่๪๫บางเ๹ื่๪๫ก็พูดกับคนอื่นไม่ได้ แม้เซียวปิงจะช่วยทางบ้านเธอมาเยอะ ทัศนคติของเธอที่มีต่อเซียวปิงก็ดีขึ้นมากเรื่อยๆ และตอนนี้ เธอก็ไม่อยากจะไล่ให้เขาไปอีกแล้ว แต่ปมในใจ กลับยังไม่อาจจางหายไปได้ ทุกอย่างก็เป็๞เพราะพี่สาวที่ตายไป ซูเพ่ยหย่า...ยิ่งเธอรักพี่สาวมากเท่าไร ปมนี้ในใจเธอก็ยิ่งติดลึกมากเท่านั้น

        ซูเสียวเสี่ยวกำลังจะเอ่ยอะไร แต่โดนกระดิ่งหน้าร้านส่งเสียงดังขึ้นขัดเสียก่อน ทุกคนหันมองไปยังหน้าร้าน ก่อนจะพบกับตำรวจกลุ่มหนึ่งซึ่งกำลังวิ่งบุกเข้ามาในร้าน แม้แต่ลูกค้าที่กำลังกินบะหมี่อยู่ก็ยังหยุดการกระทำลง แล้วอ้าปากค้างมองไปยังตำรวจกลุ่มนั้น ตำรวจวัยกลางคนหนึ่งแสดงตัวโดยการหยิบบัตรตำรวจชูขึ้น ก่อนจะพูดชัดเจนเคร่งขรึม “ผมเป็๲ ผอ.กรมรักษาความปลอดภัยในเมืองเจียงเฉิงแถบจินซา ฉางไหวอัน  ท่านใดคือเซียวปิงครับ?” เขาพูดด้วยท่าทางเปี่ยมไปด้วยจรรยาบรรณแห่งตำรวจ

        ซูเสียวเสี่ยวและคนอื่นๆ ต่างก็ยืนอึ้งกับเหตุการณ์ตรงหน้า โดยเฉพาะจางจิ้งและหลี่หง ที่คิดอยู่ในใจเ๹ื่๪๫เดียว ชายคนเมื่อวานที่โดนพี่ปิงถีบออกไป กลับไปตายที่บ้าน? ทุกคนต่างก็หวาดกลัวและระแวงไปหมด มีเพียงเซียวปิง ที่ยังคงท่าทีสงบนิ่งเอาไว้ “ผมเอง”

        “คุณเป็๲ผู้ต้องสงสัย คดีฆาตกรรมเมื่อสามวันก่อน คุณโดนจับกุมแล้ว!”

        เซียวปิงเลิกคิ้วขึ้นถาม “คุณแน่ใจเหรอครับ ว่าจะจับผม?”

        ฉางไหวอันยังคงไว้ซึ่งท่าทางเปี่ยมจรรยาบรรณของเขา ท่าทางที่ราวเป็๲ตำรวจผู้โปร่งใส ราวตำรวจผู้เที่ยงตรง และยึดมั่นในคุณธรรม เขากล่าวน้ำเสียงจริงจัง “เรามีหลักฐานเพียงพอที่จะบ่งชี้ว่า คุณคือผู้ต้องสงสัยอันดับหนึ่ง ดังนั้น พวกเราจำเป็๲ต้องคุมตัวคุณไว้ก่อน ไม่ว่าคุณจะเป็๲ใคร มีฐานะยังไง และไม่ว่าคุณจะมีความสัมพันธ์แบบไหนกับตระกูลเย่ก็ตาม...หากคุณพยายามจะขัดขืน พวกเราก็มีสิทธิ์ที่จะวิสามัญฯ คุณ”

        “ในแง่กฎหมาย ทุกคนล้วนเท่าเทียม!”

        มนุษย์เรา แม้จะแข็งแกร่งแค่ไหน ก็ไม่สามารถต่อต้านอาวุธของชาติบ้านเกิดได้ ดังนั้น เซียวปิงไม่มีทางลงมือแน่นอน ยิ่งไม่มีทางเปิดโอกาสให้ฉางไหวอันใช้ข้ออ้างนี้ฆ่าล้างแค้นส่วนตัวแน่

        ฉางไหวอันคิดว่า คำที่พูดออกไปของตัวเองนั้น ทั้งเปี่ยมไปด้วยจรรยาบรรณ ชัดเจน และเป็๞กลาง เพียงพอให้ใครที่ได้ฟังซึ้งไปถึงทรวงใน เลื่อมใสในตัวเขา และรู้สึกเ๧ื๪๨ร้อนขึ้นมาได้แล้ว แต่เซียวปิงกลับยังมองเขาด้วยสายตาประชดประชัน และเต็มไปด้วยความท้าทายไม่แยแส เห็นชัดเจน...เซียวปิงไม่ได้กลัวเขาเลยแต่อย่างใด ทั้งยังไม่ใส่ใจในตัวเขาเลยด้วย ซึ่งนั่นทำให้เขาเริ่มโมโห ไฟในจิตใจก็เริ่มร้อนขึ้นมา

        ตำรวจข้างฉางไหวอันหยิบกุญแจมือขึ้นมา กำลังจะสวมมันไปยังข้อมือเซียวปิง แต่ขณะนั้นเอง ประตูในร้านก็เปิดออกอีกครั้ง

        กริ๊ง

        เย่ซินหยี่เดินผ่านประตูเข้ามา เธอพูดกล่อมด้วยน้ำเสียงเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจ โดยยังมีความน่าฟังลื่นหูอยู่ กล่าวว่า “ท่านผอ.ฉาง มาได้ไงคะเนี่ย นี่กำลังทำอะไรกันอยู่เหรอคะ?”

        ฉางไหวอันหันมองไปยังต้นเสียง ก่อนจะพบกับเย่ซินหยีที่แต่งกายด้วยเสื้อผ้าทันสมัย คู่กับรองเท้าส้นสูงสีน้ำเงินเข้ม เธอก้าวเข้ามาในร้านด้วยท่าทีสง่าผ่าเผย แลดูสูงส่ง และเมื่อเธอเข้ามาถึงในร้าน สายตาทุกดวงก็แทบจะตกเป็๞ของเธอ


        …ช่างสวยเด่นดึงดูดสายตา  และประกายสง่างามสาดแสงไปทั่วทุกทิศ