ไทเฮาทรงทอดพระเนตรดวงชะตานี้ รู้สึกว่านางเกิดในเดือนที่ดีไม่น้อย
เหลยซื่อเห็นว่าทุกอย่างเป็ไปตามที่พวกนางคาดหวังพลันรีบปรับอารมณ์ กำลังคิดจะเอ่ยปากออกไป ทว่ากลับมีเงาร่างงดงามเดินมาจากระเบียง ดึงดูดความสายตาของหลิ่วอวิ๋นฮว๋าและไทเฮา
“ฮ่าๆ ดูสิว่าใครมา!” พระสุรเสียงของไทเฮาเจือไปด้วยความสนุกสนาน ใบหน้าของหลิ่วอวิ๋นฮว๋าแดงเรื่อ ก้มหน้าอย่างเขินอาย อดไม่ได้ที่จะใช้หางตามองไปยังบุรุษรูปงามผู้นั้น
“เสด็จย่า งานเลี้ยงจวนจะเริ่มแล้ว เสด็จพ่อทรงถามว่าเสด็จย่า้าเปลี่ยนกำหนดการหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ?” สายตาของตงฟางซวี่ไม่ได้หยุดมองหลิ่วอวิ๋นฮว๋าเลยแม้แต่น้อย ไทเฮาทรงพระสรวล “อืม ฟังเพลงจบไปแล้ว อารมณ์ข้าดีขึ้นมาก! มา อวิ๋นฮว๋า มาประคองข้าไป!”
หลิ่วอวิ๋นฮว๋าได้รับความโปรดปรานอย่างไม่คาดฝันจนตกตะลึง รีบลุกขึ้นเดินเข้าไปอย่างระมัดระวัง มือที่ประคองไทเฮาสั่นเทาเล็กน้อย
“รัชทายาท เดินไปด้วยกันกับข้าเถิด” ไทเฮาเงยพระพักตร์มองหลานชายที่โดดเด่นของพระองค์ ตงฟางซวี่ยืนอยู่ข้างพระวรกายอีกด้านหนึ่ง ฮูหยินแม่ทัพเวยหย่วนและเหลยซื่อรอพวกเขาเดินห่างไปสักระยะจึงค่อยเดินตามไป เมื่อเห็นภาพเบื้องหน้า ในใจพลันรู้สึกว่าทั้งสองเป็คู่ที่เหมาะสมกันยิ่งนัก!
ณ ที่นั่งในงานเลี้ยง การปรากฏตัวพร้อมกันของไทเฮาและหลิ่วอวิ๋นฮว๋าดึงดูดสายตาคนจำนวนไม่น้อย ทุกคนมองสตรีงดงามดุจดอกท้อด้วยสายตาแฝงความหมายลึกล้ำ เมื่อเห็นรัชทายาทที่อยู่ข้างพระวรกายไทเฮา คนไม่น้อยพลันรู้สึกร้อนใจ
หลิ่วอวิ๋นฮว๋ารับสายตาของทุกคนอย่างลำพองใจ ในนั้นมีคุณหนูจำนวนไม่น้อยที่ปิดซ่อนสายตาริษยาไว้ไม่มิด ทำให้นางอารมณ์ดียิ่งนัก สายตามองไปยังที่นั่งของหลิ่วอวิ๋นซู อะไรกัน เหตุใดถึงไม่มีคน? นังสารเลวนั่นเล่นลูกไม้อะไรอยู่! คิดอยากจะเห็นท่าทางของนางที่ถูกทำลายความฝันที่จะเป็พระชายาเสียหน่อย
ประคองไทเฮาประทับลงอย่างระมัดระวัง หลิ่วอวิ๋นฮว๋าปรายตาขึ้นราวกับไม่ได้ตั้งใจ ดวงตางดงามทอดมองไปยังใบหน้าหล่อเหลาของรัชทายาท ทว่าราวกับอีกฝ่ายมองไม่เห็น ทำเพียงหันกายเดินมุ่งไปยังตำแหน่งที่นั่งของตน สะบัดชายเสื้อครั้งหนึ่งแล้วนั่งลง
หลิ่วอวิ๋นฮว๋ากะพริบตาเบาๆ หลุบตาลงเพื่อเก็บซ่อนความคับข้องใจ จากนั้นจึงเดินชดช้อยกลับไปยังที่นั่งของตน
ฮูหยินแม่ทัพเหลยเห็นเหตุการณ์นี้ เดิมทีนางยังแปลกใจว่าท่านแม่และเหลยซื่อไปไหน ที่แท้ก็ไปประจบไทเฮานี่เอง เมื่อเห็นรอยยิ้มที่มุมปากของหลิ่วอวิ๋นฮว๋าที่เก็บซ่อนไว้ไม่มิด นางพลันคิดถึงเื่ร้องเพลงขึ้นมา หรือว่าอวิ๋นฮว๋าจะเรียนร้องเพลงเพื่อประจบเอาใจไทเฮา? เช่นนั้นเื่ที่ตนถากถางจะรู้ไปถึงไทเฮาหรือไม่? ฮูหยินแม่ทัพเหลยเริ่มรู้สึกวิตกกังวล
เหลยซื่อกลับมาข้างกายนาง ฮูหยินท่านแม่ทัพรีบหันไปอย่างเป็มิตร “พี่สาวไปไหนมาหรือ? ข้ากำลังเป็ห่วงท่านอยู่พอดี!”
เมื่อเห็นรอยยิ้มที่กลายเป็ยิ้มประจบสอพลอในเวลาอันรวดเร็วนั้น เหลยซื่อกลับไม่เปลี่ยนสีหน้า “ไม่มีอะไรหรอก ไปเดินเล่นกับท่านแม่ที่สวนบุปผามา” ทั้งๆ ที่รู้ว่าคำพูดของนางเป็สิ่งจอมปลอม ทว่าฮูหยินแม่ทัพเหลยกลับไม่ได้คัดค้านอะไร ช่างยั่วให้เกิดความอยากรู้จริงๆ ตกลงพวกนางไปหาไทเฮาเพื่อทำอะไรกันแน่?
หลิ่วอวิ๋นฮว๋าเสพสุขกับสายตาที่มองมาพลางรักษาท่าทางงดงามของตนเอาไว้ ดวงตาของนางกวาดมองไปยังตำแหน่งที่นั่งของจวนชางหรงโหวโดยไม่ตั้งใจ ทว่าท่านพ่อไม่มองมาที่นางเลยแต่น้อย กลับไปคารวะสุราทักทายเหล่าขุนนาง
นางรู้สึกได้ถึงสายตาเปิดเผยคู่หนึ่ง หลิ่วอวิ๋นฮว๋าจึงมองกลับไป เห็นพี่ใหญ่ของตนกำลังมองมาทางนี้ ทันใดนั้นนางพลันยืดอกขึ้น มุมปากยกโค้ง ราวกับ้าส่งข่าวดีนี้ให้หลิ่วอวิ๋นเฟิง
หลิ่วอวิ๋นเฟิงขมวดคิ้วเบาๆ น้องรองของตนดูท่าทางอารมณ์ดีไม่น้อย เขาพลันคาดเดาได้ว่าจะต้องเกี่ยวข้องกับรัชทายาทเป็แน่ คงมิใช่ว่าจะหาเื่วุ่นวายอะไรอีกกระมัง?
ความรู้สึกกังวลที่มิอาจคลายพุ่งทะยานไปถึงสมอง เมื่อไรน้องรองของตนจะเพลาๆ ลงบ้าง ต้องทราบว่าในโลกนี้ สิ่งที่เป็ของเราก็ย่อมเป็ของเรา สิ่งที่ไม่ใช่ของเรา้าไปก็ไร้ความหมาย
เหตุใดนังสารเลวนั่นยังไม่กลับมาอีก? หลิ่วอวิ๋นฮว๋าอดทนไม่ไหว อยากจะเห็นท่าทางสิ้นหวังของนาง!
“ท่านแม่ ข้าขอออกไปข้างนอกครู่หนึ่งนะเ้าคะ”
เหลยซื่อมองบุตรสาวของตน กิริยาการแสดงออกในวันนี้ทำให้นางพอใจมาก นับวันยิ่งได้ดั่งใจ ทั้งยังมีฮูหยินขุนนางใหญ่จำนวนไม่น้อยที่ปรับตัวตามสถานการณ์มาอยู่ข้างนาง ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้มประจบประแจง ผู้มีตาย่อมมองออกว่าสถานการณ์มีการเปลี่ยนแปลงไปแล้ว จึงต้องเปลี่ยนเบี้ยในมือให้ทันเวลา
“ไปเถิด ไปดูเสียหน่อยว่านังสารเลวนั่นอยู่ที่ไหน”
องครักษ์จวนแม่ทัพสองนายได้ยินคำสั่งจึงรีบแยกย้ายไปตามหาอวิ๋นซู ในอากาศมีเสียงหัวเราะอย่างเบิกบานแว่วมาให้ได้ยิน หลิ่วอวิ๋นฮว๋ามองไปยังบ่อน้ำแห่งหนึ่ง “นำปิ่นออกมา”
สาวใช้ข้างหลังรีบไปนำมา เครื่องประดับล้ำค่าเช่นนี้ทำให้หลิ่วอวิ๋นฮว๋าวางไม่ลง นิ้วขาวผ่องของนางลูบไล้ไปบนชิ้นงานอันประณีตงดงาม หยกล้ำค่าสะท้อนอยู่ในตา ราวกับจะสะท้อนความรุ่งโรจน์ของนางออกมา อดไม่ได้ที่จะนำมาปักลงไปบนผมของตนเบาๆ แล้วจึงก้มหน้ามองเงาสะท้อนในน้ำ
งาม งามจริงๆ
ณ มุมหนึ่ง เงาร่างในชุดสีเขียววูบผ่าน สายตาหลิ่วอวิ๋นฮว๋าสั่นไหว เงยหน้ามองใบหน้าด้านข้างของอวิ๋นซูที่ผ่านทางไป
นังสารเลวนั่นมาอยู่ที่นี่เองหรือ?!
“หยุดนะ!”
อวิ๋นซูเพิ่งกลับมาจากตำหนักขององค์หญิงหย่งหนิง เสียงที่ไล่หลังมาทำให้นางหยุดฝีเท้าลง ใบหน้าหยิ่งยโสนั้นเจือรอยยิ้มเย้ยหยัน หลิ่วอวิ๋นฮว๋าค่อยๆ เดินเข้าไป “น้องหกจะไปไหนหรือ วันนี้เป็วันพระราชสมภพของไทเฮา ทำตามใจเช่นนี้จะเป็การไม่เคารพไทเฮาได้”
นางก้มหน้าลงมากเป็พิเศษ ทำให้ปิ่นล้ำค่านั้นปรากฏตรงหน้าของอวิ๋นซูพอดิบพอดี
นกยูงหลากสีราวกับกำลังบินขึ้นรับแสงอาทิตย์อัสดง อวิ๋นซูย่อมมองเห็นเป็ธรรมดา ทว่ากลับทำเพียงรักษาความเรียบเฉยบนใบหน้า หลิ่วอวิ๋นฮว๋ายื่นมือไปประคองปิ่นเบาๆ “ปิ่นนี้งามหรือไม่? เป็ไทเฮาพระราชทานมาให้เป็รางวัล!”
“เช่นนั้นก็ขอแสดงความยินดีกับท่านพี่ด้วย” น้ำเสียงของอวิ๋นซูไม่มีความเปลี่ยนแปลง หลิ่วอวิ๋นฮว๋าชะงักค้าง สายตาเปลี่ยนไปเป็ไม่พอใจ นางเกลียดนังสารเลวนี่เป็ที่สุด เห็นอยู่ว่าอิจฉาอยู่ในใจ แต่ใบหน้ากลับสุขุมเยือกเย็นอยู่ได้ นางอยากจะฉีกหน้ากากจอมปลอมของมันจริงๆ!
“หลิ่วอวิ๋นซู เ้ารู้หรือไม่ว่านี่หมายความว่าอะไร? ยังคิดอยากเป็พระชายาของรัชทายาทอยู่หรือ? ฝันไปเถอะ!” แต่ละคำพูดของนางกล่าวออกมาได้อย่างชัดเจนยิ่งนัก อวิ๋นซูเก็บท่านางโเี้ของนางเอาไว้ในสายตา จู่ๆ พลันรู้สึกว่าสตรีตรงหน้าช่างน่าเศร้าเหลือเกิน นางปีนป่ายโดยไม่เลือกวิธีการ สุดท้ายสิ่งที่นาง้าเป็เพียงตำแหน่งพระชายา หรือสามีที่จิตใจตรงกันกับนางกันแน่
แน่นอนว่าแต่ละคนย่อมมีความปรารถนาของตนเอง แม้อวิ๋นซูจะกล่าวเช่นนี้ แต่กลับรู้สึกว่าใจของบุรุษเป็สิ่งไม่มั่นคงที่สุดในใต้หล้า คำสาบานว่าจะรักกันตลอดไปเป็เพียงแค่การทำตามสถานการณ์ บางทีคงมีเพียงชื่อเสียงและอำนาจเท่านั้นถึงจะเป็สิ่งที่จับต้องได้จริง
“เช่นนั้นก็ต้องขอแสดงความยินดีกับท่านพี่แล้ว” เมื่อกล่าวย้ำอีกครั้ง อวิ๋นซูก็ไม่มองนางอีกต่อไป หันกายเดินหายไปจากสายตาของหลิ่วอวิ๋นฮว๋าอย่างสงบ
อะไรกัน? โอหังนัก! เื่มาถึงขั้นนี้แล้วยังไม่ยอมแพ้อีกหรือ? สายตาของหลิ่วอวิ๋นฮว๋ามีประกายวาบผ่าน มือที่อยู่ในแขนเสื้อกำแน่น สมองของนางพลันคิดขึ้นได้ วันนี้มิสู้ทำลายความฝันของนังสารเลวนั่นให้สิ้นซากไปเลยดีกว่า!
“คุณหนูเ้าคะ จะเก็บปิ่นเลยหรือไม่จ้าคะ?” สาวใช้ยืนประคองกล่องอยู่ข้างๆ มุมปากของหลิ่วอวิ๋นฮว๋ามีรอยยิ้มเ็าวาบผ่าน “ชุ่ยหง ข้ามีเื่จะให้เ้าไปทำ”
...
อีกด้านหนึ่ง
“องค์หญิงเพคะ วันนี้ปักปิ่นนกยูงที่ไทเฮาทรงพระราชทานให้ดีหรือไม่เพคะ?” ภายในตำหนักหยกขององค์หญิงหย่งหนิง แม่นมข้างหลังนางกล่าวแนะนำขึ้น
หลังจากถูกตงฟางซวี่อบรมมา ทั้งสองก็กลับมาในตำหนักอย่างว่านอนสอนง่าย เตรียมแต่งกายสักเล็กน้อยเพื่อไปร่วมงานเลี้ยง คุณหนูเฟิ่งหลิงที่รออยู่เบิกตากว้าง “ปิ่นนกยูงอะไรหรือ?”
“เสด็จย่าประทานให้ข้าในวันเกิด งดงามประณีตมากเชียว! จริงสิ วันนี้ปักไปให้เสด็จย่าดูเสียหน่อยดีกว่า!”
ปิ่นนกยูงที่ดูราวกับมีชีวิตปรากฏขึ้นเบื้องหน้า เฟิ่งหลิงร้องออกมาอย่างตกตะลึง “งามมากจริงๆ! หย่งหนิงรีบปักเร็วๆ เข้า!”
แม่นมราวกับคิดอะไรขึ้นมาได้ “ปิ่นนกยูงนี้ทั่วทั้งแคว้นเฉินมีอยู่เพียงสองอัน ไม่คิดว่าอีกอันหนึ่งจะถูกไทเฮาพระราชทานเป็รางวัลให้คุณหนูรองสกุลหลิ่วไปเมื่อครู่นี้ คุณหนูผู้นั้นช่างโชคดีเหลือเกินเพคะ”
อะไรนะ? หลิ่วอวิ๋นฮว๋าหรือ! สีหน้าของทั้งสองเปลี่ยนไปแทบจะพร้อมกัน องค์หญิงหย่งหนิงรีบหยุดการเคลื่อนไหวของแม่นมที่กำลังจะหยิบปิ่นออกมา “เสด็จย่าพระราชทานปิ่นอีกอันให้หลิ่วอวิ๋นฮว๋าหรือ?” มีเื่อย่างนี้ที่ไหนกัน นางมีคุณสมบัติอะไรมาสวมใส่เครื่องประดับเหมือนกันกับตน!
พริบตานั้น องค์หญิงหย่งหนิงโยนปิ่นนกยูงลงบนโต๊ะอย่างรังเกียจ ทำเอาแม่นมใจนเผยสีหน้าโง่งม “องค์หญิงระวังเพคะ! นี่เป็รางวัลของไทเฮานะเพคะ!”
ดรุณีน้อยสูงศักดิ์ผู้นี้ทำแก้มป่องอย่างโมโห ข่าวเช่นนี้ทำให้นางจิตใจว้าวุ่น หลิ่วอวิ๋นฮว๋านั่นทำผิดฐานหลอกลวงเบื้องสูงไม่เพียงแต่ไม่ได้รับโทษ กลับได้รางวัลเสียอีก! ตอนนี้องค์หญิงหย่งหนิงไม่มีอารมณ์จะทำอะไรแล้ว เป็เหมือนที่หลิงเอ๋อร์พูดจริงๆ หลิ่วอวิ๋นฮว๋าผู้นั้นน่ารังเกียจยิ่งนัก!
“ไม่ได้ ข้าต้องไปพูดกับเสด็จย่าเสียหน่อย!” หย่งหนิงยิ่งคิดยิ่งโมโห โยนคำกำชับของรัชทายาทหายไปกับเมฆโดยพลัน เฟิ่งหลิงมองสตรีตัวน้อยที่เดินก้าวยาวๆ จากไป จึงรีบะโขึ้นจากม้านั่งตามไปติดๆ
คิดไม่ถึงว่า เมื่อมาถึงสวนบุปผาหลวง จะพบกับเงาร่างลับๆ ล่อๆ ร่างหนึ่ง
“เ้าดูสิ นั่นไม่ใช่สาวใช้ข้างกายของหลิ่วอวิ๋นฮว๋าหรอกหรือ?” ความจำขององค์หญิงหย่งหนิงยอดเยี่ยมยิ่งนัก เพียงมองปราดเดียวก็จำชุ่ยหงได้ สายตาของนางที่ตกอยู่บนกล่องไหมในมือของอีกฝ่าย กล่องนี้นางคุ้นเคยดี ข้างในบรรจุปิ่นนกยูงที่เหมือนกับของนางเอาไว้
ดี เป็ดังคาดจริงๆ! นางม้วนแขนเสื้อขึ้นทำท่าจะเดินเข้าไป ทว่าถูกเฟิ่งหลิงหยุดเอาไว้
“หย่งหนิง! อย่าเพิ่งวู่วาม อดทนรอดูสถานการณ์ก่อน เ้าดูสิ ท่าทางของนางดูแปลกๆ”
ได้ยินนางกล่าวเช่นนี้ หย่งหนิงจึงเห็นว่าท่าทางของสาวใช้ผู้นั้นดูร้อนรน หันไปหันมาเป็ระยะราวกับกลัวว่าจะมีใครตามนางมา
ดรุณีน้อยทั้งสองสบตากัน จากนั้นจึงตามไปเงียบๆ
“นางมาทำอะไรที่นี่?” หย่งหนิงเงยหน้ามองป้ายสีทอง หอเฟ่ยชุ่ย นี่เป็ตำหนักที่อยู่ห่างไกล โดยปกติมีคนมาที่นี่น้อยมาก สาวใช้ผู้นี้กำลังเล่นลูกไม้อะไรกันแน่
ทั้งสองนั่งหมอบอยู่ตรงหน้าต่าง เจาะกระดาษปิดที่ปิดหน้าต่างไว้เป็รูเล็ก มองเข้าไปเห็นชุ่ยหงที่มองไปรอบๆ สุดท้ายจึงนำกล่องไหมนั้นไปซ่อนไว้ในตู้เสื้อผ้าหลังหนึ่ง
หรือว่าสาวใช้ผู้นี้ขโมยปิ่นหยกของหลิ่วอวิ๋นฮว๋า? หย่งหนิงไม่มั่นใจในความคิดของตน นางไม่มีความกล้าเช่นนี้หรอก! หรือว่าหลิ่วอวิ๋นฮว๋าใช้นางมา? จะต้องมีแผนการอะไรซ่อนอยู่แน่นอน!
