“อะไรกันเนี่ย?!! นะ...นี่มัน...”
หลินหว่านเอ๋อร์หุบร่มก่อนจะยืนมองตาปริบๆเมื่อได้เห็นเ้าจุกนมแล้วเธอก็หันมามองผม “พลังการโจมตี 5 ดาวพลังป้องกัน 4 ดาว ความว่องไว 4.5 ดาวค่าความเป็เลิศ 97% นะ... นี่มันเป็พวกสัตว์เทพเลยนะเนี่ย?ตอนนี้ฉันเข้าใจแล้วว่าทำไมคนอย่างนายเพียงลำพังที่ไปชกต่อยกับชาวบ้านถึงยังมีชีวิตรอดอยู่ในเมืองปาหวางได้”
“ไม่ได้เรียกว่าชกต่อยสักหน่อย เขาเรียกว่าแค้นนี้ต้องชำระต่างหากอีกอย่างใช่ว่าอยู่ที่นี่ผมจะไม่มีเพื่อนคุณก็เห็นแล้วนี่ว่าผมยังมีเยว่ชิงเฉี่ยนกับเยว่เวยเหลียงคอยช่วยอยู่”
หลินหว่านเอ๋อร์หรี่ตา “สองสาวนั่นคงจะหลงเสน่ห์นายมากเลยสินะเนี่ย”
“ถ้าพูดอีกคำเดียวผมจะ...”
แม่สาวคัพ D34 ยืดอกหัวเราะพร้อมกับมองผม “ทำไม? นายจะต่อยฉันเหรอ? มาสิเข้ามาเลย”
ผมก้มหน้า “เอาเถอะ แล้วแต่คุณเลยก็แล้วกัน...”
ตงเฉิงเยว่หัวเราะ “เ้าผึ้งแม่ทัพตัวนี้แข็งแกร่งดีจังเลยการโจมตีก็สูงจนน่าใจหาย เซียวเหยานายรู้หรือเปล่าว่าสัตว์เลี้ยงของฉันกับหว่านเอ๋อร์คือผึ้งสังหารของหว่านเอ๋อร์มีค่าความเป็เลิศ 87% ส่วนของฉันมี79% อันที่จริงพวกมันก็ถือว่าแข็งแกร่งมากนะแต่พอเอามาเทียบกับของนายแล้วดูจะเทียบกันไม่ติดเลย”
ผม : “…”
……
หลังจากฆ่าโจรพวกนั้นต่อไปได้ไม่ถึง 10 ตัวในที่สุดบันทึกสุสานก็ถูกดรอป ผมหยิบมันขึ้นมาก่อนพูดด้วยท่าทางดีใจ “ภารกิจเสร็จสิ้นแล้ว พวกเธอจะไปส่งภารกิจด้วยกันไหม?”
หลินหว่านเอ๋อร์ถาม “ยังมีภารกิจต่อจากนั้นอีกไหม?”
“มีสิ เอ่อ... คุณหนู... เราเพิ่มเพื่อนกันก่อนดีไหม?”
“เหอะ...” หลินหว่านเอ๋อร์เบ้ปากก่อนมองผมด้วยสายตาเย้ยหยัน“ฉันไม่เพิ่มพวกผู้ชายเป็เพื่อนหรอกนะนอกจากว่าคนคนนั้นจะหล่อเหมือนหวังอี้ป๋อน่ะ...”
ผมกัดฟันแน่นพร้อมกำหมัด “สรุปว่าคุณหนูจะเพิ่มเพื่อนหรือไม่เพิ่ม?”
หลินหว่านเอ๋อร์ “ทำไม? ฮีลเลอร์กระจอกๆ ที่ไม่มีแม้แต่อาวุธในมืออย่างนายจะทำอะไรฉันได้?”
ผม “...”
เมื่อเห็นว่าผมไม่พูดอะไรอีกเธอก็หัวเราะพรวด “โอเคๆ เพิ่มก็ได้ ถึงแม้นายจะไม่หล่อก็เถอะ”
ตงเฉิงเยว่ “ไม่หล่อตรงไหนกัน? ฉันว่าในมหา’ลัยเขาถือว่าหล่อมากเลยนะหว่านเอ๋อร์”
หลินหว่านเอ๋อร์ “เธอก็หลงเสน่ห์เขาอีกคนเหรอ?”
ตงเฉิงเยว่ “...”
……
หลังจากได้บันทึกสุสานทั้ง 7 หน้าแล้วผมก็บอกลาเยว่ชิงเฉี่ยนกับเยว่เวยเหลียงก่อนจะเดินนำหลินหว่านเอ๋อร์ไปยังค่ายของนายพลเผยชิวขณะที่ตงเฉิงเยว่บินขึ้นไปกลางอากาศเพื่อสำรวจสถานการณ์บริเวณรอบๆ ให้เพราะที่นี่มีมอนสเตอร์เลเวลสูงเยอะมาก ทำให้ผู้เล่นค่อนข้างหวาดกลัว และอาวุธของสองสาวก็เป็อาวุธระดับทองแดงทั้งหมดจึงมีโอกาสที่จะถูกแย่งชิงเนื่องจากเม็ดเงินที่จะได้รับดังนั้นต่อให้พวกเธอถูกจัดอยู่อันดับที่เท่าไรศัตรูก็ไม่หวาดหวั่นที่จะแย่งชิงไปเป็ของตัวเอง
เมื่อมาถึงค่ายผมก็เดินนำสองสาวเข้าไปหานายพลทันที “ท่านนายพล ผมได้ของที่ท่าน้ามาแล้ว”
นายพลเผยชิวประหลาดใจ “เยี่ยมมากพ่อหนุ่มฮีลเลอร์เ้าไม่ทำให้ข้าผิดหวังจริงๆ ตอนนี้เ้าได้พิสูจน์ความกล้าหาญแล้ว เอาละข้าจะมอบรางวัลให้เ้า”
ติ๊ง!
ข้อความจากระบบ :ท่านได้ทำภารกิจขั้นที่ 1ของ [จดหมายหนึ่งฉบับ] เสร็จสิ้นแล้ว ท่านจะได้รับรางวัลค่า EXP +6,500 พอยต์ ค่าเสน่ห์ +2 พอยต์เงิน 20 เหรียญทอง และไม้เท้าเมฆาจันทรา
……
สวบ!
แสงสีทองสว่างวาบ ตอนนี้ผมกลับมาเลเวล 27 อีกครั้งแต่สิ่งที่เรียกความสนใจให้สองสาวก็คือไม้เท้าในมือผม
ผมเปิดกระเป๋าเก็บไอเท็มก่อนจะหยิบไม้เท้ายื่นไปด้านหน้าเพื่อดูสถานะของมัน
[ไม้เท้าเมฆาจันทรา] (อุปกรณ์ระดับเงิน)
พลังโจมตีเวท :105-170
MP:+20
ค่าพลังโจมตีพื้นฐาน :+17
เพิ่มเติม :เพิ่มการโจมตีเวทมนตร์ให้ผู้เล่น 1.2%
เลเวลที่สามารถใช้งานได้ :30
……
ผมถือไม้เท้าไว้ในมือก่อนจะยื่นให้หลินหว่านเอ๋อร์ “ผมไม่ชอบติดหนี้บุญคุณใครเมื่อกี้คุณหนูก็เพิ่งพลั้งมือฆ่าเยว่ชิงเฉี่ยนไป แต่ก็เป็เพราะผมดังนั้นไม้เท้าอันนี้ผมขอชดเชยให้คุณหนูแทนหมวกเกล็ดหิมะที่คุณหนูเสียไปก่อนหน้านี้”
หลินหว่านเอ๋อร์ยื่นมือออกมารับด้วยท่าทางตื่นเต้น “อุปกรณ์ระดับเงิน...ดูเหมือนว่านอกจากดาบชิงเฉิงนั่นแล้ว นี่คงเป็อาวุธระดับเงินชิ้นแรกเลยนะเนี่ย”
พูดจบหลินหว่านเอ๋อร์ก็ยื่นมันให้ตงเฉิงเยว่ “เยว่เอ๋อร์ตอนนี้ค่าการโจมตีเวทมนตร์ของเธอจะมากกว่า 500 พอยต์แล้ว”
ตงเฉิงเยว่รับไม้เท้ามาก่อนจะมองผม “เซียวเหยานายนี่เ้าเล่ห์จังเลยนะ ทำไมถึงไม่ยกมันให้ฉันั้แ่แรกล่ะ?”
ผมกระตุกมุมปากขึ้น “ก็กลัวว่าเธอจะเข้าใจผิดคิดว่าฉันจะจีบเธอน่ะสิอีกอย่างไม้เท้าเมฆาจันทรานี่ก็เป็อุปกรณ์ระดับเงิน ถ้าไม่ให้เธอ แล้วเอาไปขายอย่างน้อยๆ ก็สามารถทำเงินได้ 500 เหรียญทองเลยนะ”
ตงเฉิงเยว่ “ชิ! ”
……
หลังจากนั้นผมก็พูดกับนายพลเผยชิว “ท่านครับตอนนี้จะให้ผมทำอะไรต่อเหรอครับ?”
“เ้ารอสักครู่นะ...”
นายพลเผยชิวเปิดจดหมายของดยุกลัวเหลยก่อนจะประทับตราลงไปบนนั้นพร้อมกับยื่นให้ “ตอนนี้จดหมายฉบับนี้มีตราประทับของกองทัพจักรวรรดิไม่ว่าเ้าจะเดินทางไปที่ใด เหล่าพันธมิตรจะไม่อาจทำอะไรเ้าได้จงนำจดหมายฉบับนี้ไปยังดินแดนเยือกแข็ง หากเ้าเอาชีวิตรอดและเจอกับลัวหลินก็จงนำจดหมายของเขากลับไปส่งให้ดยุกลัวเหลย เมื่อถึงเวลานั้นเ้าจะได้รับรางวัลชิ้นใหญ่จากภารกิจนี้”
ผมพยักหน้า “ขอบคุณครับ”
ผมเก็บจดหมายแล้วเดินนำสองสาวออกจากค่ายทันทีจากนั้นเปิดภารกิจขึ้นมาก่อนจะเริ่มตามหาเป้าหมาย สถานที่อยู่คือทางทิศเหนือและแน่นอนว่ามันจะต้องหนาวขึ้นเรื่อยๆ
……
หลังจากบินอยู่กลางอากาศผ่านสายลมที่เหน็บหนาวตงเฉิงเยว่ก็ค่อยๆ บินต่ำลงเรื่อยๆ ก่อนจะรีบห่อตัวเองไว้ในเสื้อคลุม “หนาวชะมัดเลยขืนบินต่อไปต้องแข็งตายแน่ๆ ”
หลินหว่านเอ๋อร์หันมาทางผมก่อนถามขึ้น “นี่หลี่เซียวเหยานายแน่ใจใช่ไหมว่าอยู่ทางตอนเหนือสุดน่ะ? นี่เราเดินมาเป็ชั่วโมงแล้วอย่าบอกนะว่านายกำลังพาพวกฉันเดินอ้อม! ”
ผมส่ายหน้า “เป้าหมายของภารกิจนี้อยู่ทางตอนเหนือจริงๆเพียงแต่ว่ามันไม่มีกำหนดสถานที่ที่ชัดเจนอีกอย่างมอนสเตอร์ที่นี่ก็เลเวลสูงมากด้วย ไม่รู้ว่าพวกมันอยู่ระดับไหน”
หลินหว่านเอ๋อร์หรี่ตา “นายดูหมีน้ำแข็งตรงหน้านั่นสิแม้แต่เลเวลของมันฉันยังไม่สามารถระบุได้เลย แสดงว่าอย่างต่ำๆ ก็น่าจะเลเวล39 จะลองดูหน่อยไหมล่ะ?”
“เอาสิ! ” ผมเรียกเ้าจุกนมออกมา“พวกเธอก็เรียกสัตว์เลี้ยงออกมาด้วยสิให้พวกมันไปล่อมอนสเตอร์ก่อนแล้วค่อยซุ่มโจมตี เดี๋ยวฉันจะฮีลให้พวกนี้เองมอนสเตอร์เลเวล 39 ดูเหมือนจะสูงกว่าพวกเราเกินไปถ้าไม่สามารถฆ่ามันได้คุณหนูก็รีบหนีไป ส่วนเยว่เอ๋อร์ก็บินขึ้น้าเดี๋ยวผมจะรับมือเอง ตายก็ไม่เป็ไร”
“สบายใจเถอะ ยังไงก็ไม่ตายกันยกทีมหรอก”
“ลองดูเดี๋ยวก็รู้เองแหละ”
สัตว์เลี้ยงทั้ง 3 ถูกส่งออกไปโจมตีหมีน้ำแข็งอย่างรวดเร็วพวกมันใช้วิธีโจมตีแบบต่อเนื่องไปที่หัวของหมีน้ำแข็งทว่าสัตว์เลี้ยงของสองสาวสร้างค่าความเสียหายจากการโจมตีได้เพียง 100 กว่าพอยต์เท่านั้น ซึ่งเป็ตัวเลขที่น้อยจนน่าอนาถใจ ในขณะที่เ้าจุกนมสามารถสร้างค่าความเสียหายได้ราวๆ250 พอยต์ ถือว่าช่วยกู้หน้าให้ผมได้เป็อย่างดี
“โฮก!!! ”
หมีน้ำแข็งเปล่งเสียงก่อนตะปบผึ้งสังหารของตงเฉิงเยว่
ผัวะ!
“-988!”
การโจมตีเพียงครั้งเดียวทำให้สัตว์เลี้ยงของเฉิงเยว่ตายทันที
ภาพตรงหน้าทำให้เฉิงเยว่เ็ปหัวใจเธอรีบยกไม้เท้าเมฆาจันทราแล้วใช้สกิลหยาดน้ำแข็งและสกิลเจาะทะลุผาหินผมแจกโอสถลมหนาวเลเวล 4 ให้ตงเฉิงเยว่ 3 ขวดเพื่อฟื้นฟูค่ามานาให้กับเธอ
ต่อมาเ้าผึ้งสังหารของหลินหว่านเอ๋อร์ก็ถูกตีตายเช่นกันส่วนผมตอนนี้ทำได้แค่ช่วยฮีลและใช้สกิลรักษาชีวิตให้เ้าจุกนมอย่างต่อเนื่องขณะนั้นหลินหว่านเอ๋อร์ก็พุ่งไปข้างหน้าพร้อมกับวาดกริชในมือก่อนจะทำให้หมีน้ำแข็งติดสถานะมึนงงชั่วคราว จากนั้นก็วิ่งไปด้านหลังมอนสเตอร์และใช้สกิลแทงจากด้านหลัง ทำให้เ้าหมีน้ำแข็งต้องรีบปล่อยเ้าจุกนมก่อนจะหันกลับไปตะปบใส่แอสซาซินสาวที่อยู่ด้านหลังทันที
เคร้ง!
ร่มเหล็กของเธอปะทะกรงเล็บของหมีน้ำแข็งทำให้เืลดลงไป -270 พอยต์ พร้อมกับร่างที่ไถลออกไปไกล ทว่าหลินหว่านเอ๋อร์ยังคงไม่ยอมแพ้เธอถือกริชก่อนเริ่มโจมตีอีกครั้งอย่างรวดเร็ว ในขณะที่ผมก็รีบฮีลเืให้เธอและเ้าจุกนมไปพร้อมกันส่วนตงเฉิงเยว่ก็โจมตีจากระยะไกล การร่วมมือของทั้ง 3 คนทำให้เ้าหมีน้ำแข็งเลเวล39 รับมือได้ลำบากมากขึ้น
ผ่านไปเกือบ 1 นาทีในที่สุดหมีน้ำแข็งก็ล้มลงไปนอนกองอยู่ที่พื้นพร้อมกับเงิน 3 เหรียญเงินที่ดรอปลงมา
สองสาวถอนหายใจด้วยความโล่งอกผมมองไปยังสถานที่ที่ไกลออกไปซึ่งมีหิมะตกลงมาอย่างต่อเนื่องก่อนพูดขึ้น “สถานที่ที่ภารกิจบอกไว้คงจะเป็พื้นที่ที่มีหิมะตรงนั้นแหละ...เป้าหมายของภารกิจดูเหมือนจะปรากฏให้เห็นแล้ว”
หลินหว่านเอ๋อร์มองไปยังทะเลหิมะตรงหน้า “นายจะให้พวกเราคุ้มกันนายเพื่อเข้าไปในเขตหิมะนั่นเนี่ยนะ?”
ผมพยักหน้า “ใช่มีแค่พวกคุณนั่นแหละที่จะทำให้ผมเข้าไปในนั้นได้ถ้าผมเข้าไปคนเดียวคงได้นอนตายอยู่ในนั้นแน่ๆ แถมฮีลเลอร์เลเวล 1 ยังไงก็ไม่สามารถใช้สกิลรักษาชีวิตเลเวล 3 ให้พวกคุณได้เหมือนกัน”
ตงเฉิงเยว่ยิ้ม “เอาเถอะๆ พวกเราจะส่งนายเข้าไปเองสู้ๆ นะหว่านเอ๋อร์”
หลินหว่านเอ๋อร์ “หวังว่าหมีน้ำแข็งในนั้นจะมีไอเท็มสูงๆดรอปลงมาบ้างนะ”
……
ในที่สุดพวกผมก็เดินทางเข้ามายังพื้นที่หิมะซึ่งภายในนี้มีมอนสเตอร์เป็หมีน้ำแข็ง แถมมีเลเวลที่ดูเหมือนจะสูงขึ้นเรื่อยๆด้วยผ่านไปไม่นานสัตว์เลี้ยงของหลินหว่านเอ๋อร์กับตงเฉิงเยว่เลเวลก็ร่วงลงไปอยู่ที่ 20 เพราะถูกฆ่าตายอย่างต่อเนื่องซึ่งทำให้สองสาวเศร้าใจไม่น้อยในเวลาเดียวกันเ้าจุกนมของผมเลเวลก็ลดลงไปมากเหมือนกันทว่ายังอยู่ในระดับที่พอรับได้
ผัวะ!
กริชของหลินหว่านเอ๋อร์แทงเ้าหมีน้ำแข็งอย่างแรงจนทำให้หมีน้ำแข็งที่มีเลเวลอย่างน้อย 40 ล้มลงไปก่อนที่ไอเท็มระดับเงินจะถูกดรอปเมื่อหยิบขึ้นมาดูก็พบว่ามันเป็เกราะข้อมือหนึ่งคู่
[เกราะข้อมือหมีน้ำแข็ง] (อุปกรณ์ระดับเงิน)
ประเภท:เกราะหนัง
พลังการป้องกัน :100
ค่าความเร็ว:+21
เพิ่มเติม :เพิ่มโอกาสรักษาชีวิตให้กับผู้ใช้ 0.2%
เลเวลที่สามารถใช้งานได้ :34
……
เมื่อหยิบเกราะข้อมือขึ้นมาหลินหว่านเอ๋อร์ก็พูดขึ้น “ยังเหลืออีกตั้งเลเวลหนึ่งกว่าจะใส่ได้แต่ค่าสถานะของมันไม่เลวเลยนะเนี่ย”
ตงเฉิงเยว่ชี้ไปด้านหน้า “เราใกล้จะถึงจุดสิ้นสุดของพื้นที่หิมะแล้วละเซียวเหยา”
ผมมองตามมือของเฉิงเยว่ก็เห็นเทือกเขาทอดยาวข้างบนนั้นเหมือนจะมีเมืองที่ดูทรุดโทรมตั้งอยู่มันคงเป็สถานที่ในการทำภารกิจของผม คนที่ผมต้องออกตามหาอยู่ที่นั่นแน่ๆ!
